วันเวลาปัจจุบัน 25 มิ.ย. 2019, 04:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มิ.ย. 2018, 07:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4841

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


เมื่อพิจารณาถึงความตายเข้าไปแล้ว แล้วก็เชื่อต่อสุคติทุคติตามที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ดังกล่าวมานั้นจริงอย่างนี้แล้ว ผู้นั้นมันก็จะเกิดความสะดุ้งหวาดกลัวต่อความทุกข์ ถ้าเราเป็นชาวพุทธจริงๆ นะมันก็ต้องเชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าแล ถ้าไม่เชื่อแล้วเช่นนี้มันก็ละตัณหานี้ไม่ได้ ละบาปไม่ได้เลย มันละไม่ได้แล้วเมื่อไม่เชื่อแล้วนะมันก็ปฏิเสธเลย อืม ไม่จริง ไม่จริงแล้วก็ทำไปตามอำนาจของความอยากนั้น

ดังนั้นผู้มีปัญญาแล้วก็ต้องพิจารณาให้เห็น เช่นการเบียดเบียนกันอย่างนี้นะ พิจารณาเท่านี้ก็รู้แล้วว่ามันเป็นโทษ มันจะนำทุกข์มาให้จริง เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่นี่ไม่ต้องการให้ใครมาทำลายชีวิตของตัวเอง แม้สัตว์เล็กๆ น้อยๆ มันก็หวงชีวิตของมัน ดูแต่มันหากินอยู่นั้นเป็นไง ถ้ามันไม่รักชีวิตของมันแล้วมันจะไม่หากินเลย มันจะปล่อยให้ตัวเองตายไปเท่านั้นแหละ อย่างนี้นะ

แม้ตัวเองก็รักชีวิตตัวเองก็ต้องหากินอีกเหมือนกันกับสัตว์อื่น เมื่อตนก็รักชีวิตของตนอย่างนี้แล้ว แล้วบุคคลอื่นและสัตว์อื่นเขาก็รักชีวิตของเขา มันก็รักชีวิตของมัน มันก็ไม่อยากให้ใครเบียดเบียนแล้วเช่นนี้ เมื่อบุคคลใดคนหนึ่งไปเบียดเบียนผู้อื่นเข้า ผู้อื่นก็เป็นทุกข์เดือดร้อน สัตว์อื่นก็เป็นทุกข์เดือดร้อน เป็นอย่างนี้นะ เมื่อไปทำให้ผู้อื่นและสัตว์อื่นเดือดร้อนแล้วไอ้ทุกข์นั้นมันจะไม่มาถึงตนนั้นไม่มี เรื่องของเรื่องน่ะ

ท่านอุปมาไว้เหมือนอย่างบุคคลปาค้อนใส่ฝาผนังอันแข็งแรงอย่างนี้นะ เมื่อฝาผนังมันไม่ทะลุ ค้อนนั้นมันก็ย้อนกลับมาถูกหน้าผากเจ้าของนั่นแหละให้เจ็บปวดรวดร้าว อันนี้ฉันใดก็อย่างนั้นแหละ บุคคลทำกรรมชั่วลงไปแล้ว ทำผู้อื่นให้เป็นทุกข์เดือดร้อนนะอย่างนี้แล้วความทุกข์มันก็ต้องย้อนกลับมาหาตัวผู้ทำนั้นเอง ต่างแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น ไม่ใช่ว่าพอไปทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นเป็นทุกข์เดือดร้อนแล้วความทุกข์นั้นจะมาสนองปุ๊บปั๊บทันทีเลย บางอย่างมันก็สนองปัจจุบันได้ทันทีก็มีอยู่แต่บางอย่างมันไม่มีโอกาสจะสนองได้ มันก็ติดตามไปอยู่อย่างนั้นนะกรรมชั่วนะ

บุคคลเราจึงว่าแม้ทำกรรมชั่วลงไปแล้วก็อยู่สบ้ายสบายไป ไม่เห็นเดือดร้อนอะไรอย่างนี้นะมันจึงนิ่งนอนใจ มันจึงสำคัญว่าไอ้ทำบาปทำผู้อื่นให้เป็นทุกข์เดือดร้อนแล้วทุกข์ไม่ได้มาถึงตนหรอก อย่างนี้นะเข้าใจไปอย่างนั้น จึงได้ทำชั่ว จึงได้ทำผู้อื่นสัตว์อื่นให้เป็นทุกข์เรื่อยไป เป็นอย่างนั้นเรื่องมันน่ะ



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“โลกถูกความอยากผูกเอาไว้”


◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b44: ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์ของ
“พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)”

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร