วันเวลาปัจจุบัน 22 ส.ค. 2019, 18:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 291 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 20  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 23:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ชื่ออุ๋ยค่ะ อายุ 38 ปี อยู่เชียงใหม่มา 20 กว่าปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดแพร่ค่ะ ตอนนี้มีลูก 2 คน คนโตอายุได้ 3 ขวบ ครึ่ง คนเล็กได้ 1 ขวบ 3 เดือน เมื่อก่อนมีอาชีพค้าขายค่ะ ขายหมูปิ้งกับแฟน ต่อมาแฟนได้เรียนทำแอร์ และได้ไปช่วยเพื่อนทำแอร์พอมีประสบการณ์เล็กน้อย ตอนนี้เลยเช่าร้านเล็กๆๆเปิดรับทำแอร์เอง ใหม่ๆ อุ๋ยก้อไปกับสามีค่ะ ตอนเช้าก้อขายของประมาณ 3 ชั่วโมง สามีเค๊าตื่น ตี4 นึ่งข้าว แต่ทำไปมา เค๊าเหนื่อย เค๊ากัวเป็นโรคมะเร็ง เลยหันหลังให้กับการขายของ อุ๋ยเลยจ้างเค๊าย่าง ส่วนอุ๋ยเป็นคนขาย สามีก้อไปทำงานเป็นช่างแอร์ ต่อมาเข้าเดือน เมษา เค๊าเริ่มเปลี่ยนไป งานเยอะขึ้น กลับดึกขึ้น จนมาถึงเดือน พ.ค ปลายเดือน ก้อกลับดึกเป็นประจำ มา มิ.ย เค๊าเริ่มไปนอนค้างที่อื่น กลับ ตีสอง ตีสาม บางทีก้อเช้า เค๊าเปลี่ยนแปลงไปมาก โทรศัพท์ก้อพกติดตัวตลอด ทีแรกอุ๋ยก้อโวยวาย พูดกันหลายครั้งก้อซักเค๊าว่ามีผู้หญิงคนอื่นมั้ย เค๊าบอกไม่มี แต่พฤติกรรมมันบอกค่ะ ทีแรกจะจ้างนักสืบแต่ว่าแพงมาก เก้าพันบาท อาทิตย์เดียวก้อรู้ แต่อุ๋ยไม่ทำ ใจก้อบอกว่าช่างมันเหอะ แต่จริงๆๆแล้วทำใจไม่ได้ค่ะ กัวเจอ กลัวเป็นความจริง ตอนนี้จิตใจทุกข์มาก กลางวันก้อจะปกติ ส่วนกลางคืนใจมันร้อนไปหมด พยายามจะไม่โทรหาเค๊า เพราะรู้ดีว่าเค๊าไม่มีวันรับโทรศัพท์ แต่ก้ออดไม่ได้ พอเค๊าไม่รับ ใจอุ๋ยก้อทุรนทุราย นี่เค๊าเรียกว่าทุกข์ใช่มั้ยค่ะ อุ๋ยสวดมนต์ทุกวัน อ่านหนังสือธรรมะบ้าง แต่สุดท้ายก้อทำใจไม่ได้อยู่ดี คือรักมากค่ะ ยึดติดมาก รู้ตัวอยู่ กินไม่ได้นอนไม่กลับมาเกือบ สองเดือนแล้ว พยายามไม่คิด แต่อดไม่ได้จริงค่ะ ร้องให้ก้อร้องไม่ออก บางคืนต้องกินเบียร์เพื่อจะได้นอนหลับ ไม่อยากคิดอารัย อุ๋ยจะทำงัยดีค่ะ อยากจะไปปฏิบัติธรรม แต่ติดที่มีลูกเล็กๆ ปัญหาเรื่องเงินเริ่มเข้ามา เค๊าไปทำงานทุกวันแต่เงินในบัญชีหายหมด จากที่มีเล็กน้อย ตอนนี้ซื้อที่ด้วย เพื่อจะสร้างครอบครัวเพราะตอนนี้เช่าบ้านอยู่แต่แฟนกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน อยากให้เค๊ากลับมาเหมือนเดิมค่ะ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว บางครั้งแอบคิดนะว่าไม่อยากอยู่แล้ว แต่พอมองหน้าลูกก้อไม่กล้าทำ เพราะแฟนไม่เคยสนใจลูกเลย เขาใจร้ายมากเลยค่ะ ชีวิตนี้แสนสาหัส ทุกข์ใจมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2012, 09:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2011, 15:12
โพสต์: 191


 ข้อมูลส่วนตัว


การจะไปปฏิบัติธรรมก็ดีเหมือนกันครับ เพราะการสั่งสมความดี ฝึกขัดเกลาจิตใจ เป็นสิ่งที่จะทำให้จิตใจมีความสงบ ระงับความฟุ้งซ่าน แต่ถ้ายังติดห่วงที่ลูกเพราะจากไปไม่ได้ก็ปฏิบัติทำอยู่กับบ้านก็ได้ครับ หากไม่เข้าใจธรรมวิธีในการดำเนินปฏิบัติ ก็ควรที่จะหาหนังสือเกี่ยวกับการปฏิบัติของครูบาอาจารย์พระวิปัสสนาจารย์ที่เป็นเชื่อถือ เคารพศรัทธาของคนทั่วไป หรืออาจจะไปกราบเรียนถามกับท่านก็ได้ เอาเพียงเป็นอุบายวิธีในการดำเนินปฏิบัติก็ได้ อย่าคาดหวังกับบุคคลอื่นมากไป ควรจะแยกสิ่งที่ควรและไม่ควร สิ่งเป็นสาระและไม่เป็นสาระ สิ่งเป็นคุณและเป็นโทษ การคิดอยู่กับเรื่องผู้อื่นมีแต่จะทำให้เป็นโทษเป็นภัยแก่ตนเอง แม้เขาจะผิดถูกหรือไม่ก็ตาม จะหาความสงบระงับดับความฟุ้งซ่านได้อย่างไร ก็ในเมื่อแม้แต่จิตใจซึ่งอยู่กับตัว เป็นเรื่องเฉพาะตัวยังไม่สามารถฝึกให้รู้อยู่เฉพาะตัว พึงหาอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นที่พักจิตด้วยการบริกรรมภาวนาเถิด คิดมากหลายเรื่อง ก็ควรกลับคิดเพ่งเฉพาะเรื่องเดียว อารมณ์เดียวอย่างใดอย่างหนึ่ง เผลอเมื่อใดก็กลับเริ่มใหม่เมื่อนั้น ขอให้เพียรใช้สติเพ่งไปการบริกรรมจนกว่าจะเกิดผลคือความสงบ การไม่เคลื่อนไหว วาจาไม่พูด ใจไม่ฟุ้งซ่าน ก็เท่ากับเป็นการทำศีลให้เกิดมีภายในกายใจเรา อย่าเร่ง อย่าเร้า เพียงปล่อยเป็นไปตามสภาวะกายใจ พุท ลมเข้า โธ ลมออกบริกรรมไปเถิด.... ส่วนเรื่องสามีของคุณก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าเพ่งคุณเพ่งโทษเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2012, 16:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะสำหรับการแนะนำ ตอนนี้ก้อทำใจ และทำตัวให้ร่าเริง การสวดมนต์ภาวนา ก้อทำแต่ก้อจะมีแว๊บเข้ามาบ้าง แต่จะพยายามค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2012, 08:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2011, 07:44
โพสต์: 142

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดูเหมือนสามีคุณอุ๋ยเริ่มจะมีงานเข้ามามากขึ้น พร้อมๆกับมีหญิงอื่นเข้ามาด้วยใช่ไหมคะ คนเราพอได้มีในสิ่งที่ไม่เคยมี ก็เลยหลงระเริงกับมัน ขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของแต่ละคนเลยค่ะว่า จะ คิดได้ เร็วช้าแค่ไหน บางคนกว่าจะคิดได้ก็ต่อเมื่อสาย บางคนอาจเบรคตัวเองไว้ทันก่อนจะสูญเสียทุกสิ่ง

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้ารู้อนาคตได้คงห้ามได้แล้วใช่ไหมคะ ทำความดี ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไปค่ะ เวลา+สติ+ปัญญา จะทำให้เราหาทางออกได้เองค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2012, 10:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 มี.ค. 2012, 08:59
โพสต์: 15


 ข้อมูลส่วนตัว


"สะอาด สว่าง สงบ พบได้ที่ไจตน" อยู่ที่วิธีคิดค่ะ รักตัวเองและลูกให้มากๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2012, 13:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


คงอย่างที่คุณมะกอกมะนาวพูดค่ะ มีงานทำ งานเข้ามา เริ่มรู้จักคนมากขึ้น กว้างขวางมากขึ้น เงินหาง่ายขึ้น เลยทำให้หลงระเริง มองดูแล้วก้อน่าสมเพชนะค่ะที่คนเราเป็นได้ถึงขนาดนี้ไม่นึกถึงตอนที่ยังไม่มีอารัยเลย เริ่มจากศูนย์ พอหาเงินได้ง่ายทำไมไม่มองกลับไปข้างหลังบ้างเนอะ ว่าเราผ่านทุกข์นั้นมาด้วยกัน ก็คงต้องรอให้เวลาขัดเกลาจิตใจของอุ๋ยและของเค๊าด้วย เค๊าเป็นคนรูปหล่อ คารมณ์ดี พูดดีค่ะ แต่ก้อคงปล่อยเค๊าไปถ้าเค๊าตัดสินใจที่จะเลือกเป็นแบบนั้น หรือว่าเค๊าจะเลือกครอบครัว มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกจริงๆๆว่ามั้ยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2012, 12:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ก็เป็นอีกวันที่จิตว้าวุ่น ยึดแต่คนอื่น จิตเป็นอะไรไปน้อ.. คิดว่าเขาออกไปทำอะไร อยู่ไหน ท่าทางหงุดหงิดที่ใส่เรา มันช่างกล้าดี ไม่รู้เขียนอะไรนึกภาพเค๊าก้อนึกรังเกลียดเหมือนกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 15:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2010, 17:35
โพสต์: 163

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




ทุกข์น้อยที่สุด.jpg
ทุกข์น้อยที่สุด.jpg [ 313.2 KiB | เปิดดู 14304 ครั้ง ]
ผู้ชายนี่ก็แปลก ตอนลำบากด้วยกัน ดูรักกันดี
พอลืมตาอ้าปาก กลับสมองฝ่อ ลืมคนเคียงข้างที่เคยทุกข์ยากด้วยกันมา
เวลามีคนอื่น ก็ช่างหาเรื่องตำหนิภรรยาได้ทุกวัน

ก่อนคุณจะบอกว่าปล่อยเค๊าไป เค๊าเลือกแบบนั้น
คุณอุ๋ยต้องปล่อยตัวเองก่อนค่ะ เลือกเองก่อนค่ะ
คืออยู่กับตัวเองให้ได้ซะก่อน ไม่ว่าเขาจะมาหรือไม่มา
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2012, 00:07 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้รู้สึกว่าความรู้สึกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทีแรกตอนหัวค่ำยังอาลัยอาวรณ์เขาอยู่ แต่พอได้คิดก็รู้สึกสมเพช เวทนา ผู้ชายที่มีตัณหาเยอะคนหนึ่ง เข้าบ้านมาหน้าหยิกหน้างอมา เพราะอุ๋ยรู้ว่าเงินที่มีอยู่หมด
ไปกับการเที่ยว การกิน และผู้หญิง พอไม่มีเงินก็เข้าบ้าน หน้าตาบ่งบอกว่าไม่อยากเข้าแต่ก็จำเป็น ดูแล้ว
เหมือนสัตว์ที่พอมีกินก็จะไป พอไม่มีก้อเดินมาแบบโซซัดโซเซ ตอนนี้บอกได้เลยค่ะว่าทำใจได้เกือบครึ่งแล้ว ต่อไปก็เหลือแต่ว่าเขาจะคิดได้มั้ย พอเขาไม่ได้ดั่งใจก็ออกจากบ้าน ในความรู้สึกของอุ๋ยตอนนี้มันไม่ได้ติดไปกับเขาแล้ว แค่รู้สึกว่าเวทนาผู้ชายคนนี้มากกว่าที่มีตัณหาเยอะ อุ๋ยไม่ควรเอาตัวเองไปยึดอยู่กับสิ่งสกปรกเลย พึ่งเข้าใจวันนี้เอง ต่อไปก็จะยืนด้วยตัวเอง พร้อมที่จะสู้เพื่อลูก เพื่อแม่ของตัวเอง
อะไรที่เราทำได้ก็จะทำ แต่เราจะใช้ความเมตตาโปรดเขา เพื่อเป็นกุศลของเรา วันนี้เหมือนยกภูเขาออกจากอกไปเกือบหมด มีคนห่วงเราตั้งเยอะแยะมากมาย เมื่อก่อนรู้ว่าตัวเองท้อแท้ ไม่มีกำลังใจทำงาน ไม่มีแรง โง่ไปเลย ดีนะที่คิดได้ ทุกคนล้วนเป็นทุกข์ แต่ความทุกข์ก็สอนเราให้เข้มแข็งค่ะ เราต้องเชือดมันออกทีละเล็กละน้อย คิดไปแล้วคนนี้ไม่สมควรเป็นพ่อของลูกเลย ไม่ถามหาลูกสักคำ แต่กลับโทรหาผู้หญิงที่เป็นชู้ อุ๋ยไม่น่าไปยึดติดกับคนอย่างนี้เลยว่ามั้ยค่ะ สว่างค่ะตอนนี้ ไม่ได้แค้น ไม่ได้โกรธ ก็ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เราเข้าใจถึงคำว่าทุกข์ และรู้จักคำว่าปล่อยวาง เมื่อก่อนทำอย่างงัยมันก็ทุกข์ ร้องให้ งมงาย จะกินยาตาย อยู่ไม่ได้ ย้อนกลับไปเสียดายลมหายใจค่ะ หายใจทิ้ง โอ้โห้เสียดายเวลาจริงๆค่ะ ปล่อยเขาไป รักตัวเอง รักลูก รักแม่ รักคนที่รักเราดีกว่าค่ะ อย่าได้แคร์ กับคนที่ไม่เห็นค่าของเรา เราอยู่สูงแล้ว อย่าลดลงไปอยู่กับของต่ำเลย ถ้าทุกข์มาก เดี๋ยวมันก็หาทางออกได้เองแบบอุ๋ยงัยค่ะเพื่อน ขอบคุณเพื่อนที่ให้กำลังใจ ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากใจของเราเองค่ะ แต่คำที่เพื่อนให้ก็ให้ความรู้กับเราได้เป็นอย่างดี :b4: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2012, 00:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนากับคุนอุ๋ย :b8: ที่ผ่านเหตุการณ์มาได้ ขอให้เข้มแข็งเพื่อลุกและสู้ต่อไปเจ้าค่ะ ดิฉันก็มีโชคชะตาคล้ายคลึงกับคุนอุ๋ย คุนอุ๋ยยังโชคดีที่สามียังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยลูกคุณอุ๋ยก็มีพ่อ แต่ดิฉันอยู่กับลูก2คน สามีเสียชีวิตแล้ว..ยังอยู่ได้เลย :b1: และก็ไม่ได้คิดจะเสาะหาใคร ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราแท้จริง เพียงแต่ว่าเราเกิดมาเพราะหน้าที่และต้องพึ่งพาอาศัยกัน จนกว่าจะหลุดพ้นนะเจ้าค่ะ :b8: :b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2012, 11:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ nongkong คนเราถ้าหากมีโอกาสก้าวไปข้างหน้า ก็จงก้าวไปค่ะ แต่ทุกก้าวเราต้องคิดให้มากกว่า
ที่ผ่านมาค่ะ เพราะเมื่อเราผ่านความทุกข์มาแล้ว จะทำให้เราคิดได้ทุกๆอย่างที่เราจะกระทำ อย่าปิดกั้นตัวเอง แต่ก็ควรสำรวจดูรอบๆตัวของเราค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งสมมุติก็ตาม หากเรามีกรรมเรา
ก็ต้องใช้มันให้หมดไป เป็นกำลังใจให้ค่ะ อุ๋ยก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ก็ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดี
เท่าที่ทำได้ ที่เหลือก็แล้วแต่เวรกรรมค่ะ เราไม่ต้องคิดอะไรมากเราก็สุขได้ค่ะ คุณnongkong สู้ๆค่ะ :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 03:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้จับได้แล้วว่า สามีไปมีผู้หญิงคนอื่นเพราะไปเห็นมากับตาว่านั่งกินข้าวกันอยู่ ทีแรกสามีบอกว่าไม่มี แต่ความประพฤติของเขาเราก็เชื่อว่าต้องมี วันที่ 30 มิ.ย ที่ผ่านมาสามีปิดมือถือบวกกับผู้หญิงคนนั้นออนเฟสบุ๊คว่าอยู่ตรงไหน เลยออกไปปรากฏว่าเจอรถยนต์ของสามีจอดอยู่ เราก็ไม่รู้ทำงัย จะด่าก็ด่าไม่เป็นเลยโทรไปหาเพื่อนว่า ถ้าเข้าไปจะพูดอะไร เพื่อนก็บอกว่าพูดไปตามที่เราคิด เราเข้าไปก็พูดอยู่ 2-3 คำ แบบว่า แค่มารู้มาเห็น แล้วทำกับเราได้อย่างงัย ไม่นึกถึงลูกถึงครอบครัวเลยหรืองัย ผู้หญิงก็น่าด้านเต็มทน หน้าตาก็สวย ไม่น่าจะมาเป็นชู้กับสามีชาวบ้านเขาเลย พูดจบเราก็เดินออกมา น้ำตาเราไม่มีเลย เราก็ขี่มอไซด์กลับบ้าน สามีก็ไม่ได้ตามมาง้อเรา แต่กลับไปอยู่กับอีกคนทั้งคืน เราเชื่อเลย เราก็ไม่ว่าอะไร พออีกวันเขาเข้าบ้านมาก็มานั่งเล่นคอม เราก็ทะเลาะกัน อุ๋ยเลยขว้างกุจแจรถยนต์จะขับไปหาลูกที่แพร่ แต่พอไปได้นิดหน่อย ก็คิดได้ว่าเราไม่ได้เป็นคนผิด ทำไมจะต้องออกไปด้วย ก็เลยขับรถกลับมา แล้วก็เข้าไปถามเขาว่าจะเอาอย่างงัย เขาก็นิ่งไม่ตอบ พอถามอีกเขาก็บอกตัดสินใจไม่ได้ คิดดูเราอยู่กลับเขามามีลูกเล็กๆๆ 2 คน 3 ขวบ กับอีก 1 ขวบ เขาบอกเขาเลือกไม่ได้ เจ็บใจมั้ยล่ะค่ะ เขาขอเวลา ขอโอกาส เพื่อจะกลับไปแก้ไขในสิ่งที่ผิด และจะทำให้ดีทั้ง 2 ฝ่าย เราฟังแล้วเราก็รู้สึกอย่างงัยบอกไม่ถูก เขาเห็นคนนั้นสำคัญกว่าครอบครัว แต่เราก็ไม่ว่าอะไร เพราะรักเลยยอมให้โอกาส วันที่5 ก.ค เราออกบ้านไปเขานั่งเล่นคอมเราก็ไปกินเบียร์กับเพื่อนที่บิ๊กซี พอบ่ายสามโมงเรากลับมาเราก็ว่าๆๆให้เขาหลายอย่างที่อยู่ในใจ เราบอกเขาว่าเราทุกข์ใจ นอนร้องให้ทุกคืน ลูกก็ไม่เคยถามหาพ่อเลย ยายบอกว่าลูกสาวเอารูปแต่งงานของเรากับสามีมาดูแล้วพูดว่า "รูปนี้แม่อุ๋ย รูปนี้ไอ่หมา" แม่บอกว่าไม่มีคัยสอนลูกสาว ลูกสาวอายุแค่ 3 ขวบครึ่ง แต่น่าจะฟังจากคนรอบๆๆข้าง เราก็พูดให้สามีฟังว่าลูกพูดอย่างงี้นะ แล้วก็คุยเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เราพูดออกมาหมดแล้วเราก็หลับไป ซัก 3 ทุ่ม เขามาสะกิดเราให้ทานข้าว ซึ่งเราตกใจงัวเงีย เพราะปกตินานแล้วที่เขาไม่ได้ทำกับข้าวให้กิน พอจะนั่งกินเขากับนั่งร้องให้ ก้มกราบเราบอกเราว่า ขอโทษที่ทำแบบนี้ อโหสิกรรมให้เขาได้มั้ย เขาไม่มีทางออก มันมีอะไรเยอะกว่านี้เขาบอกเราแบบนี้ เราเลยถามว่าที่เยอะมันคืออะไร เล่าให้ฟังได้มั้ย เขาก็ไม่เล่า เอาแต่ร้องให้ เราเลยบอกว่าเรายกโทษให้แต่เลือกได้มั้ยว่าจะอยู่หรือจะไป เขาก็บอกเขาทำอะไรไม่ได้เลย เราเลยไม่รู้ทำงัย ก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เขามาขอโทษเราทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้กลับไปแก้ไขอะไรเลย เราก็เลยบอกว่าทานข้าวเหอะ ไม่ต้องคิดรัยมากพอสัก เกือบเที่ยงคืน มีโทรสับเข้ามาเขาตั้งเสียงสั้น เรานอนอยู่เราก็บอกว่ารับสิ แฟนเราก็บอกว่าเพื่อนโทรมาไม่รับ โทรศัพท์เขาก็เอานอนด้วยใส่ในกระเป๋ากางเกง มันก็สั้นอยู่นั้นแระ พอสักตี1 เขานอนหลับ และดิ้นโทรศัทพ์ก็หลุดออกมาเราเลยเอามาดูปรากฏว่า ผู้หญิงคนนั้นโทรมา 3 สาย แล้วส่งข้อความว่า "จะนอนแล้วนะค่ะ ฝันดีค่ะ"
เราเลยโอ้โห้ ผู้หญิงสมัยนี้หน้าด้านจริงๆๆเลย เลยพิมพ์ไปว่า "ยังจะแย่งสามีชาวบ้านอีกเหรอ จะหน้าด้านไปถึงไหน สติปัญญามีแค่นี้หรืองัย บาปกรรมรู้มั้ยเป็นผู้หญิงซะเปล่า" เราก็พิมพ์ไปงี้ แล้วพอตอนเช้าเราก็ลุ้นนะว่าสามีเราจะว่างัยเพราะเราเอาโทรศัทพ์สามีพิมพ์ไป เขาก็เงียบ เราก็เงียบ นั่งรถไปที่ดินด้วยกัน เขาก็ทำหน้าแบบไม่ค่อยพอใจ เราก็ไม่ถาม ไม่คุย ไม่ตอบอารัยนั่งนิ่งๆเฉย ก็คิดนะว่าแล้วที่เขามาขอโทษ กราบเราเนี่ย ทำเพื่ออะไร .. นึกแล้วปลงสังเวช เราก็ไมได้เสียใจอะไรนะ เพียงแต่ว่าทำมัยเลวได้ทั้งคู่ จะให้เราเลิกเขาก็เลิกได้ แต่จะคอยดูกรรมที่มันจะตามคนพวกนี้ว่ามันจะเป็นอย่างไร เงินทองก็ไม่มีริมีเมียน้อยอีก แย่สุดๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 03:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


(ต่อจากเมื่อวาน) วันนี้ที่7ก.ค 55 สามีไม่ได้กลับบ้าน เราก็รู้อยู่แระ ว่าเขาไปอยู่กับอีกคน แต่ก็ช่างเหอะก็ปล่อยเขาไป รู้เพียงแต่ว่าตอนเช้าเราคงจะไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้กับสองคนนี้ เพื่อจะได้ให้เขามีความสุขกัน เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่ว่า ทำไมเขาถึงมาก้มกราบ ขอโทษเราคิดว่าสำนึกได้ มนุษย์นี่หนอ จิตใจยั่งถึงยากแท้จริง ไม่เกรงกลัวบาปกรรมกันเลย เรามาดูละครเรื่องนี้กันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2012, 20:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนากับคุนพี่อุ๋ย :b8: พี่อุ๋ยจิตใจสงบพอที่จะนั่งสมาธิแผ่เมตตาได้หรือยังเจ้าค่ะ ถ้าทำได้อยากให้นั่งสมาธิทำจิตให้เป็นเมตตา ผ่องใสแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้สามีและผู้หญิงคนนั้นเลิก จองเวรจองกรรมกับพี่อุ๋ย ขอให้ชีวิตครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญ เชื่อไหม คุนน้องนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้คนคนนึง จากที่เค้าเคยมีความคิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ตอนนี้เค้ากลับเชื่อในเรื่องเวรกรรม ลดอัตตา ลดทิฏฐิของตนลง อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นกำลังใจให้พี่อุ่ยสู้ต่อไปนะค่ะ สู้ๆ tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2012, 10:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
อนุโมทนากับคุนพี่อุ๋ย :b8: พี่อุ๋ยจิตใจสงบพอที่จะนั่งสมาธิแผ่เมตตาได้หรือยังเจ้าค่ะ ถ้าทำได้อยากให้นั่งสมาธิทำจิตให้เป็นเมตตา ผ่องใสแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้สามีและผู้หญิงคนนั้นเลิก จองเวรจองกรรมกับพี่อุ๋ย ขอให้ชีวิตครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญ เชื่อไหม คุนน้องนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้คนคนนึง จากที่เค้าเคยมีความคิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ตอนนี้เค้ากลับเชื่อในเรื่องเวรกรรม ลดอัตตา ลดทิฏฐิของตนลง อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นกำลังใจให้พี่อุ่ยสู้ต่อไปนะค่ะ สู้ๆ tongue


ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ตอนนี้พี่ก็จิตใจกึ้มๆๆ บอกไม่ถูกค่ะ แต่ก็ยอมรับความจริงมากขึ้น ไปทำบุญ สวดมนต์ไว้พระ นั่งสมาธิก็พอมีบ้างแต่จิตยังไม่สงบพอค่ะ เพราะว่ายังคิดปรุงแต่งอยู่ในบางครั้ง หาอะไรทำ ล้างพระภูมิเจ้าที่ ทำความสะอาดหิ้งพระ ที่จิตยังมีความกังวลก็คือ สามียังกลับบ้าน ถามว่าดีใจมั้ยก็ดีใจอยู่ ก็พูดกันดีอยู่ แต่บางครั้งก็อยากถามให้รู้เรื่องไปเลยว่า ทำไมไม่ไปอยู่กับผุ้หญิงคนนั้นซะ ทำไมกลับมาบ้าน ทั้งๆที่ศุกร์เสาร์ก็ไปนอนที่นั่น ถ้าหากเขาไปให้พ้นๆซะ ก็จะได้เจ็บครั้งเดียว ไม่ใช่ไปมา ให้เจ็บใจเล่น รู้สึกอึดอัดค่ะ แต่พอมาคิดอีกทีนึกถึงลูกค่ะ ก็เลยเงียบมันทำให้จิตใจว้าวุ่นคืออยากจะพูดแต่ก็เก็บเงียบไว้ในใจอยากจะเตือนเขานะว่าบาปกรรมมีจริง วันนี้พี่ไปถวายสังฆทานมาค่ะ เมื่อวานบอกเขาว่าของนี่จะไปวัดอย่ายุ่ง เขาก็บอกว่าถ้าไปบอกเขาด้วยจะไปด้วย พอตอนเช้าพี่ตื่นมาเห็นเขานอนหลับอยู่เลยไม่เรียกก็ไปวัดคนเดียวอุทิศส่วนบุญแผ่เมตาให้เขา แล้วก็กลับบ้านพอเขาตื่นมาก็ถามว่าทำไมไม่เรียกเขาไปทำบุญด้วยก็บอกเขาไปตรงๆว่าเห็นหลับสบายก็เลยไม่เรียก แต่ในใจพี่กลับคิดว่า ถ้าเรียกไปทำบุญแค่ศีล5 เขายังทำไม่ได้แล้วเขาไปทำบุญเขาจะได้อะไร เพราะเขายังทำผิดศีลอยู่เกือบทุกข้อโดยเฉพาะข้อ3 4 5 แต่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันที่เขาอยากทำบุญเพื่ออะไรหน้อ คนเรานี่ก็แปลกนะค่ะว่ามั้ยคุณน้อง
คุณน้องnongkong อยากฟังปัญหาขอ น้องnongkong ค่ะ เมล์มาเล่าให้พี่ฟังได้มั้ยค่ะ พี่จะได้มีข้อคิดแบบคุณน้องnongkong บ้าง เมล์พี่ oui_pp@hotmail.co.th ค่ะถ้าไม่รบกวนจนเกินไป


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 291 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 20  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร