วันเวลาปัจจุบัน 10 ก.ย. 2026, 20:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2026, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5615


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำอาหารเอาไปถวายพระสงฆ์ที่วัด คือการทำบุญที่ชาวพุทธนิยมกันตั้งแต่สมัยโบราณ คำถามมีว่าการทำบุญเช่นนี้เริ่มที่ไหนตอนไหน จบตอนไหนที่ไหน ถ้าตอบว่าเริ่มต้นตอนที่ทำการถวาย และจบตอนถวายเสร็จก็สอบตก นักธรรมจัดว่ายังไม่ผ่าน ที่จริงการทำบุญควรจะเริ่มตั้งแต่เช้าตอนเข้าห้องครัว ต้องมีกุศลธรรมโดยเฉพาะสติคุ้มครองจิตตลอดเวลา ต้องฉลาดในเรื่องเวลา บริหารเวลาเป็น ประมาณเวลาให้ดี

ถ้าหากว่าประมาณเวลาไม่ถูก ตอนท้าย ดูนาฬิกา “ตายแล้ว” รีบ ๆ กลัวจะไม่ทัน อย่างนี้เครียดแน่ ใจเครียด บุญเกิดน้อย ดุสามี ดุลูก ใจเศร้าหมองเพราะทำบุญ ถ้าขาดความฉลาด ทำบุญแต่เช้า ก็วุ่นบุญแต่เช้า วุ่นกับตัวบุญมากก็รำคาญ ขับรถไปวัดหน้าบึ้งแบบ “อหัง ทุกขิโต โหมิ” รถบางคัน เปิดเทปธรรมะเบา ๆ นั่งไปไม่นาน ไม่กี่นาทีพ่อบ้านแม่บ้านทะเลาะเบาะแว้งกัน ทับเสียงพระไปเลย ผู้โดยสารบางรายหมดแรงหลับไปเลย

พอถึงวัดก็ยังมีหลุมพรางคอยอยู่ อย่างเช่น ถวายอาหารแล้วนั่งจ้องมองว่าท่านตักของที่เราทำหรือเปล่า นี่คือตกหลุมแล้ว ไม่รู้ตัว ระวัง พอไปเอาหม้อของตัวเองไปเก็บ ถ้ายังเหลือเยอะก็น้อยใจ แหม ท่านตักนิดเดียว อุตส่าห์ตื่นแต่เช้า เสียใจเสียดาย ตัวบุญมันก็เฉาไปเลย ไม่รู้จักบุญ ไม่รู้จักปกป้องบุญ ไม่รู้จักรักษา ขาดปัญญาในการทำบุญ ถ้าจิตใจยังไม่เสียศูนย์พอ บางคนนั่งทานข้าวนินทาคนนั้นคนนี้ ถ้าคุยการเมืองยิ่งไปกันใหญ่ เรียกว่าไปวัดแต่ไปไม่ถึงวัด

พระอาจารย์ชยสาโร






ทุกครั้งที่เราทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร
ด้วยจิตขาดสติ มันก็ทิ้งร่องรอยอยู่ในใจ
พอเราจะกำหนดรู้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
จิตใจก็เลยไม่มีคุณภาพพอ ไม่มีความ
เข้มแข็งพอ เพราะเต็มไปด้วยของเก่า
มีอะไรคั่งค้างอยู่ในจิตเยอะแยะ
ถ้าในการทำสมาธิภาวนา เรามีโอกาสได้รู้
ถึงจิตใจของตนว่าอยู่ในสภาพอย่างไร
อยู่ในสภาพที่ใช้ได้หรือยัง สภาพที่ใช้ได้
เป็นอย่างไร ก็คือสภาพเป็นอิสระ
ไม่เป็นอิสระเป็นอย่างไร ก็คือจิตใจวิ่งตาม
สิ่งที่มากระทบตลอดเวลา ยกตัวอย่างง่าย ๆ
เขาสรรเสริญก็ดีใจ นินทาเราก็เสียใจ
เป็นอัตโนมัติ ถ้าเราไม่ปฏิบัติธรรมแล้ว
เราจะพ้นจากสัญชาตญาน พ้นจากระดับ
ตอบสนองตามโดยอัตโนมัติ ตามความเคยชิน
ได้ยากมาก แทบจะไม่มีทาง ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร






“ทำใจเราให้มีความสุข”

ความสงบนี้ถ้าเรารู้จักทำมันขึ้นมาแล้ว เราสามารถทำมันได้ทุกครั้งทุกเวลาที่เราต้องการ ทุกเวลา เวลาไหนที่เราขาดความสุข แทนที่เราจะไปหาความสุขด้วยการทำตามความอยากต่างๆ เราก็มาทำใจให้สงบกัน

นี่แหละคือเหตุที่ทำไมชาวพุทธเราจึงต้องมาปฏิบัติธรรมกัน มาถือศีล ๘ มานั่งสมาธิกัน เพื่อทำใจให้เรามีความสุขนั่นเอง ทำใจของเราให้สงบ เพราะถ้าใจของเราสงบแล้ว เราจะไม่ต้องไปหาสิ่งต่างๆ ไม่ต้องหาเงินหาทองเพื่อที่จะได้ไปซื้อสิ่งนั้นสิ่งนี้มาให้ความสุข เพราะความสุขที่ได้จากการทำใจให้สงบนี้ไม่ต้องเสียเงินทองกัน

เพียงแต่นั่งเฉยๆ นั่งหลับตา มีสติคอยควบคุมความคิด ให้หยุดคิด เท่านั้นเอง เช่น ให้นั่งหลับตาแล้วก็บริกรรมพุทโธ พุทโธ พุทโธไป หรือถ้ายังบริกรรม พุทโธไม่ได้ ก็นั่งหลับตาสวดมนต์ไปภายในใจก่อนก็ได้ สวดอิติปิโสไปหลายๆ รอบ สวดไปจนกระทั่งรู้สึกว่าใจนิ่ง ใจเย็น ใจสบาย ใจไม่คิดอะไร แล้วก็มานั่งดูลมต่อก็ได้ หันมาดูลมต่อ ดูลมเข้าดูลมออก อย่าให้ใจไปคิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ ให้คิดอยู่กับเรื่องลมอย่างเดียว ให้รู้อยู่กับเรื่องลมเพียงอย่างเดียว เดี๋ยวใจก็จะนิ่งสงบ

พอนิ่งสงบแล้วก็จะเกิดความสุขขึ้นมา เป็นความสุขที่เหนือกว่าความสุขที่เราจะได้จากการไปทำตามความอยากต่างๆ เป็นความสุขที่มีน้ำหนักมากกว่า มีความเย็น มีความสบายมากกว่าดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง” รสแห่งธรรมก็คือ รสของความสงบนี่เอง ถ้าเราได้เข้าถึงรสแห่งธรรมแล้ว เราก็จะละการแสวงหารสจากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะได้ เราก็จะตัดความอยากในกามได้ ตัดความอยากมีอยากเป็นได้ เป็นใหญ่เป็นโตขนาดไหน ก็สู้ความสุขที่ได้จากความสงบไม่ได้ .

ธรรมะหน้ากุฎิ
วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๔

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี






ทุกครั้งที่เราทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร
ด้วยจิตขาดสติ มันก็ทิ้งร่องรอยอยู่ในใจ
พอเราจะกำหนดรู้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
จิตใจก็เลยไม่มีคุณภาพพอ ไม่มีความ
เข้มแข็งพอ เพราะเต็มไปด้วยของเก่า
มีอะไรคั่งค้างอยู่ในจิตเยอะแยะ
ถ้าในการทำสมาธิภาวนา เรามีโอกาสได้รู้
ถึงจิตใจของตนว่าอยู่ในสภาพอย่างไร
อยู่ในสภาพที่ใช้ได้หรือยัง สภาพที่ใช้ได้
เป็นอย่างไร ก็คือสภาพเป็นอิสระ
ไม่เป็นอิสระเป็นอย่างไร ก็คือจิตใจวิ่งตาม
สิ่งที่มากระทบตลอดเวลา ยกตัวอย่างง่าย ๆ
เขาสรรเสริญก็ดีใจ นินทาเราก็เสียใจ
เป็นอัตโนมัติ ถ้าเราไม่ปฏิบัติธรรมแล้ว
เราจะพ้นจากสัญชาตญาน พ้นจากระดับ
ตอบสนองตามโดยอัตโนมัติ ตามความเคยชิน
ได้ยากมาก แทบจะไม่มีทาง ...
...
สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 60 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร