ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

ความเป็นกลาง (ท่านศิยะ ณัญฐสวามี)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=29791
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  กุหลาบสีชา [ 27 ก.พ. 2010, 22:31 ]
หัวข้อกระทู้:  ความเป็นกลาง (ท่านศิยะ ณัญฐสวามี)

รูปภาพ

ค ว า ม เ ป็ น ก ล า ง
ท่านศิยะ ณัญฐสวามี (ดร.ไชย ณ พล)

• ถ า ม

มีอะไรบ้างครับที่เป็นกลาง

• อ า จ า ร ย์

ธรรมชาติเป็นกลาง วัตถุทั้งหมดเป็นกลาง
ไม่มีความดีความชั่วใดๆ ในวัตถุทั้งปวง


เงินก็เป็นกลางและทำหน้าที่เป็นตัวกลางด้วย
เงินไม่มีความดีความชั่วใดใดเลย
เป็นสมมติตามที่คนสมมติให้เป็น ไม่สมมติมันก็ไม่เป็น

แต่ความดีความชั่วอาจได้มาซึ่งการได้เงิน วิธีการรักษาเงิน
รวมทั้งความหลงมันเกินจริง หรือดูหมิ่นมันมากเกินไป
และหรือวิธีการที่ใช้เงินที่มันไม่ถูกต้อง

เหล่านี้ต่างหากที่อาจดีหรือชั่ว
ในเมื่อมันเป็นเพียงกระดาษหรือโลหะ
ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับใครหรอก

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นกลางและสำคัญมากคือความเป็นธรรม
ความเป็นธรรมเป็นกลางระหว่างความดีบวกความชั่ว กับความบริสุทธิ์


• ถ า ม

อาจารย์หมายความว่าอย่างไรครับ

• อ า จ า ร ย์

หมายความว่าความดีกับความชั่วมันเป็นเรื่องของโลก
ส่วนความบริสุทธิ์เหนือดีเหนือชั่วนั้น เป็นเรื่องของโลกุตตระ

ความเป็นธรรมนั้นอยู่ตรงกลาง


เรื่องนี้อาจเข้าใจยากสักหน่อย ลองทำใจอย่างนี้

หากเรารักใครสักคนหนึ่งจริงๆ เราจะอยากให้ทุกสิ่งกับเขา
ไม่อยากอะไรตอบแทนเลย
นั่นเป็นความดีใช่ไหม
เอ้าตอบ ยอมรับไหมว่านั่นเป็นความดี

• ถ า ม

ครับ

• อ า จ า ร ย์

ถามว่าความดีอย่างนั้นเป็นธรรมไหม
เวลาลูกจะให้อะไรก็ไม่รับ เพราะไม่ต้องการได้อะไรตอบแทน
ลูกก็จะกลายเป็นคนเนรคุณไปใช่ไหม
แล้วพอลูกเนรคุณแล้วลูกเจริญไหม คงไม่เจริญอาจลำบากด้วย

รวมทั้งพ่อแม่ที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกๆ ก็เช่นกัน
ก็จะทุกข์ระทมไปตลอดกัลป์ความบาดหมางของลูกๆ
จนกว่าจะปรับเข้าสู่ความเป็นธรรมได้

ดังนั้น การบ้าดี หลงดี นั่นแท้ที่จริงเป็นความชั่ว

คนเมาดีก็จะหลงตนคิดว่าตัววิเศษ และดูหมิ่นผู้อื่น
พอดูหมิ่นกล่าวร้ายผู้อื่นก็ชั่วแล้ว

สงครามทั้งหลายในโลกก็เกิดเพราะคนประเภทนี้แหละ
เมาดีจนลงผิดคิดว่าตนดีกว่าคนอื่น จริงไหมลองวิเคราะห์ดูสิ


คนที่บ้าดี อยากดี อยากให้ใครเข้าใจ
ว่าฉันเป็นคนดีก็จะเบียดเบียนตนเอง เพื่อบำเรอกิเลสคนอื่น
เหมือนพ่อแม่ที่ตามใจกิเลสลูกตลอด
จนทำให้ลูกทรพีหรือเป็นโจรได้ในที่สุด

เห็นไหม อันตรายของคนที่บ้าดี เมาดี จนเกินดีตกขอบไปสู่ที่ชั่ว
ถ้าการเสียสละส่วนเดียวเป็นความดีจริง
ทำไมสร้างความชั่วล่ะ ถ้าดีจริงต้องสร้างความดีสิ

นี่คนจำนวนมากยังหลงผิดเมาดี บ้าดีจนสร้างชั่ว
บางคนจึงหลอกตัวเองด้วยความดีที่ชั่ว
คือฉันจะให้อะไรอย่างเดียวไม่รับอะไรจากใคร

หรือบางคนที่ชั่วเลยอ้างความดี
มาหลอกให้คนอื่นทำดีเพื่อตนจะได้เอาเปรียบผู้อื่น
คุณเป็นคนดีคุณต้องให้โดยไม่รับสิ นี่หลงแล้วทั้งคู่

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ความดีไม่ดีนะ

ความดีน่ะดี แต่การทำความดีให้ดีจริงนั้น ต้องทำอย่างพอดี
หากหลงดีบ้าดีเมา ดีน่ะมันเกินดี และจำตกไปเขตความชั่ว


ตัวความชั่วก็เช่นกัน
เพราะชั่วจึงหวังดีต่อตนเอง ไม่หวังดีต่อคนอื่นอยู่เลย
จึงเอาเปรียบเบียดเบียนผู้อื่น

ดังนั้นในความบ้าดีนั้น มันสร้างความชั่ว
คนที่ชั่วก็เพราะเขาจะทำความดีเพื่อตนเอง จึงเบียดเบียนคนอื่น
และมักไปทำดีกับคนดีๆ นั่นแหละ

โจรน่ะมันอยู่ได้เพราะใคร
มันอยู่ได้เพราะคนไม่เป็นโจรให้มันบีฑาใช่ไหม
ถ้าโลกนี้มีแต่โจรหมด
มันก็จะฆ่ากันตายหมด ไม่มีใครเหลือให้มันเบียดเบียน
ด้วยเหตุนี้ดีกับชั่วมันจึงอยู่ด้วยกัน

แต่ถ้าไม่บ้าดีไม่มีชั่ว
ก็จะเป็นกลางและเห็นระบบความเป็นธรรมได้


ลองมาพิสูจน์กันดู ลองเพิกความอยากดีออกจากใจซิ
เพิกออกทีละชั้นๆ จนไม่อยากดี
เอ้าลองทำดู ทำจริงๆ นะ จะได้เห็นจริงๆ

แล้วเพิกความชั่วออกไปไม่เหลือแม้เสี้ยนอันเล็กน้อย
เอ้าทำ เมื่อไม่ดี ไม่ชั่วแล้ว คราวนี้จะทำอะไรล่ะ

(มีต่อ)

เจ้าของ:  กุหลาบสีชา [ 27 ก.พ. 2010, 22:36 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ค ว า ม เ ป็ น ก ล า ง : ท่านศิยะ ณั

• ถ า ม

อยู่เฉยๆ

• อ า จ า ร ย์

นี่แสดงว่าความบ้าดีมัวชั่วใช่ไหมที่ดึงชีวิตไปทำสิ่งต่างๆ
และหากไม่อยากดี ไม่อยากชั่วแล้ว
และจำต้องทำไปตามกิจแห่งชีวิตล่ะ จะทำอย่างไร

• ถ า ม

เข้าใจแล้วครับ

• อ า จ า ร ย์

เข้าใจอะไร

พอเราไม่อยากดี ไม่อยากชั่วแล้ว
ก็คงเลือกทำแต่สิ่งที่เป็นธรรม
เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาคิดว่าเราเป็นคนดี
และเราก็ไม่อยากชั่วแล้ว

ความเป็นธรรมนั่นแหละ คือรากฐานของความเจริญ

ด้วยเหตุนี้ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่จึงเจริญ ใช่ไหม

เพราะมันสมดุลกัน มีการรับและให้ ธรรมจักรจึงหมุนได้

ถ้าความดีล้วนๆ ทำให้ใครเจริญจริง
ก็จงให้แล้วอย่ารับสิ เพื่อให้เขาได้ทำความดีให้เต็มที่
ในที่สุดจะพังทั้งคู่

ด้วยเหตุนี้ แม้พระก็ยังต้องสนองคุณโยม

พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า

ภิกษุผู้ฉันข้าวของญาติโยมแล้ว
ไม่รักษาอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา
และแผ่จิตแผ่ธรรมให้ญาติโยมแล้วไซร้

ทุกคำข้าวที่กลืนกินไป
คือเหล็กก้อนแดงที่จะแผดเผาชีวิตให้หมองไหม้ จิตใจตกต่ำ


ดูสิ พระก็ยังต้องอยู่ในความเป็นธรรม

หากที่ใดไร้ความเป็นธรรม
บอกได้เลยว่าที่นั่นมีการเบียดเบียนกันอยู่
โดยใช้ความดีเป็นเครื่องมือก็ตาม
โดยอารมณ์เป็นลูกล่อลูกชนก็ตาม
หรือโดยใช้อำนาจใดอำนาจหนึ่งบีบบังคับก็ตาม


ดูซี ประเทศที่ยิ่งใหญ่ หากไม่เป็นธรรมต่อประเทศอื่นก็ต้องถูกทำร้าย
แม้ประเทศเล็กน้อยที่ไม่เป็นธรรมกันเองก็เช่นกัน ก็ต้องหายนะในที่สุด

ดังนั้น ความเป็นธรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก

• ถ า ม

แล้วความไม่เป็นธรรมมันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

• อ า จ า ร ย์

เพราะความลำเอียงเข้าข้างตน (โมหคติ)
ความลำเอียงเข้าข้างคนที่เรารัก (ฉันทาคติ)
ความลำเอียงเข้าข้างคนที่ตนกลัว (ภยาคติ)
หรือความลำเอียงไม่เข้าข้างไม่เป็นกลางต่อคนที่ตนโกรธ (โทสาคติ)

เห็นไหมตัวลำเอียงอยู่ที่ไหน ก็สร้างความไม่เป็นธรรมที่นั่น

หรืออีกนัยยะหนึ่งเพราะความเมาดีเมาชั่วนั่นแหละ จึงไม่เป็นธรรม

คือพยายามดีเกินพอดี หรือชั่วโดยอาศัยความดีของคนอื่น
จึงสร้างความไม่เป็นธรรมนานาประการขึ้นมาทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
พอความไม่เป็นธรรมอยู่ที่ไหน หายนะก็มาถึงที่นั่น

ดังนั้นอยู่กับความเป็นธรรมปลอดภัยที่สุด
ในความเป็นธรรมไม่เป็นความชั่วแน่
และไม่มีความอวดดีที่เกินพอดี


ในความเป็นธรรมเป็นกลางเสมอ
แต่เป็นที่อาศัยของความดีและคนดีทั้งหลาย
เสมือนนิวตรอนเป็นกลางเสมอ
แต่เป็นที่อยู่ของโปรตรอนทั้งหลาย
เมื่อเป็นเช่นนี้จงอยู่กับความเป็นธรรม
ซึ่งเป็นกลางเสมอโดยธรรมชาติ


อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมกับใคร
และอย่าเปิดโอกาสให้คนอื่นมาทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมกับตน
และอย่าไปยินดีหรือไปยอมรับกับความไม่เป็นธรรมใดใด
ในโลกจะพัวพันกรรมชั่ว

กระนั้นเมื่อมีจุดยืนอยู่ที่ความเป็นธรรม
ทำทุกอย่างอย่างเป็นธรรมเสมอ
ก็อย่ายึดความเป็นธรรมจนบ้าความเป็นธรรมขึ้นมา

เพราะพอติดความเป็นธรรม
ยามเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรมแม้เล็กน้อย มันจะเดือดร้อนจัด
จริงๆ แล้วยังมีระดับให้ไต่ต่อไปอีก

หากวางความเป็นธรรมได้ก็เข้าถึงความบริสุทธิ์ได้
ความเป็นธรรมนั้นเป็นฐานที่แข็งแรงที่สุด
ที่จะส่งสู่ความบริสุทธิ์ได้โดยง่าย


พอถึงความบริสุทธิ์ ครานี้จะเหนือความเป็นธรรมแล้วนะ...เหนือทุกสิ่ง

:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : “ความเป็นกลาง” ใน สั่งอารมณ์ให้ได้ดังใจปรารถนา
(Remoting Emotion)
โดย ศิยะ ณัญฐสวามี, หน้า ๓๓๖-๓๔๐)


:b44: รวมคำสอน “ดร.ไชย ณ พล (ศิยะ ณัญฐสวามี)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=48689

เจ้าของ:  ธรรมบุตร [ 28 ก.พ. 2010, 00:38 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความเป็นกลาง : ท่านศิยะ ณัญฐสวามี

:b8: :b8: :b8: อนุโมทนาสาธุการครับ..คุณโรส :b17:

:b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45:

เจ้าของ:  น้องพลอย [ 03 ก.ย. 2018, 19:24 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความเป็นกลาง : ท่านศิยะ ณัญฐสวามี

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  Duangtip [ 10 ต.ค. 2019, 17:17 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความเป็นกลาง (ท่านศิยะ ณัญฐสวามี)

:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/