วันเวลาปัจจุบัน 28 พ.ย. 2020, 10:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2014, 20:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




ธรรมอาภา.jpg
ธรรมอาภา.jpg [ 37.61 KiB | เปิดดู 4166 ครั้ง ]
:b8:
หลายท่านที่เมื่อได้มาศึกษา สนทนาธรรมในลานธรรมอันมากหลากหลายไปด้วยความเห็น(ทิฏฐิ)นี้ บางทีก็อาจมึนงง บางทีก็อาจจะหลงกลัว เห็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเป็นสิ่งที่ยากเกินไปจนพ้นวิสัยของคนปัจจุบันที่จะะเข้าถึงได้ ยิ่งมาเจอภาษาบาลีที่ไม่คุ้น เจอพระไตรปิฎกที่บอกว่ามีตั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ เลยอาจพาลท้อแท้ไม่อยากเดินตามทางที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ

ยิ่งถ้าพูดถึงเรื่องการบรรลุมรรค ผล นิพพาน เป็นพระอริยเจ้าแล้ว ยิ่งมีความรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เสียเลยสำหรับปุถุชนคนธรรมดาที่ไม่ได้บวชเป็นพระ

แต่ท่านทั้งหลายเคยได้ทราบไหมว่า....."ศีล 5 โสดาบัน"

เพียงประพฤติศีล 5 ให้ดี ไม่มีด่างพร้อยก็อาจน้อมนำให้ท่านสามารถบรรลุถึงธรรม บรรลุถึงมรรค ผล นิพพาน เป็นอริยบุคคลชั้นต้น จนเป็นเหตุปัจจัยส่งต่อขึ้นไปให้ถึงความเป็นอริยบุคคลชั้นสูงสุดได้

มีตัวอย่างบุคคลที่ได้บรรลุธรรมตั้งแต่ชั้นต้นไปจนถึงชั้นสูงสุดได้ ในเครื่องแต่งกายเสื้อสองแขน ผมยาว กินข้าว 3 มื้อ เหมือนคนธรรมดาทั่วไปดังเช่น

นางวิสาขา อนาบิณฑกะเศรษฐี สันตติอำมาตย์ องคุลีมาล พระเจ้าสุทโธทนะ....พาหิยะชีเปลือย และอีกมากมายหลายท่านที่มีบันทึกไว้ในคัมภีร์พระสูตร ลองไปค้นหามาอ่านกันดูนะครับ

เพียงแค่รักษาศีล 5 ให้ดี แล้วจะบรรลุธรรมได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เราจะได้สนทนา วิจารณ์ วิจัยกันต่อไปในกระทู้นี้ครับ

วัตถุประสงค์ของกระทู้นี้ก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านที่ได้โชคดี

มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์

ได้พบพระพุทธศาสนา

ได้ศึกษาข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เข้าใจแล้ว ได้น้อมนำเอามาปฏิบัติ ฝึกหัด ขัดเกลา ชำระกาย ใจ เพื่อให้ถึงความขาวรอบ อันเป็นข้อที่ 3 ในโอวาทปาติโมกข์ หรือสรุปคำสอนของพระพุทธเจ้า ว่าให้ ละชั่ว ทำดี เพียรชำระจิตของตนให้ขาวรอบ อันเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธศาสนา


ให้ทุกคนได้รู้ว่า ใครก็ตามที่มีโอกาสได้เกิดมาเป็นมนุษย์มีอาการครบ 32 มีสติปัญญาดีสมบูรณ์ ย่อมมีสิทธิ์และสามารถที่จะพัฒนาตนจากปุถุชนคนธรรมดาไปสู่ความเป็นอริยชน พ้นทุกข์และความเวียนว่ายตายเกิดได้ในชาตินี้เหมือนกับเกิดมาแล้วได้บัตรผ่านประตู หรือพาสปอร์ตเพื่อเข้าสู่นิพพานทุกคน มีแต่ว่าใครจะใช้บัตรผ่านประตูหรือพาสปอร์ตนั้นหรือไม่อย่างไรเท่านั้นเอง

onion onion onion onion
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2014, 20:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2477


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขอโมทนาสาธุค่ะ ท่านasoka


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 04:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า :b10:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 05:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนจะโม้ผมว่า โสกะแยกแยะให้ดีก่อนระหว่างห้ามทำ
กับให้ทำ ดูให้ดีว่ามันต่างกันตรงไหน.............

ระวังเงิบ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 06:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ธ.ค. 2012, 15:49
โพสต์: 932


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า :b10:

กรัชกายจินตนาการก้อคือจินตนาการ ธรรมะที่เกิดกับรูปและนามจำเป้นจะต้องมีทั้งจินตนาการและความรู้สึกเข้าถึงจริง โดยสภาวะ กรัชกายอย่าได้อยุ่กับจินตนาการมากเลยเชื่อเถอะ บอกโฮฮับด้วย ท่านอ โศกะท่านไปถึงตัวสภาวะแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 07:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


amazing เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า :b10:

กรัชกายจินตนาการก้อคือจินตนาการ ธรรมะที่เกิดกับรูปและนามจำเป้นจะต้องมีทั้งจินตนาการและความรู้สึกเข้าถึงจริง โดยสภาวะ กรัชกายอย่าได้อยุ่กับจินตนาการมากเลยเชื่อเถอะ บอกโฮฮับด้วย ท่านอ โศกะท่านไปถึงตัวสภาวะแล้ว


พี่หื่นครับ ตัวสภาวะที่ว่า..........มันเซ็กส์หรือธรรมชาติครับ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 09:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


amazing เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า :b10:


กรัชกายจินตนาการก้อคือจินตนาการ ธรรมะที่เกิดกับรูปและนามจำเป้นจะต้องมีทั้งจินตนาการและความรู้สึกเข้าถึงจริง โดยสภาวะ กรัชกายอย่าได้อยุ่กับจินตนาการมากเลยเชื่อเถอะ บอกโฮฮับด้วย ท่านอ โศกะท่านไปถึงตัวสภาวะแล้ว


อ้างคำพูด:
ธรรมะ ที่เกิดกับรูปและนามจำเป้นจะต้องมีทั้งจินตนาการและความรู้สึกเข้าถึงจริง



ธรรมะ ได้แก่อะไร ยกตัวอย่างด้วย

อ้างคำพูด:
รูปและนาม
รูปได้แก่อะไร ยกตัวอย่างให้ดูด้วย

นามได้แก่อะไร ยกตัวอย่างด้วย

จินตนาการที่ว่าได้แก่ อะไร ยกตัวอย่างด้วย

ความรู้สึกที่ว่าเข้าถึงจริง ได้แก่อะไร ยกตัวอย่างด้วย

อ้างคำพูด:
ท่านอโศกะท่านไปถึงตัวสภาวะแล้ว


รู้ได้อย่างไรว่า อโศกเข้าถึงตัวสภาวะแล้ว ตัวสภาวะที่อโศกเข้าถึง :b1: ได้แก่ อะไรยกตัวอย่า่งด้วย

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 10:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมสซิ่งเขาเป็นอะไร :b1: ควรจะดำเนินต่อไปยังไง

อ้างคำพูด:
พอดีเมื่อวานได้นั่งสมาธิแล้วได้กำหนดพุธ-โธเมื่อจิตสงบก็ พิจารณากายในกาย เช่นหายใจเข้าเป็นลมเข้าไปสู่ร่างกายออกมาพิจาณาสิ่งปฏิกูลในร่างกายไป สักพัก เหมือนเปลี่ยนฐานะตัวเองเป็นผู้ดู มีสติ เห็นเหมือนภาพ มีกล่องใบใหญ่มาก สีขาว

ทันใดนั้นกายก็ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เช่น ปอด ม้าม ตับ ไต ไส้ สมอง เล็บ ขน ฟัน หลุดเอาไปรวมในกล่องนั้น แล้วก็มีภาพพ่อ แม่ คนที่มีใจผูกพันธ์ ถูกแยกกายออกเป็นชิ้นๆเหมือนเราอวัยวะถูกรวมไปในกล่องใหญ่ใบนั้น จิตเรามันอยากเห็นอะไรในกล่องพอมองลงไปก็เห็นแต่อวัยวะต่างๆกองรวมกัน

ทัน ใดก็มีเสียงหนึ่งถามว่า "กายเธออยู่ที่ไหน" เมื่อได้เห็นแบบนี้ก็เลยตอบว่า "ไม่มี" แล้วเสียงนั้นก็ตอบว่า "แล้วจิตเธออยู่ที่ไหน" ดิฉันพยายามมองหาคำตอบว่า จิตอยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้กายไม่มีแล้ว ก็จะบริกรรมพุธโธต่อแต่ ไม่มีกายก็ไม่มีลม คำบริกรรมก็หาย มันมีสภาวะที่โล่งๆว่างๆเลยตอบไปว่า "จิตก็คงไม่มี" แล้วมันก็สว่างวาบแล้วเหมือนมีกระแสไฟกระจายไปทั่วความสว่างนั้น

อยากจะถามผู้รู้ ว่า

1.สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คืออะไร เป็นนิมิตอะไร อะไรแสดงธรรมอยู่

2.ดิฉันควรปฏิบัติต่อไปอย่างไร

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกดิฉันเห็นตัวเองเป็นซากศพ มีอะไรมากัดกิน
ส่วนครั้งอื่นๆ จะไม่เกิดนิมิตเกิดแต่ความสว่างจ้า สถาวะสงบสุข

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 20:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
amazing เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า :b10:

กรัชกายจินตนาการก้อคือจินตนาการ ธรรมะที่เกิดกับรูปและนามจำเป้นจะต้องมีทั้งจินตนาการและความรู้สึกเข้าถึงจริง โดยสภาวะ กรัชกายอย่าได้อยุ่กับจินตนาการมากเลยเชื่อเถอะ บอกโฮฮับด้วย ท่านอ โศกะท่านไปถึงตัวสภาวะแล้ว


พี่หื่นครับ ตัวสภาวะที่ว่า..........มันเซ็กส์หรือธรรมชาติครับ :b32:


:b34:
วนเวียนอยู่แต่แถวนี้นะโฮฮับ....."เซ็กส์"

เจอAmazing ทีไร เซ็กส์ ขึ้นทุกที สงสัยชีวิตโฮฮับจะมีแต่เรื่อง เซ็กส์ ๆ
:b14: :b14:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 20:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


แม่ช้อย เขียน:
งั้น รบกวนสอบถาม ทั่น จขกท. และผู้รู้ ในห้องนี้
เกี่ยวกับเรื่อง ศีล 5 ของโสดาบัน ที่ อ่านแล้ว คาใจ มานานแล้ว หน่อยค่ะ
ก็ ไอ้เรื่อง โสดาบัน เมียนายพราน ที่ยื่นธนู ให้ผัว เอาไปล่าสัตว์ อ่ะค่ะ s006

ตกลง ไอ้ที่ เจ้าหล่อนทำอยู่ นั้น
มันเป็นการสนับสนุน การฆ่าการเบียดเบียน ชีวิตอื่นไหมคะ ?
แล้ว การกระทำเช่นนี้ จัดเป็น สัมมาฯ หรือคะ ?
แล้วงี้ ศีลของ โสดาบัน นางนี้ จะไม่ ถลอก หรอคะ


คือ ถ้า ไม่รู้ว่า เอาไป ล่าสัตว์ แล้ว ยื่นให้ ก็ว่าไปอย่าง
แต่นี่ ดูจาก อายุสมองแล้ว เจ้าหล่อน ก็ คงไม่ ไร้เดียงสา
จนไม่รู้ว่า ผัวตัวเอง จะเอาอาวุธไปทำอะไร หรอกนะ
และ หากเอา หลัก สัมมัปปทาน 4 มาจับ มันก็ แม้ง ๆ อยู่นะ

เนี่ย ขนาดอิฉัน ภูมิศีล น่าจะ ต่ำกว่ายายโสดาบัน คนนั้น มากมาย
แต่ แค่คิดจะซื้อ หุ้นเกี่ยวกับการทำธุรกิจเบางประเภท
ที่เกี่ยวข้องกับ การเลี้ยงสัตว์แล้วฆ่ามาขายเป็นอาหาร
หรือ เดินเหยียบหญ้า เบียดเบียนชีวิตสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย
อิฉันยังตะขิดตะขวงใจที่จะทำเลย

แล้วทำไมยัยโสดาบันนั่น ถึง ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยล่ะ
(หรือว่า เค้า สะกดคำว่า หิริโอตตัปปะ ไม่เป็น คะ ? :b21: )

รูปภาพ

:b12: :b12: :b12:
เจอกับแม่ช้อยนางรำเข้าแล้วงานนี้

มีคำถามที่ดีและคมคายด้วย

พอจะยกเรื่องนี้ที่มีแสดงในพระสูตรหรือที่ใดมาให้พิจารณากันก่อนสักหน่อยดีไหมครับก่อนที่จะวิตกวิจารณ์กันต่อไป

แต่ถ้าจะว่าตามธรรม

นางพราหมณี....ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีให้ถึงพร้อม........ไม่มีองค์ 3 ของการฆ่าอยู่ในจิตของนาง จึงมิได้ล่วงศีลข้อที่ 1

กรรมของนายพรานคือ ฆ่าสัตว์มาเลียงชีพ ผิดศีลข้อที่ 1 แน่นอน

กรรมของภรรยาคือ ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด......

ที่อ้างว่าเป็นการสนับสนุนการฆ่านั้น มันก็จะเหมือนกับที่ทุกวันนี้มีคนถกเถียงกันว่า คนที่กินเนื้อสัตว์นั่นแหละสนับสนุนการทำผิดศีลข้อที่ 1 ถ้าไม่มีคนกินเนื้อสัตว์ ก็จะไม่มีคนฆ่าสัตว์มาขาย แล้วก็โมเมว่า คนที่กินเนื้อสัตว์ก็ผิดศีลข้อที่ 1 ด้วยเพราะเป็นผู้มีส่วนร่วม.....ถ้าอย่างนั้นพระอริยเจ้าที่กินหรือฉันเนื้อสัตว์ที่หามาหรือบิณฑบาตมาได้ ก็ผิดศีลข้อที่ 1 ด้วยนะซิ

คิดอย่างนี้ก็จะพากันวุ่นไปใหญ่ มีข้อถกเถียงกันอีกเยอะและชักชวนกันให้หลงทาง

เรื่องของศีลนี่สำคัญที่ เจตนา

ถ้าไม่มีเจตนาที่จะฆ่า .......ไม่ประกอบกรรมเพื่อจะฆ่า....สัตว์นั้นมิได้ตายเพราะเจตนานั้น ก็ไม่นับว่าผิดศีลข้อที่ 1 ใครค้นพระสูตรเก่งลองไปค้นอ่านดูเรื่องพระอรหันต์ตาบอดเดินจงกรมเหยียบมดปลวกตาย......แล้วมีผู้ไปโจทย์ฟ้องพระพุทธเจ้า.....คำตอบน่าจะอยู่ในนั้น

เรื่องนางพราหมณี โสดาบัน ภรรยานายพรานก็น่าจะมีคำตอบในพระสูตรหรือคัมภีร์อัตถกถาจารย์ ลองถามผู้เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์ดูนะครับ
:b16: :b16: :b16: :b16:
เตือนสติ สัมปชัญญะแม่ช้อยหน่อยนะครับว่า

อริยุวาตันตราย........การประมาทจ้วงจาบพระอริยเจ้า แม้แต่พระโสดาบัน ก็อาจกั้นมรรค ผลนิพพาน ของตน ปฏิบัติธรรมเจริญธรรมไม่ขึ้นนะครับ แก้ไขได้ด้วยการน้อมใจ จริงใจขอขมา จึงจะหลุดได้

:b43: :b43:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 20:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
ก่อนจะโม้ผมว่า โสกะแยกแยะให้ดีก่อนระหว่างห้ามทำ
กับให้ทำ ดูให้ดีว่ามันต่างกันตรงไหน.............

ระวังเงิบ :b32:

:b12: :b12: :b12:
ปัญหากล้วยๆ...
ง่ายจะตาย โฮฮับ


ห้าม.....ห..... ้......า......ม

ให้.......ใ......ห...... ้

แค่นี่ยังไม่เห็นความต่างของ ให้......กับ........ห้าม.....หรือโฮฮับ......ตาถั่วหรือเปล่า
:b34: :b34: :b34:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 21:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b16: :b16: :b16:
อ้างคำพูด:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า

:b10:
กรัชกายชอบคำตอบแบบ 1 - 2 - 3............อย่างนี้เสมอเลยนะครับ
:b6: :b6:
1.ผู้ที่รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์สะอาดได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ย่อมได้อานิสงเป็นความสงบกาย สบายใจ
ทำสมาธิให้มีจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็ว

2.เมื่อจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็วเช่นนั้น รูป -นาม จะแยกตัวออกจากกันได้รวดเร็ว ย่อมเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ง่าย

3.นาม - รูป ปริเฉทญาณ หรือการที่ รูป - นาม แยกตัวออกจากกันได้เป็นญาณที่ 1 เป็นบาทฐานที่สำคัญของวิปัสสนาภาวนาอันจะพาให้เจริญก้าวหน้าไปในญาณวิปัสสนาภาวนาขึ้นไปตามลำดับชั้น จนครบทั้ง 16 ญาณในที่สุดหากไม่ละความเพียร

ผู้ที่มีสภาวธรรมภายในเกิดขึ้นตามลำดับแห่งญาณ 16 ย่อมเที่ยงแท้แน่นอนว่าได้ปิดประตูอบายลงทันในปัจจุบันชาตินี้ นั่นคือเข้าถึงความเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น คือ พระโสดาบัน..

เป็นผู้ถึงที่ เป็นผู้นั่งแท่น........เที่ยงแท้แน่นอนที่จะได้ดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 ชาติข้างหน้า หรือ 3 ชาติ หรือ ชาติเดียว...(สัตตคัตตุ....โกลังโกละ....เอกพีชี โสดาบัน)

:b37: :b37: :b37:
เอ้า !......พิมพ์เรื่องที่ไหลออกมาจากใจไม่ได้ไปค้นไปอ้างตำรา ได้ 3 ข้อพอดี ตามที่ท่านกรัชกายอยากได้

ตอบอย่างนี้พอใจหรือยังครับ

ไม่พอใจถามใหม่ในนัยยะอื่นนะครับ

:b20: :b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 21:26 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




มองแต่ดี มีสุข.jpg
มองแต่ดี มีสุข.jpg [ 13.29 KiB | เปิดดู 4037 ครั้ง ]
กรัชกาย เขียน:
เมสซิ่งเขาเป็นอะไร :b1: ควรจะดำเนินต่อไปยังไง

อ้างคำพูด:
พอดีเมื่อวานได้นั่งสมาธิแล้วได้กำหนดพุธ-โธเมื่อจิตสงบก็ พิจารณากายในกาย เช่นหายใจเข้าเป็นลมเข้าไปสู่ร่างกายออกมาพิจาณาสิ่งปฏิกูลในร่างกายไป สักพัก เหมือนเปลี่ยนฐานะตัวเองเป็นผู้ดู มีสติ เห็นเหมือนภาพ มีกล่องใบใหญ่มาก สีขาว

ทันใดนั้นกายก็ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เช่น ปอด ม้าม ตับ ไต ไส้ สมอง เล็บ ขน ฟัน หลุดเอาไปรวมในกล่องนั้น แล้วก็มีภาพพ่อ แม่ คนที่มีใจผูกพันธ์ ถูกแยกกายออกเป็นชิ้นๆเหมือนเราอวัยวะถูกรวมไปในกล่องใหญ่ใบนั้น จิตเรามันอยากเห็นอะไรในกล่องพอมองลงไปก็เห็นแต่อวัยวะต่างๆกองรวมกัน

ทัน ใดก็มีเสียงหนึ่งถามว่า "กายเธออยู่ที่ไหน" เมื่อได้เห็นแบบนี้ก็เลยตอบว่า "ไม่มี" แล้วเสียงนั้นก็ตอบว่า "แล้วจิตเธออยู่ที่ไหน" ดิฉันพยายามมองหาคำตอบว่า จิตอยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้กายไม่มีแล้ว ก็จะบริกรรมพุธโธต่อแต่ ไม่มีกายก็ไม่มีลม คำบริกรรมก็หาย มันมีสภาวะที่โล่งๆว่างๆเลยตอบไปว่า "จิตก็คงไม่มี" แล้วมันก็สว่างวาบแล้วเหมือนมีกระแสไฟกระจายไปทั่วความสว่างนั้น

อยากจะถามผู้รู้ ว่า

1.สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คืออะไร เป็นนิมิตอะไร อะไรแสดงธรรมอยู่

2.ดิฉันควรปฏิบัติต่อไปอย่างไร

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกดิฉันเห็นตัวเองเป็นซากศพ มีอะไรมากัดกิน
ส่วนครั้งอื่นๆ จะไม่เกิดนิมิตเกิดแต่ความสว่างจ้า สถาวะสงบสุข

:b16: :b16:
รอ Amazing ตอบก่อนใช่ไหม แล้วยังไงอโศกะจะช่วยเสริมอีกทีนะครับ
smiley smiley
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 05:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
เมสซิ่งเขาเป็นอะไร :b1: ควรจะดำเนินต่อไปยังไง

อ้างคำพูด:
พอดีเมื่อวานได้นั่งสมาธิแล้วได้กำหนดพุธ-โธเมื่อจิตสงบก็ พิจารณากายในกาย เช่นหายใจเข้าเป็นลมเข้าไปสู่ร่างกายออกมาพิจาณาสิ่งปฏิกูลในร่างกายไป สักพัก เหมือนเปลี่ยนฐานะตัวเองเป็นผู้ดู มีสติ เห็นเหมือนภาพ มีกล่องใบใหญ่มาก สีขาว

ทันใดนั้นกายก็ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เช่น ปอด ม้าม ตับ ไต ไส้ สมอง เล็บ ขน ฟัน หลุดเอาไปรวมในกล่องนั้น แล้วก็มีภาพพ่อ แม่ คนที่มีใจผูกพันธ์ ถูกแยกกายออกเป็นชิ้นๆเหมือนเราอวัยวะถูกรวมไปในกล่องใหญ่ใบนั้น จิตเรามันอยากเห็นอะไรในกล่องพอมองลงไปก็เห็นแต่อวัยวะต่างๆกองรวมกัน

ทัน ใดก็มีเสียงหนึ่งถามว่า "กายเธออยู่ที่ไหน" เมื่อได้เห็นแบบนี้ก็เลยตอบว่า "ไม่มี" แล้วเสียงนั้นก็ตอบว่า "แล้วจิตเธออยู่ที่ไหน" ดิฉันพยายามมองหาคำตอบว่า จิตอยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้กายไม่มีแล้ว ก็จะบริกรรมพุธโธต่อแต่ ไม่มีกายก็ไม่มีลม คำบริกรรมก็หาย มันมีสภาวะที่โล่งๆว่างๆเลยตอบไปว่า "จิตก็คงไม่มี" แล้วมันก็สว่างวาบแล้วเหมือนมีกระแสไฟกระจายไปทั่วความสว่างนั้น

อยากจะถามผู้รู้ ว่า

1.สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คืออะไร เป็นนิมิตอะไร อะไรแสดงธรรมอยู่

2.ดิฉันควรปฏิบัติต่อไปอย่างไร

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกดิฉันเห็นตัวเองเป็นซากศพ มีอะไรมากัดกิน
ส่วนครั้งอื่นๆ จะไม่เกิดนิมิตเกิดแต่ความสว่างจ้า สถาวะสงบสุข


รอ Amazing ตอบก่อนใช่ไหม แล้วยังไงอโศกะจะช่วยเสริมอีกทีนะครับ


ช่วยๆกันครับ ใครมาก่อนตอบก่อน เมสซิ่งยังไม่เข้ามา แต่แอบๆดูก่อนว่า จะเอาไงดีฝ่ะ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2014, 05:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b16: :b16: :b16:
อ้างคำพูด:
กรัชกาย เขียน:
คุณอโศกบอกให้ชัดหน่อยได้ไหมครับ ว่า ศีล ๕ โสดาบัน มีรายละเอียดยังไง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า

:b10:
กรัชกายชอบคำตอบแบบ 1 - 2 - 3............อย่างนี้เสมอเลยนะครับ
:b6: :b6:
1.ผู้ที่รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์สะอาดได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ย่อมได้อานิสงเป็นความสงบกาย สบายใจ
ทำสมาธิให้มีจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็ว

2.เมื่อจิตตั้งมั่นควรแก่งานได้ง่ายและรวดเร็วเช่นนั้น รูป -นาม จะแยกตัวออกจากกันได้รวดเร็ว ย่อมเจริญวิปัสสนาภาวนาได้ง่าย

3.นาม - รูป ปริเฉทญาณ หรือการที่ รูป - นาม แยกตัวออกจากกันได้เป็นญาณที่ 1 เป็นบาทฐานที่สำคัญของวิปัสสนาภาวนาอันจะพาให้เจริญก้าวหน้าไปในญาณวิปัสสนาภาวนาขึ้นไปตามลำดับชั้น จนครบทั้ง 16 ญาณในที่สุดหากไม่ละความเพียร

ผู้ที่มีสภาวธรรมภายในเกิดขึ้นตามลำดับแห่งญาณ 16 ย่อมเที่ยงแท้แน่นอนว่าได้ปิดประตูอบายลงทันในปัจจุบันชาตินี้ นั่นคือเข้าถึงความเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น คือ พระโสดาบัน..

เป็นผู้ถึงที่ เป็นผู้นั่งแท่น........เที่ยงแท้แน่นอนที่จะได้ดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 ชาติข้างหน้า หรือ 3 ชาติ หรือ ชาติเดียว...(สัตตคัตตุ....โกลังโกละ....เอกพีชี โสดาบัน)


พิมพ์เรื่องที่ไหลออกมาจากใจไม่ได้ไปค้นไปอ้างตำรา ได้ 3 ข้อพอดี ตามที่ท่านกรัชกายอยากได้

ตอบอย่างนี้พอใจหรือยังครับ

ไม่พอใจถามใหม่ในนัยยะอื่นนะครับ[/b]


อ้อๆ นั่น ศีล ๕ โสดาบัน แล้วศีล ๕ ทั่วๆไปล่ะครับ ต้องยังไง :b10:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร