ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

อัธยาศัย ๑๐ ประการของคู่บารมี (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=81&t=55064
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  Hanako [ 26 ธ.ค. 2017, 09:24 ]
หัวข้อกระทู้:  อัธยาศัย ๑๐ ประการของคู่บารมี (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)

รูปภาพ

“อัธยาศัย ๑๐ ประการของคู่บารมี”

จะกล่าวถึงคู่บารมีของนครสามีบ้าง คู่บารมีมีลักษณะตรงกันข้ามกับคู่อาสวะเหมือนอย่างขาวกับดำ คู่บารมีมีอัธยาศัยสันดานดีหลายอย่างตามที่ใครๆ ที่เป็นผู้รู้จักชมเชยกัน ๑๐ ประการ คือ

๑. มีอัธยาศัยให้ปันสิ่งของของตนแก่คนทั้งหลาย มีสิ่งอะไรก็อดให้มิได้ เพื่อบูชาบ้าง เพื่อสงเคราะห์ญาติมิตรสหายบ้าง เพื่อนอนุเคราะห์ผู้ขัดสนเป็นต้นบ้าง เป็นผู้มีอัธยาศัยพอใจที่จะให้เองโดยมิต้องออกปากขอ ถ้าถูกออกปากขอและมิได้ให้หรือมิได้ช่วยจะรู้สึกเป็นทุกข์ ไม่สบายใจ จะต้องให้หรือช่วยน้อยหรือมากตามแต่ที่จะทำได้ ปราศจากความตระหนี่เหนียวแน่นและความมักได้ อยากจะให้ทั้งหมดเหมือนดั่งเทหม้อน้ำคว่ำกันทีเดียว

๒. มีอัธยาศัยรักตน สงวนตน งดเว้นจากบาปทั้งหลาย เป็นผู้มีความละอายใจต่อความชั่ว รังเกียจความชั่วเหมือนอย่างชายหนุ่มหญิงสาวผู้รักสวยรักงาม เหมือนคนสะอาดรังเกียจสิ่งสกปรก มีความเกรงกลัวต่อความชั่วเหมือนอย่างคนกลัวงูพิษ สงบภัยเวรเพราะไม่ประพฤติก่อภัยเวรแก่ใครๆ รักษาตนจากบาป กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า รักษาศีลเหมือนดังจามรีรักษาขน

๓. มีอัธยาศัยปลีกกายปลีกใจออกจากเครื่องติดทั้งหลายของโลกอยู่เสมอ เพราะว่าโลกมีเครื่องล่อให้ติดอยู่มากมาย เป็นต้นว่า รูป เสียง กลิ่น รสและสิ่งที่ถูกต้องซึ่งล่อตาให้ดู ล่อหูให้ฟัง ล่อจมูกให้ดม ล่อลิ้นให้ลิ้ม ล่อกายให้ถูกต้อง ล่อใจให้คิดและให้ติดตังอยู่เหมือนอย่างเป็นเรือนจำใหญ่ มองเห็นเป็นเรือนจำจึงมีฉันทะที่จะออกจากเรือนจำไปสู่แดนที่มีอิสระแก่ตน

๔. มีอัธยาศัยเสาะแสวงหาปัญญาความรู้ในความจริงแห่งสิ่งทั้งหลาย พอใจสดับตรับฟัง อ่าน ไต่ถาม คิดค้นพิจารณาจับเหตุจับผลเงื่อนต้นเงื่อนปลายและทดสอบปฏิบัติ ทำความเห็นให้ตรง ไม่ยอมหลงงมงายด้วยความไม่รู้ ชอบสนทนาไต่ถามผู้รู้ทั่วไปไม่มีเว้น เหมือนดั่งภิกษุเที่ยวบิณฑบาตทั่วไป

๕. มีอัธยาศัยขยันหมั่นเพียรไม่เกียจคร้าน แกล้วกล้าอยู่ด้วยความเพียรเหมือนดั่งสีหราชทุกอิริยาบถ

๖. มีอัธยาศัยอดทนต่ออารมณ์กระทบใจทั้งปวง ตลอดถึงอดทนลำบากตรากตรำทางร่างกายเหมือนดั่งแผ่นดินรองรับสิ่งทั้งปวงได้ทั้งนั้น

๗. มีอัธยาศัยรักษาสัจจะ ไม่พูดมุสา แม้จะถูกฟ้าผ่าลงขมองเพราะไม่พูดมุสาก็ไม่ยอมพูด เมื่อพูดไว้อย่างใด รับปากไว้อย่างใดก็รักษาคำพูด คือ ทำอย่างนั้น ไม่ตระบัดเหมือนดั่งดาวโอสธิไม่ละวิถี

๘. มีอัธยาศัยตั้งใจมุ่งมั่น พอใจที่จะทำตามความตั้งใจมุ่งมั่นในสิ่งที่พึงทำ ผลที่จะพึงได้ เหมือนดั่งภูเขาไม่หวั่นไหว ไม่ชอบมีใจรวนเรไม่แน่นอน

๙. มีอัธยาศัยประกอบด้วยเมตตา ปรารถนาความสุขแก่สัตว์ทั้งปวงไม่เลือกหน้าเหมือนดั่งน้ำแผ่ความเย็นทั่วไปทั้งแก่คนดีคนชั่วเหมือนกันหมด

๑๐. มีอัธยาศัยมัธยัสถ์ในอารมณ์ คือ เป็นกลางในอารมณ์ ไม่ชอบในบางอย่าง ชังในบางอย่าง เพราะถ้าชอบหรือชังก็เสียความเป็นกลาง จะรักษามัธยัสถ์ คือ ความเป็นกลางอยู่ได้ก็ต้องวางใจเฉยในอารมณ์ทั้งปวงได้ เหมือนดั่งแผ่นดินมีมัธยัสถ์ คือ ความเป็นกลาง ทั้งในของสะอาดทั้งในของไม่สะอาดที่ใครๆพากันทิ้งลงไป

คุณสมบัติดังกล่าวนี้มีในคู่บารมีเป็นที่ปรากฎจึงได้ชื่อว่า บารมีทุกข้อสืบมา บรรดาผู้มาบริหารจิตทั้งหลายควรศึกษาบารมีดังกล่าวให้เข้าใจและควรปฏิบัติอบรมให้เกิดขึ้น แม้ไม่ครบทุกข้อก็ควรพยายามให้มากข้อที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้เป็นคู่บารมีไว้ต่อต้านอาสวะให้พ้นจากอำนาจของอาสวะ ได้มีความสุขความเย็นตามแก่ควรการปฏิบัติ

:b44: :b44:

ถอดความจาก...หนังสือเสียงเรื่อง “จิตตนคร”
หัวข้อ ๔๑. อัธยาศัย ๑๐ ประการของคู่บารมี
พระนิพนธ์ใน “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙”




:: รวมพระนิพนธ์ “สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=43452

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/