วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ย. 2019, 22:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 30 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บทพิสูจน์รักแท้ :b11:

บางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์
บางคนก็ว่า รักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้
บางคนก็ว่ารักแท้หาเอาได้ตามเตียง ทุกเตียง
แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า มันเป็นรักแท้ขนานแท้รักแท้แบบปลอมปน หรือรักที่ปลอมสนิท

1.. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัสกับความสุขร่วมกับคนๆนั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆและคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจ

2.. ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพในความเป็นเขา แล้วคนอื่นๆจะเคารพคนๆนั้น ของเราได้อย่างไร และเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก

3.. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด

4.. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทนไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง

5.. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์และความรู้สึกของคนๆนั้น อย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเองด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาสอย่างกระเง้ากระงอด

6.. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆนั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

7.. ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคนๆนั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต

8.. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป

9.. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆนั้นในหลายๆด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์และเวลา แต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

10.. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆนั้น

ถ้ามีครบทุกข้อดังที่ กล่าวมา ให้ถือว่ากำลังมีรักแท้โดยสมบูรณ์
แต่ถ้าขาดไปสักข้อสองข้อ ก็ให้โมเมว่ายังเป็นรักแท้อยู่
แต่ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสองข้อในจำนวน ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็จงอย่าพยายามหลอกตัวเองว่า รักนี้เป็นรักแท้ เพราะไม่เช่นนั้นทั้งสิบคนที่คบอยู่จะเป็นรักแท้ไปหมด
แล้วความรักของ คุณขณะนี้ล่ะ เป็นรักแท้แบบไหน....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สำหรับ ใครที่ยัง................ :b48:

สำหรับ ใครที่ยัง........ "โสด"

ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ "ผีเสื้อ" ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณ ปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก
ความ รักสามารถทำให้คุณมีความสุข แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด
แต่ความรักจะเป็น สิ่งที่พิเศษ ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร
อย่ารีบร้อน ค่อยๆ เลือก เลือกคนดีที่สุด

สำหรับ ใครที่..... "ไม่ใคร่โสด"
เค้า บอกว่า... ความรักไม่ไช่ การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร
แต่ รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้

สำหรับ ใครที่เป็น....... " คนเจ้าชู้"
อย่าพูดคำว่า "รัก" เลย ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น
อย่าพูดถึงความรู้สึก ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ

สิ่งที่โหดร้ายที่สุดที่ชายหนึ่ง พึงทำได้
คือทำให้ผู้หญิงเข้าหลงรัก แล้วไม่ใส่ใจใยดี
ผู้หญิง ก็เหมือนกัน......

สำหรับ ใครที่....... "แต่งงานแล้ว"
ความรัก ไม่ใช่... "มันเป็นความผิดของคุณ" แต่จะเป็นคำว่า "ฉันขอโทษ"
ไม่ใช่จะ บอกว่า "ไปอยู่ไหนมา" แต่จะเป็นคำว่า "ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ"
ไม่ใช่จะบอก ว่า "คุณทำได้อย่างไร" แต่จะเป็นคำว่า "ฉันเข้าใจนะ"
ไม่ใช่คำที่พูด ว่า... "ฉันอยากให้คุณเป็นอย่างนี้"แต่จะเป็นคำว่า..... " ขอบคุณ ที่เธอเป็นเธอ"

สำหรับ ใครที่...... "หมั้นหมายกันอยู่"
เข้า กันได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่า การอยู่ด้วยกันเป็นปี ๆ แต่จะอยู่ที่ว่า ที่อยู่ด้วยกันดีต่อกันแค่ไหน......

สำหรับ ใครที่...... "อกหัก"
การอก หัก
มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
และบาดความ รู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาด
ที่สำคัญก็คือว่า มันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักยังไง
แต่มันอยู่ที่ว่า....เราเรียนรู้จาก มัน ได้แค่ไหน ต่างหาก ......

สำหรับ ใคร ๆ ที่.... "ไร้เดียงสาในรัก"
จะรักได้อย่างไร :รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น
แบ่งปัน และ ไม่เอาเปรียบ พยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง
หากต้องเจ็บ ก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป

สำหรับ ใครที่..... "มีคนหลงรักอยู่"
เค้าบอกว่า...
มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่า ถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา

สำหรับ ใครที่...... "กลัวต่อการสารภาพรัก"
ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก ไม่เคยได้รู้เลยว่า...คุณรักเค้า

สำหรับ ใคร ๆ ที่ยัง......."คบ ๆ กันอยู่"
สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบ และ รักใครสักคน
จน สุดท้าย พบว่ามันไม่ใช่.....
และคุณเสียเวลาไปเป็นปี ๆ ให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร
ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้
แล้วล่ะก็จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม ปล่อยไปเถิด.....
เฮ้อ.... อันสุดท้าย..... สำหรับ เพื่อน ๆ ทุก ๆ คน.......
เค้าบอกว่า....
ขอปรารถนาให้ทุก ๆ คนที่มีความรัก
จง ซื่อสัตย์ เข็มแข็ง เป็นผู้ใหญ่ อย่าอ่อนไหว อย่าโลเล
จงเชิดชู ปกป้อง สนับสนุนให้กำลังใจ
และไม่เห็นแก่ตัว ................... :b29:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ระยะห่าง s001

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมาก มายผ่านเข้ามา
บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่ เป็นเช่นนั้น..
จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน
เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทาง ความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคน แปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
หรือ
คน รักกันไว้ได้อย่างคงที่…
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนคุ้นเคย…
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่าง รู้สึกได้ …
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..
แต่ใน ทางกลับกัน..
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคน เคยรัก คนเคยคุ้น
กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทาง ความรู้สึกไป ..
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของ เวลา
พอ ๆกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..
ไม่มี มาตราวัดใด ๆที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละ สถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..
เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน
1ใน ความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ..
และ ในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ...
เราจึงมองเห็นความไม่ ลงตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายาม ที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ .
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของ เรายาวไกลออกไป..
แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..
เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…
กับ บางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการ ห่างหายไปไหน..
ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้ม ลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะ เดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของ อีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม
พยายาม ที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ..
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของ อีกคน
ไม่เคยรับรู้ว่า ..
ระยะห่าง ที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่ เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ
การ ทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนัก สำหรับอีกหลาย ๆ คน…
บางคนพยายามมาเกือบ ทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..
ขณะที่บางคน อยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่ เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…
ระยะห่าง นั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..
เอาใจ ช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความ พยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับ มามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ
ไป เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่ สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..
แล้วคุณ ๆ เล่า
เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..
เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
เคยรู้สึกได้ถึง ระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้ง ที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???
เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะ ห่างกลับเท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


365 วันของคำว่ารัก :b20:

** เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วัน ที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง..

..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจาก เมล็ดนั้น
เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่
ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

..วัน ที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด

...วัน ที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม! ่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้ง เฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วัน ที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

...วัน ที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

..วัน ที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาด ใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง
เธอรู้สึกมีความ สุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็ก หญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด
เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่ สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะรัย **

เด็กผู้หญิง ใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า

// เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง
// การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป
// การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย
// ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้
// ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
// การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น

** คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก "ความรัก" ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัวแต่ละ! คนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นิยามของความรัก s007

>> >
>> >1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า
>> >คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้
>> >และต้องมาเสียใจภายหลัง
>> >
>> >2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่
>> >แม้จะแยกความรู้สึก
>> >ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
>> >
>> >3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
>> >แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น
>> >และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
>> >
>> >4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น
>> >แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน
>> >จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ
>> >
>> >5.
>> >เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูด อะไรกันสักคำ
>> >แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
>> >
>> >6.
>> >เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป...
>> >แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของ สิ่งนั้นเข้า
>>มาหาเรา
>> >
>> >7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน
>> >ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ
>> >แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
>> >ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง
>> >
>> >8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน
>> >แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
>> >แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจาก หัวใจ
>> >
>> >9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป
>> >อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
>> >อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"
>> >
>> >10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง
>> >ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง
>> >และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
>> >
>> >11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้
>> >อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน
>> >ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว
>> >สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
>> >
>> >12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาที
>> >การที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง
>> >การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน
>> >แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
>> >
>> >13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน
>> >ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง
>> >มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์
>> >และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
>> >
>> >14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด
>> >รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
>> >
>> >15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง
>> >อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา
>> >มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
>> >
>> >16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด
>> >เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
>> >
>> >17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม
>> >คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจาก
>> >ความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
>> >
>> >18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม
>> >จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม
>> >ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b32: คุณสุภาพ สตรีรู้มั๊ยว่าผู้ชายกลัวอะไรมากที่สุดในตัวคุณ :b10:

ความกลัวหมายเลข 1 เขากลัวว่าคุณจะเป็นยายแก่ขี้บ่น

ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงบ่นใส่เพราะมันจะทำให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นเด็กเล็ก ๆ ถ้าคุณต้องจะสั่งให้เขาทำอะไร โดยไม่ให้เขารู้สึกว่า กำลังถูกสั่งละก็ มีเคล็ดลับ 2 อย่าง คือ

วิธีแรก เปลี่ยนนิสัยที่น่ารำคาญของตัวคุณเอง กับนิสัยที่น่ารำคาญของตัวคุณเองกับนิสัยที่น่ารำคาญของเขา อาจจะทำเป็น

ข้อสัญญาว่า คุณจะให้เขา เลิกบีบยาสีฟันแล้วไม่ปิดหลอดเสียที ถ้าไม่อย่างนั้นละก็จะไม่เลิกกับ การที่จะลากเขาไปเดินช้อปปิ้ง เป็นชั่วโมง โดยที่เขาไม่พิสมัยเลยสักนิด

อย่างที่ 2 วิธีแก้ก็ คือ ลองจับเขานั่งคุยกับในขณะที่ยังไม่มีอารมณ์กลายแห่งในจุดเดือดแล้ว ก็พูดออก มา เช่นว่า "คุณเชื่อ

ฟังฉันหน่อยนะคะมันเป็นเรื่องสำคัญมาก ฉันอยากให้คุณ ... ( บอกปัญหาเขาไปเลยว่าอะไรที่คุณไม่ชอบ) เพราะว่า...( คือเหตุผลของคุณว่าทำไมคุณถึงไม่ชอบ) " ถ้าคุณเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ คุณก็จะต้องเจาะจงปัญหาไปเลยนะคะ ว่าทำไมมันถึงเป็นปัญหาแล้วไม่ต้องย้ำตลอดเวลา เพราะยิ่งคุณย้ำมากเท่าไหรเขาก็ยิ่งเมินเฉยมากขึ้นเท่านั้น



ความกลัวหมายเลข 2เขากลัวว่า คุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเขาจนสักวันหนึ่งเขาก็จะจำตัวเองไม่ได้

การเปลี่ยน ผู้ชายให้เป็นแบบที่คุณอยากให้เขาเป็น มักจะเริ่มขึ้นโดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว เช่นว่า คุณจะไปซื้อเสื้อผ้าให้เขาใส่ใน แบบที่คุณต้องการ ต่อจากนั้นคุณก็จะบอกว่าคุณชอบและไม่ชอบเพื่อนคนไหนของเขา คุณอยากให้เขาขับรถ

แบบนี้ อยากให้ใส่เสื้อสีนั้น คุณอยากให้เขาทำโน่นทำนี่ให้คุณ อันที่จริงผู้หญิงควรจะ ฉลาดพอที่จะรู้ว่าผู้ชายเนี่ยเป็นเพศที่ค่อนข้างจะหยาบ และก็ไม่มีอะไรที่เขาเตรียมตัว สำหรับการแต่งงานหรือว่าเป็นพ่อ แต่ว่าเขาถูกสอนให้แข่งขัน

ควบคุม เมื่อผู้หญิงต้องการที่จะเปลี่ยนเขาให้เป็นในรูปแบบใหม่ก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที คุณควรจะหยิบ ความพยายามที่จะเปลี่ยนเขามั้ย ไม่ใช่ แต่ว่าคุณควรที่จะไปให้ไกลกว่าเดิมโดยที่ต้องตระหนักว่า

อย่างแรกก็คือ ผู้ชายไม่ชอบว่าถูก

สั่งให้ทำอะไร อย่างที่สอง พวกเขาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าอยู่ที่จะทำอย่างไรไม่ให้เขากลัว เช่น ว่าอย่าสั่ง อย่าขอร้อง แต่ให้แนะแนวทางแทนแล้วก็ทำให้มันน่าสนใจ


ความกลัวหมายเลขที่ 3 ก็คือคุณเริ่มที่จะปล่อยตัวเองให้กลาย เป็นยายเพิ้งบ้า

ผู้ชายหลายคนกลัวว่าพอผู้หญิงได้ตัวเขาไว้แล้ว พวกเธอก็เริ่มแปลงโฉม เป็นนางมารร้าย จากที่ทำตัวสวยงาม ก็จะเริ่มปล่อยตัวให้อ้วนผละแล้วก็เลิกแต่งตัว เลิกสนใจ ในเรื่องความสวยงามปล่อยตัวให้อ้วนขึ้น แล้วกว่าที่เขาจะรู้ตัวอีกทีเขาก็พบว่า ตัวเองแต่งงานกับยายแก่คนหนึ่งไปแล้ว นอกจากว่าคุณจะเอาใจใส่ในการดูแลตัวเอง ออกกำลังการเคล็ดลับในการที่จะทำให้เขาไม่กลัวในเรื่องนี้ก็คือ คุณจะต้องแสดงให้เขา

เห็นว่าคุณรู้ว่าตัวเองจะมีวิถี ชีวิตที่สมดุลได้อย่างไร คุณมีวิธีจัดการกับความเครียดอย่างไร คุณอาจจะอนุญาตให้ตัวเองกินชีสเค้กที่แสนจะอร่อยบ้างทั้งวันทั้งคืน นอกจากจะไม่ปล่อยตัวแล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องเปิดหูเปิดตาให้ทัน

กับเหตุการณ์รอบข้างดูสถานการณ์ ต่างๆ ถ้าคุณแสดงให้เขาเห็นว่าคุณไม่หยุด และจะก้าวไปพร้อมกับเขาแน่นอนคะว่าความกลัวในข้อนี้ก็ จะไม่เข้ามาในหัวใจของเขาอีกเลย



ความกลัวหมายเลข 4 เขากลัวว่า คุณจะกลายเป็นผู้หญิงบ้าผู้ชาย

บางคนมีความกลัวประหลาดๆ อันนี้ต้องโทษไปที่หนังฮอลลีวู้ดที่สร้างผู้หญิงประสาทที่หลังจาก
แต่งงาน แล้วที่คอยรังควาน ผู้ชายอย่างไม่หยุดหย่อน อย่างเช่น เกล็น โคลส ในเรื่อง fatal attraction ซ่อนตัวอยู่ ผู้หญิงประเภทนี้จะมาพร้อมกับบุคคลิก 2 แบบ คือ บางทีก็จะอ่อนหวานน่ารัก แต่เวลาเธอโมโหเธอจะแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ เช่นว่า อาจจะพูดว่า ถ้าเลิกกันฉัน ฉันจะสร้างปัญหาให้เธออย่างไม่หยุดหย่อน หรือไม่ก็ฉันรอโทรศัพท์ของเธอทั้งคืนทำไมจึงไม่โทรมา บางครั้งแม้คุณจะพูดด้วยเสียงล้อเล่น แต่อย่างไรก็ตามก็ทำให้ผู้ชายหวาดหวั่นในหัวใจได้

ที่มา : http://zogzagth.tripod.com


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าจะรัก cheesy

ถ้าจะรัก ต้องยอมโยนเปลือกข้างนอกของเราออกไป
ต้องไม่ปลอมตัว ต้องไม่ใส่หน้ากาก
จริงๆ ไม่ต้องสวยงามมาก แต่ต้องมีตัวตนแท้ๆของเราฉายอยู่อย่างจริงใจ
ใน ทางกลับกัน
อย่าคาดหวังที่จะได้เจอคนที่สวยงามเกินจริง
เพราะโลกใบ นี้ไม่มีให้หาอยู่แล้ว
แม้แต่กระดาษแผ่นเดียวยังมีสองด้าน
แม้แต่ มือของเรายังมีหน้าหลัง
แม้แต่หัวใจยังมีสี่ห้อง
แม้แต่ดวงตายังมี สองข้าง
แม้แต่หูของเรายังมีสองข้าง

เมื่อโลกนี้มีสรรพสิ่ง มากกว่าหนึ่งด้าน
เหมือนจะเตือนเราอยู่ในทีให้มองสรรพสิ่งอย่างชั่งใจ
ไตร่ตรอง และมองทุกมุมที่มี

ดังนั้นความรักก็มีหลักคิดหลักเข้าใจเหมือนกัน นานเท่าไร
เรื่องของความรักก็เป็นเรื่องซ้ำๆไม่เคยเปลี่ยน
ผ่านมา กี่ชั่วอายุคนก็ยังมีน้ำตาให้เห็น มีเสียงหัวเราะให้เชยชม
มีรักสามเส้า สี่เส้า เป็นเรื่องธรรมดา

เธอต้องถอยหลังออกมา และมองสรรพสิ่งด้วยความเข้าใจ
มองไม่ต้องทุกด้านที่มีก็ได้
แต่มอง มากกว่าด้านเดียวที่เธออยากจะมองด้วย
มองเรื่องที่เธอไม่อยากจะเจอจะพบ ด้วย

เธอไม่จำเป็นต้องเจอสิ่งดีดีในชีวิตเสมอ
แต่ถ้าเธอเข้าใจ สิ่งร้ายๆที่ผ่านมาในชีวิตบ้าง มีสติ ก็พอแล้ว

เมื่อคุณยอมรับใคร บางคนในตัวตนและสิ่งที่เขาเป็น
คุณจะประหลาดใจเมื่อเขาดีกว่าที่คุณคาด หวังไว้มาก
ถ้าคุณรักก็ต้องยอมรับทั้งข้อดีและข้อเสียของเขาได้

คุณ จะได้รับรู้ว่าคน ๆ หนึ่งมีความหมายกับคุณมากเพียงไร
ก็เมื่อคุณตื่น ขึ้นและพบว่าคุณได้สูญเสียใครคนนั้น
ที่คุณเคยคิดว่าไม่มีความหมายกับ คุณเลยไปเสียแล้ว

สำหรับสิ่งที่คุณอาจจะคิดหลบหนี แต่หัวใจคุณเก็บมันไว้ตลอดเวลา
การปล่อยมันไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเหนี่ยวรั้งไว้ก็ยากเย็น
ความเข้มแข็งไม่ได้วัดที่ว่าสามารถ เหนี่ยวรั้งมันไว้
แต่อยู่ที่สามารถปล่อยมันไปต่างหาก

ผู้ชาย พร้อมที่จะเสียสละความรักเพื่อจะได้ปกครองโลก
แต่ผู้หญิงพร้อมที่จะตัด ใจจากโลกเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่มีค่าพอให้เสียสละ

มันปวดใจเมื่อ ได้เห็นคนที่คุณรักมีความสุขอยู่กับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดกว่าที่ได้ รู้ว่าเขาไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่กับคุณ

ความรัก ไม่จำเป็นต้องตามหา ถึงเวลามันก็มาเอง
ถ้ายิ่งตามก็ยิ่งหาไม่เจอ
ถ้า หากคุณกระหายอยากจะเจอคุณก็อาจกลายเป็นคนที่มีคุณค่าลดลง
และถ้าหากวัน ที่ตัวจริงซึ่งเป็นคนที่ใช่
ของคุณปรากฎแล้วคุณอาจเสียเขาไปเพราะเขามอง ไม่เห็นคุณค่าที่ควรจะมีจากคุณเพราะ
คุณให้ คุณได้แจกให้คนใครต่อใครหลายคนจนแทบจะไม่มีแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สิ่งที่เกิดขึ้นได้ ถ้ารู้จักคำว่ารัก :b18: :b18:

> > > * ยิ่งนานยิ่งรัก เกิดขึ้นได้พอๆกับ ยิ่งนานยิ่งไม่รัก

> > > * การดูแลความสัมพันธ์ เหมือนการกำทราย

> > > * กำแน่นไป ทรายก็ร่วงออกจากมือหมด

> > > * กำเบาไปทรายก็ไม่อยู่ในมืออยู่ดี

> > > * เวลาผ่านไป ใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติให้มากขึ้น

> > > * เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อย ดีใจเถอะที่เหนื่อยเป็น

> > > * จะได้รู้สึกว่าควรพักซะที

> > > * เหมือนคนที่ป่วยเป็นแสดงว่าเราใช้ร่างกายมากเกินไปแล้ว

> > > * ถ้าไม่ป่วยซะบ้างเลยเราจะไม่รู้ว่าควรถนอมร่างกายได้หรือยัง

> > > * การรักคนอื่นก็คือ การรักตัวเองอีกแบบหนึ่ง

> > > * อยู่คนเดียวเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักตัวเองรึเปล่า

> > > * พอเริ่มรักใครซักคน

> > > * สิ่งที่ไม่เคยทำก็ทำ ไม่เคยหวานขนาดนี้ก็หวาน

> > > * ทำทุกอย่างที่จะรักษาคนที่เรารัก

> > > * ให้อยู่กับเรานาน ๆ

> > > * เพราะอะไร...เพราะรักตัวเองและกลัวตัวเองเสียใจ

> > > * ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน

> > > * มีความสุขทั้ง 2 คน

> > > * อย่าให้คนหนึ่งมีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งพยายาม

> > > * อย่าให้คนหนึ่งเสียใจ ในขณะที่อีกคนไม่รู้ตัว

> > > * อย่าให้คนหนึ่งรู้สึกดี ในขณะที่อีกคนเฉยๆ

> > > * อย่าให้คนหนึ่งอยากพูด แต่อีกคนไม่อยากฟัง

> > > * อย่าเหนื่อยใจที่จะถามกัน

> > > * อย่ากังวลกลัวเสียใจก่อนที่จะคุยกัน

> > > * เธอคือเธอ

> > > * ฉันก็คือฉัน

> > > * คน 2 คนที่รักกัน

> > > * ต่างคนต่างยังมีหัวใจเป็นของตัวเอง :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 12:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านแล้ว คุณคิดถึงใคร ก็คนนั้นแหละ!!! :b9: :b32:

การคบคนก้อเหมือนกับไส้อั่ว ดูจากภายนอกจะไม่น่ากิน
แต่ เมื่อได้ชิมก้อจะรู้ว่ารสชาติไม่เหมือนกับที่เห็น
จิตใจของคนก้อเหมือนกับไข่ 1 ฟอง ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง
แต่ เมื่อที่คุณลองกระเทาะเปลือกออกมาก้อจะเห็นว่าคนๆนั้นไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย
ร่างกายของคนๆหนึ่งก้อเหมือนกับน้ำ แข็ง
ที่สักวันหนึ่งมันก้อต้องละลายไป
นิสัยของคนก้อเหมือนกับข้าว ถ้าคุณไม่หุงมันย่อมกินไม่ได้
ความ รักที่อกหักก้อเหมือนกับต้มยำมีทุกรสชาติ เว้นแต่ความหวาน
ความรักก้อ เหมือนกับไข่เจียวที่คุณๆกินกันได้ทุกวันแต่ก้อยังไม่เบื่อ
ชึวิตของวัย รุ่นเหมือนดั่ง pepsi
ที่อึกแรกมักจะซ่าแต่เปิดทิ้งไว้นานเข้าก้อหายซ่า ไปเอง
ชีวิตวัยรุ่นก้อเหมือนกับสัตว์หลายๆ ชนิดในสวนสัตว์ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง
ถ้า คุณกำลังอกหักแล้วยังหารักใหม่โดยหวังที่จะเอามารักษาแผลเดิม
ก้อจะ เหมือนกับตอนที่คุณท้องเสียก้อยังจะกินส้มตำ
แฟน ก้อเหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่งที่คุณคอยบอกกับตัวคุณว่ามันเพราะ
แต่ เมื่อฟังไปสักร้อยรอบคุณก้อเบื่อไปเอง
ต่างกับ "เพื่อน" ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก
ที่นานๆคุณเปิดทีแต่มันก้อยังคงไพเราะไม่ต่าง กับครั้งแรกที่คุณฟัง
คนหนึ่งๆที่คุณเคย ชอบแต่เค้าไปชอบคนอื่น
แต่คุณก้อยังจำทุกๆอย่างเกี่ยวกับเค้าได้
ก้อ เหมือนกับเพลงของค่าย RS หรือ Grammy
ที่คุณบอกว่าเกลียดแต่คุณก้อยัง ร้องเพลงนั้นได้จนจบ

ลองสังเกตุไหมว่า ถ้ามีรูปรวมใบหนึ่งแล้วคนที่คุณมองหาคนแรกคือคนที่ตัวเองชอบอยู่
เบอร์ โทรศัพท์ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณคุณก้อจำไม่ได้แต่ถ้าเป็นเบอร์
ของคนที่หลงใหล ละก็คุณจะจำได้ทุกตัวแม้มันจะไม่ซ้ำกันเลยก้อตาม
เพลงที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน
อาจจะกลายเป็น เพลงที่เกลียดที่สุดของคุณเมื่อเค้าจากไป
เมล์ร้อยเมล์ที่เพื่อนคุณส่งให้
ก้อไม่อาจเทียบได้กับ เมลเดียวของคนรักคุณ
ที่ตอบมาแค่ว่า "ขอบคุณนะ"
ก้อเหมือนกับ วันๆหนึ่งคุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยค
แต่ก้อจำไม่ได้แต่เมื่อคุณได้ คุยกับคนที่คุณชอบ
แม้ประโยคเดียวคุณก้อจะจำได้จนกว่าที่เค้าจะมีแฟน
ขอบคุณที่อ่านจนจบ

ปล.ระหว่าง ที่อ่านไปช่วงหลังๆคุณคิดถึงใคร
คนๆนั้นก้อคือคนที่คุณไม่ต้องการจะเป็น แค่เพื่อน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 12:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เขินแล้วเป็นไง........ อยากรู้ไหม :b3: :b15:

เขิน แล้ว…เป็นไง
>เพื่อนๆ รู้ไหมว่า แค่อาการเขินที่แสดงออกมา
> >>>ก็เป็นลักษณะหนึ่งที่บอกได้ว่าคนๆ นั้น มีบุคลิกที่ซ้อนเร้นแบบไหน

> >>>ลองสังเกตคนข้างๆ สิ แกล้งทำให้เขิน แล้วดูว่า เขาคนนั้นจะแสดงอาการอย่างไร

> >>>เป็นอย่างที่ทำนายไว้หรือเปล่า…
>เขินแล้วทำเป็นไม่รู้เรื่อง
> >>>เวลาที่คุณทำอะไรหน้าแตกขึ้นมา แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
> >>>ว่าเอ…ใช่เราทำเหรอ แล้วชวนคนรอบข้างคุยเรื่องอื่น
> >>>แบบเปลี่ยนเรื่องไปในทันที ทั้งๆ ที่ตัวคุณเองก็รู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย
> >>>นั่นล่ะ บอกได้ว่าคุณเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง มาดขรึม สงบเสงี่ยม
> >>>แต่ฉลาดรอบรู้ และจริงจังกับการทำงานอยู่ไม่น้อยเชียว
> >>>แถมยังแอบโรแมนติกเล็กๆ ชอบเสียงคลื่น ลมทะเล แมกไม้

> >>>ป่าเขาลำเนาไพรเสียด้วย…


>เขินแล้วทำเฉย ถ้าทุกทีที่คุณรู้ตัวว่าได้ทำเรื่องน่าอายขึ้นมาแล้ว
> >>>แต่หน้าตาท่าทางของคุณกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน
> >>>หรือรู้สึกตัวร้อนผ่าวเพราะเขินอายแต่อย่างไร
> >>>ต้องยอมรับว่าคุณเป็นคนที่แน่มาก คุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นแบบสูงสุดขีด
> >>>ถึงขั้นเอาแต่ใจตัวเองก็ว่าได้ ขึ้โมโหอีกต่างหาก
> >>>แต่คุณก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ตรงกันข้าม กลับเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย
> >>>และไม่ใช่คนจองหอง แต่ออกจะเป็นคนทำอะไรไม่รู้จักรอบคอบเท่าไรนัก



>เขินแล้วหน้าแดงก่ำ ไม่แปลกอะไรสำหรับอากัปกิริยาแบบนี้ s005
> >>>เพราะคุณเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย จิตใจงาม เห็นอกเห็นใจ
> >>>และมักชอบช่วยเหลือคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ ใครที่ได้คุณเป็นเพื่อน
> >>>นับว่าโชคดีทีเดียว เพราะคุณจะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด
> >>>แต่ดูคุณจะมีความมั่นใจในตัวเองน้อยไปนิด และขี้เหงาไม่ใช่เล่น


>เขินแล้วทำตัวบ้าๆ บอๆ ลึกๆ
> >>>แล้วคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังปิดบังความเป็นตัวของคุณอยู่
> >>>ไม่อยากและไม่ชอบให้ใครรู้ว่าคุณกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไรใน เวลานั้น
> >>>แต่คุณไม่ใช่คนเงียบเสียทีเดียว เมื่อคุณพูด
> >>>ทุกคำที่ออกมาจากปากจะตรึงผู้ฟังโดยรอบให้ตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ ของคุณ
> >>>คุณเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และเกลียดการบังคับเป็นชีวิตจิตใจ





>เขินแล้วตัวเย็นเฉียบ

>>>> อันนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนเย็นชา
> >>>หรือเฉยเมยเลยสักนิด ตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่ชอบเอาใจใส่กับบุคคลรอบข้าง
> >>>แบ่งปันความรักและความห่วงใยแก่คนเหล่านั้นเสมอ เป็นคนโอบอ้อมอารี
> >>>เอื้อเฟื้อแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่แปลกตรงที่
> >>>คุณมักไม่ชอบตีสนิทกับใครเป็นพิเศษ





>เขินแล้วพูดอะไรไม่ถูก

>>>>อาจเป็นเพราะคุณประหม่ามากเกินไปถึงเกิดอาการแบบนั้น
> >>>แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญที่จะทำให้ใครต่อใครห่างเหินคุณ
> >>>เพราะปกติคุณเป็นคนมีน้ำใจให้กับเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ยิ้มแย้มอยู่เสมอ
> >>>แต่คุณก็ไม่ใช่คนที่จริงจังกับชีวิตมากนัก ออกจะสับสน และชอบลังเล
> >>>คุณเป็นคนฉลาด แต่ออกจะไม่ทันคนเท่าใดนัก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 12:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำพูดจากใจ :b27:

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้
++โทรมา
++เราสัญญาไม่ ได้
++ว่าจะทำให้ เธอหัวเราะ
++แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ

สักวันหนึ่ง ที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีจากทุกสิ่ง
++ไม่ต้องกลัว ที่จะโทรหาเรา
++เราไม่สัญญา ว่าจะขอให้เธอหยุด
++แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ

สักวันหนึ่ง ที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร
++โทรหาเรา
++เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ
++และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร

แต่ถ้าวัน หนึ่งเธอโทรมา
แต่ไม่มีใคร รับสาย
++รีบมาหาเรา
++เพราะเราอาจ ต้องการเธอ
++เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ

ขอโทษ...
++ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจ

ขอโทษ
++ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ

เรารักเธอ นะ...
อย่าลืมเรื่อง นี้ล่ะ! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า
เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ

ขอโทษ...
++สำหรับความผิดทุกอย่างที่เราได้ทำไป

เราเขียนนี่ ขึ้นมาเพื่อ ...
จะเกิดอะไร ขึ้นถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้

++ถ้าเราไม่มี โอกาสได้บอกลา
หรือกอดเธออีกซักครั้ง

++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รัก

เรารักเธอนะ sad
เพื่อนเสมอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 12:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สัญญาณบอกเมื่อรักจืดจาง cry

จาก : หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ แทบลอยด์

คบกันมานานแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เรายังรักกันอยู่ไหม ครั้นจะถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้า กลัวเขาจะหาว่า เราไม่มั่นใจในตัวเขาเสียอีก แล้วจะทำยังไง ถึงจะรู้ได้ว่า ความรักระหว่างเราแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไปหรือยัง

หันมาลองสังเกตพฤติกรรมเล็กน้อยๆ เหล่านี้ ที่คุณและเขาทำ ร่วมกันดูซิว่า มันต่างไปจาก เดิมหรือไม่ และมีสัญญาณใดที่จะเป็นตัวบ่งชี้ หรือเป็นลางบอกเหตุให้คุณรับรู้ได้ว่า ความรักหวานชื่นที่เคยมีให้กันกำลังจืด ชืด และจืดจางไม่หวานเหมือนเก่า สำรวจตรวจตราอาการที่เขาคนนั้นปฏิบัติ ต่อคุณในขณะ นี้แล้วกันว่า เขาเข้าข่ายคนรักที่กำลังเบื่อหน่ายแฟนตัวเองอยู่รึ เปล่า

1. การไปทาน อาหาร

เริ่มต้นจากว่า เดิมทีคุณไปทานอาหารด้วยกันก็เพราะอยากเจอ หน้าค่าตาแฟนจะได้เจริญอาหาร เรียกว่ากินไป สบตากันไป อย่างนี้เรียกว่าได้ สองทาง ทั้งอิ่มท้อง และอิ่มอกอิ่มใจ

แต่หากวันใดที่การไปทานข้าวด้วยกัน เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ ว่า ทำไปตามหน้าที่ หรือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นแหละ คือจุดกำเนิดของการปฏิบัติต่อกันแบบขอไปที

2. ไม่สนใจใคร่ รู้เรื่องราวส่วนตัวของอีกฝ่าย

เมื่อใดที่คุณเริ่มไม่รู้สึกว่า อยากจะรู้หรือใส่ใจเรื่องราวความ เป็นไปที่ เป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเลย ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตความเคลื่อนไหว ในเรื่องต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ครอบครัว ญาติพี่น้อง ไม่มีการถามไถ่ถึงสาร ทุกข์สุขดิบกันเลยทั้งๆ ที่เป็นคู่รัก เป็นแฟนกัน

3. ตั้งเงื่อนไข วางข้อแม้สารพัด

พวกที่ชอบตั้งกฎกติกา เวลาจะทำอะไรให้กันทั้งทีก็ต้อง มีข้อแม้ต่างๆ นานาสารพัดเพื่อมาแลกเปลี่ยนกันไม่ให้เสียผลประโยชน์ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเสียเปรียบกัน อย่างนี้ถือว่า จุกจิกเกินไปเพราะ ประสาคนรักกันเขาไม่หยุมหยิมคิดมากกันละเอียดยิบ ชนิดที่ฉันให้เธอเท่านั้น เธอก็ต้องให้ฉันกลับมาเท่ากับที่ฉันให้ไป

4. ละเลยวัน พิเศษ หรือเทศกาลวันสำคัญ

แม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เรื่องแบบนี้คงต้องมีบ้าง ยิ่งวันพิเศษเล็กๆ น้อยๆ หรือช่วงเทศกาลสำคัญทั้งทีก็ควรจะมีหวานให้กันสัก หน่อย ไม่ใช่มาออกตัวว่าลืม หรือจำไม่ได้

เอาเป็นว่า ไม่จำเป็นถึงกับต้องหาของขวัญล้ำค่าให้ก็แต่ ขอแค่ไม่ลืมกัน และจำวันเกิด หรือเอ่ยปากพูดคำหวานให้เขารู้ว่า ไม่ลืมวัน สำคัญของหวานใจ แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว

5. ไม่ค่อย โทรศัพท์ถึงกันเหมือนเก่า

ทำไมมือไม้มันอ่อนไปหมดก็ไม่รู้ จะหยิบโทรศัพท์มากดหา หวานใจทั้งทีก็จำเบอร์ไม่ค่อยได้ ไม่มีอารมณ์อยากที่จะโทรหา

เมื่อใดที่อาการโทรศัพท์ลิซึ่มจืดจาง ปริมาณความถี่ที่กริ๊งกร๊า งหากันลดน้อยลงจนน่าใจหาย หรือแค่โทรมาอย่างเสียไม่ได้เพราะกลัวจะถูก ต่อว่าที่ไม่ยอมโทรถึงกัน อาการเช่นนี้ถือว่าส่อแววเซ็งแล้วแหละ

6. เฉยชา

หากปฏิกริยาอาการเมินเฉย เฉยชา ไม่กระตือรือล้นใส่ใจกัน เหมือนเก่า

ประเภทที่แต่ก่อนตอนทะเลาะกันก็จะเถียงกันคอเป็น เอ็นเพื่อเอา ชนะกันให้ได้ แต่ตอนนี้เริ่มเงียบเฉยชา และปล่อยให้อีกฝ่ายกลายเป็นบ้าเป็น หลังอยู่เพียงคนเดียว นั่นแหละใช่เลยที่เขาเริ่มถอดใจไปกับความรัก

7. นัดเดทน้อย ครั้ง นานๆ เจอกันที

คนรักกันชอบกันก็มีแต่ต้องอยากเจอหน้า วันหยุดเมื่อไหร่ก็ต้อง นัดออกมาเจอกัน หรือไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลงกันทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดถึงวันหยุด แล้ว เขากลับมีความรู้สึกว่า อยากอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปเจอหน้า หวานใจ บ่นพิรี้พิไรว่าขี้เกียจออกจากบ้านเพราะรถติด อ้างเหตุสารพัดเพื่อตัด บทที่จะไม่ต้องออกไปพบเจอกัน สัญญาณรักอันตรายกำลังเข้าใกล้คุณแล้ว จริงๆ

อาการเหล่านี้ อาจเริ่มเกิดเป็นพักๆ เท่านั้น ถ้าคุณเริ่มมีอาการที่ ว่ามาบ้างแล้วแม้แต่ข้อเดียว ขอให้รีบเปลี่ยนแปลงมันซะ ถ้าคุณยังอยากที่จะ รักษาสัมพันธ์รักครั้งนี้ของคุณอยู่

แต่ถ้าคุณเริ่มเบื่อของเก่า อยากลองรสชาติใหม่ๆ ดูบ้าง ก็คงต้องเปิดอกพูดคุยกันให้รู้ถึงความรู้สึกว่ายัง อยากจะคบหาดูใจกันต่อไปอีก หรือไม่ หรือ ต่างฝ่ายต่างอยากเปิดโอกาสให้ได้มีโอกาสพบเจอคนใหม่ๆ ดูบ้าง

เอาเป็นว่า ถ้ารักจืดก็อย่าลังเลที่จะพูดออกไป เพราะถ้าปล่อย ปัญหารักร้าวไปมากกว่านี้ คุณเองอาจจะเป็นฝ่ายที่รู้สึกผิดที่ยังรั้งตัวเขาไว้ ทั้งๆ ที่ความรักมันไม่เหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2010, 19:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2010, 07:17
โพสต์: 161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนนี้ "ใช่เลย"?! Kiss

มีสาวโสดหลายคนค่ะ ที่จะว่าไปก็ไม่ได้ "โสดสนิท" เสียทีเดียว ที่เรียกว่าไม่โสดสนิทก็เพราะคุณก็มี
โปรเจ็คหรือหวานใจอยู่ข้างตัว เพียงแต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะพิมพ์การ์ดชมพูอยู่หรือยังห่วงชีวิตอิสระประมาณสาวมั่นทั่ว ๆ ไป แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่คุณตอบตัวเองได้ว่าสามารถเป็นสาวมั่นได้
และเป็นศรีภรรยาของใครซักคนได้ที่คุณและเค้าก็ต่างถูกใจซึ่งกันและกันอยู่ แต่ไอ้การจะลุกมาพิมพ์การ์ดชมพูเลยก็ดูง่ายเกินไป (สำหรับหญิงมั่นเช่นคุณ) ขั้นลองมาตัวอย่างคำถาม
สำหรับความสัมพันธ์ที่ กำลังดำเนินอยู่ ซื่อสัตย์กับตัวเองนะคะว่าคุณคิดอย่างไร แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความมั่นใจของเราจริงมั้ยคะ เพราะไม่ว่าจะผิดหวังหรือสมหวังในวันใดวันหนึ่ง คุณก็จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ เพราะคุณได้เลือกและตัดสินใจแล้วนั่นเองค่ะเริ่มเลยแล้วกัน


1 ทุกคนก็มีสิ่งที่อยากได้ใช่มั้ยคะ แต่อะไรที่คุณอยากได้มากที่สุดตอนนี้?
a มีตังค์เยอะๆ
b อยากจูบกับหวานใจตอนนี้เลย
c อยากเจอหนุ่มในฝันเร็วๆ รอมานานแล้ว

2 วิธีอะไรที่คุณใช้มัดใจสุดหล่อในตอนนี้
a เริ่มเฟิร์ทก่อนเลย
b แต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูดีเข้าไว้
c ดูอยู่ห่างๆ รอให้อีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มก่อน
3 คุณรุ้สึกหึงรึเปล่าที่สุดหล่อนั้นมีชาวบ้านรุมจีบเต็ม ไปหมด
a ก็มีบ้าง
b จะหึง ก็ต่อเมื่อสุดหล่อเล่นด้วย
c ไม่เลย ต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน

4 คุณพบว่าหวานใจนั้นมีอดีตกับใครต่อใครเสียทั่ว คุณรู้สึก?
a รู้สึกปลื้มไปเลย เพราะเค้ามีเสน่ห์
b จะมีกังวล นิดหน่อย
c ไม่เห็นเป็นไรเลย ทุกคนก็มีอดีตทั้งนั้นแหละ

5 คุณอยากได้อะไรจากหวานใจในวัน วาเลนไทน์
a ก็อยากได้จูบที่โรแมนติกจากเค้า
b สร้อย หรือ ชุดต่าหูเข้าชุด
c ไม่ต้องการอะไรเลย เพราะเค้ายังไม่รู้ว่าเราปลื้มเค้าอยู่
6 คุณอุตสาห์นัดหวานใจไปงานปาร์ตี้ แล้วพบว่าสุดหล่อแอบงีบในห้อง คุณจะ?
a ร้องไห้ซะไม่มีดี
b ทำเป็นไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
c รีบไปกับคนอื่นเลย ต้องแก้เผ็ด
7 คุณทนอะไรไม่ได้มากที่สุดในความสัมพันธ์
a มีอะไรกับคนอื่นอีก
b โกหกอยู่ตลอดเวลา
c ทนได้ทุกอย่างเลยหล่ะ
8 คุณสร้างความประทับใจกับคนรอบข้างอย่างไร
a ก็พยายามทำตัวน่ารัก
b สร้างเสน่ห์ให้ตัวเอง เช่น เสื้อผ้าของแต่งตัว
c ไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี่แหละ
9 คุณรู้ว่าแฟนมีปัญหาเรื่องการเรียน คุณจะ ?
a ก็อาสาติวให้ในวิชาที่ถนัด
b พาไปเที่ยวให้หายเครียด และเริ่มใหม่
c ทำเป็นไม่รู้ เดี๋ยวเค้าจะขายหน้า ต้องรอให้เค้าพูดก่อน
10 เวลาที่ชาวบ้านเม้าท์คุณเรื่องหวานใจ ในที่ทำงาน คุณรู้สึก
a โกธรและรอแก้แค้น
b รู้สึกขายหน้า และทำอะไรไม่ได้เลย
c ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะไม่สนใจ
11 เวลาที่อยู่ด้วยกัน ใครเป็นฝ่ายพูดมากที่สุด
a ฉันเอง
b เค้า
c เราสองคนแหละที่แย่งกันพูด
12 คุณคุยเรื่องอะไรมากที่สุดเวลาอยู่สองต่อสอง
a ก็เรื่องลึกที่เราสองคนเท่านั้นที่รุ้
b งาน หรือ ไม่ก็ เงิน
c ก็เรื่องของเค้านั่นแหละ
13 คุณฉลองวันเกิดเค้ายังไง
a ก็พาไปเลี้ยงข้างนอก
b ซื้อชุด โฮมเธียเตอร์ที่เค้าอยากได้
c พาเพื่อนที่ทำงานเค้ามาเซอร์ไพรซ์
14 คุณชอบใส่เสื้อผ้าแบบไหนไปงานปาร์ตี้
a ก็ที่ทันสมัย และ อินเทรนด์ที่สุดตอนนั้นแหละ
b ชุดที่ใส่สบายๆ
c ขุดที่เค้าซื้อให้ ตอนคบกันใหม่ๆ
15 เวลาที่เค้าทำผิดคุณจะทำอย่างไร
a ก็ไม่เป็นไร ทุกคนต้องทำผิดบ้างหล่ะ
b บอกให้รู้จะได้ไม่ทำอีก
c ไม่ทำให้เค้ารู้ ว่าเรารู้แล้ว
16 คุณมีความลับมั้ย ซื่อสัตย์นะจ๊ะ
a ไม่มีจริงๆ สาบานให้ก็ได้
b มี แต่ เล็กน้อย ทุกคนมีได้นี่
c มีเยอะเลยหล่ะ ไม่กล้าบอกด้วย
17 คุณเรียกเค้าแบบไหน
a ก็ ชื่อเล่น ที่ชาวบ้านเค้าเรียกกันนั่นแหละ
b ฉายา ที่ต่างคนตั้งให้กัน
c ไม่เฉพาะเลย แล้วแต่สถานการณ์
เฉลย
1 a 1 b 3 c 2
2 a 2 b 1 c 3
3 a 1 b 2 c 3
4 a 3 b 1 c 2
5 a 3 b 1 c 2
6 a 2 b 3 c 1
7 a 2 b 3 c 1
8 a 2 b 1 c 3
9 a 3 b 2 c 1
10 a 1 b 2 c 3
11 a 2 b 1 c 3
12 a 3 b 2 c 1
13 a 3 b 1 c 2
14 a 1 b 2 c 3
15 a 2 b 1 c 3
16 a 2 b 3 c 1
17 a 1 b 3 c 2

คะแนน 17-30 :

คุณรู้จักเค้าในมุมของคุณค่ะ เพราะเค้า "เป็น" ในแบบที่คุณอยากให้ "เป็น"
พูดกันตามตรงแล้วมันยังไม่ใช่ความสัมพันธ์ ที่จะยืนยาวนัก ตราบเท่าที่เรายังไม่ได้รู้ลึกถึงทัศนคติหรือตัวตนที่ แท้จริงของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม การรับรู้ของคุณต่อเค้านั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของอีกฝ่ายไม่ใช่ของทั้ง สองคน พูดง่าย ๆ คือ ไม่ควรจะมีแต่ผู้รับหรือผู้ให้ผูกขาดกันตลอด ระลึกไว้เสมอค่ะว่าทุกคนต้องเป็นในสิ่งที่เค้าเป็นอยู่เท่านั้น ถ้าในความสัมพันธ์ที่มีผู้แสดงและผู้ชมแล้ว ซักวันหนึ่งก็ต้องเลิกลาเพราะไม่มีใครจะเป็น "อีกคน" ได้ตลอดไปจริงมั้ยคะ และที่สำคัญที่สุดอีกข้อคือการยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายเพราะนั่นแสดงถึงการเปิดใจยอมรับให้อีกคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของคุณ แล้วแบ่งปันชีวิตร่วมกัน ลองมองเค้าอีกสักครั้งแล้วศึกษาว่าจริง ๆแล้ว คุณจะสามารถอยู่ร่วมกันได้มั้ย ไม่ต้องรีบร้อนค่ะ

คะแนน 31-40 ขึ้น
:เมื่อเวลาที่คุณมีความรักละความรู้สึกเป็นสีชมพูเลยหล่ะ ค่ะ เพราะคุณมีความสุขที่ว่าได้ร่วมแบ่งปันความคิดและความรู้สึกกับหวาน ใจ ไม่เฉพาะแค่คุณเท่านั้นหรอกค่ะที่จะปลื้ม คนข้าง ๆ ตัวของคุณด้วย เพราะในความสัมพันธ์ที่มีระยะห่างพอดีระหว่าง "ตัวเรา" และ "สองเรา" จะเป็นความสัมพันธ์ที่ยืนยาวกว่าแบบอื่นใด รวมถึงจะเป็นการรับรู้ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงด้วย ขอให้รักษามันไว้นะคะ เพราะการสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ไม่สามารถเสร็จแต่เพียงข้ามคืน และอย่าลืมเรียนรู้จากสิ่งผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นนะคะ เพราะเจ้าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเช่นภูมิคุ้มกันสำหรับความสัมพันธ์ของคุณไงคะ


คะแนน 41 ขึ้น:

คุณพอใจในเสน่ห์ทางเพศของคุณอย่างเต็มเปี่ยมค่ะ
ไม่ เฉพาะแต่คนรู้จักคุณเท่านั้นที่รู้ว่าคุณนั้นแสนมั่น
ชาวบ้านชาวช่อง ที่พบเห็นคุณต่างก็เจอประกาย "ดารา" ของคุณเข้าเต็ม ๆ
แต่กระนั้นคุณ เองก็ไม่คิดว่าไอ้เจ้าเสน่ห์ทางเพศอะไรนี่จะสำคัญกว่า
"เนื้อหา" ที่อยู่ภายใน เพราะคุณเองก็ตระหนักว่า
ปฏิภาณไหวพริบบวกกับอารมณ์ขัน นั่นสามารถสร้างเสน่ห์ได้มากกว่า
สิ่งที่อยู่ภายนอกมากยิ่งนัก และโดยเฉพาะถ้ามีหน้าตาที่ดึงดูดด้วยแล้วก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น เสน่ห์ทางเพศก็มาเพราะเรื่องนี้หล่ะค่ะ สรุปว่าคุณสนุกกับชีวิต และ ค้นหาความแปลกใหม่ให้กับตัวเองเสมอเลยล่ะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 พ.ค. 2010, 20:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 20:57
โพสต์: 38

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b48:


:b35: ขอบคุณนะคะ..สำหรับบทความดีๆ :b20:

.....................................................
สุข.. ทุกข์.. ในใจเรา อย่าให้คนอื่นเขามากำหนด....
เราต้องเป็นเจ้าของ... ชีวิต.. จิตใจ.. ตัวเราเอง...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2019, 10:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2113


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes smiley :b4:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 30 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร