วันเวลาปัจจุบัน 27 เม.ย. 2024, 21:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2023, 05:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว




ei_1692796415903-removebg-preview.png
ei_1692796415903-removebg-preview.png [ 169.65 KiB | เปิดดู 676 ครั้ง ]
น.๒๗๗

๓๘. บัดนี้ พระอนุรุทธาจารย์จะแสดงการจำแนกจิตเป็น ๑๒๑ ดวง จึงถามว่า จิต ๘๙
ดวงนับเป็นจิต ๑๒๑ ดวงได้อย่างไร แล้วกล่าวว่า วิตกฺกวิจารปิติสุเขกคฺคตาสหิตํ (โสดา
ปัตติมรรคจิตที่ประกอบกับปฐมฌาน เกิดร่วมกับวิตก วิจาร ปิติ สุข และเอกัคคตา) เป็นต้น
ในประโยคนั้น

พึงกระทำสมาสในคำว่า ปฐมชฺฌานโสตาปตฺติมคฺคจิตตํ (โสดาปัตติมรรคจิตที่
ประกอบกับปฐมฌาน) นี้ว่า ปฐมฌานโสดาปัตติมรรค คือ โสตาปัตติมรรคที่ประกอบกับ
ปฐมฌานอันมีองค์ ๕

ปฐมฌานโสดาปัตติมรรคจิต คือ จิตเกิดร่วมกับโสดาปัตติมรรคที่ประกอบกับ
ปฐมฌานอันมีองค์ ๕

(๖๖) ส่วนในคัมภีร์ฎีกาทั้งหลายได้ประกอบบทว่า ปฐมชฺฌานญฺจ ตํ โสตาปตฺติมคฺค-
จิตฺตญฺจ"* (โสดาปัตติมรรคจิตที่เป็นปฐมญาน) ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะฌานมิไช่จิต
และจิตก็มิใช่ฌาน เนื่องจากฌานเป็นอย่างหนึ่ง จิตเป็นอีกอย่างหนึ่ง

(๖๗) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีว่า
ฌานงฺควเสน ปฐมชฺฌานสทิสตฺตา ปฐมชฺฌานญฺจ."
"ชื่อว่า ปฐมฌาน เพราะเหมือนปฐมฌาน ตามประเภทแห่งองค์ฌาน"
ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะโลกุตตรฌานอันมีองค์ ๕ ไม่อาจกล่าวว่าได้ซื่อ
ปฐมฌาน เนื่องจากเหมือนกับปฐมฌาน(อันเป็นโลกิยะ) โดยแท้จริงแล้ว โลกุตตรฌานได้
ชื่อว่า ปฐมฌานโดยตรง เพราะตนเองมืองค์ ๕ ความจริงแล้ว ฌานนี้จะเป็นโลกิยะหรือ
โลกุตตระก็ตาม ฌานอันมีองค์ ๕ ย่อมได้ชื่อว่า ปฐมฌาน ฌานอันมีองค์ ๕ ฌานอันมี
องค์ ๓ ฌานอันมีองค์ ๒...และฌานอันมีองค์ ๒ อีก ย่อมได้ชื่อว่า ปัญจมฌาน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2023, 06:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว


อีกอย่างหนึ่ง พระสุมังคลาจารย์กล่าวอย่างนี้(ชื่อว่า ปฐมฌาน เพราะเหมือน
ปฐมฌานตามประเภทแห่งองค์ฌาน) เนื่องจากความเป็นทุติยฌานเป็นต้นในโลกุตตรจิต
ไม่สำเร็จตามลำดับแห่งการเกิดขึ้น

(๖๔) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนีว่า
ปาทกชฺฌานสมฺมสิตชฺฌานปุคฺคลชฺฌาสเยสุ หึ อญฺญตรวเสน ตํตํฌานสทิสตฺตา
วิตกฺกาทิองฺคปาตุภาเวน จตฺตาโรปิ มคฺคา ปฐมชฺฌานาทิโวหารํ ลภนฺตา ปจฺเจกํ ปญฺจธา
วิภชนฺติ "-

"แม้มรรคทั้ง ๔ ก็ได้ชื่อว่า ปฐมฌาน เป็นต้น ย่อมจำแนกไว้ ๕ ประการเป็น
อย่าง ๆ เพราะความปรากฎแห่งองค์ฌานมีวิตกเป็นต้น เนื่องด้วยเหมือนกับฌานนั้นๆ
โดยความเป็นฌานหนึ่งในบรรดาปาทกฌาน (ฌานที่เป็นบาท) สัมมสิตฌาน (ฌานที่
พิจารณา) และอัธยาศัยของบุคคล"

เพื่อแสดงว่าฌานซึ่งมืองค์ ๕ เป็นต้น ในโลกุตตรจิตได้ชื่อว่า ฌาน ด้วยความ
เสมอกันกับฌานที่เป็นโลกิยะ แต่ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะมรรคไม่ได้ชื่อว่า ปฐมฌาน
เป็นตัน เนื่องด้วยมรรคเป็นอย่างหนึ่ง ฌานเป็นอีกอย่างหนึ่ง

หากมีชื่อว่า ฌาน เพราะเป็นสภาพเข้าไปเพ่งและเผาธรรมอันตรงกันข้ามเมื่อนั้น
โลกุตตรฌานพึ่งชื่อว่าฌานอย่างยิ่ง มิใช่โลกิยฌานอื่น เพราะโลกิยฌานเข้าไปเพ่งอารมณ์
มีกสิณป็นต้น และเผาธรรมอันตรงกันข้ามโดยเพียงแต่ข่มไว้ แต่โลกุตตรฌานเข้าไปเพ่ง
พระนิพพานอันลึกซึ้ง เห็นได้ยากยิ่ง และเผาธรรมอันตรงกันข้ามพร้อมทั้งรากเหง้ากับ
อนุสัยด้วยการกำจัดโดยสิ้นเชิง
ความมีองค์ ๕ ของอัปปนาฌานเป็นสภาพสำเร็จโดยปกติ กิจ(ที่พึงกระทำด้วย
ปัจจัยพิเศษมีปาทกฌานเป็นต้นจึงไม่มีในมรรคผลอันเกิดขึ้นในปฐมฌาน ส่วนความมืองค์
๔ เป็นต้นย่อมไม่สำเร็จโดยปราศจากปัจจัยพิเศษ เมื่อปัจจัยพิเศษนั้นไม่มี ฌานทั้งหมด
จักมืองค์ ๕ เท่านั้น

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2023, 08:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว


ในเรื่องนั้น เวลาเริ่มปฏิบัติในโลกิยฌานการเจริญฌานอันเป็นอุปจาระของทุติย-
เป็นตันนั้นๆ แม้ประกอบกับวิตกเป็นต้น การเจริญฌานบางอย่างก็ชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นวิจาร
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นปีติ
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นสุข
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นรูป
ส่วนการเจริญฌานของผู้จะไปสู่อสัญญสัตวภูมิ ชื่อว่า ล่วงพ้นสัญญา เพราะ
ประกอบด้วยญาณอันเห็นโทษในวิตกเป็นต้น และมีอัธยาศัยพิเศษซึ่งเป็นไปอย่างนี้ว่า
บัดนี้เราจักทำฌานอันไม่มีวิตกให้เกิดขึ้น บัดนี้เราจักทำฌานที่ไม่มีวิจารให้เกิดขึ้น เป็นต้น

การเจริญฌานนั้นสามารถทำฌานของตนให้ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ไม่มีปีติ หรือ
ประกอบกับอุเบกขาเท่านั้น ครั้นเวลาชำนาญฌานแล้ว ย่อมเข้าฌานนั้นๆที่ต้องการให้
ด้วยอัธยาศัยอย่างเดียวปราศจากญาณอันเห็นโทษ ฉันใด ในโลกุตตรจิตนี้ การอบรมจิตที่
เรียกว่าวุฏฐานคามินีวิปัสสนาซึ่งเป็นอุปจาระของมรรคนั้นๆ แม้ประกอบด้วยวิตกเป็นต้น
ก็กอปรด้วยความสามารถต่างๆ บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก และวิจาร
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก วิจาร และปีติ
บางอย่างชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก วิจาร ปีติ และสุข ฉันนั้น
การอบรมจิตอันคลายให้ล่วงพ้นวิตก ชื่อว่า ล่วงพ้นวิตก แม้การอบรมจิตอื่น
ก็มีนัยเดียวกัน

ถามว่า : วิปัสสนาประกอบด้วยความสามารถต่างๆ ด้วยอานุภาพของธรรมใด
ตอบว่า : มติของพระเถระรูปหนึ่ง (พระติปิฎกจูฬนาคะ กล่าวว่า ด้วยอานุภา
ของปาทกฌาน (ฌานที่เป็นบาท) มติหนึ่ง (มติของพระมหาติสสะผู้พำนักอยู่ที่โมรวาปี)
กล่าวว่า ด้วยอานุภาพของสัมมสิตฌาน (ฌานที่พิจารณา) มติหนึ่ง (มติของพระจูฬาภยะ
กล่าวว่า ด้วยอานุภาพแห่งปุคคลัชฌาสัย (อัธยาศัยของบุคคล)*"*

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2023, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว


ปาทกฌาน (ฌานที่เป็นบาท) คือ ฌานที่บุคคลเข้าในขณะใกล้วิปัสสนา เพื่อให้
เป็นบาทของวิปัสสนา ถ้าปาทกฌานเป็นปฐมฌาน วิปัสสนาก็เป็นอย่างเดิม (คือไม่ชื่อว่า
วิปัสสนาคลายวิตก) หากฌานเป็นทุติยฌาน วิปัสสนาก็ประกอบด้วยความสามารถที่ล่วงพ้น
วิตก ย่อมกำหนดฌานที่ไม่มีวิตกในมรรคได้ แม้ปาทกฌานอื่นนอกจากนี้ก็มีนัยเดียวกัน
ทั้งหมดนี้คือมติซึ่งกล่าวถึงปาทกฌาน เมื่อปาทกฌานมีอยู่ ผ่านในมรรคก็เหมือนฌานนั้น
แต่เมื่อปาทกฌานไม่มี ปฐมฌานในมรรดย่อมมี ความหมายก็คือ สัมมสิตฌานหรือ
ปุคคลัชฌาสัยของบุคคลไม่อาจกำหนดองค์ฌานในมรรคได้

(สัมมสิตฌาน (ฌานที่พิจารณา) คือ] เมื่อปาทกฌานมีอยู่ ถ้าสัมมสิตฌานซึ่ง
เป็นฌานที่เป็นบาทหรือฌานอื่นที่มิไช่เป็นบาท] เป็นปฐมฌาน วิปัสสนาก็เป็นอย่างเดิม
หากสัมมสิตฌานเป็นทุติยฌาน วิปัสสนาก็ประกอบด้วยความสามารถในการล่วงพ้นวิตก
ย่อมกำหนดฌานที่ไม่มีวิตกในมรรคได้ แม้ฌานที่พิจารณาอื่นนอกจากนี้ก็มีนัยเดียวกัน
ทั้งหมดนี้คือมติที่กล่าวถึงสัมมสิตฌาน ความหมายก็คือ สัมมสิตฌานมีอานุภาพกว่า
ปาทกฌานและอัธยาศัย พราะเป็นไปพร้อมกับอารมณ์ของวิปัสสนา

(๖๘) ในคัมภีร์วิภาวนีแสดงมติซึ่งกล่าวถึงสัมมสิตฌานว่า วิปสฺสนาปาทกํ กิฺจิ ฌานํ
นตฺถิ " (ฌานอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นบาทของวิปัสสนาย่อมไม่มี) ข้อความนั้นไม่
สอดคล้องกับคัมภีร์อรรถกถา

ปุคคลัชฌาสัย (อัธยาศัยของบุคคล) คือ ครั้นปาทกฌานมีอยู่ ฌานนั้นๆ ที่
บุคคลต้องการเป็นปาทกฌานหรือฌานอื่นย่อมสำเร็จ แม้วิปัสสนาก็ถึงความล่วงพ้น
วิตกเป็นต้น ตามสมควรแก่ความปรารถนา ความหมายก็คือ ในบรรดาโลกิยฌาน ฌาน
(ขั้นต่ำ] ที่ออกแล้วในขณะใกล้ฌานขั้นสูงย่อมอุปถัมก็อุปจารภาวนาในฌานขั้นสูงเท่านั้น
แต่จะกระทำฌานในฌานขั้นสูงให้เหมือนกับตนไม่ได้ อัธยาศัยเท่านั้นกำหนดองค์ฌาน
ในฌานขั้นสูง ฉันใด ปาทกฌานในโลกุตตรจิตนี้ก็เป็นอุปนิสัยที่มีกำลังเพื่อความแก่กล้า
ขัดเจนแห่งวิปัสสนา ส่วนอัธยาศัยย่อมทำวิปัสสนาให้ถึงความล่วงพ้นวิตกเป็นต้นแล้ว
กำหนดองค์ฌานในมรรค ฉันนั้น

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 81 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร