ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=73&t=54662
หน้า 2 จากทั้งหมด 2

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:25 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

รูปภาพ
อับเฉาเรือรูปสิงโตแบบจีน


ตุ๊กตาจีน

บริเวณโดยรอบวัดจะมี ตุ๊กตาจีน ที่เคยใช้เป็นอับเฉาเรือในสมัยนั้น
ซึ่งมีให้เห็นหลายแบบทั้งรูปบุคคล ไทย จีน ฝรั่ง เทพเทวดา ทวารบาล
สัตว์ตามธรรมชาติ สัตว์ในหิมพานต์ และสัตว์ตัวละครในวรรณกรรม ฯลฯ
ประดับเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีบอนไซ ต้นไม้ไทยที่หาดูได้ยาก
และต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในทางพระพุทธศาสนา ๗ ชนิด

รูปภาพ

รูปภาพ
บริเวณโดยรอบวัดจะมี “ตุ๊กตาจีน” ที่เคยใช้เป็นอับเฉาเรือในสมัยนั้น

รูปภาพ
ตุ๊กตาสลักหินรูปฝรั่งที่ซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ

รูปภาพ
ตุ๊กตาจีนข้างพระวิหารหลวง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตุ๊กตาจีนหลากหลายแบบ


(มีต่อ ๑๕)

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:25 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

รูปภาพ
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๘


พระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘


ณ ที่วัดแห่งนี้ยังมี พระบรมราชานุสาวรีย์ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘

ประดิษฐานไว้บริเวณลานประทักษิณชั้นล่าง
มุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระวิหารหลวง

พระบรมรูปหล่อด้วยสำริด ประทับยืน ขนาดเท่าพระองค์จริง
ทรงฉลองพระองค์ชุดจอมทัพ
แท่นประดิษฐานเป็นหินอ่อนยกแท่นสูงระดับเหนือศีรษะ
โดยตั้งพระบรมรูปและแท่นตั้งพุ่มดอกไม้
ซึ่งหล่อด้วยสำริด อยู่ต่ำลงมาเล็กน้อย

ด้านหน้ามี จารึกแผ่นทองเหลือง
กล่าวถึงกำหนดการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์
เบื้องพระปรัศว์เป็นแผ่นหินอ่อนวงโค้งกั้น เหนือวงโค้งประดิษฐาน
อักษรพระปรมาภิไชย “อปร” ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

วัดสุทัศนเทพวรารามนี้ถือเป็นพระอารามประจำรัชกาลที่ ๘
เนื่องจากเมื่อคราวที่พระองค์ท่านได้เสด็จนิวัติพระนครเป็นครั้งแรก
ได้เสด็จมาที่วัดแห่งนี้ และทรงปรารภว่าวัดสุทัศน์นี้ร่มเย็นน่าอยู่
และเมื่อทรงประกอบพิธีแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)
ทรงเป็นพุทธมามกจารย์และถวายพระโอวาท
อีกทั้ง ยังได้เสด็จมาทำพระสมาธิที่วัดแห่งนี้บ่อยๆ อีกด้วย


รูปภาพ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)


ดังนั้น เมื่อรัชกาลที่ ๘ เสด็จสวรรคตแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
รัชกาลที่ ๙ รัชกาลปัจจุบัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้บรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า
ไว้ ณ ผ้าทิพย์ เบื้องหน้าฐานชุกชี “พระศรีศากยมุนี”
พระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม
ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต


และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคต
ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
ในวันที่ ๙ มิถุนายนของทุกปี

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๘

รูปภาพ
จารึกแผ่นทองเหลืองด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๘

รูปภาพ
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๘ ประดิษฐานบริเวณลานประทักษิณชั้นล่าง
มุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพระวิหารหลวง



(มีต่อ ๑๖)

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:26 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

รูปภาพ
รอยพระพุทธบาทจำลอง


รอยพระพุทธบาทจำลอง

หากพุทธศาสนิกชนท่านใดจะเข้าไปกราบไหว้ พระพุทธตรีโลกเชษฐ์
พระประธานในพระอุโบสถ จะต้องผ่าน รอยพระพุทธบาทจำลอง
ที่ประดิษฐานไว้ด้านหน้าทางด้านซ้ายก่อนถึงประตูเข้าสู่ภายในพระอุโบสถ

รูปภาพ
รอยพระพุทธบาทจำลอง

รูปภาพ
ซุ้มเสมายอดเจดีย์


ซุ้มเสมายอดเจดีย์

องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งซึ่งส่งผลให้เสมามีความโดดเด่น
และมีความงดงามมากยิ่งขึ้นนั่นคือ ‘ซุ้มเสมา’
ซุ้มเสมาเป็นอีกรูปแบบสถาปัตยกรรมหนึ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
โดยสืบทอดแบบอย่างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เป็นแบบแผนที่ยังคงมีให้ศึกษามาจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
สำหรับซุ้มเสมาของวัดสุทัศนเทพวรารามนั้นเป็น
ซุ้มเสมายอดเจดีย์ คือซุ้มเสมาที่ทำเรือนซุ้มเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ยอดซุ้มทำเป็นรูปทรงอย่างเจดีย์ มียอดแหลม


โดยรอบพระอุโบสถจะมี ‘ซุ้มเสมายอดเจดีย์’ ทั้งหมด ๘ ซุ้ม
มีใบเสมา ๒ ใบ เรียกว่าเสมาคู่ เป็นหินสลักรูปช้าง ๓ เศียรชูงวง
แต่ละงวงถือ ดอกบัวตูม ๓ ดอก และดอกบัวบาน ๒ ดอก
เกสรดอกบัวบานเป็นรูปสัตว์ เป็นรูปนกนั้น หมายถึงพระอาทิตย์
และเป็นรูปกระต่ายนั้น หมายถึงพระจันทร์
สันนิษฐานว่า หมายถึงรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ ที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว
ส่วนดอกบัวตูม ๓ ดอก หมายถึงสร้างโดยรัชกาลที่ ๓ สมัยยังทรงพระชนม์

รูปภาพ

รูปภาพ
ซุ้มเสมายอดเจดีย์


(มีต่อ ๑๗)

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:26 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

รูปภาพ
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.๙) เจ้าอาวาส


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๖
ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ข้างเสาชิงช้า
ถนนบำรุงเมือง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

บริเวณวัดเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐-๒๑.๐๐ น.
พระอุโบสถเปิดทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.
และพระวิหารหลวงเปิดทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๒๑.๐๐ น.
สำหรับชาวต่างชาติจะต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ ๒๐ บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๔-๙๘๔๕,
๐-๒๒๒๒-๙๖๓๒ โทรสาร ๐-๒๒๒๒-๙๖๓๕

ความสำคัญของวัด : พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร
(เป็น ๑ ใน ๖ พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร ของไทย)


:b44: พระอารามหลวง และวัดประจำรัชกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19072

สังกัดคณะสงฆ์ : มหานิกาย

เจ้าอาวาส : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.๙)
เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร รูปปัจจุบัน,
กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค ๔ (มหานิกาย)

ประวัติเจ้าอาวาส :
http://www.watsuthat.net/monk7.php

เว็บไซต์ : http://www.watsuthat.net/

การเดินทาง : หากเดินทางโดยรถประจำทางธรรมดา
มีรถผ่าน สาย ๑๐, ๑๒, ๑๙, ๓๕, ๔๒
และรถประจำทางปรับอากาศ สาย ปอ. ๔๒

แผนที่ :
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=5336



* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.๙) เจ้าอาวาส

รูปภาพ

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:27 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

สัตตมหาสถาน
วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

ปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของวัดสุทัศนเทพวราราม คือ สัตตมหาสถาน
เป็นสถานที่เสวยวิมุตติสุขที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า ๗ แห่ง
ที่ได้ทรงประทับหลังจากตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ณ พุทธคยา ก่อนออกเสด็จเผยแผ่พระศาสนา
โดยแต่ละแห่งเป็นสถานที่รอบๆ ต้นพระศรีมหาโพธิ์
เป็นเวลาแห่งละ ๑ สัปดาห์ รวม ๗ สัปดาห์ หรือ ๔๙ วัน


พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างจำลองขึ้นแทนพระธาตุเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณกำแพงวัดด้านทิศตะวันออก
ติดกับถนนอุณากรรณ เรียงเป็นแถวแนวทิศเหนือ ทิศใต้
ในสมัยรัชกาลที่ ๓, รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕
บริเวณสัตตมหาสถานนี้ใช้เป็นที่สำหรับเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา

ในปัจจุบันพิธีเวียนเทียนในวันวิสาขบูชาใช้บริเวณพระวิหารหลวงแทน
เนื่องจากบริเวณเดิมคับแคบเกินไป

อนึ่ง วัดสุทัศนเทพวรารามแห่งนี้เป็นวัดหลวงที่ไม่มีหรือไม่ปรากฏ
พระเจดีย์องค์ประธาน เช่นเดียวกับวัดอื่นๆ
เนื่องจากมี “สัตตมหาสถาน” ซึ่งถือว่าเป็น “อุทเทสิกเจดีย์” ประดิษฐานแทน
โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก นอกกำแพงของพระวิหารคด (พระระเบียงคด)


:b50: :b49: หมายเหตุ : อุทเทสิกเจดีย์ (อ่านว่า อุท-เท-สิ-กะ-เจ-ดี)
หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยเจตนาอุทิศเจาะจงต่อพระพุทธเจ้า
มิได้กำหนดว่าเป็นอะไร ถ้ามิใช่พระธาตุเจดีย์ บริโภคเจดีย์ และพระธรรมเจดีย์แล้ว
ก็ถือว่าเป็นอุทเทสิกเจดีย์ทั้งสิ้น เช่น พระพุทธปฏิมากรหรือพระพุทธรูป,
รอยพระพุทธบาทจำลอง, พุทธบัลลังก์, พระธรรมจักร,
พระเครื่องหรือพระพิมพ์, ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และสัตตมหาสถาน ฯลฯ
ทั้งนี้เพื่อยังความปีติศรัทธาเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็นให้เกิดกุศลจิต
จึงน้อมนำเอาเงิน ทอง ศิลา โลหะ และไม้แก่น มาสร้างเป็นอุทเทสิกเจดีย์


รูปภาพ
ต้นโพธิ์ลังกา-พระรัตนบัลลังก์

รูปภาพ
รูปปั้นพญามาร-เสนามาร ด้านหน้าพระรัตนบัลลังก์

รูปภาพ
รูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม ด้านหน้าพระรัตนบัลลังก์


:b44: สัตตมหาสถาน ประกอบไปด้วย

(๑) ต้นโพธิ์ลังกา นำกิ่งพันธุ์มาจากประเทศศรีลังกาที่เมืองอนุราธปุระ มาปลูกไว้
สมมุติเป็น “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ที่ประทับตรัสรู้ ปลูกอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน
ใต้ต้นโพธิ์มีพระรัตนบัลลังก์ ไว้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
(ปางชนะมาร, ปางสะดุ้งมาร) รวมทั้ง มีรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม และรูปปั้นพญามาร
รูปปั้นเสนามาร รูปร่างหน้าตาต่างๆ กัน ตั้งอยู่ด้านหน้าพระรัตนบัลลังก์
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า พระพุทธเจ้าหลังจากตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว
ได้เสด็จประทับเสวยวิมุตติสุขภายใต้ร่มโพธิ์เป็นเวลา ๗ วันเป็นสัปดาห์ที่ ๑


รูปภาพ

รูปภาพ
เก๋งจีน - พระอนิมิสเจดีย์


(๒) เก๋งจีน ศิลาจีนสลักเป็นรูปปราสาท ตั้งอยู่บนฐานสูงมีบันไดทางขึ้น
รอบผนังฐานปั้นลายนูนต่ำรูปท้องฟ้า ก้อนเมฆ และเทวดารำล่องลอยอยู่บนฟ้า
ด้านหน้าเก๋งจีนเป็นรูปปั้นช้าง รูปปั้นสิงโต และรูปจำลองพระอนิมิสเจดีย์
(ศาลาที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำมาจากประเทศจีน)
เก๋งจีนนี้สมมุติเป็น พระอนิมิสเจดีย์ ที่ประทับยืนทอดพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา ๗ วัน
จึงเสด็จออกจากต้นมหาโพธิ์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
พระองค์ได้ไปประทับที่พระอนิมิสเจดีย์ แล้วหันกลับมาประทับยืน
เพื่อเพ่งดูพระรัตนบัลลังก์ บัลลังก์ใต้ต้นมหาโพธิ์ที่ประทับตรัสรู้
โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน เป็นสัปดาห์ที่ ๒
เพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อต้นมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นควงไม้ที่พระองค์ประทับตรัสรู้
พระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระอนิมิสเจดีย์เป็นเวลา ๑ สัปดาห์
ภายในเก๋งจีนนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายเนตร


รูปภาพ
แผ่นศิลาปูนบนฐานสี่เหลี่ยมสูง-พระรัตนจงกรมเจดีย์


(๓) แผ่นศิลาปูนบนฐานสี่เหลี่ยมสูง
แผ่นศิลานี้สมมุติเป็น พระรัตนจงกรมเจดีย์
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า เมื่อประทับยืนเพื่อเพ่งดูต้นมหาโพธิ์ ๗ วัน
แล้วจึงทรงเนรมิตที่จงกรมขึ้นระหว่างต้นมหาโพธิ์กับพระอนิมิสเจดีย์
แล้วเสด็จจงกรม ณ ที่ตรงนี่ตลอด ๗ วัน เป็นสัปดาห์ที่ ๓
บนแผ่นศิลาปูนประดิษฐานพระพุทธรูปปางเสด็จจงกรม


รูปภาพ
ศาลาศิลาทรงโรงแบบจีน - พระรัตนฆรเจดีย์


(๔) ศาลาศิลาทรงโรงแบบจีน ศิลาจีนสลัก
รูปอาคารหรือเรือนอีกหลังหนึ่งที่มีฐานเตี้ยกว่าหลังแรก
สมมุติเป็นเรือนแก้ว หรือพระรัตนฆรเจดีย์
ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากเสด็จจงกรม ๗ วัน
แล้วทรงเนรมิตเรือนแก้วขึ้นทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของต้นมหาโพธิ์
แล้วพระองค์ประทับนั่งพิจารณาพระอภิธรรมตลอด ๗ วัน เป็นสัปดาห์ที่ ๔


รูปภาพ

รูปภาพ
ต้นไทรบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน - ต้นอชปาลนิโครธ


(๕) ต้นไทรบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน
ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทับนั่งยกพระหัตถ์ขวาห้ามธิดาพญามาร
มีรูปกระบือสลักจากศิลาจีน ๔ ตัว และรูปปั้นธิดาพญามาร
คือ นางตัณหา นางราคา และนางอรดี ตั้งอยู่บริเวณต้นไทร
ต้นไทรนี้สมมุติเป็นต้นอชปาลนิโครธ
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากทรงพิจารณาพระอภิธรรม
พระองค์ได้เสด็จไปทางทิศตะวันออกแห่งต้นมหาโพธิ์
ประทับนั่งใต้ควงไม้ไทร อันเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะ
เพื่อเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา ๗ วัน เป็นสัปดาห์ที่ ๕
ได้มีพญานาคมาอาราธนาให้เสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน แต่ทรงปฏิเสธ
พระองค์ทรงให้รอจนกว่าพุทธบริษัทสี่จะสืบพระศาสนาก่อน


รูปภาพ
รูปกระบือสลักจากศิลาจีนบริเวณต้นไทร - ต้นอชปาลนิโครธ

รูปภาพ
ต้นจิกบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน - ต้นมุจลินทพฤษ์


(๖) ต้นจิกบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน
ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก
มีอ่างรูปสี่เหลี่ยมสลักด้วยศิลาจีนปลูกบัวใส่ปลาและเต่าในอ่าง
ต้นจิกนี้สมมุติเป็นต้นมุจลินทพฤษ์
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ ๖
พระพุทธองค์เสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นมหาโพธิ์
ประทับนั่งใต้ควงไม้จิก เพื่อเสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา ๗ วัน
ตลอดสัปดาห์มีฝนตกตลอด พญานาคมุจลินทร์จึงแผ่พังพาน
ปกพระเกษกันฝนและลมมิให้ต้องพระวรกาย
ครั้นฝนหายแล้ว ก็คลายขนาดจำแลงเพศเป็นมานพ
ยืนเฝ้าพระพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์


รูปภาพ
ต้นจิกบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน - ต้นมุจลินทพฤษ์

รูปภาพ
อ่างรูปสี่เหลี่ยมสลักด้วยศิลาจีนปลูกบัว ใต้ต้นจิก - ต้นมุจลินทพฤษ์


(๗) ต้นเกดบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน
ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรับผลสมอนั่งสมาธิ หัตถ์ขวาถือผลสมอ
ด้านข้างมีศิลาจีนสลักรูปม้าเทียมเกวียน
ต้นเกดนี้สมมุติเป็นต้นราชายตนพฤกษ์
ตามพุทธประวัติกล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ ๗ นี้
พระพุทธองค์เสด็จออกทางทิศใต้ของต้นมหาโพธิ์ ไปยังต้นราชายตนะ
ประทับเสวยวิมุตติสุขเป็นสัปดาห์สุดท้าย
ณ ที่นี้ พระองค์ทรงได้ปฐมอุบาสก ๒ คน ชื่อตปุสสะและภัลลิกะ
ซึ่งเดินทางมาค้าขาย เห็นพระองค์เข้าเกิดความเลื่อมใส
จึงนำข้าวสัตตุผงและข้าวสัตตุก้อนซึ่งเป็นเสบียงเดินทางถวาย
พ่อค้าทั้งสองคนได้แสดงตนเป็นอุบาสก อ้างพระพุทธกับพระธรรมเป็นสรณะ
นับเป็นอุบาสกคู่แรกในพระพุทธศาสนา แล้วเดินทางค้าขายต่อไป


รูปภาพ
ต้นเกดบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน - ต้นราชายตนพฤกษ์

เจ้าของ:  webmaster [ 06 ต.ค. 2017, 08:27 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

:b8:

หน้า 2 จากทั้งหมด 2 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/