วันเวลาปัจจุบัน 13 ธ.ค. 2019, 15:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 24 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 16:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พ่อของเพื่อนสนิทเรา ท่านได้เสียไป วันงานศพเพื่อนมันให้เราขึ้นไปดูศพพ่อของมันก่อนที่สัปเหร่อจะเอาเข้าโรแล้วก็รดน้ำศพ

ตอนที่เรารดน้ำศพเราบอกกับพ่อเพื่ออนว่า "ไม่ต้องห่วงไอโมนะคะ (โมชื่อเพื่อนเรา) เดี๋ยวหนูจะจัดการมันเอง" คำว่า จัดการมันเอง หมายถึงว่า เราจะคอยตักเตือนมัน คอยช่วยเหลือมัน

พอมาถึงปัจจุบันนี้เรารู้สึกว่าเราทำหน้าที่เพื่อนไม่ดีพอ เราไม่ค่อยได้ตักเตือนมันเท่าไหร่ คือมันชอบขี้เกียจไปเรียนอ่ะค่ะ แล้วเราก็ไม่ค่อยได้เจอมันด้วย

ถ้าเราไม่ได้ทำตามที่เราพูด เหมือนเราผิดคำสัญญามั้ยคะ (แต่ตอนที่เราบอกกับพ่อมัน เราไม่ได้บอกว่าสัญญานะ แค่บอกว่า จจัดการมันเองแค่นั้น)

รู้สึกเครียดนึดนึงค่ะ อยากถามค่ะว่าที่เราพูดไปใช่คำสัญญาหรือเปล่าแล้วมันจะเป็นอะไรถ้าเราไม่ได้ทำตามในสิ่งที่เราพูดอ่ะค่ะ

ทุกข์มากค่ะ :b2: :b2: :b2: :b2:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 17:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรมข้อนี้ช่วยได้ค่ะ :b39:

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา...

ส่วนวิธีปฏิบัติ..ก็ปฏิบัติตรงต้นเหตุนั่นแหละค่ะ..เป็นทุกข์เพราะคำพูดของตน..ที่รับปากกับศพของพ่อเพื่อน..(ถึงแม้จะไม่ได้สัญญา) แต่บัณทิตเมื่อพูดอย่างไรต้องทำอย่างนั้น..จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ภายหลังเพราะคำพูดของตน..

จ.ข.ก.ท ก็เริ่มลงมือกระทำให้เหตุนั้น..หลุดพ้นจากความทุกข์โดยการ...แนะนำเพื่อนในทางที่ดี..ส่งเสริมเขาในทางที่ถูก..ตักเตือนเขาในทางที่ผิด.เหมือนที่รับปากศพพ่อเพื่อนไว้.ด้วยการบอกไปตามความจริงเลยว่า..เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเทอ..เพราะเรารักปากกับพ่อเทอไว้แล้ว..
ว่าจะจัดการเทอ..(หมายถึงดูแลเรื่องการเรียนใช่ไหม)ถ้าเช่นนั้น ก็จงช่วยเหลือ..แนะนำ..ในฐานะเพื่อนที่ดีเท่าที่เราสามารถทำได้.แต่ถ้าเขาไม่ต้องการความหวังดีของเราหรือสิ่งที่เราทำ..เป็นเหตุให้เขารำคาญหรือหงุดหงิดใจ.(หรือเขาบอกไม่ต้องยุ่งเรื่องของเขา)..จขกท ก็จะต้องปล่อยวางในเรื่องของเพื่อนและคำพูดที่รับปากพ่อเพื่อนไว้ :b1: ..ถ้า จขกท ทำดีที่สุดเท่าที่ตนทำได้แล้ว..
เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ :b17:
ปล.ลองงัดเอา คุณธรรมในเรื่องพรหมวิหารมาใช้ดูเจ้าค่ะ..จะต้องผ่านไปได้ด้วยดี..และหลุดพ้นจากเหตุที่ทำให้เป็นทุกข์ได้แน่นอน rolleyes


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 17:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
ธรรมข้อนี้ช่วยได้ค่ะ :b39:

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา...

ส่วนวิธีปฏิบัติ..ก็ปฏิบัติตรงต้นเหตุนั่นแหละค่ะ..เป็นทุกข์เพราะคำพูดของตน..ที่รับปากกับศพของพ่อเพื่อน..(ถึงแม้จะไม่ได้สัญญา) แต่บัณทิตเมื่อพูดอย่างไรต้องทำอย่างนั้น..จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ภายหลังเพราะคำพูดของตน..

จ.ข.ก.ท ก็เริ่มลงมือกระทำให้เหตุนั้น..หลุดพ้นจากความทุกข์โดยการ...แนะนำเพื่อนในทางที่ดี..ส่งเสริมเขาในทางที่ถูก..ตักเตือนเขาในทางที่ผิด.เหมือนที่รับปากศพพ่อเพื่อนไว้.ด้วยการบอกไปตามความจริงเลยว่า..เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเทอ..เพราะเรารักปากกับพ่อเทอไว้แล้ว..
ว่าจะจัดการเทอ..(หมายถึงดูแลเรื่องการเรียนใช่ไหม)ถ้าเช่นนั้น ก็จงช่วยเหลือ..แนะนำ..ในฐานะเพื่อนที่ดีเท่าที่เราสามารถทำได้.แต่ถ้าเขาไม่ต้องการความหวังดีของเราหรือสิ่งที่เราทำ..เป็นเหตุให้เขารำคาญหรือหงุดหงิดใจ.(หรือเขาบอกไม่ต้องยุ่งเรื่องของเขา)..จขกท ก็จะต้องปล่อยวางในเรื่องของเพื่อนและคำพูดที่รับปากพ่อเพื่อนไว้ :b1: ..ถ้า จขกท ทำดีที่สุดเท่าที่ตนทำได้แล้ว..
เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ :b17:
ปล.ลองงัดเอา คุณธรรมในเรื่องพรหมวิหารมาใช้ดูเจ้าค่ะ..จะต้องผ่านไปได้ด้วยดี..และหลุดพ้นจากเหตุที่ทำให้เป็นทุกข์ได้แน่นอน rolleyes



ตกลงเรื่องของเราที่เราพูดไปไม่ใช่คำสัญญาใช่มั้ยคะ แล้วถ้าวันนึงเราไม่ได้ทำหน้าที่นั้นหรือทำหน้าที่นั้น(ที่บอกกับพ่อเพื่อนอ่ะค่ะ) มันจะเป็นไรมั้ย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 18:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


style เขียน:
nongkong เขียน:
ธรรมข้อนี้ช่วยได้ค่ะ :b39:

เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา...

ส่วนวิธีปฏิบัติ..ก็ปฏิบัติตรงต้นเหตุนั่นแหละค่ะ..เป็นทุกข์เพราะคำพูดของตน..ที่รับปากกับศพของพ่อเพื่อน..(ถึงแม้จะไม่ได้สัญญา) แต่บัณทิตเมื่อพูดอย่างไรต้องทำอย่างนั้น..จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ภายหลังเพราะคำพูดของตน..

จ.ข.ก.ท ก็เริ่มลงมือกระทำให้เหตุนั้น..หลุดพ้นจากความทุกข์โดยการ...แนะนำเพื่อนในทางที่ดี..ส่งเสริมเขาในทางที่ถูก..ตักเตือนเขาในทางที่ผิด.เหมือนที่รับปากศพพ่อเพื่อนไว้.ด้วยการบอกไปตามความจริงเลยว่า..เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเทอ..เพราะเรารักปากกับพ่อเทอไว้แล้ว..
ว่าจะจัดการเทอ..(หมายถึงดูแลเรื่องการเรียนใช่ไหม)ถ้าเช่นนั้น ก็จงช่วยเหลือ..แนะนำ..ในฐานะเพื่อนที่ดีเท่าที่เราสามารถทำได้.แต่ถ้าเขาไม่ต้องการความหวังดีของเราหรือสิ่งที่เราทำ..เป็นเหตุให้เขารำคาญหรือหงุดหงิดใจ.(หรือเขาบอกไม่ต้องยุ่งเรื่องของเขา)..จขกท ก็จะต้องปล่อยวางในเรื่องของเพื่อนและคำพูดที่รับปากพ่อเพื่อนไว้ :b1: ..ถ้า จขกท ทำดีที่สุดเท่าที่ตนทำได้แล้ว..
เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ :b17:
ปล.ลองงัดเอา คุณธรรมในเรื่องพรหมวิหารมาใช้ดูเจ้าค่ะ..จะต้องผ่านไปได้ด้วยดี..และหลุดพ้นจากเหตุที่ทำให้เป็นทุกข์ได้แน่นอน rolleyes



ตกลงเรื่องของเราที่เราพูดไปไม่ใช่คำสัญญาใช่มั้ยคะ แล้วถ้าวันนึงเราไม่ได้ทำหน้าที่นั้นหรือทำหน้าที่นั้น(ที่บอกกับพ่อเพื่อนอ่ะค่ะ) มันจะเป็นไรมั้ย

ไม่ใช่คำสัญาผูกมัดอะไรหรอกค่ะ.เป็นแค่คำพูดที่พูดคิดจากความคิดชั่วครู่แล้วดับลงไป..(บางคนสาบานจะรักกันยังถอนสาบานกันได้เลยค่ะ)
ชีวิตของ จขกท กับ เพื่อน มันคนละคน..ต่างคนก็ต่างมีชีวิตที่ตนเองดำเนินไป.ลิขิตเอง ไม่ใช่ว่าเราสามารถบงการจัดการชีวิตคนอื่นได้.เหตุของใครก็เป็นเหตุคนนั้น..จขกท..ไม่ต้องไปผูกไปยึดว่า.. คำพูดนั้นเป็นสัญญาที่จะต้องไปยึดว่าจะ..จัดการเรื่องเพื่อนไปตลอดชีวิตเสียทุกอย่าง จนเป็นทุกข์กังวล

ถ้าวันใดต่างคนต่างแยกย้ายกันไป..ถิวีชีวิตก็เป็นของคนนั้น..ตามแต่จะกำหนดเอาเอง..เลือกเอง..
จ.ข.ก.ท แค่ทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้วก็พอ..ตามเหตุปัจจัย..แค่นี้ก็ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกค่ะ.. :b17:

ล.แนะนำอีกนิดนึง..ต่อไปถ้าไม่อยากเป็นทุกข์เพราะคำพูด..อย่ารับปากหรือพูดอะไร..ถ้าตนยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้อย่างที่พูดรึรับปาก..จะได้ไม่ทุกข์ตามมาค่ะ :b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 20:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


ตั้งใจทำดี...จิตใจเป็นกุศล...ก็ถือว่าแรกทำดี..แล้วครับ

แต่นานวันเข้า....เราคิดว่า..ยังทำไม่ดีพอ..ก็อาจเพราะมีหลายปัจจัย..ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาของการใช้ชีวิต...อาจมีภาระกิจอื่นๆเกิดขึ้นใหม่ๆตลอดเวลา...แต่อย่างน้อย..เราก็ได้ทำตามโอกาสแล้วไม่ใช่รึ?

แต่..เราทุกข์..เพราะเราคิดเองว่า..มันไม่มากพอ..ไม่ดีพอ

เราต้องมาจัดการความคิดนี้..ของเราเอง...

มันอาจจะดีพอไปแล้ว...แต่เราวิตกเองว่า..ยังไม่ดี...เพราะเราตั้งว่า..ดีนั้น..ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้...จึงดี

อันนี้เราตั้งเอง....แล้วเราก็ทุกข์เอง

ความจริง...ที่ทำไปแล้ว..มันอาจดีพอในตัวของมันเองไปแล้วก็ได้นะ

การวิตกว่านี้เป็นการสัญญากับผู้ตาย..รึว่า..ไม่ได้เป็นการสัญญา...จึงไม่ใช่ประเด็น
(เพราะ..เราตั้งใจเอามาเป็นข้อแก้ตัวปลอบใจให้ตัวเองสบายใจ..เฉยๆ...ไม่ได้เป็นการแก้ปัญญาคาใจ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 20:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ตั้งใจทำดี...จิตใจเป็นกุศล...ก็ถือว่าแรกทำดี..แล้วครับ

แต่นานวันเข้า....เราคิดว่า..ยังทำไม่ดีพอ..ก็อาจเพราะมีหลายปัจจัย..ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาของการใช้ชีวิต...อาจมีภาระกิจอื่นๆเกิดขึ้นใหม่ๆตลอดเวลา...แต่อย่างน้อย..เราก็ได้ทำตามโอกาสแล้วไม่ใช่รึ?

แต่..เราทุกข์..เพราะเราคิดเองว่า..มันไม่มากพอ..ไม่ดีพอ

เราต้องมาจัดการความคิดนี้..ของเราเอง...

มันอาจจะดีพอไปแล้ว...แต่เราวิตกเองว่า..ยังไม่ดี...เพราะเราตั้งว่า..ดีนั้น..ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้...จึงดี

อันนี้เราตั้งเอง....แล้วเราก็ทุกข์เอง

ความจริง...ที่ทำไปแล้ว..มันอาจดีพอในตัวของมันเองไปแล้วก็ได้นะ

การวิตกว่านี้เป็นการสัญญากับผู้ตาย..รึว่า..ไม่ได้เป็นการสัญญา...จึงไม่ใช่ประเด็น
(เพราะ..เราตั้งใจเอามาเป็นข้อแก้ตัวปลอบใจให้ตัวเองสบายใจ..เฉยๆ...ไม่ได้เป็นการแก้ปัญญาคาใจ)


คือเราได้ไปตั้งกระทู้นี้ในพันทิปด้วยค่ะ เค้าบอกว่าเรา "ผิดสัญญา" แต่พอเรามาตั้งกระทู้นี้ที่ลานธรรมจักรนี้ คุณ nongkong บอกว่า ไม่ใช่คำสัญญาอะไรหรอก เป็นเพียงคำพูด ณ ชั่วขณะหนึ่งแล้วดับไป(ความคิดเห็นข้างบนอ่ะค่ะ) มันเลยทำให้เรางงว่า ตกลงสิ่งที่เราพูดมันคือคำสัญญารึเปล่า แล้วถ้าสมมติว่าเป็นคำสัญญาเราจะอธิษฐานคืนคำสัญญาได้มั้ยคะ ปล.เราพึ่งอายุ18 เรื่องพวกนี้เลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่อ่ะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 20:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


สัญญา..ก็คือสัญญา...คือ..ต้องมีคู่สัญญา

ตอนคุณ...พูด...แน่ใจรึ..ว่ามีคู่สัญญา... :b32: :b32:

และถึงแม้จะมีคุ่สัญญา...เป็นสัญญา....จริง...

คุณก็ได้ทำตามสัญญาแล้ว..ครับ

แต่ที่คุณกังวล...คือ..คิดว่า..ยังทำไม่ดีพอ..ต่างหาก

คู่สัญญาคุณ..เขาอาจจะว่า เท่าที่คุณทำ..มันก็ OK ไปแล้ว..ก็ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 23:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:

หนับหนุนอีกหนึ่งเสียงค่ะ :b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 11:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:


ขอบคุณพี่ฎีกาน้อยมากเลยนะคะ แต่หนูงงอยู่ประโยคนึงที่พี่บอกว่า "ยืดอกยอมรับ" มันคือเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราพูดกับพ่อเพื่อนใช่มั้ยคะ

ส่วนเหตุผลที่หนูถามว่าตกลงมันใช่คำสัญญาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบการผูกมัดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะถ้าผูกมัดแล้วมันทำให้หนูรู้สึกแย่ว่าต้องทำมันให้ดีมากกว่าก่อนอ่ะค่ะ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ มันไม่free style ถ้าหนูอธิษฐานคืนคำสัญญาแน่นอน!หนูก็จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน หนูอยากทำมันให้ดีแบบธรรมดา ที่ไม่ต้องยึดติดกับคำสัญญาอ่ะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 11:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


style เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ตั้งใจทำดี...จิตใจเป็นกุศล...ก็ถือว่าแรกทำดี..แล้วครับ

แต่นานวันเข้า....เราคิดว่า..ยังทำไม่ดีพอ..ก็อาจเพราะมีหลายปัจจัย..ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาของการใช้ชีวิต...อาจมีภาระกิจอื่นๆเกิดขึ้นใหม่ๆตลอดเวลา...แต่อย่างน้อย..เราก็ได้ทำตามโอกาสแล้วไม่ใช่รึ?

แต่..เราทุกข์..เพราะเราคิดเองว่า..มันไม่มากพอ..ไม่ดีพอ

เราต้องมาจัดการความคิดนี้..ของเราเอง...

มันอาจจะดีพอไปแล้ว...แต่เราวิตกเองว่า..ยังไม่ดี...เพราะเราตั้งว่า..ดีนั้น..ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้...จึงดี

อันนี้เราตั้งเอง....แล้วเราก็ทุกข์เอง

ความจริง...ที่ทำไปแล้ว..มันอาจดีพอในตัวของมันเองไปแล้วก็ได้นะ

การวิตกว่านี้เป็นการสัญญากับผู้ตาย..รึว่า..ไม่ได้เป็นการสัญญา...จึงไม่ใช่ประเด็น
(เพราะ..เราตั้งใจเอามาเป็นข้อแก้ตัวปลอบใจให้ตัวเองสบายใจ..เฉยๆ...ไม่ได้เป็นการแก้ปัญญาคาใจ)


คือเราได้ไปตั้งกระทู้นี้ในพันทิปด้วยค่ะ เค้าบอกว่าเรา "ผิดสัญญา" แต่พอเรามาตั้งกระทู้นี้ที่ลานธรรมจักรนี้ คุณ nongkong บอกว่า ไม่ใช่คำสัญญาอะไรหรอก เป็นเพียงคำพูด ณ ชั่วขณะหนึ่งแล้วดับไป(ความคิดเห็นข้างบนอ่ะค่ะ) มันเลยทำให้เรางงว่า ตกลงสิ่งที่เราพูดมันคือคำสัญญารึเปล่า แล้วถ้าสมมติว่าเป็นคำสัญญาเราจะอธิษฐานคืนคำสัญญาได้มั้ยคะ ปล.เราพึ่งอายุ18 เรื่องพวกนี้เลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่อ่ะค่ะ


ไปถามปัญหาเรื่องทุกข์ ที่เว็ปอโคจร ที่เข้าใจพุทธศาสนาแค่บัญญัติซะส่วนใหญ่ ศีล5ครบมั้ยยังไม่รู่เลย พวกนี้เข้ามาลานธรรมแล้วสงบเย็น เขาอยู่ไม่ค่อยได้ ต้องไปหาที่ร้อนๆ คนเย็นจะไม่ชอบที่ร้อน คนร้อนจะไม่ชอบที่เย็น :b32: ..เข้าใจชีวิต..เข้าใจพุทธศาสนา แบบงูๆปลาๆ ก็ได้คำตอบแบบ งูๆปลาๆ ไปตามทิฐฐิส่วนตัว..หาใช่ความเห็นที่เป็นธรรมทานด้วยสัมมาทิฐฐิ..นักปฏิบัติธรรมจริงๆ..เขารู้ว่าเหตุเช่นนี้..ที่เป็นสมุทัยที่ก่อให้เกิดทุกข์..ต้องดับเหตุอย่างไร..แก้อย่างไร(ไม่ใช่โทษ จขกท.ผิดสัญญามันปัญญาอ่อน) จขกท..น่าจะเฉลียวใจในคำตอบของ กัลยามิตรทางธรรมใน
เวปลานธรรมมะ ที่จะชี้แนะด้วยการแก้ไขที่ต้นเหตุ..ไม่ได้เพ่งโทษว่าต้นเหตุคือการที่ จขกท ผิดสัญญา..พวกที่ขลุกในเวปนั้นเข้าใจชีวิต รูปนาม แบบหางอึ่ง ซึ่ง เราเคยแวะเวียนไปศึกษาธรรมในเวปนั้น ขอบอกตามตรงค่ะ..มีแต่พวก..เต็มไปด้วยมานะทิฏฐิ..สร้างแต่มโนทุจริต วจีทุจริต
..จะไปเอาอะไรกะความคิดแบบชาวโลก..
ถ้าอยากได้คำตอบแบบปุถุชนที่ไม่เข้าใจ ชีวิตรูปนาม เขาก็ตอบไปตามความคิดตรรกะ งูๆปลาๆของเขา..ถ้าอยากได้คำตอบที่พาพ้นจากความทุกข์..ก็ต้องมาถามกับกัลยามิตรทางลานธรรมมะ..ถึงจะเข้าใจค่ะ..แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัญญาของตนด้วย..เพราะบางคนบอกไป..แต่ทำไม่ได้..ก็มี :b41: :b46:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 11:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


style เขียน:
นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:


ขอบคุณพี่ฎีกาน้อยมากเลยนะคะ แต่หนูงงอยู่ประโยคนึงที่พี่บอกว่า "ยืดอกยอมรับ" มันคือเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราพูดกับพ่อเพื่อนใช่มั้ยคะ

ส่วนเหตุผลที่หนูถามว่าตกลงมันใช่คำสัญญาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบการผูกมัดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะถ้าผูกมัดแล้วมันทำให้หนูรู้สึกแย่ว่าต้องทำมันให้ดีมากกว่าก่อนอ่ะค่ะ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ มันไม่free style ถ้าหนูอธิษฐานคืนคำสัญญาแน่นอน!หนูก็จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน หนูอยากทำมันให้ดีแบบธรรมดา ที่ไม่ต้องยึดติดกับคำสัญญาอ่ะค่ะ

พี่ขออนุญาติตอบให้ก่อน..เด่วยังไงท่านฎีกาน้อยค่อยมาเสริมอีกทีนะเจ้าค่ะ :b8:
หนูไม่เข้าใจเรื่อง ขันธ์5 ไม่เข้าใจเรื่อง รูปนาม หนูถึงทุกข์กับสิ่งที่หนูพูดไป..ถ้าหนูรู้แต่แรกว่า สัญญาไม่เที่ยง..เวทนาไม่เที่ยง..สังขารไม่เที่ยง
หนูคงไม่มานั่งกลุ้มใจกับสิ่งที่ตนพูด..แท้จริงเหตุมันอยู่ตรงไหน..หนูบอกอยากฟรีสไตล์เป็นอิสระ..ไม่ต้องไปยึดคำพูดที่เคยรับปากพ่อเพื่อน..
แล้วเหตุใดหนูถึงเป็นอิสระไม่ได้ล่ะ..ถามตนเองดีกว่าที่ทุกข์เพราะหนูทำอย่างที่พูดยัง..ถ้าทำแล้วทำไมถึงทุกข์อยู่ล่ะ..?
แม้แต่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หนูยังไม่ปฏิบัติในสิ่งที่หนูพูด..แต่แก้ปัญหาด้วยการถอนคำสัญญา..พี่ว่าหนูยังไม่เข้าใจธรรม ยังห่างไกลธรรม ในเรื่องพรหมวิหาร..งั้นหนูไปอธิษฐานถอนคำพูดก็ได้นะ..แล้วลองดูว่าหนูยังทุกข์อยู่ไหม..
แต่พี่เตือนด้วยความปราถนาดี..กรรมที่ทำอะไรมักง่าย..ราก็จะเจอคนที่ทำกรรมมักง่าย..ขาดความรับผิดชอบไม่จริงใจ..ต่อเราเหมือนกัน :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 12:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
style เขียน:
นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:


ขอบคุณพี่ฎีกาน้อยมากเลยนะคะ แต่หนูงงอยู่ประโยคนึงที่พี่บอกว่า "ยืดอกยอมรับ" มันคือเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราพูดกับพ่อเพื่อนใช่มั้ยคะ

ส่วนเหตุผลที่หนูถามว่าตกลงมันใช่คำสัญญาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบการผูกมัดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะถ้าผูกมัดแล้วมันทำให้หนูรู้สึกแย่ว่าต้องทำมันให้ดีมากกว่าก่อนอ่ะค่ะ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ มันไม่free style ถ้าหนูอธิษฐานคืนคำสัญญาแน่นอน!หนูก็จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน หนูอยากทำมันให้ดีแบบธรรมดา ที่ไม่ต้องยึดติดกับคำสัญญาอ่ะค่ะ

พี่ขออนุญาติตอบให้ก่อน..เด่วยังไงท่านฎีกาน้อยค่อยมาเสริมอีกทีนะเจ้าค่ะ :b8:
หนูไม่เข้าใจเรื่อง ขันธ์5 ไม่เข้าใจเรื่อง รูปนาม หนูถึงทุกข์กับสิ่งที่หนูพูดไป..ถ้าหนูรู้แต่แรกว่า สัญญาไม่เที่ยง..เวทนาไม่เที่ยง..สังขารไม่เที่ยง
หนูคงไม่มานั่งกลุ้มใจกับสิ่งที่ตนพูด..แท้จริงเหตุมันอยู่ตรงไหน..หนูบอกอยากฟรีสไตล์เป็นอิสระ..ไม่ต้องไปยึดคำพูดที่เคยรับปากพ่อเพื่อน..
แล้วเหตุใดหนูถึงเป็นอิสระไม่ได้ล่ะ..ถามตนเองดีกว่าที่ทุกข์เพราะหนูทำอย่างที่พูดยัง..ถ้าทำแล้วทำไมถึงทุกข์อยู่ล่ะ..?
แม้แต่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หนูยังไม่ปฏิบัติในสิ่งที่หนูพูด..แต่แก้ปัญหาด้วยการถอนคำสัญญา..พี่ว่าหนูยังไม่เข้าใจธรรม ยังห่างไกลธรรม ในเรื่องพรหมวิหาร..งั้นหนูไปอธิษฐานถอนคำพูดก็ได้นะ..แล้วลองดูว่าหนูยังทุกข์อยู่ไหม..
แต่พี่เตือนด้วยความปราถนาดี..กรรมที่ทำอะไรมักง่าย..ราก็จะเจอคนที่ทำกรรมมักง่าย..ขาดความรับผิดชอบไม่จริงใจ..ต่อเราเหมือนกัน :b44:


หนูขอบคุณพี่ nongkong มากเลยนะคะที่เสียสละเวลามาคอยให้คำแนะนำหนู :b53: ถึงแม้ว่าตอนนี้หนูยังไม่เข้าเรื่องธรรมมะดีพอแต่หนูจะพยายามศึกษานะคะ :b41:

หนูได้ทำในสิ่งที่หนูพูดไปบ้างแล้ว คอยเตือนมันให้ตั้งใจเรียน(หนูไม่ได้เรียนที่เดียวกับมันอ่ะคะ่)หนูบอกมันว่า จะทำอะไรก็คิดดีๆคิดว่าทำเพื่อให้แม่มันสบายเพราะมันเหลือแม่คนเดียวแล้ว แต่ที่หนูทุกข์เพราะหนูไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูทำไปมันดีพอหรือยังและจะต้องทำไปอีกนานแค่ไหน เพราะหนูก็มีเส้นทางชีวิตของหนู มันก็มีเส้นทางชีวิตของมัน จะให้หนูช่วยมันทุกเรื่อง คอยอยู่ข้างมันทุกเรื่องหรือตลอดไปมันคงเป็นไปได้ยากหนูก็มีภาระหน้าที่ของหนู ถ้าหนูผิดสัญญามันจะเป็นกรรมของหนูหรือเปล่า พ่อเพื่อนจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรหนูมั้ย(อันนี้หนูไม่รู้จริงๆค่ะ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 12:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


style เขียน:
nongkong เขียน:
style เขียน:
นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:


ขอบคุณพี่ฎีกาน้อยมากเลยนะคะ แต่หนูงงอยู่ประโยคนึงที่พี่บอกว่า "ยืดอกยอมรับ" มันคือเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราพูดกับพ่อเพื่อนใช่มั้ยคะ

ส่วนเหตุผลที่หนูถามว่าตกลงมันใช่คำสัญญาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบการผูกมัดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะถ้าผูกมัดแล้วมันทำให้หนูรู้สึกแย่ว่าต้องทำมันให้ดีมากกว่าก่อนอ่ะค่ะ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ มันไม่free style ถ้าหนูอธิษฐานคืนคำสัญญาแน่นอน!หนูก็จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน หนูอยากทำมันให้ดีแบบธรรมดา ที่ไม่ต้องยึดติดกับคำสัญญาอ่ะค่ะ

พี่ขออนุญาติตอบให้ก่อน..เด่วยังไงท่านฎีกาน้อยค่อยมาเสริมอีกทีนะเจ้าค่ะ :b8:
หนูไม่เข้าใจเรื่อง ขันธ์5 ไม่เข้าใจเรื่อง รูปนาม หนูถึงทุกข์กับสิ่งที่หนูพูดไป..ถ้าหนูรู้แต่แรกว่า สัญญาไม่เที่ยง..เวทนาไม่เที่ยง..สังขารไม่เที่ยง
หนูคงไม่มานั่งกลุ้มใจกับสิ่งที่ตนพูด..แท้จริงเหตุมันอยู่ตรงไหน..หนูบอกอยากฟรีสไตล์เป็นอิสระ..ไม่ต้องไปยึดคำพูดที่เคยรับปากพ่อเพื่อน..
แล้วเหตุใดหนูถึงเป็นอิสระไม่ได้ล่ะ..ถามตนเองดีกว่าที่ทุกข์เพราะหนูทำอย่างที่พูดยัง..ถ้าทำแล้วทำไมถึงทุกข์อยู่ล่ะ..?
แม้แต่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หนูยังไม่ปฏิบัติในสิ่งที่หนูพูด..แต่แก้ปัญหาด้วยการถอนคำสัญญา..พี่ว่าหนูยังไม่เข้าใจธรรม ยังห่างไกลธรรม ในเรื่องพรหมวิหาร..งั้นหนูไปอธิษฐานถอนคำพูดก็ได้นะ..แล้วลองดูว่าหนูยังทุกข์อยู่ไหม..
แต่พี่เตือนด้วยความปราถนาดี..กรรมที่ทำอะไรมักง่าย..ราก็จะเจอคนที่ทำกรรมมักง่าย..ขาดความรับผิดชอบไม่จริงใจ..ต่อเราเหมือนกัน :b44:


หนูขอบคุณพี่ nongkong มากเลยนะคะที่เสียสละเวลามาคอยให้คำแนะนำหนู :b53: ถึงแม้ว่าตอนนี้หนูยังไม่เข้าเรื่องธรรมมะดีพอแต่หนูจะพยายามศึกษานะคะ :b41:

หนูได้ทำในสิ่งที่หนูพูดไปบ้างแล้ว คอยเตือนมันให้ตั้งใจเรียน(หนูไม่ได้เรียนที่เดียวกับมันอ่ะคะ่)หนูบอกมันว่า จะทำอะไรก็คิดดีๆคิดว่าทำเพื่อให้แม่มันสบายเพราะมันเหลือแม่คนเดียวแล้ว แต่ที่หนูทุกข์เพราะหนูไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูทำไปมันดีพอหรือยังและจะต้องทำไปอีกนานแค่ไหน เพราะหนูก็มีเส้นทางชีวิตของหนู มันก็มีเส้นทางชีวิตของมัน จะให้หนูช่วยมันทุกเรื่อง คอยอยู่ข้างมันทุกเรื่องหรือตลอดไปมันคงเป็นไปได้ยากหนูก็มีภาระหน้าที่ของหนู ถ้าหนูผิดสัญญามันจะเป็นกรรมของหนูหรือเปล่า พ่อเพื่อนจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรหนูมั้ย(อันนี้หนูไม่รู้จริงๆค่ะ)

พี่มองดูแล้ว..แท้จริง หนูกับเพื่อนมีกรรมร่วมกัน..หนูทุกข์เรื่องเพื่อน..เพราะกลัวว่าจะผิดสัญญาที่รับปากพ่อเพื่อน..พี่ไม่รู้ความผูกพันธ์ะหว่างน้องกับเพื่อนคนนี้และครอบครัวน้องกับพ่อเพื่อนคอยผูกพันธ์กันระดับไหน...แต่ทำไมหนูถึงทุกข์ใจ..ลำบากใจที่จะให้คำแนะนำ..ปรึกษาชี้แนะ..ไม่ได้อยู่ ร.ร เดียวกัน..ก็ให้คำแนะนำ..ชี้แนะเขาได้..เป็นเพื่อนกันได้มะใช่หรอ..คอยรับฟังเขา เคียงข้างเขา..สมัยนี้เทคโนโลยีติดต่อกันง่ายจะตาย.
.(พี่ยังเป็นที่ปรึกษาเพื่อนทางไลน์ รู้จักกันตั้งแต่ประถมจนตอนนี้พี่ 30แล้ว :b32: บางทีพี่รำคาญพี่ก็ไม่อ่าน เพราะพี่เหนื่อย พี่ไปปรับอารมณ์ก่อน.. :b18: พี่ก็ใช้ธรรม พรหมวิหาร :b1: )

เหตุใดต้องกังวลใจ..เพื่อนคนนี้รบกวนหนูมากไป?..ในเรื่องใด..ที่ทำให้หนูกังวลใจรึเปล่า..คำพูดของหนูเหมือนกับว่า..หนูไม่ได้มีมิตรภาพในความเป็นเพื่อนกับเขา..หนูทำเพื่อเขาเพราะกลัวผิดสัญญาต่อพ่อเขาแค่นั้นเองหรือ..เหมือนหนูต้องการให้พันธะสัญญามันสิ้นสุดลง.หนูจะได้เลิกทำอะไรๆอย่างที่ทำอยู่ใช่ไหม.หนูไม่อยากติดต่อกับเขาแล้ว?...เหมือนหนูไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาตลอดไปรึเปล่า??ไม่อยากอยู่เคียงข้างเพื่อนคนนั้นแล้ว..อย่างนี้รึเปล่า..ที่เป็นเหตุทำให้อึดอัดใจ..อยากถอนคำสัญญา..
ปล.หนูลองถอนคำสัญญาที่รับปากกับพ่อเพื่อนไว้ก็ได้..แล้วทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีตามปกติ..อย่างที่แนะนำไปข้างต้นนั้น...เผื่อจะหายทุกข์จากสิ่งที่ยึด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 13:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 14:34
โพสต์: 9

แนวปฏิบัติ: พุทโธ
สิ่งที่ชื่นชอบ: สวดมนต์ภาวนาก่อนนอนทุกคืน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
style เขียน:
nongkong เขียน:
style เขียน:
นายฏีกาน้อย เขียน:
สมมติว่า พ่อน้องโมได้รับอุบัติเหตุหลับยาวไม่ฟื้นขึ้นมา แล้วถ้าเกิดว่า น้อง style ไปบอกเอาไว้ว่า จะดูแล จะจัดการเจ้าโมเอง ถ้าพ่อเพื่อนไม่รับรู้อะไรเลย เราบอกกล่าวไปด้วยความรักความเป็นห่วงเพื่อน หนูจริงใจกับเพื่อนมากเลยนะ ชื่นชม ที่นี้ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าหากเรา ทำตามที่พูดไว้ไม่ได้ ถ้าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนโดดเรียน ไม่รับผิดชอบตัวเอง หนูไม่เห็นเพื่อนๆ คนอื่นบ้างเหรอ หรือคนข้างๆ บ้าน ที่มีพ่อมีแม่เอาใจใส่ แต่ก็ยังเหลวไหล ไม่รักดี ติดเพื่อน ติดแฟน การเรียนเสียหาย ทำลายอนาคตตัวเอง สมมติถ้าเพื่อนสนิทเรามีพี่ชาย มีผู้ใหญ่คนอื่น ที่คอยดูแลเพื่อนเรา บอกพ่อของเพื่อนเราว่าจะดูแล เพื่อนเราเป็นอย่างดีไม่ต้องห่วง ปรากฏว่า ถ้าการที่เพื่อนเราเอง ไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ หน้าที่ตัวเอง จะโทษผู้ใหญ่เหล่านั้น ที่บอกกล่าว(สัญญา)กับพ่อเพื่อนสนิทเราได้ไหม? ...ใช่ไหม :b39:

กรณีนี้ เรื่องสัญญาใจ ที่บอกกล่าว ด้วยใจ หนูต้องแยกออกมาจาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยดูว่า มันเกิดเหตุจากแรงกระทำหรือไม่กระทำของเรา (ลืมเตือน,ปล่อยมัน,หนูมัวไปติดเกมติดอย่างอื่น) หรือๆๆ มันเกิดจากการกระทำของตัวเพื่อนเสียเอง...หนูไม่ใช่ คนในครอบครัว หนูไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง หนูไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของเพื่อนหนู และหนูไม่ใช่ตัวเพื่อนของเพื่อน! หนูทำได้แค่ ยิ้มกับเขา หัวเราะกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง จะดีจะร้าย หนูยังอยู่ข้างๆ เพื่อนเสมอ นั่นแหละ มันสำคัญกว่า คำถามที่หนูเที่ยวถามใครต่อใครว่า ใช่สัญญาไหม หรือไม่ใช่สัญญา ถ้าหนูรู้สึกเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบ ก็ยืดอกยอมรับ ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือหนูจะขี้ขลาดหนูจะกลัวว่าตัวเอง ทำตามที่พูดไม่ได้ อยากเลิกสัญญา เลิกอธิษฐาน หนูก็ไปลบคำว่าเพื่อนสนิทออกจากใจหนูไป แล้วเป็นในสิ่งที่หนูอยากเป็น ถ้าเป็นพี่ฏีกาน้อย พี่จะเลือกยอมรับ ว่า พี่บังคับเพื่อนไม่ได้ ดูแลมันได้ไม่ดีพอ แต่พี่จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน เพราะขลาดกลัว :b39: :b43: :b41:


ขอบคุณพี่ฎีกาน้อยมากเลยนะคะ แต่หนูงงอยู่ประโยคนึงที่พี่บอกว่า "ยืดอกยอมรับ" มันคือเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราพูดกับพ่อเพื่อนใช่มั้ยคะ

ส่วนเหตุผลที่หนูถามว่าตกลงมันใช่คำสัญญาหรือเปล่า เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ชอบการผูกมัดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะถ้าผูกมัดแล้วมันทำให้หนูรู้สึกแย่ว่าต้องทำมันให้ดีมากกว่าก่อนอ่ะค่ะ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดด้วยค่ะ มันไม่free style ถ้าหนูอธิษฐานคืนคำสัญญาแน่นอน!หนูก็จะไม่ทิ้งเพื่อนไปไหน หนูอยากทำมันให้ดีแบบธรรมดา ที่ไม่ต้องยึดติดกับคำสัญญาอ่ะค่ะ

พี่ขออนุญาติตอบให้ก่อน..เด่วยังไงท่านฎีกาน้อยค่อยมาเสริมอีกทีนะเจ้าค่ะ :b8:
หนูไม่เข้าใจเรื่อง ขันธ์5 ไม่เข้าใจเรื่อง รูปนาม หนูถึงทุกข์กับสิ่งที่หนูพูดไป..ถ้าหนูรู้แต่แรกว่า สัญญาไม่เที่ยง..เวทนาไม่เที่ยง..สังขารไม่เที่ยง
หนูคงไม่มานั่งกลุ้มใจกับสิ่งที่ตนพูด..แท้จริงเหตุมันอยู่ตรงไหน..หนูบอกอยากฟรีสไตล์เป็นอิสระ..ไม่ต้องไปยึดคำพูดที่เคยรับปากพ่อเพื่อน..
แล้วเหตุใดหนูถึงเป็นอิสระไม่ได้ล่ะ..ถามตนเองดีกว่าที่ทุกข์เพราะหนูทำอย่างที่พูดยัง..ถ้าทำแล้วทำไมถึงทุกข์อยู่ล่ะ..?
แม้แต่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หนูยังไม่ปฏิบัติในสิ่งที่หนูพูด..แต่แก้ปัญหาด้วยการถอนคำสัญญา..พี่ว่าหนูยังไม่เข้าใจธรรม ยังห่างไกลธรรม ในเรื่องพรหมวิหาร..งั้นหนูไปอธิษฐานถอนคำพูดก็ได้นะ..แล้วลองดูว่าหนูยังทุกข์อยู่ไหม..
แต่พี่เตือนด้วยความปราถนาดี..กรรมที่ทำอะไรมักง่าย..ราก็จะเจอคนที่ทำกรรมมักง่าย..ขาดความรับผิดชอบไม่จริงใจ..ต่อเราเหมือนกัน :b44:


หนูขอบคุณพี่ nongkong มากเลยนะคะที่เสียสละเวลามาคอยให้คำแนะนำหนู :b53: ถึงแม้ว่าตอนนี้หนูยังไม่เข้าเรื่องธรรมมะดีพอแต่หนูจะพยายามศึกษานะคะ :b41:

หนูได้ทำในสิ่งที่หนูพูดไปบ้างแล้ว คอยเตือนมันให้ตั้งใจเรียน(หนูไม่ได้เรียนที่เดียวกับมันอ่ะคะ่)หนูบอกมันว่า จะทำอะไรก็คิดดีๆคิดว่าทำเพื่อให้แม่มันสบายเพราะมันเหลือแม่คนเดียวแล้ว แต่ที่หนูทุกข์เพราะหนูไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูทำไปมันดีพอหรือยังและจะต้องทำไปอีกนานแค่ไหน เพราะหนูก็มีเส้นทางชีวิตของหนู มันก็มีเส้นทางชีวิตของมัน จะให้หนูช่วยมันทุกเรื่อง คอยอยู่ข้างมันทุกเรื่องหรือตลอดไปมันคงเป็นไปได้ยากหนูก็มีภาระหน้าที่ของหนู ถ้าหนูผิดสัญญามันจะเป็นกรรมของหนูหรือเปล่า พ่อเพื่อนจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรหนูมั้ย(อันนี้หนูไม่รู้จริงๆค่ะ)

พี่มองดูแล้ว..แท้จริง หนูกับเพื่อนมีกรรมร่วมกัน..หนูทุกข์เรื่องเพื่อน..เพราะกลัวว่าจะผิดสัญญาที่รับปากพ่อเพื่อน..พี่ไม่รู้ความผูกพันธ์ะหว่างน้องกับเพื่อนคนนี้และครอบครัวน้องกับพ่อเพื่อนคอยผูกพันธ์กันระดับไหน...แต่ทำไมหนูถึงทุกข์ใจ..ลำบากใจที่จะให้คำแนะนำ..ปรึกษาชี้แนะ..ไม่ได้อยู่ ร.ร เดียวกัน..ก็ให้คำแนะนำ..ชี้แนะเขาได้..เป็นเพื่อนกันได้มะใช่หรอ..คอยรับฟังเขา เคียงข้างเขา..สมัยนี้เทคโนโลยีติดต่อกันง่ายจะตาย.
.(พี่ยังเป็นที่ปรึกษาเพื่อนทางไลน์ รู้จักกันตั้งแต่ประถมจนตอนนี้พี่ 30แล้ว :b32: บางทีพี่รำคาญพี่ก็ไม่อ่าน เพราะพี่เหนื่อย พี่ไปปรับอารมณ์ก่อน.. :b18: พี่ก็ใช้ธรรม พรหมวิหาร :b1: )

เหตุใดต้องกังวลใจ..เพื่อนคนนี้รบกวนหนูมากไป?..ในเรื่องใด..ที่ทำให้หนูกังวลใจรึเปล่า..คำพูดของหนูเหมือนกับว่า..หนูไม่ได้มีมิตรภาพในความเป็นเพื่อนกับเขา..หนูทำเพื่อเขาเพราะกลัวผิดสัญญาต่อพ่อเขาแค่นั้นเองหรือ..เหมือนหนูต้องการให้พันธะสัญญามันสิ้นสุดลง.หนูจะได้เลิกทำอะไรๆอย่างที่ทำอยู่ใช่ไหม.หนูไม่อยากติดต่อกับเขาแล้ว?...เหมือนหนูไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเขาตลอดไปรึเปล่า??ไม่อยากอยู่เคียงข้างเพื่อนคนนั้นแล้ว..อย่างนี้รึเปล่า..ที่เป็นเหตุทำให้อึดอัดใจ..อยากถอนคำสัญญา..


พี่คะแล้วหนูจะทำยังไงดี ทำไมหนูรูสึกทุกข์เหลือเกิน หนูพยายามปล่อยวางแล้วนะคะแต่หนูก็ทำไม่ได้สักที
แล้วถ้าสมมติว่าเพื่อนมันขอมากเกินไปหนูก็ต้องให้มันหรอคะ ถ้าหนูไม่คิดว่ามันเป็นสัญญาล่ะคะได้หรือเปล่า หนูก็ใช้ชีวิตตามปกติ ถ้ามันมีปัญหาอะไรหนูก็จะช่วยแต่ช่วยในสิ่งที่หนูทำได้แค่นั้นถ้ามากกว่านั้นหนูก็ให้ไม่ได้ ทุกอย่างปกติอะไรแบบนี้ ได้หรือเปล่าคะมันผิดไหมคะ

หนูขอบคุณพี่มากๆๆๆๆๆๆนะคะที่คอยสละเวลามสอนหนูให้คำแนะนำหนู ขอบคุณมากๆๆค่ะ :b43:


แก้ไขล่าสุดโดย style เมื่อ 19 มี.ค. 2015, 13:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 24 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร