วันเวลาปัจจุบัน 19 ส.ค. 2019, 16:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 110 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ณ คราหนึ่ง ธ อยู่…. เชตะวัน
เป็นมิ่งขวัญ ประชา…. สาวัตถี
แลนางหนึ่งชื่อ…. “กีสาโคตมี”
วิ่งเร็วรี่ ร้องขอ…. ต่อชีวา

• ด้วยว่าบุตร สุดรัก…. หักสลาย
มาล้มตาย กายดับ…. กลับฝากฟ้า
นางร้องร่ำ คร่ำครวญ…. ชวนเวทนา
อ้อนศาสดา ให้ช่วย อำนวยพร

• ธ กล่าวให้ ไปนำ…. พันธ์พืชผล
จากบ้านคน ญาติไม่ตาย…. มาไถ่ถอน
นางวิ่งเวียน เพียรหา…. ทั้งนาคร
สุรีย์อ่อน หย่อนแสง จนแรงโรย

• นางอุ้มศพ จนอืด…. หนืดไปหมด
แสนกำสรด สลดใจ…. จนไห้โหย
แต่ต้องกลับ มาอ้อน…. วอนรักโปรย
วางโอดโอย ไปบ้าง…. อย่างคนปลง

• ภควัน ท่านว่า…. กีสาเอ๋ย
อย่าเศร้าเลย เงยหน้า…. ท้าไหลหลง
"อนิจจตาธรรม"…. นั่นเที่ยงตรง
ทุกเหล่าพงศ์ วงศ์ไหน…. ใครไม่ตาย

• นางเิิ่ริ่มคิด จิตจ่อ…. ต่อธรรมแสง
เริ่มแสยง วางหลง…. ตรงความหมาย
อันเกิดแก่ แน่จริง…. สิ่งวางวาย
หวังสุดท้าย คล้ายจะรู้…. ต้องดูตน

• จึงปลงศพ ลูกชาย…. คลายห่วงหา
กราบศาสดา ขอบวช…. กวดหาผล
นางนิ่งดู รู้ว่าง… วางกมล
จึงหลุดพ้น ค้นพบ…. จบนิพพาน

“กีสาโคตมีเถรี” สมัยหนึ่งพระ พุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ เชตวัน กรุงสาวัตถี บุตรของนางกีสาโคตรมี ซึ่งกำลังน่ารักน่าเอ็นดูได้ตายลง นางกีสาเสียใจแทบเป็นบ้า เพราะนางมีลูกคนเดียว นางได้อุ้มลูกน้อยผู้ไร้วิญญาณไปบ้านโน้นเรือนนี้ ขอให้ชาวบ้านช่วยรักษาลูกนางให้ฟื้น ชาวบ้านหลายคนก็มีความ สงสารหัวอกของแม่ แต่ก็สุดที่ใครๆจะช่วยนางได้ จึงแนะให้นางไปหาพระพุทธเจ้า นางจึงอุ้มร่าง ของลูกน้อยผู้สิ้นลมไว้แนบอก แล้วรีบวิ่งไปยังสำนักพระเชตวัน

นางกีสาผู้มีหน้านองด้วยน้ำตา ยื่นแขนทั้งสองที่รองรับร่างหนูน้อยไว้ ไปทางพระพุทธเจ้า พลางพูดด้วยเสียงสั่นแกมสะอื้นว่า

"ท่านเจ้าขา...โปรดช่วยชุบชีวิตลูกน้อยของดิฉันให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยเถิดพระเจ้าข้า..."

"กีสาโคตรมี! เธอจงไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาดในบ้านที่ไม่มีคนเคยตายเลยมาสักหยิบมือ แล้วเราจะประกอบยาชุบชีวิตลูกของเธอให้"

นางอุ้มลูกไว้แนบอกรีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านถามหาเมล็ดพันธุ์ผักกาด แทบทุกเรือน ก็บอกว่าเมล็ดผักกาดมีแต่พอถามถึงว่า "ที่บ้านนี้เคยมีคนตายมาก่อนบ้างไหม ?"

ทุกบ้านก็ตอบตรงกันว่า "เคย" ไม่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เป็นผัว เมีย ลูกหลาน ฯลฯ

นางกีสาตระเวนหาตั้งแต่เช้าถึงเย็น จนลูกเหม็นเน่า ก็ไม่ได้เมล็ดผักกาด แม้แต่เมล็ดเดียว จึงต้องกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความผิดหวัง พระพุทธเจ้า ได้ทรงให้สตินางว่า

"กีสาเอ๋ย ! อนิจจตาธรรมนี้ มิใช่ธรรมเฉพาะบ้าน มิใช่ธรรมเฉพาะนิคม มิใช่ธรรมเฉพาะสกุลเดียว แต่เป็นธรรมของโลกทั้งปวงพร้อมทั้งเทวโลกฯ"

เรื่องความตายเป็นเรื่องสาราธารณะทั่วไป มิใช่ว่าบ้านนี้ตาย บ้านโน้นไม่ตาย ตระกูลนี้ตาย ตระกูลโน้นไม่ตาย ตระกูลโน้นไม่ตายก็หามิได้แต่ว่าตายหมดทุกบ้านทุกเมือง แม้แต่เทวดา อินทร์ พรหมก็มิได้มีข้อยกเว้น จะต่างกันอยู่บ้างก็แต่ว่าจะตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น

บางคนไม่ตายตอนเด็กๆ ก็ตายรุ่นหนุ่มรุ่นสาว ไม่ตายรุ่นหนุ่มสาวก็ตายเมื่อแก่ ไม่ตายดี ก็ตายร้าย ตายเหมือนกันหมด ไม่เว้นแม้แต่พระราชา, เศรษฐี, ยาจก จนถึงพระสงฆ์องค์เจ้าผู้เว้นจากบาปจากเวรก็ต้องตายเช่นเดียวกัน

นางกีสาโคตรมีได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ก็ได้สติปลงตก ถึงกฎธรรมดาของโลกมีเกิด ก็มีตาย ไม่มีใครหยุดยั้งได้ จึงเอาลูกชายไปจัดการศพ แล้วขอบรรพชาอุปสมบท ต่อมาไม่นานนางก็ได้บรรลุพระอรหันต์ เป็นสาวิกาสำคัญองค์หนึ่งของโลก


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• “องคุลีมาล” ขาดแคลน ….ภิกษาหาร
คนกลัวราน พาลวิ่ง ….ทิ้งพระสงฆ์
ด้วยเขากลัว ตัวท่าน ….เป็นมั่นคง
คนยังหลง รูปเก่า ….เหมือนเงาตาม

• ครั้นนานวัน คลายกลัว ….ที่ตัวท่าน
เริ่มหุนหัน ทำร้าย ….ไม่เกรงขาม
บ้างใช้ไม้ ไล่ตี ….ทุกโมงยาม
ท่านก็ห้าม ปรามตัวเอง ….ด้วยเกรงกรรม

• จนครานี้ มีหญิง ….ที่ท้องแก่
เกือบจะแย่ แผ่ดิ้น ….สิ้นขบขัน
ร้องโอดโอย โหยหวน ….จวนจาบัลย์
เถระนั้น เข้าใกล้ ….จะให้พร

• นางหวีดร้อง ก้องกรีด ….ซีดไปหมด
เถระงด เดินใกล้ ….เพื่อไถ่ถอน
“ยโตหํ ภคินิ" ….ที่อาทร
หยุดเร่าร้อน ผ่อนคลาย ….อย่าได้กลัว

• ตั้งแต่เรา กำเนิด ….เกิดในสงฆ์
มิเคยปลง ชีพสัตว์ ….ตัดที่หัว
ด้วยความสัตย์ เยี่ยงนี้ ….มีที่ตัว
ให้สิ้นชั่ว สิ้นทุกข์ ….มีสุขดี

• อัศจรรย์ พลันเกิด ….เลิศหนักหนา
เด็กร้องจ้า มาเกิด ….เปิดดิถี
ท้องที่ขัด ขจัดหาย ….ได้เปรมปรีด์
ก็ครานี้ ที่ขาน ….จารจดจำ

• แม้เตียงตั่ง ท่านนั่งอวย ….ช่วยให้พร
หากทุกข์ร้อน นอนตั่ง ….พลังล้ำ
ที่ติดขัด ปัดหาย ….คล้ายพรนำ
คนระห่ำ เคยทำร้าย…. ห่างหายไป

• คนเริ่มเอื้อ เจือจุน ….หนุนภักษา
แต่จิตา ล้าเกิน ….จะเดินไหว
ท่านติดขัด ชัดแน่น ….ที่แก่นใจ
ธ จึงไข ให้ทิ้ง ….สิ่งลวงตา

• เหตุเก่าก่อน กำเนิด ….เกิดเพราะพลั้ง
ไม่มีมิตร คิดรั้ง ….สิ่งกังขา
เกิดไปแล้ว ควรวาง ….สร้างจิตา
สิ่งภายหน้า ยังไม่เกิด ….อย่าเพริศมอง

• พระเถระ กะมอง ….จ้องที่จิต
ธรรมสถิตย์ คิดใส ….ไม่หม่นหมอง
อรหันต์ พลันได้ ….เพราะคลายปอง
สิ่งทั้งผอง กองไว้…. ในโลกา

• พวกพระสงฆ์ ส่งเสียง…. เถียงกันลั่น
ต่างคิดหวั่น บวชโจร…. โดนกังขา
ธ จึงให้ ออกกฎ…. กำหนดมา
ห้ามโจรา บวชเพียร…. เรียนวินัย

เมื่อพระองคุลีมาล บวชใหม่ๆ ท่านมีปัญหา ไม่เคยได้ “ภิกษาหาร” เลยแม้แต่วันเดียว เพราะชาวบ้านกลัวท่าน ยามเห็นท่านก็พากันร้องตะโกน วิ่งหนีเข้าบ้านกันหมด ครั้นหลายวันเข้า บางพวกก็ใจกล้า ถึงขึ้นใช้ก้อนหินเขวี้ยงปาท่านจนศีรษะแตก เลือดไหลบ้าง เอาไม้ทุบตีท่านบ้าง แต่ท่านก็ยังอดทนไม่บ่น และยังคงเดินหน้า “ภิกษาหาร” ต่อไป จนวันหนึ่งได้พบหญิงท้องแก่ใกล้คลอด ร้องไห้เจ็บปวดทรมาน ท่านปรารถนาจะช่วยนางผู้นั้น แต่นางนั้นก็กลัวท่านจนลนลาน ท่านจึงกล่าวอวยพรว่า

“ยโตหํ ภคินิ อริยาย ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สญิจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปตา เตน สจฺเจน โสตฺถิ เต โหตุ โสตฺถิ คพฺภสฺส”

“ดูกรน้องหญิง ตั้งแต่ฉันเกิดมาแล้วโดย “อริยชาติ” เป็นสงฆ์ยังไม่รู้สึกตัวว่า ได้แกล้งปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยอำนาจสัจจวาจานั้น ขอความสุขสวัสดี จงมีแก่หล่อน และครรภ์ของหล่อนเถิด”

เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ผู้คนโดยทั่วไป ที่หญิงนั้น กลับคลอดลูกได้ง่ายได้ สวัสดิภาพทั้งลูกและแม่ ตั้งแต่นั้นเรื่องนี้ก็โจษจันย์กันทั่ว ทำให้ท่านเริ่มได้รับ “ภิกษาหาร” บ้าง

ในประเทศไทยเองก็ได้อยู่ในบทสวดทั้งเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน ชื่อว่า องคุลิมาลปริต ในครั้งนั้น แม้กระทั่งตั่งที่พระเถระนั่งกระทำสัจจกิริยา ชนทั้งหลายเพียงนำสัตว์ดิรัจฉานตัวเมียที่มีครรภ์คลอดลำบากมาให้นอนที่ตั่งนั้น ก็จะคลอดออกได้โดยง่าย แม้แต่ตัวใดที่พิการนำมาไม่ได้ ก็เพียงแต่เอาน้ำล้างตั่งนั้นไปรดศีรษะ ก็คลอดออกได้ในขณะนั้นทีเดียว แม้โรคอย่างอื่นก็สงบไป ได้ยินว่า พระมหาปริตนี้มีปาฏิหาริย์ตั้งอยู่ตลอดกัป

พระองคุลิมาลเถระ องคุลิมาลปริตร

“ยโตหํ ภคินิ อริยาย ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สญิจิจฺจ ปาณํ
ชีวิตา โวโรเปตา เตน สจฺเจน โสตฺถิ เต โหตุ โสตฺถิ คพฺภสฺส”


ยามที่ท่านบำเพ็ญเพียรก็พบเห็นวิญญาณที่ท่านเคยฆ่า ตามหลอกหลอน ความนี้พระพุทธเจ้าทราบด้วยญาณ จึงเสด็จไปโปรดท่านไม่ให้ระลึกถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว แลสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ให้พิจารณาธรรม ที่บังเกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างเดียว ท่านประพฤติตาม ไม่ช้าก็สำเร็จพระอรหัตผล เป็นพระอริยสาวก นับเข้าในจำนวนอสีติมหาสาวกองค์หนึ่ง เมื่อท่านดำรงชนมายุสังขารอยู่โดยสมควรแก่กาลแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน

ครั้งหนึ่งพระิิภิกษุทั่วไปวิพากวิจารณ์เรื่องการบวชให้มหาโจร ความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงแจงว่า เพราะท่านพระองคุลิมาลก่อนนั้นท่านไม่ได้กัลยามิตรสักคนหนึ่ง จึงได้ทำบาปอย่างนั้นในกาลก่อน แต่ภายหลังเธอได้กัลยาณมิตรเป็นปัจจัย จึงได้เป็นผู้ไม่ประมาท เหตุนั้นท่านจึงสามารถละบาปกรรมนั้นได้แล้วด้วยกุศล ด้วยเหตุนี้พระุพุทธเจ้าจึงออกพระวินัย ห้ามภิกษุสงฆ์บวชให้กับมหาโจร หากกระทำถือว่าผิดวินัยร้ายแรงทางสงฆ์


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 17:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• หม่อมฉันให้ "ปิติ"…. ผลิสุขสันต์
จิตชื่นบาน ปานทิพย์… ระยิบไหว
"เจริญสติปัฏฐานสี่"…. จี้ลงไป
"อินทรีย์” ใหญ่ “ทั้งห้า”…. มาเรียงรอ

• อีก “พละห้า” “โพชฌงค์”…. นำส่งผล
ก่อสุขล้น พ้นข้าม…. ตามร้องขอ
ธ ว่าดี ที่เจริญ…. เพลินธรรมพอ
จิตจดจ่อ ตามแจ้ง…. แถลงมา

• “วักกลิ” ดีใจ…. เหมือนได้แก้ว
จิตตรงแน่ว ฝึกฝน…. จนกายล้า
ต้องเจ็บป่วย ด้วยทำ…. เิกินอัตรา
หวังพบหน้า ภควัน…. ก่อนท่านตาย

• จึงร้องขอ ต่อพระ…. ที่อยู่ใกล้
เร่งเร็วไว ให้ทูล…. พูนสมหมาย
ว่าเราร้อง ขอพร…. ก่อนวางวาย
ยากขวนขวาย สายเกิน…. จะเดินไป

• ธ เสด็จ มาเอื้อ…. พร้อมเกื้อหนุน
ช่วยคำจุ้น บุญส่ง…. ดำรงใส
"ทุกขเวทนา" กล้าแกร่ง…. เกิดแห่งใด
คุมได้ไหม ให้จบ…. สยบลง

• โอ้ พุทธา กายี…. มีแต่แย่
ทุกข์เกินแก้ แค่จิต…. มิใหลหลง
เธอรำคาญ เดือดร้อน…. นอนทรงทรง
ศีลใดส่ง ตรงตำหนิ…. ติเตียนมา

• เกล้าไม่พบ ตำหนิ…. ติเตียนได้
ธ ตอบใช่ ไม่มี…. ข้อกังขา
จะรำคาญ เดือดร้อน….สิ่งใดนา
รูปมายา เราเปื่อยเน่า…. ไม่เข้าที

"ข้าพระองค์จะทำปีติและความสุขอันไพบูลย์ ให้แผ่ไปสู่ร่างกาย จะครอบงำเหตุอันเศร้าหมอง นั้นเสีย จะเจริญสติปัฏฐาน ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ และโพชฌงค์ ๗ เพราะข้าพระองค์เคยได้เห็น ภิกษุทั้งหลาย ผู้ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว มีความบากบั่น มั่นเป็นนิตย์ มีความพร้อมเพรียงกัน มีความเห็น ร่วมกันปฏิบัติอยู่

เมื่อข้าพระองค์ระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ซึ่งฝึกดีแล้ว มีพระหฤทัยตั้งมั่น ข้าพระองค์จึงเป็นผู้ไม่เกียจคร้าน ตลอดทั้งวัน และคืน อยู่ในป่าใหญ่"

"ดีล่ะ เธอจงตั้งใจปฏิบัติเถิด" วักกลิภิกษุคลายใจได้แล้วว่า "พระศาสดามิได้รังเกียจเรา" จึงพากเพียรบำเพ็ญธรรมยิ่งขึ้นๆ จนกระทั่งเกิดการอาพาธหนัก ได้รับทุกขเวทนามาก ซึ่งขณะนั้นได้มาพักอยู่ที่บ้าน ของนายช่างหม้อคนหนึ่ง

ครั้นอาการอาพาธรุนแรงสุดที่จะทนได้ วักกลิภิกษุจึงเรียกเพื่อนภิกษุ ให้ช่วยไปทูลเชิญ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอนุเคราะห์เยี่ยม พระศาสดาทรงทราบแล้ว เสด็จมาเยี่ยมถึงที่อยู่

พอวักกลิภิกษุ เห็นพระศาสดาก็พยายามลุกขึ้นจากเตียง แต่พระศาสดารีบตรัสห้ามไว้

"อย่าเลยวักกลิ เธออย่าลุกขึ้นเลย"

แล้วทรงถามถึงอาการอาพาธว่า

"เธอยังพอทนได้หรือไม่ พอยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือไม่ ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นนั้นทุเลาลงหรือไม่"

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ทนไม่ไหว ไม่สามารถจะยังอัตภาพให้เป็นไปได้ ทุกขเวทนาแรงกล้า มีแต่กำเริบขึ้น ไม่ทุเลาลงเลย"

"ดูก่อนวักกลิ เธอมีความรำคาญ มีความเดือดร้อนหรือไม่"

"ข้าพระองค์มีความรำคาญไม่น้อย มีความเดือดร้อนอยู่ไม่น้อยเลย"

"ก็แล้วตัวเธอเองติเตียนตนเองได้ด้วยศีลหรือไม่"

"ไม่มีข้อใดเลย ที่ตัวข้าพระองค์เองจะติเตียนตนเองได้ด้วยศีล พระเจ้าข้า"

"ถ้าหากว่า ตัวเธอเองติเตียนตนเองด้วยศีลไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอยังจะมีความรำคาญ และมีความเดือดร้อนอะไรอีกเล่า"

"พระเจ้าข้า จำเดิมแต่กาลนานมาแล้ว ข้าพระองค์ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ว่าร่างกาย ของข้าพระองค์ ไม่มีกำลังพอ จะไปเข้าเฝ้าได้"

"อย่าเลยวักกลิ ร่างกายอันเปื่อยเน่าที่เธอเห็นนี้ จะมีประโยชน์อะไร ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม วักกลิเป็นความจริงแท้ บุคคลเห็นธรรมก็ย่อมเห็นเรา บุคคลเห็นเราก็ย่อมเห็นธรรม เธอจงสำคัญความนี้ว่า รูป (เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ) เที่ยงหรือไม่เที่ยง"

"ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า"

"สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า"

"เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า"

"สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา"

"ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า"

"เพราะเหตุนั้น อริยสาวกเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป (เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ) เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณ หยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ (การปฏิบัติมรรคองค์ ๘) อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี"

พระศาสดาตรัสสอนวักกลิภิกษุแล้วทรงลุกจากที่ประทับ เสด็จไปทางภูเขาคิชฌกูฏ ส่วนวักกลิภิกษุก็เรียกเพื่อนภิกษุให้ช่วยกันอุ้มตนขึ้น ให้หามไปยังวิหารกาฬสิลา ซึ่งอยู่ข้างภูเขาอิสิคิลิ ด้วยคิดว่า "ภิกษุเช่นเรา ไม่สมควรที่จะต้องมาตายอยู่ในละแวกบ้านเช่นนี้"


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 110 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร