ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=30328
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  สาวิกาน้อย [ 25 มี.ค. 2010, 11:05 ]
หัวข้อกระทู้:  หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

รูปภาพ

หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล
อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล เป็นศิษย์ฝ่ายมหานิกาย
ของท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
ท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่กินรี จนฺทิโย
ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่ชา สุภทฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง
ดังคำปรารภในหนังสือ “มณีรัตน์” ความว่า


“...องค์ท่านเป็นผู้โดดเด่นในเรื่องของการปฏิบัติกรรมฐาน
ตามแนวทางของพระศากยมุนีศรีโคดม ที่สืบทอดมาโดยหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น
จนเป็นที่ยอมรับและรับรองจากองค์บูรพาจารย์ทั้งสอง
ให้เป็นแม่ทัพนายกองพระกรรมฐานฝ่ายมหานิกาย ตามแบบอย่างองค์ท่านทั้งสอง…”


เหตุผลที่ท่านพระอาจารย์มั่นไม่อนุญาตให้ลูกศิษย์บางรูปญัตติเป็นธรรมยุตนั้นก็คือ

“ถ้าพากันมาญัตติเป็นพระธรรมยุตหมดเสียแล้ว
ฝ่ายมหานิกายจะไม่มีใครแนะนำการปฏิบัติ
มรรคผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับนิกายหรอก
แต่มรรคผลขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ตามธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะนำสั่งสอนไว้แล้ว
ละในสิ่งที่ควรละ เว้นในสิ่งที่ควรเว้น เจริญในสิ่งที่ควรเจริญ
นั่นแหละทางดำเนินไปสู่มรรคผลนิพพาน”


หลังจากหลวงปู่ทองรัตน์ได้ปฏิบัติอย่างพากเพียรที่ถ้ำบังบดถึง ๓ พรรษา
ท่านพระอาจารย์มั่นได้บอกแก่ท่านว่า

“ทองรัตน์ เดี๋ยวนี้จิตของท่านเท่ากับจิตของผมแล้ว
ต่อไปนี้ท่านจะเทศน์จะสอนคนอื่นก็จงสอนเถิด”


หลวงปู่ทองรัตน์ท่านมีกิริยาที่ห้าวหาญไม่เกรงกลัวใคร
แต่เคารพในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง
ดังเหตุการณ์เมื่อครั้งไปจำพรรษา ณ บ้านชีทวน...

ด้วยความตั้งใจที่จะให้ฆราวาสได้ทำบุญทำทานบ้าง
ถ้าเห็นชาวบ้านที่รอใส่บาตรแต่ลืมดูว่าพระมาหรือยัง ท่านก็จะยืนรอแล้วเรียกให้มาใส่บาตร
วันไหนฝนตกก็จะบอกโยมว่า “แม่บ่ต้องลงมาหรอกมันเปียก ลูกสิไปรับเอง”
ถ้าบ้านไหนที่ไม่เคยทำบุญแต่มีกล้วยสุกคาต้นอยู่ ท่านก็จะบอก
“แม่ กล้วยมันสุกคาเครือ บ่อยากได้บุญบ้อ คั่นอยากได้กะเอามาใส่บาตรตี้”
แล้วก็รอจนโยมนำมาทำบุญ แต่เมื่อถึงวัดก็จะไม่ฉันกล้วยนั้น

หรือการที่โยมบางคนบอกทุกวันว่าข้าวยังไม่สุกเลยไม่ได้ใส่บาตร
วันต่อมาท่านก็แบกฟืนไปให้พร้อมทั้งบอกให้เร่งไฟเข้า ท่านจะรอ
แต่เมื่อได้รับข้าวมาแล้วก็ไม่ฉัน
รวมทั้งการที่ให้แม่ชีที่วัดไปขออะไรก็ได้ตามแต่ชาวบ้านจะให้
แต่เมื่อได้มาแล้วก็จะไม่ใช้ของนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ผิดต่อพระธรรมวินัย
เจตนาแท้จริงคือให้โยมรู้จักทำบุญบ้าง

สิ่งต่างๆ ที่ทำไปกลับถูกเข้าใจผิดและว่ากล่าวอย่างรุนแรง
บางคนเอาค้อนตอกสิ่วหรือแม้แต่เอากบเป็นๆ ห่อใบตองใส่บาตร
แต่ท่านก็ไม่โกรธ กลับพูดกับกบนั้นก่อนจะให้สามเณรเอาไปปล่อย
“เอ้อ สะมามัวเขาบ่ใส่บาตรให้พ่อน้อเจ้าน้อ เกือบเจ้าไปเขาหม่อต่มเขาแล้วน้อ”
(เออ เขาเกือบไม่เอามาใส่บาตรให้พ่อนะ เขาเกือบนำเจ้าไปทำต้มยำแล้ว)

วันต่อมาโยมที่นำทั้งค้อนตอกสิ่วและกบมาให้ ได้นำบัตรสนเท่ห์ใส่บาตรอีก
เมื่อถึงวัดท่านก็นุ่งห่มจีวรพาดสังฆาฏิอย่างดี แล้วยื่นจดหมายให้สามเณร

“เอ้า ลูกอ่าน อมฤตธรรมแน่นี่ เทวดาเขาใส่บาตรมา หาฟังยากตั๋ว”

แล้วท่านก็พนมมือฟัง ใจความของบัตรสนเท่ห์นั้นมีอยู่ว่า

“พระผีบ้า เป็นพระเป็นเจ้าไม่สำรวม ไม่มีศีล ไม่มีวินัย
ประจบสอพลอขอของจากชาวบ้าน พระแบบนี้ถึงจะเหาะเหินเดินอากาศได้
ก็ไม่นับถือว่าเป็นพระ ให้ออกจากวัดไป ถ้าไม่ไปจะเอาลูกตะกั่วมาฝาก”


เมื่อฟังจบท่านก็ยกมือสาธุ แล้วบอกให้นำจดหมายนั้นไปเก็บไว้อย่างดี

“เอาเก็บได้แท่นพระบูชาเด้อ โลกธรรมแปดมันนี่เอง
แต่ก่อนได้ยินแต่ชื่อว่ามีลาภ-เสื่อมลาภ
มียศ-เสื่อมยศ มีสรรเสริญ-มีนินทา มีสุข-มีทุกข์
โอ้ย ของดีตั๋วนี้ สาธุ พ่อได้ฟังแล้ว แก่นธรรมเพิ่งมามื่อนี่เอง เก็บไว้เก็บไว้”


วันต่อมาก็บิณฑบาตผ่านหน้าบ้านโยมคนเดิม โดยไม่โกรธแม้แต่น้อย
ฝ่ายโยมนั้นต่อมาไม่นานก็เกิดความวุ่นวายขึ้นในครอบครัว
จนจิตวิปลาสคิดว่าจะมีคนมาฆ่า ต้องหนีไปซ่อนตัวในป่า
ญาติๆ จึงนำขันดอกไม้มาขอขมาที่วัด
ซึ่งท่านก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไรเขา แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ
ท่านจึงเทศน์เรื่องโทษและกรรมต่างๆ ที่เกิดจากการใส่ร้ายคนอื่น

เมื่อญาติๆ กลับบ้านไปก็พบว่าโยมผู้นั้นหายเป็นปกติแล้ว

เวลาผ่านไปไม่นาน ชาวบ้านที่กลั่นแกล้งท่านได้พบเภทภัยต่างๆ
เช่น ตายโดยไม่มีสาเหตุ มีปากเสียงทะเลาะกันครอบครัว จิตวิปลาส ฯลฯ
ทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อผลกรรม จึงต่างนำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมา
รวมทั้งโยมที่เอาค้อนตอกสิ่ว กบ และบัตรสนเท่ห์มาใส่บาตร
ก็ได้มาร้องไห้และขอให้รับขันขมาให้จงได้
และโยมรายนี้เองที่ต่อมาได้อุปัฏฐากท่านเป็นอย่างดี
ถึงขนาดย้ายบ้านตามเมื่อท่านย้ายไปจำพรรษายังที่แห่งอื่น
เป็นอันว่าท่านได้ชนะใจชาวบ้านด้วยความเป็น “พระแท้” นั่นเอง


หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล เปรียบดังอัญมณีล้ำค่า ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ
เรื่องราวของท่านได้ให้แง่คิดแก่เราว่าพึงพิจารณาถึงแก่นธรรมคำสอน
มากกว่าการมองแต่เพียงเปลือกนอกที่อาจพรางให้เข้าใจผิด
หลงคิดปรามาสพระผู้ทรงคุณ อันจะนำมาซึ่งวิบากอันใหญ่หลวงนัก

--------------------------------------

เอกสารประกอบการเขียน

“พระครูวิเวกพุทธกิจ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน”
โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๕ โดย ปฐมและภัทรา นิคมานนท์ ฉบับพิมพ์เมื่อธันวาคม ๒๕๔๖.

“มณีรัตน์” ประวัติและธรรมหลวงปู่ครูบาจารย์เฒ่าทองรัตน์ กนฺตสีโล
ฉบับพิมพ์ครั้ง ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗.

โดย เทียบธุลี http://www.dlitemag.com/


:b44: กระทู้เกี่ยวเนื่องกัน

= ไม่ว่านิกายไหนเป็นศากยบุตรด้วยกัน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=48701

= ประวัติคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=47044

เจ้าของ:  ชาติสยาม [ 25 มี.ค. 2010, 11:17 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  ภัทรพงศ์ [ 25 มี.ค. 2010, 12:49 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

สาธุ อนุโมทนาครับ tongue tongue tongue

เจ้าของ:  สาวิกาน้อย [ 26 พ.ค. 2011, 16:14 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

รูปภาพ

• รวมคำสอน “หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล” •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43380

• ประวัติและปฏิปทาหลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=26860

:b8: ประวัติและปฏิปทา (โดยละเอียด) :b8:
“หลวงปู่ครูบาอาจารย์เฒ่าทองรัตน์ กนฺตสีโล”
พระกรรมฐานผู้สันโดษและมักน้อยอย่างยิ่ง
ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต (สายมหานิกาย)
จากหนังสือ...มณีรัตน์ อัญมณีแห่งไพรสณฑ์


• มณีรัตน์ อัญมณีแห่งไพรสณฑ์ (หลวงปู่ทองรัตน์ กนตสีโล)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=6&t=38053

เจ้าของ:  Supatorn [ 14 ส.ค. 2011, 11:19 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล อัญมณีล้ำค่าแห่งมหานิกาย

อนุโมทนาสาธุๆค่ะ ขอบพระคุณค่ะ :b8: :b8: :b8:
tongue
นตฺถิ สนฺติ ปรมัง สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี.
:b19: :b41: :b41:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/