วันเวลาปัจจุบัน 22 ม.ค. 2021, 19:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 10:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 04:03
โพสต์: 5

แนวปฏิบัติ: ยุบหนอ
ชื่อเล่น: snowwhite
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้ชีวิตครอบครัวทุกข์หนักมาก เพราะการงานของสามีแย่สุดๆ ทำให้การเงินขัดสนไม่พอใช้ในครอบครัวค่ะ อดีตที่ผ่านมาก็กระท่อนกระแท่นมาโดยตลอด สามีหยิบยืมเพื่อนฝูง คนรู้จัก คนบ้างไม่คืนบ้างแต่ผ่านมาได้เพราะความเป็นคนดีมีน้ำใจ ประกอบกับค่าใช้จ่ายไม่มากพอประทังไปจนมีงานเข้า และก็เป็นอย่างนี้เรื่อยมา ประวัติของสามีที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงไม่ได้โอ้อวดแต่อย่างใดค่ะ
อาชีพของสามี : งานด้านกฎหมาย (ขออนุญาตไม่เจาะจงนะคะ)
สติปัญญาของสามี : ดีมาก ฉลาด ความจำดี จึงทำให้เวลาทำงานแต่ละชิ้นจะสำเร็จ 99% ไม่ว่าจะตอนทำงานประจำ หรืองานอิสระในปัจจุบัน (ญาติพี่น้องเขาพูดเสมอว่าหัวดีแต่เอาตัวไม่รอด)
นิสัย : อ่อนน้อม สุภาพ กับทุกคนเป็นไปโดยธรรมชาติไม่เสแสร้ง ใครเห็นก็ประทับใจในความสุภาพ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเป็นนิจ ชอบบริจาคของในบ้านให้คนด้อยกว่า หรือโรงเรียน ทั้งๆที่ในบ้านก็ใช้อยู่แต่อาจจะไม่ได้จำเป็นมาก เช่น เก้าอี้พักคอยที่แถวยาว จนบางครั้งดูหน้าใหญ่เกินไป
ไม่ใช่คนประหยัดมัธยัสถ์ ถ้ามีเงินก็จะซื้อของเกินจำเป็นแต่ก็มาใช้ในบ้าน
อดีตมีชีวิตที่ยากจน แต่เรียนดี ต่อมาครอบครัวเขาโชคดีขึ้นมามีที่ดินทำกินหลายไร่จึงดีขึ้น และเมื่อเรียนจบมีหน้าที่การงาน เงินเดือน เจริญก้าวหน้า แต่ด้วยความทิฐิกับเจ้าของในวันหนึ่งก็เลยลาออกมาทำธุรกิจหวังให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น โดยเอาที่ดินของครอบครัวมาจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้ แต่ธุรกิจล้มก่อนจะเดินได้ หนี้สินจึงตกเป็นของพี่น้องทุกคน 2 ล้านบาทต้องช่วยกันผ่อน แต่ตัวเขาไม่มีเคยมีเงินช่วยผ่อนเพราะต้องหาเลี้ยงชีพ ต่อจากนั้นทราบว่าก็ดีบ้างไม่ดีบ้างมีกู้ยืมเพื่อนฝูง และคนรู้จักเรื่อยมาตลอดค่ะ จนมาพบกันและใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ก็เป็นอย่างนั้นค่ะ
การงาน การเงินของสามีระยะหลังนี้หนักกว่าเคย ค่าใช้จ่ายในบ้านกลับมากขึ้นและไม่คาดคิด เช่น รถเสียซ่อมรถ รถชนต้องซ่อม
สามีมีความศรัทธาในธรรมบ้าง แต่ไม่มากถึงขั้นเจริญวิปัสสนาค่ะ สวดมนต์ก็น้อยเพราะมักจะนั่งคิดอยู่เงียบๆ คนเดียวจนกว่าจะหลับไปทุกคืน เป็นคนหนักแน่นมั่นใจในความดีของตัวเองสูงและจะพูดแต่ว่าชีวิตผ่านอะไรมามากยากจนก็เคย หน้าที่การงานรุ่งก็เคย และกลับมาตกก็เคย จึงคิดว่าจะมีวันที่กลับมาดีขึ้น สำหรับความเชื่ออื่นๆ หลังจากที่ญาติพี่น้องให้บูชาพระพิฆเนศ เขาก็ทำอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ไม่ได้สม่ำเสมอ สำหรับตัวดิฉันเองที่ผ่านมาไปฟังเทศและเจริญวิปัสนาบ้างแต่เมื่อมีความรู้จากในลานธรรมแห่งนี้แล้วคงต้องหมั่นทำบ่อยๆ ค่ะ
:b42: สอบถามผู้รู้วิถีแห่งกรรมด้วยค่ะ ว่ามีเหตุปัจจัยจากอะไรบ้างคะเพราะมันขัดแย้งกันอยู่
และจะมีวิธีแก้อย่างไรคะ การงานเขาถึงจะดีขึ้น

ขอบคุณมากค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย เว็บมาสเตอร์ เมื่อ 15 ส.ค. 2010, 16:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 10:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2010, 17:31
โพสต์: 24

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรรมมาตัดรอนครับในช่วงที่ประสบความสำเร็จทำให้ไม่มีเงินเก็บ ในอดีตกาลมีบุตรเศรษฐีมีเงินมากใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่เก็บรักษาเงินที่ได้มาจนทำให้เงินหมดสุดท้ายไปขโมยโดนจับได้ถูกประหารชีวิตแต่มีหญิงโสเภณีคนหนึ่งที่บุตรของเศรษฐีเคยใช้บริการนึกถึงบุญคุณก็เลยเอาอาหารมาให้กินก่อนจะตายบุตรของเศรษฐีได้มองเห็นพระสารีบุตรจึงคิดว่าข้าวเรากินไปก็ตายตั้งแต่เราเกิดมายังไม่ได้บุญทำบุญที่จริงจังเลยทำให้ตัวเรามีสภาพแบบนี้จึงให้ทหารนำอาหารไปถวายพระเถระ จึงอธิษฐานว่า สาธุขอให้ชาติหน้าอย่าได้เกิดมาเป็นแบบนี้เลยมีโอกาสจะทำบุญให้มากๆขอฝากท่านว่าทำอะไรให้จริงจังนะครับ สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากินครับ ควรแสวงหาประโยชน์ทั้ง ๒ โลกๆนี้โลกหน้า รู้จักเก็บรักษาทรัพย์ที่หามาได้ ใช้จ่ายอย่างพอเพียง คบกัลยาณมิตร เสมอต้นเสมอปลาย ในโลกมนุษย์เต็มไปด้วยอุปสรรค์และปัญหาแต่พุทธองค์ทรมานตนเองถึง ๖ ปีก่อนที่จะประสบความสำเร็จได้ด้วยการใช้ปัญญาเหนือการใช้ทิฐิความเห็นของตนเองเป็นใหญ่
เมื่อคุณยังไม่แกร่งพอ อย่าเดินไปจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
สู้ต่อไปครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 10:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 04:03
โพสต์: 5

แนวปฏิบัติ: ยุบหนอ
ชื่อเล่น: snowwhite
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากนะคะ รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเลยค่ะ :b46:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 10:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนที่เราเคยเจอปัญหาแบบคุณน่ะค่ะ เราอ่านเจอในหนังสือธรรมะของคุณแม่
หลวงพ่อท่านบอกว่า ถ้าใครรู้สึกทำอะไรก็ติดขัด
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ท่านบอกว่า

ทุกๆเช้าให้ตักบาตร กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ติดต่อกัน7วัน
แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง จะค่อยๆดีขึ้น เราเคยทำมาแล้วค่ะ

คือมีความรู้สึก เหมือนอะไรมารัดเราจนแน่น
พอตักบาตรสวดอุทิศผลบุญ ให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว
เหมือนเชือกทีมารัดเรา จะค่อยๆคลายออกน่ะค่ะ
ลองทำดูน่ะค่ะ ถ้าเจอสุนัขข้างทาง หรือคนที่เค้าอด
ก็ให้เค้าทานบ้าง เราจะได้ไม่ลำบากเรื่องหากินค่ะ
เป็นกำลังให้น่ะค่ะ :b1: :b41: :b55: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 11:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 04:03
โพสต์: 5

แนวปฏิบัติ: ยุบหนอ
ชื่อเล่น: snowwhite
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณอีกหนึ่งกำลังใจ และคำแนะนำมากนะคะ
:b1: รู้สึกว่ามีสิ่งที่ให้ยึดปฏิบัติอีกสิ่งหนึ่งแล้วค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 12:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2009, 23:20
โพสต์: 70

ชื่อเล่น: pmam
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นกำลังใจให้นะ..สู้ๆๆ..หมั่นทำบุญใว้นะคะ.. :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 13:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2010, 11:06
โพสต์: 141

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตของแต่ละคน ย่อมมีขึ้นและลงเสมอครับ
เมื่อตกลงมา ก็ต้องใช้ชีวิตให้พอเพียงกับรายได้ที่มีน้อยนิด

และเมื่อถึงเวลาที่กลับไปดีดังเดิม ก็ต้องอย่าลืมเก็บเงินเก็บทองไว้บ้าง เพื่อเผื่อไว้ในช่วงที่เราจะตกลงมาอีกครั้ง

ผมเองก็มีจังหวะขึ้นและลงหลายครั้ง ก็ถือคติใช้ชีวิตให้พอเพียง อะไรที่ไม่จำเป็น ขาดไปบ้างก็ไม่ทำให้เรามีปัญหา ยามมีมา ก็ทำบุญทำทานไว้บ้าง ที่สำคัญถือทุกครั้งที่ทำบุญทำทานอะไร ก็อย่าลืมตั้งจิตอธิษฐาน อุทิศผลบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย อย่าลืมแผ่เมตตา

ยามที่เครียดๆ ก็สวดมนต์ไหว้พระเยอะๆครับ

ขอเอาใจช่วยครับ

cool tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 14:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 16:34
โพสต์: 1050

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าคิดว่าเป็นเคราะห์ เป็นกรรมนะ เรื่องแบบนี้ ใครๆ เขาก็มีปัญหากันทั้งนั้น
ถ้าชีวิตการงาน..การเงิน มันตก...ก็ปล่อยมันไปตามเรื่อง มันไม่พอใช้เพราะรายจ่าย มากกว่ารายรับ
หนี้สิน ก็พ่วง ตามมา หากไม่มีดอกเบี้ย..ร้อยละ..??? ก็คงพอผัดผ่อนไปได้
...อะไรจะตก ขอให้มันตกไป แต่อย่าปล่อยให้ จิต มันตกตามไปก็แล้วกัน
ทุกอย่างเป็นเรื่องของเหตุ ปัจจัย ที่ผ่านมา เราอาจประมาทในการใช้จ่ายไปหน่อย..ถ้าเก็บหอม รอมริบตั้งแต่วันนั้น วันนี้ก็คงพอมีเหลือ
....แต่อย่างไร ก็ดี เราเป็นคนดีอย่างเดียวไม่พอ...ถ้าคิด..คนดีนั้นตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ มัวแต่รอผลของบุญเก่านะครับ...ถ้ามันส่งผลช้าจะลำบาก
...ต้องดีแบบปล่อยวาง...ไม่ยึดมั่น ถือมั่น..อยู่แบบสันโดษ ยินดีตามมีตามได้ ตามกำลังของเรา ที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง..อย่างบริสุทธิ์ แบบไม่คดโกงใคร ถึงจะได้น้อยหน่อยก็พอใจ เพราะมันคือหยาดเหงื่อของเรา ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ถึง จะยังไม่รวย ไม่มีเงินล้นมือ ก็ทำใจเป็นกลางๆ ไม่ทุกข์ ไม่เครียด..ปล่อยๆ มันไป อย่าไปคิดมาก..ชีวิตต้องดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด
...สภาพจิตใจ ยังดี..ร่างกาย แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ข้างในก็ดี ข้างนอกก็ดี แค่นี้ก็น่าจะพอใจ
ต่อไป คงต้องใช้ชีวิตอย่าง
[b]ไม่ประมาท[/b] ปฏิบัติธรรมแต่วันนี้ เพื่อความสงบในภายหน้า
ขอให้กำลังใจ
เจริญในธรรม :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 15:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


เพราะเหตุที่ บัดนี้ พวกเราอยู่ในยุคศีลเสื่อม ดังนั้น เราท่าน จะเห็นได้ว่า ความเดือดร้อน ตลอดจนภัยทุกรูปแบบก็เกิดขึ้นหลายๆแห่ง ผู้คนแม้หมู่สัตว์ก็ต้องเดือดร้อน ข้าวยาก หมากแพง ผู้คนรอบตัวหันไปทำทุจริตกรรมมากขึ้น ธุรกิจการงานไม่เจริญ ขัดข้องไปหมด เพราะบทที่ว่า "สีเลน สุคติง ยันติ...สีเสน โภคสัมปทา.." เป็นต้น หากผู้ที่เคยฟังธรรม ย่อมไม่แปลกใจ
พึงเห็นว่าสมบัติทั้งหลายในโลกนี้ ก็เกิดขึ้น เป็นไปตามอำนาจศีลของคนหมู่ใหญ่ .... นี่เป็นวิบาก ของคนหมู่มาก วิบากของส่วนรวม..เราๆท่านๆเอง ก็ย่อมได้รับผลเหล่านี้ จะมากจะน้อยก็เกี่ยวกับศีลของแต่ละคนนั่นแหละเป็นปัจจัย
หากปัจจัยภานนอกนั้นเสียหายไปมากก็จริง แต่เหตุคือธรรมภายใน อันได้แก่ศีล ของบุคคลใด เจริญแล้ว กระทำไว้ให้ยิ่งเนืองๆแล้ว..ก็เป็นอันพึงหวังได้ว่า แม้วิบากของส่วนรวม จะเป็นไปกับวิบากที่ไม่ดี แต่ทว่าในกลุ่มชนผู้มีศีล ย่อมไม่เดือดร้อนมากมายเช่นนั้น หรือแทบไม่เดือดร้อนเลยก็ว่าได้
ดังนั้น ปัญหาของท่านผู้ถามนั้น อาศัยทั้งเหตุและปัจจัยมาพร้อมเพรียงกันพอดี อาศัยเหตุใกล้และเหตุไกลด้วย..ดังนั้น ผลก็ปรากฏฟ้องเหตุแล้วอย่างนี้
การจะแก้ไขเศรษฐกิจให้ดี ก็ไม่ใช่ฐานะของเราคนใดคนหนึ่ง ....ดังนั้น น้ำมันแพง ข้าวแพง ของแพง ใครๆก็แก้ไขไม่ได้...ทีนี้แก้ปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่เหตุภายในเรายังมีโอกาสแก้ไขได้ ดังนั้น หากเหตุเปลี่ยนไป ผลที่เคยมีเคยเป็นก็ย่อมเปลี่ยนไป.... เป็นธรรมดา
การที่สามีและท่านผู้ถามขึงเครียด หวาดกลัว วิตกทุกข์ร้อนอย่างนี้ จิตใจย่อมเป็นไปกับบาปโทสะเป็นอันมาก ..นี่เรียกว่า เหตุภายในเสียเข้าไปอีกแล้ว...ผลต่อๆไป จะดีได้เพราะเหตุเสียนั้น ไม่ใช่เหตุผลเลย
ก่อนอื่นต้องยอมรับ ความเป็นไปของผลแห่งกรรมของชนหมู่มากเสียก่อน เพื่อลดอาการต่อสู้ อาการที่จิตใจไม่ยอมรับลงไป... ความเร่าร้อนก็จะพลอยระงับลงไปได้บ้าง
หันมาทบทวน จัดการ พิจารณาแก้ไขในสิ่งที่อยู่ในวิสัยของตนให้ดี..


ให้สำรวจศีลปัจจุบันของท่านผู้ถามและสามีดู ตรวจดูทุกแง่ทุกมุม ว่า ยังมีอะไรที่เป็นการปกปิด มีการประพฤติผิดศีลอยู่หรือไม่?...
ระบบการทำงาน เป็นไปตามกฏหมายเรียบร้อยทุกประการไหม?
อาชีพที่ทำ มีอะไรที่ผิดกฏ หรือการซ่อนเร้นอยู่ไหม?
เรื่องนี้ ต้องจริงใจกับตนเอง จริงใจกับศีลของตนเองอย่างยิ่ง... เพราะการปกปิดนั้นคนอื่นอาจจะไม่รู้ ทางการอาจจะไม่รู้ แต่เราผู้กระทำนั้น รู้...
การเบียดเบียนผู้อื่นมีอยู่ไหม?.. แม้ว่าจะเป็นไปโดยที่ใครๆเขาอ้างว่า "ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น" ซึ่งเรื่องอย่างนี้ อย่าปรารภสังคมเป็นที่ตั้ง เราสมควรจะต้องปรารภธรรมเป็นหลัก ...อะไรผิดอะไรถูกต้อง ...ต้องชัดเจน ไม่เกี่ยวกับความถูกใจแม้แต่อย่างใด
มิฉะนั้น ในยามที่วิบากส่วนรวมเสีย เราก็มีแต้มสูงมากที่สุดที่จะพลอยพ่วงกับเขาไปด้วย เพราะเหตุปัจจุบันที่เสีย ย่อมอุปการะผลเสียมาสู่เราโดยง่ายทีเดียว
เรื่องอย่างนี้ แม้จะรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ในยามที่จะละ... กิเลสก็มักจะอ้างเหตุผลร้อยแปด จนกระทั่งไม่อาจจะละเว้นได้..การประพฤติผิดธรรมก็เกิดได้เสมอๆในที่ทั่วๆไป

ส่วนที่แก้ได้เร็วที่สุดก็ได้แก่ จิตใจ ..แต่ก็แก้ยาก แก้ไม่ได้ก็ยากที่สุดเลย
หากแก้ไขจิตใจได้ ก็จะมีสายตาดีขึ้น มองเห็นรอยรั่วได้ชัดเจน มองเห็นผู้จะช่วยเหลือตนเองได้ มองเห็นวิธีการพัฒนาจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง
หมั่นเจริญกุศลให้มาก โดยเฉพาะ ทาน และศีล ขาดไม่ได้เลย ...เพราะความสำเร็จนั้น ไม่ได้อาศัยเก่งและขยันอย่างเดียว ต้องอาศัยบุญในกาลก่อน และบุญในปัจจุบันด้วย..ดังนั้นการปล่อยใจให้เกิดโทสะมาก ชื่อว่า เป็นการทำลายโอกาสของตนเองโดยส่วนเดียว

ขอให้พ้นวิกฤติโดยไวครับ... :b46: :b46: :b46:


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 15 ส.ค. 2010, 16:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 18:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 04:03
โพสต์: 5

แนวปฏิบัติ: ยุบหนอ
ชื่อเล่น: snowwhite
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะทุกท่าน :b8: สำหรับคำแนะนำ
ซาบซึ้งใจมากที่ได้พบกัลยาณมิตร ช่วยชี้ทางสว่างให้ค่ะ :b44:

เป็นจริงดังที่ว่า ที่ผ่านมาใจมีโทสะบ่อยที่เงินไม่พอใช้ มีขึงเครียด และต่อว่าสามี
เพราะนึกแต่ว่าเบียดเบียนคุณแม่ของเราอยู่ เป็นความสัจจริงเมื่อก่อนดิฉันได้ให้เงินเดือนและโบนัสแก่ท่านบ้างแต่ตอนนี้ไม่ได้ให้เลยแถมยังขอเงินจากท่านมาใช้ (ท่านเองก็ลำบากอยู่แต่ด้วยอาชีพค้าขายจึงมีรายได้บ้าง)
โชคดีที่ว่ามีใจฝักใฝ่ธรรมะอยู่ตลอด แต่ด้วยความที่กิเลสมันเข้ามาก็เลยทำให้เกิดโทสะ โมหะบ่อยครั้ง
ปล่อยวางไม่ได้สักที
ตอนนี้รู้สึกเหมือนตอนไม่สบายไปหาหมอ ได้ยาทา และยากินมาแล้ว ที่เหลือต้องเอาชนะกิเลสของตัวเองพยายามทายาและกินยาสม่ำเสมอจะได้หาย

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 19:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คนเราเกิดมา ยากดีมีจนแตกต่างกัน
ข้อนั้นเพราะเหตุใด ก็เพราะบุญ

บุญมีหลายแบบ
บุญแบบที่จะช่วยไม่ให้อัตคัตขัดสน ก็เป็นส่วนของบุญที่เกิดจากทาน
หมายความว่า อ่อนเรื่องทาน

บุญนี่แปลกประหลาด
ยิ่งให้ยิ่งมี ยิ่งหวงยิ่งหมด

การมาเกิดเป็นคนก็เพราะกรรม
ในชีวิตของเรา ส่วนที่เป็นปัญหาอุปสรรคนั้น ก็เป้นการเกิดมาใช้กรรมในส่วนที่เป้นบาป
ส่วนความสุขสบายในชีวิต ก้เป้นกรรมในส่วนที่เป้นบุญ ที่ช่วยให้เราสบาย

อย่างเรา ขับรถชนเสียหายขึ้นมา
ถ้าเราเป็นคนจน มันจะเป็นปัญหาที่ยากลำบาก
แต่ถ้าเราเป็นคนรวย ปัญหานี้ก็จิีบจ๊อย
นี่เรียกว่า ปัญหาเดียวกันแท้ๆ คนรวยไม่เดือดร้อน แต่คนจนเดือดร้อน
นี่ก็เพราะบุญ มันไม่เท่ากัน

ความรวยไม่ใช่ตัวบุญ แต่เป็นผลของบุญ ที่เขาเคยทำทานมามาก

บุญเก่านี่ต้องพูดให้ชัดๆ
ลูกเศรษฐีเกิดใหม่นี่ เขายังไม่ทันได้ทำอาชีพอะไรเลย เกิดมาบนกองเงินกองทอง
นี่เราจะอธิบายว่าบุญเก่าไม่มีได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะบุญเก่ามีจริง
ถ้าบุญเก่าไม่มีจริง มนุสทุกคนต้องเกิดมาเท่ากัน

สามีคูณอาจเคยทำทานในส่วนที่ส่งเสริมให้เกิดมามีความรู้ดี
แต่ขาดทานในส่วนที่เป็นโภคทรัพย์ทั้งหลาย
จึงเป็นคนฉลาดที่ตกยาก

แต่เชื่อผมเถอะ ความทุกข์ก็ไม่เที่ยง แล้วมันจะผ่านไป

ถ้าคุณต้องการอำนาจพิเศษมาช่วยเหลือ
ผมจะบอกอย่างนี้ คุณเคยเห็นหมาไหม
หมาสองประเภท
ประเภทแรกไม่น่ารักเลย ก้าวราว สกปรก
ประเภทที่สองน่ารัก ผ่องใสเบิกบาน น่าเอ็นดู

คุณอยากเลี้ยงหมาแบบไหน
แน่นอน คุณก้อยากแต่จะเลี้ยงหมาตัวที่น่ารัก อยากให้ขนมมันกิน
อยากให้อะไรดีๆกับมัน

เทวดา ก็ทำนองนี้
เขาจะช่วยแต่คนที่น่ารัก ต้องมีศีล มีธรรม ไม่พูดหยาบคาย ไม่ก้าวราว ไม่เอะอะมะเทิ่ง
เทวดาชอบความสงบ ภายในบ้านควรจะสงบ เทวดาชอบไหว้พระ
เรียกว่า เทวดาชอบคนเรียบร้อยน่ารัก ทั้งในที่ลับที่แจ้ง เทวดาเขาเห็นหมดนะ
ถ้าเขาชอบคุณแล้ว เขาก็จะช่วยคุณ หาขนมมาให้กิน อวยพรให้ อะไรทำนองนี้
เทวดาไม่ได้มีองค์เดียวนะ บอกความลับเอาไว้
จงเป็นผู้บริสุทธิ์ในศีลในธรรม เทวดาจะช่วยเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 22:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2010, 04:03
โพสต์: 5

แนวปฏิบัติ: ยุบหนอ
ชื่อเล่น: snowwhite
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากค่ะอีกหนึ่งคำแนะนำ
มานึกตรองดูก็เป็นจริงหลายสิ่งดังที่ผู้แนะนำทุกท่านว่ามาค่ะ
เมื่อก่อนก็แค่บ่นน้อยใจสามีให้เราใช้หนี้สินคนเดียวไม่เห็นมีเงินมาช่วยเราบ้างเลย
แต่ระยะหลังนี้เสียงดังกว่าเดิม เพราะคิดมากต่างๆ นา ๆ ก็ยิ่งมีแต่แย่ลงหนักกว่าเดิม

การได้รับรู้เหตุที่มาที่ไปมากขึ้น รู้สึกหายอึดอัดนะคะ มีความเข้าใจอะไรต่ออะไรมากขึ้น
และมีกำลังใจที่จะพยายามแก้ไขค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ส.ค. 2010, 01:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2010, 03:11
โพสต์: 27

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:

เทวดา ก็ทำนองนี้
เขาจะช่วยแต่คนที่น่ารัก ต้องมีศีล มีธรรม ไม่พูดหยาบคาย ไม่ก้าวราว ไม่เอะอะมะเทิ่ง
เทวดาชอบความสงบ ภายในบ้านควรจะสงบ เทวดาชอบไหว้พระ
เรียกว่า เทวดาชอบคนเรียบร้อยน่ารัก ทั้งในที่ลับที่แจ้ง เทวดาเขาเห็นหมดนะ
ถ้าเขาชอบคุณแล้ว เขาก็จะช่วยคุณ หาขนมมาให้กิน อวยพรให้ อะไรทำนองนี้
เทวดาไม่ได้มีองค์เดียวนะ บอกความลับเอาไว้
จงเป็นผู้บริสุทธิ์ในศีลในธรรม เทวดาจะช่วยเอง




ผมช่วยเหลือคนอื่น ผมไม่เคยไปสำรวจดูเลยว่า คนๆนั้นเป็นคนดีคนเลว พูดหยาบคาย ก้าวร้าว มีศีล หรือไม่มีศีล


แสดงว่าผมประเสริฐกว่าเทวดาใช่ไหมครับ



โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ส.ค. 2010, 01:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2010, 03:11
โพสต์: 27

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณจขกทถามว่า สาเหตุเกิดมาจากอะไร

คือผมไม่รู้รายละเอียดที่คุณเล่ามานะครับ แต่ผมบอกได้เลยว่า ปัญหาของคุณ ปัญหาต่างๆในประเทศไทย รวมถึงปัญหาแทบจะทุกปัญหาของประชาชนแต่ละคนนั้น ล้วนแล้วเกิดมาจากการที่ประเทศเราไม่มีประชาธิปไตยครับ


ถ้าประเทศเรามีประชาธิปไตยเหมือนกับประเทศอื่นๆที่เขามี ปัญหาที่คุณพบอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้


แต่มันน่าเสียดายที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักประชาธิปไตย ว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง
และที่สำคัญคือ คนไทยส่วนใหญ่เป้นผู้ทำลายประชาธิปไตยด้วยมือของตนเอง


ถ้าจะแก้ปัญหาทั้งประะเทศ เราต้องแก้ด้วยการทำให้ประเทศนี้มีประชาธิปไตยครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 16:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2010, 11:15
โพสต์: 46

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


11:11 เขียน:
คุณจขกทถามว่า สาเหตุเกิดมาจากอะไร

คือผมไม่รู้รายละเอียดที่คุณเล่ามานะครับ แต่ผมบอกได้เลยว่า ปัญหาของคุณ ปัญหาต่างๆในประเทศไทย รวมถึงปัญหาแทบจะทุกปัญหาของประชาชนแต่ละคนนั้น ล้วนแล้วเกิดมาจากการที่ประเทศเราไม่มีประชาธิปไตยครับ


ถ้าประเทศเรามีประชาธิปไตยเหมือนกับประเทศอื่นๆที่เขามี ปัญหาที่คุณพบอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้


แต่มันน่าเสียดายที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักประชาธิปไตย ว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง
และที่สำคัญคือ คนไทยส่วนใหญ่เป้นผู้ทำลายประชาธิปไตยด้วยมือของตนเอง


ถ้าจะแก้ปัญหาทั้งประะเทศ เราต้องแก้ด้วยการทำให้ประเทศนี้มีประชาธิปไตยครับ


ไม่ทราบว่าเกี่ยวอะไรกับประชาธิปไตยเหรอค่ะคุณ11:11


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร