วันเวลาปัจจุบัน 05 ธ.ค. 2022, 00:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2022, 10:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2710


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

“บักงาลาก” ช้างพระโพธิสัตว์ที่ภูหลวง
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง

:b50: :b49: :b50:

กราบเรียนถามท่านว่า “หลวงปู่ออกจากภูหอแล้ว เดินธุดงค์ไปทางไหนต่อ ?”

“ต้นปี ๐๓ ไปภูหลวงพุ่นแหล่ว...กะขึ้นไปพุ้นไปอยู่บ้านไปอยู่ ขะเจ้าเฮ็ดฮ่านให้อยู่ เขาเอิ้นแก่งม่วง ทางตะวันตกภูหลวงน่ะ...ต้นปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ จากภูหอแล้วเราไปต่อที่ภูหลวง ขึ้นไปทางด้านทิศตะวันตกของภูหลวงถึงบ้านแก่งม่วง ชาวบ้านสร้างเพิงพักให้อยู่อาศัย”

“ภูหลวง” มีความหมายว่า ภูเขาที่ยิ่งใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งนับเป็นสิริมงคลนามที่บรรพบุรุษได้ตั้งชื่อไว้ ภูหลวงเกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลก และดินส่วนที่อ่อนถูกพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ คงเหลือหินซึ่งเป็นโครงสร้างที่แข็งไว้เป็นภูเขา

“ตั้งตะกี้มันหลายเด้...ภูหลวง จังหวัดเลย หลายคือหยัง ซาวบ้านเขาเอิ้น บักงาลาก...ออกจากภูหอแล้วท่านจึงนำคณะธุดงค์ไปยังภูหลวงจังหวัดเลย สมัยก่อนที่ท่าน (ปู่ลี) ไปเที่ยวธุดงค์ภาวนามีช้างป่าเป็นจำนวนมาก ช้างเผือกใหญ่ตัวหัวหน้า เขาเรียกชื่อมันว่า “บักงาลาก” (ไอ้งาลากหรือไอ้งายาว) ช้างตัวนี้มีลักษณะพิเศษคืองาสวยงามและยาว เวลามันเดิน ถึงขนาดงาครูดไปกับพื้นดิน จึงเป็นที่ต้องการของนักล่างาช้างทั้งหลาย

“มีอยู่ภูหลวงพุ่น ซ้างบ่เบียดเบียนพระและคนเด้ มันมีโพธิสัตว์อยู่หั่น มันเหยียบมันมาภูหอจั่งซี่ มันกะถกข้าวล้ม มันกะแปลงให้...ช้างตัวใหญ่ๆ เป็นช้างพระโพธิสัตว์ อยู่บนภูหลวง ไม่เบียดเบียนพระและคน มันเดินจากภูหลวงมาทางภูหอ ช้างบริวารรอบล้อมซ้ายขวาอารักขา เมื่อช้างบริวารเดินผ่านทุ่งนาทำข้าวกล้าชาวบ้านล้มเสียหาย มันจึงตามมาตกแต่งปลูกคืนให้อย่างดี ที่มาพระโพธิสัตว์จุติเป็นสัตว์ก็เพื่อบำเพ็ญบารมี”

คำว่า “โพธิสัตว์” คือสัตว์ที่ยังข้องอยู่ในการสร้างบารมีเพื่อพระโพธิญาณ บำเพ็ญเพียรเพื่อความสุขแก่มหาชนเป็นอันมาก จะจุติเป็นสัตว์หรือมนุษย์ก็ตาม มีพระมหากรุณาแก่สัตว์ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง มีบริวารมาก บรรเทาภัยให้มหาชน ขวนขวายคุ้มครอง

พระโพธิสัตว์สร้างบารมี ไม่ทิ้งเมตตา เพื่อรื้อขนสัตว์ข้ามวัฏสงสาร ตัดโลกธรรมใหญ่ จึงสร้างพระบารมีอย่างใหญ่ เกิดๆ ตายๆ ให้เต็มแล้วตรัสรู้ ขนสัตว์ขึ้นสวรรค์นิพพาน ท่านอดทนมีขันติมากที่สุด ไม่เอาแง่เอางอนกับมนุษย์และสัตว์ มีศีลธรรมทุกชาติไป ด้วยมหาเมตตามหากรุณา เต็มเปี่ยมในพระทัย

หลวงปู่ลีท่านเล่าต่อว่า “ช้างตัวนี้เป็นพญาช้าง นัยน์ตาทั้งคู่สวยงามราวกับแก้วมณี มีกายสง่างาม พระโพธิสัตว์ปกครองช้างบริวารจำนวนมากให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุข”

คราวหนึ่งมีฝูงช้างบริวารเหยียบย่ำนาข้าวของชาวบ้าน ช้างพระโพธิสัตว์เห็นดังนั้น จึงเอางวงจับข้าวกล้าที่ล้มระเนระนาด ทำให้ลำต้นตรงขึ้นใหม่ ช้างพระโพธิสัตว์ไม่ทำลายคน รู้ภาษาคน เวลาเดินขึ้นภู องอาจสง่างามเอางาถูกิ่งไม้ต้นไม้และพื้นดินเป็นทางยาว บริเวณทางเดินใดที่เป็นหลุมเป็นบ่อมันก็ใช้เท้าเกลี่ยให้สม่ำเสมอ


“บักงาลาก...ไอ้งาลาก” มันเดินขึ้นภูเขา งามันยาวครูดดินขึ้นไปเป็นรอย...ช้างบริวารคอยเกลี่ยดินปิดร่องรอย พวกนายพรานคนบ้านแก่งม่วงซึ่งไม่ไกลจากภูหลวงไปนอนรอดักยิง “พวกพรานขึ้นภูหลวงพยายามเอาแท้ๆ กินหญ้าหมู่พวกอ้อมหมด...พวกพรานขึ้นภูหลวง พยายามล่าช้างตัวนี้หลายครั้งหลายหน พยายามมานาน แม้ขณะกินหญ้าพวกช้างบริวารแวดล้อมช้างพระโพธิสัตว์ไว้ทุกด้าน ด้วยความที่ช้างบริวารกลัวคนรู้ว่าเป็นพญาช้างเผือก ช้างบริวารทั้งหลายต่างเอาขี้โคลนทาตัวพญาช้างเผือกไว้เพื่อมิให้ใครรู้” แม้อารักขาขนาดนั้นพวกพรานก็ยังฆ่าจนได้ พอพวกมันฆ่าช้างใหญ่ได้แล้ว จึงตัดเอางา

“งาใหญ่หลาย มันแบกบ่ไหว มัดเชือกเดินนำลำห้วยลงมา ช้างตัวนั้นช้างปรารถนาพระโพธิสัตว์เด้...งามันใหญ่และยาวเหลือเกิน พวกพรานแบกลงมาไม่ไหว จึงมัดเชือกหาบเดินลงมาตามลำห้วย” พรานที่ฆ่ามีชีวิตอยู่บนพื้นโลกมนุษย์ได้เพียง ๓ วันเท่านั้น ด้วยผลกรรมอันแรงกล้าฆ่าช้างพระโพธิสัตว์ ล้มตายกันทุกคน

“เขาเสี่ยงอยู่เดี๋ยวนี้ บ่เปิดเผยใคร ยาวหลาย...ปัจจุบันเขาเอางาช้างไปซ่อนไว้ ไม่ยอมเปิดเผย ไม่บอกใคร งามันยาวมาก”

...ถึงเป็นช้างพระโพธิสัตว์แต่ก็ยังมีกรรม ยังไปถูกฆ่า เหมือนพระเทวทัตกับพระพุทธเจ้า ตามจองล้างจองผลาญหมายเอาชีวิตพระพุทธเจ้าในหลายภพชาติ

“ตั้งแต่ซ้างโพธิสัตว์โตนั้นตายแล้ว ซ้างบริวารมันไปกะกินแหล่ว มันบ่มีหัวหน้าห้ามเด้...ตั้งแต่ช้างพระโพธิสัตว์ล้มตายลงเพราะฝีมือนายพรานผู้ใจบาป จากนั้นมาช้างบริวารทั้งหลายไม่มีหัวหน้าคอยควบคุมอบรมสั่งสอน จึงดื้อรั้นลงมาทำลายข้าวกล้า สิ่งปลูกสร้าง ผลผลิตการเกษตร และทำร้ายผู้คน”

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ในหมู่มนุษย์หรือหมู่สัตว์ต้องมีผู้นำที่ทรงธรรม จึงจักอยู่ร่มเย็นเป็นสุข”

“กะนิทานพระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นซ้างอยู่นั้นถวายฮอดงาซ้าง งาให้เขาตัด (หัวเราะ) พระเทวทัตตัดไปแล้วไปขออีก ให้ตัดอีก พุ่นประวัติโพธิสัตว์...ในนิทานชาดกมีกล่าวไว้แล้วว่า พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นช้างโพธิสัตว์ ถวายงาเป็นทาน พระเทวทัตเห็นแล้วอยากได้อีก พระองค์ก็ให้ตัดอีก...นั่นประวัติพระโพธิสัตว์ท่านแสดงไว้”

ท่านบำเพ็ญไม่ปรารถนาอย่างอื่นเลย ปรารถนาโพธิญาณเท่านั้น !...เท่านั้น ! ไม่มีสอง


หลวงปู่ท่านกล่าวด้วยความมุ่งมั่นเสียงดังฟังชัดมากว่า “เฮาอย่างอื่นบ่เอาเลย...เอาหลุดพ้นท่อนั่น...ฮู้ฮักษาตัวรอดเป็นยอดดี...ส่วนเราอย่างอื่นไม่เอา เอาตัวเองให้หลุดพ้นเท่านั้น รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ท่านกล่าวอย่างนั้นเราก็อดสาธุในใจไม่ได้ เพราะกับท่านพูดอะไรๆ ต้องใคร่ครวญให้ดี เพราะวิถีจิตของท่านมุ่งตรงไม่มีอะไรปิดบังท่านได้ อะไรที่เป็นการยกยอปอปั้นแบบโลกท่านตัดทิ้งหมด ไม่มีเหลือเยื่อใย แม้ในวันที่สนทนาธรรมกับท่านจะมีผู้คนมามากสักเท่าใด องค์ท่านนั่งเฉย ไม่ถามสักคำว่าใครมาบ้าง เพราะท่านไม่ให้ใครเข้าถึงองค์ท่านได้ง่าย มากราบก็กราบข้างนอก “มาเอาความดี มิใช่มาดูหน้าพระ” ท่านว่าอย่างนั้น เขานั่งรถอะไรมา เขาเป็นคนจนคนรวย ท่านก็ไม่ได้ไต่ถาม แต่ท่านแผ่เมตตาให้กับทุกคนเสมอภาคไม่มีประมาณ ท่านบอกว่าใครจะมาวัด “กำหนดรู้ก่อนแล้ว”

องค์ท่านกล่าวย้ำท้ายๆ ในการสนทนาในวันนั้นว่า “ใจเอาแล้ว ทุกข์ปานใด๋มันกะบ่ทุกข์ดอก...คั่นใจเอาแล้ว...ถ้าหากพอใจที่จะทำแล้ว (ฉันทะ) ถึงเรื่องนั้นมันจะทุกข์สักปานใด มันก็เหมือนไม่มีความทุกข์” เป็นคำสอนที่กินใจสุดซึ้ง ยากจะอธิบายสำหรับผู้นั่งฟังเฉพาะหน้าที่ เห็นกิริยาอันผ่องงามขององค์ท่าน

นี่ล่ะ ! ช้างพระโพธิสัตว์ซึ่งได้รับพุทธทำนายว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล เห็นแล้วก็น่าอัศจรรย์ในพุทธบารมี หลวงปู่ลีเล่าสรุปในเรื่องนี้


:b50: :b49: :b50:

หนังสือ “ธรรมลี เศรษฐีธรรม” หลวงปู่ลี กุสลธโร
พระอริยเจ้าผู้เป็นดั่งเศรษฐีธรรม หน้า ๒๖๗-๒๗๐
วัดป่าเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์ (ภูผาแดง)
อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี


:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่ลี กุสลธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=60423


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร