วันเวลาปัจจุบัน 19 เม.ย. 2019, 17:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6933

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

เขาภาวนาเพื่อให้ละ ไม่ใช่ภาวนาเพื่อให้เอา

ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่าที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า
ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด นี่เป็นขั้นต้นของการอบรมใจ
เพราะถ้าเราควบคุมปากตัวเองไม่ได้ เราจะควบคุมใจได้อย่างไร


ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นหละคือ วัดตัวเรา

คนเราต้องบ้าภาวนา จึงจะภาวนาได้ดี
เวลาภาวนาอย่าไปกลัวว่า ภาวนาแล้วจะเป็นนั่นเป็นนี่
เพราะเป็นของแก้กันได้ ให้กลัวอย่างเดียวว่า จะภาวนาไม่เป็น


ให้ภาวนา อย่ามัวแต่ง่วงนอน นอนกันมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว
ไม่รู้จักอิ่มสักที มัวแต่เป็นผู้ประมาท
ไม่รู้จักมนุษย์สมบัติเอาไว้ ระวังจะเหลือไม่เท่าเก่า


สักวันหนึ่งความตายจะมาถึงเรา
มาบีบบังคับให้เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉะนั้น เราต้องหัดปล่อยวางล่วงหน้า ให้มันเคย
ไม่อย่างนั้น พอถึงเวลาไปจะลำบาก


เมื่อคิดที่พุทโธแล้วไม่ต้องลังเลว่า จะนั่งไม่ได้ดี
ถ้าตั้งใจจริงแล้วมันต้องได้ สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเป็นมารผจญ
เขาเล่นละครอะไรๆ เราก็ไปดู ไม่ใช่ว่าไปเล่นกับเขาด้วย


เวลาเราทำงานอะไรอยู่ ถ้าเราสังเกตว่าใจเราเสีย ก็ให้หยุดทันที
แล้วกลับมาดูใจของตนเอง เราต้องรักษาใจของเราไว้เป็นงานอันดับแรก


คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป แต่เราไปเก็บมาคิด
เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไปแล้ว เราไปเก็บมากิน แล้วจะว่าใครโง่


มันไม่มีใครเจ็บ มันไม่มีใครตาย นั่นแหละ
ตรงนั้นแหละ มันมีอยู่แล้วทุกคน เหมือนเราคว่ำมืออยู่ เราก็หงายมือเสีย
แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้ ถ้าโง่ก็ไม่เห็น ก็ไม่ได้ ไม่พ้นเกิด พ้นตาย


ปฏิบัติยังไม่เข้าขั้นแล้วอย่าไปเที่ยวสอนเขา
มันมีโทษนะ ที่จริงไปถูกเขาเผยแพร่มากกว่า
สอนไปสอนมากลายเป็นปฏิกูลน่ากิน อสุภะน่ากอด


ของดีจริงไม่ต้องโฆษณา คนชอบขายความดีของตัวเอง
ที่จริงขายความโง่ของตัวเองมากกว่า คมให้มีในฝัก
ให้ถึงเวลาที่จะต้องใช้จริงๆ จึงคอยชักออกมา จะได้ไม่เสียคม


คนเราเวลานั่งภาวนา กว่าใจจะสงบได้ก็ต้องใช้เวลานาน
แต่พอจะออกจากที่นั่งก็ทิ้งเลย อย่างนี้เรียกว่า
เวลาขึ้นบ้านก็ขึ้นบันใด เวลาลงก็กระโดดลงหน้าต่าง


ต้องหมั่นมีสติ หมั่นพิจารณาร่างกายจนเป็นกระดูกจนร่วงลงไปกอง
แล้วเผาให้เกลี้ยงไปเลย ถามตัวเองซิ มีตัวตนไหม
อะไรทำให้ทุกข์ ทำให้เจ็บปวด มีตัวเราไหม
ดูให้ถึงแก่นแท้ของธรรมชาติพิจารณาไปจนไม่มีอะไรของเราสักอย่าง


มันไม่มีใครเจ็บ มันไม่มีใครตาย นั่นแหละ ตรงนั้นแหละ
มันมีอยู่แล้วทุกคน เหมือนเราคว่ำมืออยู่ เราก็หงายมือเสีย
แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้ ถ้าโง่ก็ไม่เห็น ก็ไม่ได้ ไม่พ้นเกิด พ้นตาย


พระธรรมถามว่า วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่...
แล้วเราจะตอบท่านว่ายังไง


เราเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน
ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยตายเกิดมากองไว้ ก็จะโตกว่าเขาพระสุเมรุ
น้ำในแม่น้ำมหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ
ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก


อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับความสังเกตของเรา
ถ้าความสังเกตของเรายังหยาบๆ เราจะได้แต่ของหยาบๆ
การภาวนาของเราก็จะไม่มีทางเจริญก้าวหน้าไปได้


ต้องหมั่นมีสติ หมั่นพิจารณาร่างกายจนเป็นเป็นกระดูกจนร่วงลงไปกอง
แล้วเผาให้เกลี้ยงไปเลย ถามตัวเองซิ มีตัวตนไหม
อะไรทำให้ทุกข์ ทำให้เจ็บปวด มีตัวเราไหม
ดูให้ถึงแก่นแท้ของธรรมชาติพิจารณาไปจนไม่มีอะไรของเราสักอย่าง


ผู้รู้แล้วจะไม่ทุกข์ ผู้ไม่รู้เท่านั้นเป็นทุกข์
ทุกข์มันก็มีอยู่กับทุกคน ไม่มีใครไม่มีหรอก
ตราบใดที่ยังมีขันธ์ ๕ อยู่ ทุกข์ก็ต้องมี
แต่ถ้าเรารู้แล้ว เราจะอยู่อย่างสบาย


ผู้มีปัญญา เมื่อเห็นเช่นนี้
ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ
ไม่ยินดีในการเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อนิพพานอย่างเดียว


คนทั้งหลายเขาก็อยู่กับทุกข์ๆ ๆ ทั้งนั้น
แต่ไม่รู้จักทุกข์ จึงพ้นจากทุกข์ไม่ได้


มัวแต่ตัดรากถอนโคน
ระวังลูกมันจะหล่นลงมางอกอีก


ใจจะคิดจะปรุงอะไรก็ปรุงได้ แต่อย่าหลง

การกำหนดทุกข์ ก็ต้องเอาให้ละเอียด
ต้องเอาถึงขนาดแค่ลืมตาปุ๊บ รูปมากระทบก็รู้ว่าทุกข์แล้ว

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6933

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


นิพพานนั้นเป็นเรื่องละเอียด ต้องใช้ปัญญาเอามากๆ
ไม่ใช่ของจะถึงด้วยแรงอยาก ถ้าเป็นของที่จะถึงด้วยแรงอยาก
พวกเราคงจะตรัสรู้กันหมดแล้วทั้งโลก


เมื่อรู้แล้ว ก็ให้อยู่เหนือรู้

อย่าทำแต่ถูกใจ ต้องทำให้ถึงใจ

ผู้มีปัญญาย่อมใช้อะไรๆ ให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งนั้น

จิตเปรียบเหมือนพระราชา อารมณ์ทั้งหลายเปรียบเหมือนเสนา
เราอย่าเป็นพระราชาที่หูเบา


ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นแหละคือ วัดตัวเรา

ใจจะคิดจะปรุงอะไรก็ปรุงได้ แต่อย่าหลง

การภาวนาของเราต้องมีปีติเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง
ไม่อย่างนั้น ทำไปๆ มันจะเหี่ยวแห้ง


จิตเห็นจิตตามความเป็นจริง เขาก็วางของเขาเอง

อยู่บนที่สูงแล้ว ก็สามารถมองเห็นอะไรๆ ได้หมด

ถึงความเห็นของเราจะถูก แต่ถ้าเรายึดเข้าไว้มันก็ผิด

คนเราถ้าทำดีแล้วติดดีก็ไปไม่รอด เมื่อใจยังมีติดภพชาติยังมีอยู่

ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

การภาวนาก็คือการฝึกตาย เพื่อเราจะได้ตายเป็น

ธรรมะ เราอ่านมามากแล้ว ฟังมานานแล้ว
เราก็ว่าเราเข้าใจ แต่มันถึงใจ ดีจริงหรือยัง


การภาวนาต้องทิ้งเป็นขั้นๆ
เหมือนเขายิงจรวจในอวกาศพอพ้นจากโลกแล้ว
กระสวยอวกาศก็ต้องทิ้งยานแม่ จึงจะไปถึงโลกพระจันทร์ได้


ของจริงจึงอยู่กับเรา ถ้าเราทำจริงเราจะได้ของจริง
ถ้าเราทำไม่จริงเราจะได้แต่ของปลอม


เราเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ต้องไปอัศจรรย์ใครทั้งนั้น
ว่าเขาดีวิเศษวิโสแค่ไหน จะทำอะไรก็ต้องมีหลัก


ท่านผู้รู้ทั้งหลาย เราไม่ต้องไปเที่ยวกราบท่านหรอก
เป็นการลำบากเปล่าๆ ทั้งสองฝ่าย
ให้กราบท่านในใจดีกว่า เรากราบท่านในใจนั่นแหละเราถึงท่านแล้ว


ของจริงขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราทำจริงเราจะได้ของจริง
ถ้าเราทำไม่จริงเราจะได้แต่ของปลอม


ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นคนช่างถาม สงสัยอะไรก็ถามท่านพ่ออยู่เรื่อย
เรื่องภาวนาบ้าง ปัญหาชีวิตบ้าง บางครั้งท่านก็ตอบดีๆ
บางครั้งท่านก็ย้อนถามว่า
“ทำไมจะต้องให้มีคนป้อนให้ถึงปากอยู่ตลอดเวลา ให้คิดเอาเองบ้างซิ”


ท่านพ่อเคยปรารภเรื่องคนที่ต้องให้ครูบาอาจารย์แก้ปัญหาในชีวิตทุกอย่างว่า
“เหมือนลูกหมาพอมีขี้ติดตูดอยู่นิดหนึ่งก็ต้องรีบวิ่งไปหาแม่
ไม่รู้จักล้างตัวเองบ้าง อย่างนี้เรียกว่า ลูกแหง่เลี้ยงไม่โตสักที”


คนติดครูบาอาจารย์ก็เหมือนแมลงหวี่มาตอม ไล่เท่าไรๆ ก็ไม่ยอมไป

พวกภาวนาที่อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ แต่ไม่รู้จักท่าน
ก็เหมือนทัพพีอยู่ในหม้อแกง
ไม่มีโอกาสรู้รสของแกงว่า เปรี้ยว เผ็ด มันอย่างไร


คนหลายอาจารย์ ที่จริงไม่มีอาจารย์เลย

ศิษย์หลายคน ในเมื่อรับความเมตตาจากท่านพ่อ
ก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับท่านว่า รักท่าน เคารพท่าน เหมือนพ่อบังเกิดเกล้า
บางครั้งท่านก็ย้อนถามว่า “จริงอย่างที่พูดหรือเปล่า
ถ้าจริงก็อย่าลืมลมซิ รักพ่อจริงอย่าทิ้งลมนะลูก”


มีลูกศิษย์คนหนึ่งมาขอรูปเล็กๆ ของท่านพ่อเพื่อห้อยไว้ที่คอ
ท่านก็บอกว่า “ไม่ต้องห้อยรูปครูบาอาจารย์หรอก
ไม่ต้องไปบอกว่าใครเป็นอาจารย์ รู้ไว้ที่ใจก็พอ”


อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง

จะดูคนอื่น ต้องดูที่เจตนาเขา

เราจะให้คนอื่นเขาดี เราต้องดูว่า ดีของเขามีอยู่แค่ไหน
ถ้าดีของเขามีอยู่แค่นั้น เราจะให้เขาดีกว่านั้น เราก็โง่


ใครจะดีอย่างไรจะชั่วอย่างไร ก็เรื่องของเขา
เราดูเรื่องของเราดีกว่า


ศิษย์คนหนึ่งเล่าให้ท่านพ่อฟังถึงปัญหาทั้งหลายแหล่
ที่เข้ามาเรื่อยๆ ในที่ทำงาน ตัวเองก็อยากจะลาออก
อยู่เงียบๆ แต่ก็ลาไม่ได้ ท่านพ่อจึงแนะนำว่า
“ในเมื่อเราต้องอยู่กับมันเรา ต้องรู้จักให้อยู่เหนือมันเราจึงจะอยู่ได้”


เราทำงาน อย่าให้งานทำเรา

ศิษย์อีกคนหนึ่งมาบ่นกับท่านพ่อว่า ทั้งในบ้าน ทั้งในที่ทำงาน
ตัวองต้องเจอแต่ปัญหาหนักๆ แทบเป็นแทบตายทั้งนั้น
ท่านจึงบอกว่า “เราเป็นคนจริง จึงต้องเจอของจริง”


เจออุปสรรคอะไร เราก็ต้องสู้
ถ้าเรายอมแพ้เอาง่ายๆ เราจะต้องแพ้อยู่เรื่อย


ข้างในเราก็ต้องแกร่ง มีอะไรมากระทบ เราจะได้ไม่หวั่นไหว

ให้พกหิน อย่าพกนุ่น

ลูกศิษย์บางคนเมื่อภาวนาแล้ว
เกิดมีความรู้ความเห็นถึงอดีตชาติของตนเองและผู้อื่น
รู้สึกตื่นเต้นจึงนำมาเล่าถวายให้ท่านพ่อฟัง ท่านเตือนว่า
“ภพชาติที่ผ่านมายังไปยินดีกันอยู่หรือ คนโง่เท่านั้นที่เข้าไปติด
เราตาย-เราเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยเกิดตายมากองไว้
ก็จะโตยิ่งกว่าเขาพระสุเมรุ น้ำในแม่น้ำมหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ
ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาของเราที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก
ผู้มีปัญญาเมื่อเห็นเช่นนี้ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ
ไม่ยินดีในการเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว”

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6933

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

หูเราก็มี ๒ หู ปากก็มีปากเดียว
แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย


ศิษย์ที่เป็นคนช่างพูดเคยถูกท่านพ่อเตือนว่า
“อย่าให้ลมออกมากนะ ลมออกมากได้อะไรขึ้นมา
มีแต่เรื่อง ให้กำหนดลมเข้าจะดีกว่า”


ท่านพ่อได้ยินศิษย์สองคนนั่งคุยกัน
คนหนึ่งถามปัญหาอีกคนหนึ่งตอบโดยเริ่มต้น “เข้าใจว่า คงจะ...”
แต่ท่านพ่อก็ตัดบททันที “ถ้าไม่รู้ก็ตอบว่าไม่รู้ก็หมดเรื่อง
เขาขอความรู้เราก็ให้ความเดามันจะถูกที่ไหน”


เรามีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างภาวนา
เราไม่ต้องไปเล่าให้ใครฟังนอกจากอาจารย์ของเรา
เรามีอะไรจะไปอวดเขาทำไม เป็นกิเลสไม่ใช่หรือ


ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งรู้ตัวว่า เป็นผู้ที่พูดจาไม่ค่อยเรียบร้อย
จึงถามท่านพ่อว่า ข้อนี้จะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติใจไหม
ท่านตอบว่า “อย่าไปข้องใจกับกิริยาภายนอก ให้ภายในใจของเราดีเป็นสำคัญ”


เวลากินข้าวให้ใจอยู่กับลม แล้วพิจารณาดูว่า เรากินเพื่ออะไร
ถ้าเรามัวแต่กินเพื่อเอร็ดอร่อย อาหารที่กินเข้าไปนั้นให้โทษกับเราได้


สร้างพระไว้ในใจของเรา ได้บุญยิ่งกว่าสร้างพระข้างนอก

วันหนึ่งท่านพ่อชี้หญ้าที่ขึ้นรกบริเวณกุฏิท่านให้โยมคนหนึ่งดู
แล้วถามเขาว่า “หญ้าปากคอกโยมไม่เอาหรือ”


อีกครั้งหนึ่งท่านพ่อพาลูกศิษย์จากกรุงเทพฯ ขึ้นไปทำความสะอาด
บริเวณพระเจดีย์ พอดีเจอเศษขยะที่ใครไม่ทราบทิ้งไว้บนนั้น
ลูกศิษย์คนหนึ่งจึงบ่นว่า “แหมไม่น่าจะมีใครขาดความเคารพถึงขนาดนี้”
แต่ท่านพ่อบอกว่า “อย่าไปว่าเขานะ ถ้าเขาไม่ได้ทิ้งของไว้พวกเราจะไม่มีโอกาสเอาบุญ”


ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

มีคนมาปรารภกับท่านพ่อว่า อยากจะทำบุญวันเกิด
ท่านก็บอกว่า “ทำไมต้องทำวันเกิด ทำวันอื่นไม่เป็นบุญหรือ
คิดอยากจะทำบุญเมื่อไร ก็ให้รีบทำวันนั้น อย่าไปรอวันเกิด
กว่าจะถึงวันเกิด เราอาจจะถึงวันตายนั่นแหละ”


อีกคนหนึ่งบอกกับท่านพ่อว่า จะทำบุญฉลองวันเกิด
ท่านก็ตอบว่า “ฉลองมันทำไม วันเกิดก็คือวันตายนั่นแหละ”


มัวแต่นึกถึงวันเกิด ให้นึกถึงวันตายเสียบ้าง

คนเราทุกคนก็อยู่ในบัญชีตาย
พอเกิดมาเราก็เข้าคิวรอเขาประหารชีวิต จะถึงตัวเราเมื่อไรก็ไม่มีใครรู้
ฉะนั้น เราจะประมาทไม่ได้ ต้องรีบสร้างความดีของเราให้ถึงพร้อม


มีลูกศิษย์ต่างชาติมาปฏิบัติธรรมกับท่านพ่อใหม่ๆ
ถามถึงเรื่องชาติก่อน-ชาติหน้า ว่ามีจริงหรือไม่
ท่านตอบว่า “คนเราจะปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าสอนให้เชื่ออย่างเดียว
คือเชื่อกรรม นอกจากนั้นจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ”


ท่านพ่อเคยปรารภคนที่ไม่สนใจนั่งภาวนา
แต่ยินดีช่วยงานก่อสร้างในวัด ว่า “บุญเบาๆ เขาไม่ชอบ
ต้องหาบุญหนักๆ ให้เขาทำ จึงจะถึงใจเขา”


ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

บางครั้งเวลาลูกศิษย์นั่งภาวนาหรือทำการบุญใดๆ
ท่านพ่อจะสอนให้อธิษฐานใจไว้ก่อน
แต่คำที่สอนให้อธิษฐานนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
บางครั้งท่านจะสอนให้อธิษฐานตามแบบฉบับของพระเจ้าอโศกว่า
“เกิดชาติหน้า ขอให้มีความสามารถในตัวของตัวเอง นั่นก็พอ”


บางครั้งท่านจะสอนว่า “อย่าไปอธิษฐานอะไรให้มากมาย
เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้เกิดตามพระพุทธศาสนาก็แล้วกัน”


แต่ไม่ใช่ว่า ท่านพ่อจะสอนลูกศิษย์ทุกคนให้อธิษฐานใจเวลาทำบุญ
ศิษย์คนหนึ่งเคยกราบเรียนท่านว่า เวลาทำบุญจิตรู้สึกเฉยๆ
ไม่นึกอยากจะขออะไรทั้งสิ้น ท่านก็บอกว่า “ถ้าจิตมันเต็มแล้ว ไม่ต้องขอก็ได้
เหมือนเราทานข้าวมันก็ต้องอิ่ม ถึงจะขอหรือไม่ขอให้มันอิ่ม อย่างไรมันก็ต้องอิ่ม”


โยมคนหนึ่งมาวัดธรรมสถิตเป็นครั้งแรก
กำหนดจะอยู่ถือศีล-ภาวนา เป็นเวลา ๒ อาทิตย์
ท่านพ่อก็เตือนว่า “ฆราวาสออกจากบ้าน ก็เหมือนสมภารออกจากวัด
จะไปหาความสะดวกสบายไม่ได้นะ”


ในระหว่างการก่อสร้างเจดีย์ที่วัดธรรมสถิตย์
มีช่วงหนึ่งที่ลูกศิษย์ที่ไปช่วยงานก่อสร้างเกิดทะเลาะกัน
ลูกศิษย์คนหนึ่งที่ไม่พอใจในเหตุการณ์ ไปรายงานท่านพ่อ
ซึ่งขณะนั้นพักอยู่ที่วัดมกุฎฯ พอเขารายงานเสร็จ
ท่านพ่อก็ถามว่าฯ “รู้จักหินไหม” “รู้จักค่ะ” “รู้จักเพชรไหม” “รู้จักค่ะ”
“แล้วทำไมไม่เลือกเก็บเพชรล่ะ เก็บมันทำไมหิน”


ถ้าใจเรามั่นใจคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
พวกที่เขาเล่นของไสยศาสตร์ จะทำอะไรเราไม่ได้


ท่านพ่อเคยปรารภนักปฏิบัติที่ยังนับถือคนเข้าทรงว่า
“ถ้าต้องการให้การปฏิบัติได้ผลดีต้องอธิษฐานว่า
จะขอถือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ใช่ที่พึ่ง

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6933

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก...
(๑) หนังสือ...ยาใจ
วัดธรรมสถิต ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง
(๒) หนังสือ...ผลไม้ในสวนธรรม
หนังสือที่รวบรวมพุทธวจนะของพระพุทธเจ้า
และหลักคำสอนย่อๆ ของพระอริยสงฆ์



มีต่อค่ะ


:b47: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=27449

:b47: รวมคำสอน “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47090

:b47: ประมวลภาพ “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=21515

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 18:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1052

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: จะคอยอ่านต่อนะคะ :b16:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2011, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 10:52
โพสต์: 257

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: :b8: :b8: :b8: :b47:

.....................................................
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้กวน
พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือน ลมหวน อวลไป อวลมา อย่าหลง
พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืน ยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดี มีจน เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเยง บาปชั่ว กลัวเกรง ทำแต่ กรรมดี ทวีพรฯ

ท่านพุทธทาสภิกขุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2016, 21:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 608


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบสาธุๆๆ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2016, 10:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1527


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2017, 09:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 625


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2018, 09:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 549

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2018, 08:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 848


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ส.ค. 2018, 09:14 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1656

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2019, 07:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1881


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8: :b8: :b8:
:b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร