วันเวลาปัจจุบัน 10 ธ.ค. 2019, 17:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2015, 08:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4907

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



อยู่ร่วมกันหมู่มากนะ ข้อสำคัญน่ะต่างคนต่างสำรวมจิตใจของตนให้ดีนี้นะ
ให้เป็นปกติอยู่ อย่าให้เกิดความยินดียินร้ายกับสิ่งที่มากระทบในตา เป็นต้น

ต้องอ่านให้มันออก รูปมากระทบในตาอย่างนี้นะ ถ้าหากว่าห้ามจิตไม่ได้
เป็นรูปที่น่าเกลียดมันก็เกลียดชังไป ถ้าเป็นรูปที่น่ารักมันก็รักก็ใคร่ไป
ถ้าเป็นรูปที่ไม่น่ารักน่าชังอะไรมันก็เฉยๆ ไป นี่ข้อนี้สำคัญมากนะ

ดังนั้น ให้พากันมีสติเมื่อรู้ว่าตนก็ยังละกิเลสไม่หมดอย่างนี้แล้ว
ก็ต้องสำรวมจิตใจอยู่ตลอดเวลา
เมื่อรูปมากระทบในตานี่
ก็ต้องห้ามจิตให้มันหยุดนิ่งเสียก่อน ก่อนจะวิจารณ์รูปนั้นน่ะ
เมื่อจิตมันหยุดนิ่งแล้วมันก็จะมองเห็นรูปนั้นว่า ไม่ใช่สวย ไม่ใช่ขี้ร้าย
ไม่ใช่ว่าเป็นคนชั่วคนดีอะไร ถ้าเพ่งดูโดย "ปรมัตถธรรม" แล้ว
มันก็มีแต่ธาตุสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประกอบกันอยู่เท่านั้น

ไอ้ส่วนจิตใจนั่นน่ะเมื่อมันยังละกิเลสไม่หมด กิเลสมันรบกวนจิตใจอย่างไร
มันก็แสดงบทบาทออกมาอย่างนั้น กายนี้เป็นแต่เพียงหุ่นเชิดของจิตใจเท่านั้นเองนะ

เพราะฉะนั้นเมื่อเราพิจารณาลงสู่ปรมัตถธรรมแล้วอย่างนี้
มันก็ไม่เกลียดชังบุคคลที่แสดงบทบาทอันไม่ดีต่อตนนั้น
มันก็ไม่เกลียดชังน่ะ เพราะมันเห็นแล้วว่า ไอ้ผู้แสดงนั้นก็ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคล
ไม่มีตัวตนอะไร เป็นแต่เพียงกิริยาอาการของสังขาร
ที่เกิดขึ้นตามอำนาจของกิเลสในหัวใจของคนเท่านั้นเอง
แต่ถ้าคนคนนั้นน่ะเขาละกิเลสอย่างนั้นได้แล้ว
เขาก็จะไม่แสดงอาการกายวาจาออกมาอย่างนั้นเลย

นี่เราต้องอ่านดูให้ซึ้งเข้าไปอย่างนี้
เมื่อเราพิจารณาให้ลึกซึ้งเข้าไปอย่างนี้ มันก็อภัยให้กันได้เลยบาดนี่

นั่นแหละการภาวนาการพิจารณาให้หยั่งความรู้ความเห็นลงไปถึง "ปรมัตถธรรม คือ ธรรมอันยิ่ง"
ปรมัตถธรรมนี่หมายความว่า "พิจารณาถึงความจริงของสิ่งนั้นๆ" พิจารณาเห็นว่า
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งหมดนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา"
ต้องหยั่งปัญญาพิจารณาลงให้มันเห็นอย่างนี้ มันจึงจะถอน "อัตตานุทิฏฐิ"
ความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา ออกจากจิตใจได้
ก็เมื่อตนเกิดมาเป็นรูปเป็นนามอย่างนี้แล้ว มันก็ต้องแก่เจ็บตายไป
เพราะว่าสังขารทั้งหลายมันเกิดขึ้นแล้วแปรปรวนแตกดับไป


ในปรมัตถธรรมท่านไม่ว่าคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย
ท่านว่าเป็น "สังขาร" คือ สภาพที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา
ทั้งที่มีวิญญาณครองก็ดี ไม่มีวิญญาณครองก็ดี
ก็มีสภาวะเป็นอย่างเดียวกันหมด เมื่อพิจารณาลงไป
ให้ถึงความจริงอย่างนี้แล้ว มันก็เกิดญาณความรู้ขึ้นมาว่า
"สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งหมดนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา"
เวลาที่มันยังไม่ดับนี่มันก็แปรปรวนไป ก็อย่างรูปร่างกายอันนี้แหละ
เมื่อมันยังไม่แตกไม่ดับจริงจังมันก็มีแต่ทรุดโทรมไปทุกวั๊นทุกวันไปอย่างนี้
นานปีนานเดือนไป ร่างกายนี้ก็แปรผันไป ทรุดโทรมไป อยู่อย่างนี้นะ
แล้วความจริงเป็นอย่างนี้แหละ แล้วจะมามัวเมาถือตัวถือตนว่าดีวิเศษอยู่ทำไมเล่า

การที่สำคัญว่าตนดีวิเศษนั้นเป็นมานะ เป็นกิเลสอันหนา เป็นกิเลสอันสำคัญ
ดังนั้นเราภาวนาลงไป วางจิตให้เป็นอุเบกขาลงหลังจากพิจารณา
เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วมีความเกิดความดับเป็นธรรมดาอย่างนั้นแล้ว
ก็วางจิตให้เป็นอุเบกขาลงไปพร้อมด้วยญาณความรู้ปรากฏอยู่ในใจนั้น
แล้วอย่างนี้น่ะ ไอ้ความมานะถือตัวถือตนมันก็ระงับลงแหละ

เมื่อวางจิตให้เป็นกลางลงไปด้วยปัญญาญาณ คือความรู้แจ้งเห็นจริง
ก่อนจะวางอุเบกขาลงไปนะ ต้องรู้แจ้งเห็นจริงตามเป็นจริงในสภาวะธาตุ
สภาวะสังขาร สิ่งที่เกิดมีขึ้นในโลกอันนี้ ทั้งมีวิญญาณครองได้แก่มนุษย์และสัตว์
ไม่มีวิญญาณครองได้แก่ต้นไม้ ใบหญ้า หิน กรวด ทราย อะไรต่ออะไรหมู่นั้นน่ะ
มันก็มีเกิดขึ้นแล้วแปรปรวนแตกดับเหมือนกันหมดเลย

นั่นล่ะพิจารณาให้มันเห็นความเกิดความดับแห่งสิ่งทั้งปวงเหล่านี้แล้ว
เราก็รู้แล้วไม่ใช่ของเราน่ะ ในใจนั่นรู้ชัดเลยว่าไม่ใช่ของเรา
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วมันก็วางอุเบกขาลงได้
นั่นแหละ..เป็นอุบายละมานะทิฏฐิให้เบาบางออกไปจากจิตใจ

นี่ขอให้เข้าใจกันนะ



:b44: :b44:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“สว่างมาอย่ามืดไป”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ธ.ค. 2015, 16:41 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1945

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร