วันเวลาปัจจุบัน 22 ก.ย. 2020, 03:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ย. 2019, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2428


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอน ผาห่มพร้าว (๑)

เรื่องบันทึก “ผาห่มพร้าว” เป็นเรื่องที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบอธิบายเรื่องพญานาคลึกมากที่สุดเท่าที่ตนเองได้บันมึกเรื่องพญานาคที่องค์ท่านเล่าให้ฟัง และเรื่องนี้มีความสำคัญกับครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งคือ หลวงพ่อบุญพิน กตปุญโญ วัดป่าผาเทพนิมิต อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร “ช้างเผือกห้วยขยาด” ฉายาหลวงพ่อบุญพินที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบตั้งให้ หลวงพ่อบุญพินท่านเดินทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ และเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อบุญพินท่านได้เที่ยววิเวกกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ

ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ หลวงพ่อบุญพิน กตปุญโญ กับเพื่อนพระอีกรูปหนึ่ง (พระอาจารย์สอน สกลนคร ลาสิกขาปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) พากันเดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกฝนอบรมธรรมกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ตอนนั้นหลวงพ่อบุญพินไม่ทราบว่าองค์ท่านหลวงปู่ชอบเที่ยววิเวกอยู่ที่ไหน ท่านจึงเดินทางไปกราบองค์ท่านหลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่ วัดถ้ำผาปู่ ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย

องค์ท่านหลวงปู่หลุยบอกหลวงพ่อบุญพินว่า ตอนนี้ท่านอาจารย์ชอบพาลูกศิษย์เที่ยววิเวกอยู่ทางเขตอำเภอปากชม หลวงปู่หลุยบอกหลวงพ่อบุญพินให้พักอยู่ที่ถ้ำผาปู่ก่อน เสร็จธุระแล้วท่านจะพาไปหาองค์ท่านหลวงปู่ชอบที่ปากชม หลวงพ่อบุญพินพักอยู่กับองค์ท่านหลวงปู่หลุยที่ถ้ำผาปู่ประมาณหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นองค์ท่านหลวงปู่หลุยพาหลวงพ่อบุญพินไปตามหาองค์ท่านหลวงปู่ชอบที่บ้านสะหงาว ตำบลห้วยพิชัย อำเภอปากชม จังหวัดเลย

ไปถึงบ้านสะหงาวไม่พบหลวงปู่ชอบ ชาวบ้านบอกว่าองค์ท่านพาลูกศิษย์ข้ามไปเที่ยววิเวกฝั่งลาวที่บ้านห้วยขยาด องค์ท่านหลวงปู่หลุยจึงพาหลวงพ่อบุญพินนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งลาว

หลวงพ่อบุญพินพบกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบครั้งแรก ที่บ้านห้วยขยาด ประเทศลาว หลวงพ่อบุญพินท่านกราบถวายตัวเป็นลูกศิษย์ขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ ที่บ้านห้วยขยาด ประเทศลาว ความเป็นศิษย์อาจารย์ของหลวงพ่อบุญพิน กตปุญโญ กับ องค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เริ่มต้นที่บ้านห้วยขยาด ประเทศลาว

องค์ท่านหลวงปู่ชอบพาลูกศิษย์พักอยู่บ้านห้วยขยาดประมาณสิบสี่คืน ต่อมามีญาติโยมบ้านน้ำวังมานิมนต์องค์ท่านหลวงปู่ชอบไปโปรดทางบ้านน้ำวัง องค์ท่านจึงพาคณะเดินทางไปบ้านน้ำวัง โดยมี หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่ซามา อจุตโต หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร พระคล้าย พระม่อย สามเณรทองรัตน์ สามเณรบุญเพ็ง พ่อไข พ่อเกลี้ยง พ่อยัง ติดตามไปพร้อมกับองค์ท่าน

ส่วนหลวงพ่อบุญพินองค์ท่านหลวงปู่ชอบลองใจให้พักอยู่ที่เสนาสนะบ้านห้วยขยาดเพียงลำพังองค์เดียว หลวงพ่อบุญพินบอกตอนนั้นท่านน้อยใจอยู่บ้างที่พ่อแม่ครูจารย์หลวงปู่ชอบไม่ให้ติดตามไปพร้อมกับองค์ท่าน ท่านบอก ผมให้กำลังใจตนเอง ท่านอาจารย์ชอบกำลังพิสูจน์จิตใจเราว่าอดทนอาจหาญหรือไม่ ที่บ้านห้วยขยาดกลางคืนเสือมันร้องออกหากินใกล้ๆที่พัก กลัวเสือก็กลัว ได้แต่ข่มใจตนเองไว้ด้วยการภาวนา

ภายหลังหลวงปู่ชอบท่านให้หลวงพ่อบัวคำกับโยมมารับหลวงพ่อบุญพินไปพักภาวนาด้วยกันที่ผาห่มพร้าว ผาห่มพร้าวแห่งนี้จะอยู่ตรงกันข้ามกับ บ้านคกไผ่ ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย

โยมบ้านน้ำวังนำเรือมารับองค์หลวงปู่ชอบและคณะไปพักที่ “ผาห่มพร้าว” พอเรือใกล้จะถึงผาห่มพร้าวประมาณหนึ่งกิโลเมตร องค์ท่านบอกให้เรือจอดเทียบฝั่ง หลวงปู่ชอบท่านลงจากเรือเดินสะพายถุงบาตรนำหน้าลูกศิษย์โดยท่านทิ้งกระติกน้ำเอาไว้ให้สามเณรบุญเพ็งถือตามหลังมา หลวงปู่ชอบท่านเดินไปได้ระยะหนึ่งก็ยังไม่เห็นลูกศิษย์หลังตามมา

องค์ท่านบอก เรานั่งคอยพระเณรอยู่ที่หินก้อนหนึ่ง หินก้อนนี้ยื่นลงไปในน้ำโขง หินก้อนนี้มีลักษณะกลมมนขนาดใหญ่เท่ากับช้าง

ขณะองค์ท่านคอยลูกศิษย์อยู่บนหินก้อนนี้ ท่านมองไปที่กลางแม่น้ำโขง ท่านเห็นหัวดำๆ ขนาดเท่ากับฆ้องเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งวา หัวดำๆ ใหญ่ๆ ที่องค์ท่านเห็นนี้ผุดขึ้น ผุดลง อยู่กลางแม่น้ำโขง ท่านดูอยู่ประมาณสิบกว่านาทีสิ่งที่ท่านว่านี้ก็จมหายลงไปในแม่น้ำโขง

ท่านทราบว่าพญานาค “ผาห่มพร้าว” มาแสดงเตือนให้ท่านรู้ว่าเขาเป็นผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ พอคณะลูกศิษย์ตามมาสมทบ องค์ท่านจึงพาลูกศิษย์ทั้งหมดขึ้นไปพักที่ผาห่มพร้าว หลวงปู่ชอบท่านเลือกพักที่นั่งร้านหน้าถ้ำหันหน้าออกไปทางแม่น้ำโขง

หลวงปู่ชอบท่านถามโยมชาวบ้านน้ำวังว่าเคยเห็นตัวอะไรที่หัวมันกลมดำ ตัวใหญ่ประมาณเท่ากับฆ้องบ้างไหม โยมเคยเห็นสัตว์ลักษณะแบบนี้ในแม่น้ำโขงไหม โยมผู้ชายคนนี้ตอบท่านว่า ข้าน้อยไม่เคยเห็นสัตว์ที่มีลักษณะแบบที่ท่านอาจารย์ว่ามานี้ เคยได้ยินเขาว่ามันมีปลาฝาไร (ปลากระเบนน้ำจืด หรือปลาราหู) อยู่ในแม่น้ำโขง แต่ผู้ข้าก็ไม่เคยเห็นปลาฝาไร ก็เลยไม่รู้ว่ามันจะใช่ไหม องค์ท่านถามเพื่ออยากรู้ความเข้าใจของคนที่นี่ว่าเขาเข้าใจในเรื่องนี้อย่างไร ส่วนท่านนั้นรู้แล้วว่าคืออะไร

คืนแรกที่หลวงปู่ชอบท่านพักที่ผาห่มพร้าว บ้านน้ำวัง องค์ท่านบอกมีผัวเมียคู่หนึ่งจะมาขอดูลายมือให้องค์ท่าน หลวงปู่ชอบท่านปฏิเสธที่จะให้สองผัวเมียคู่นี้ดูลายมือขององค์ท่าน ท่านบอกไม่ต้องดูลายมือให้เราดอก มีอะไรเราจะภาวนาดูเอง เมื่อองค์ท่านปฏิเสธสองผัวเมียคู่นี้จึงลาท่านกลับลงไปในแม่น้ำโขง..

ข้ามมาอีกวันหลวงปู่ชอบท่านนั่งเหลาไม้สีฟันอยู่หน้าถ้ำผาห่มพร้าว มีพญานาคตนหนึ่งสัณฐานสีดำเหลื่อม ลำตัวขนาดเท่ากับต้นตาลใหญ่ พญานาคตนนี้เอาหัวมาพาดวางไว้ที่ก้อนหินหน้าถ้ำ ส่วนลำตัวจมอยู่ในแม่น้ำโขง พญานาคตนนี้ไม่แสดงกิริยาอย่างอื่นนอกจากกิริยานี้เท่านั้น ท่านว่าพญานาคตนนี้ขึ้นมาดูว่าท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่ เขามาดูว่าท่านเอาสมบัติอะไรในถ้ำออกไปหรือเปล่า พญานาคตนนี้มาเฝ้าดูองค์ท่านจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นเขาจึงจมลงไปในแม่น้ำโขง

องค์ท่านว่า ที่ถ้ำผาห่มพร้าวมีพระพุทธรูปโบราณหลายองค์ มีพระพุทธรูปทำจากทองคำ เงิน สำริด ชินเงิน และพระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้ ภายในถ้ำจะมีถ้วยชามโบราณของลาวอยู่ในถ้ำแห่งนี้มาก องค์ท่านจัดเรียงพระพุทธรูปเพื่อกราบไหว้บูชาเวลาไหว้พระสวดมนต์ พญานาคตนนี้ขึ้นมาดูว่าท่านจะเอาสมบัติภายในถ้ำออกไปหรือไม่ ท่านว่าเคยมีพระมาพักอยู่ที่นี่แอบเอาพระพุทธรูปโบราณออกไปจากถ้ำ พญานาครักษาสมบัติศาสนาที่ผาห่มพร้าวไม่พอใจจึงสั่งสอนพระขี้โลภพวกนี้จนแตกหนีกระเจิง

คืนที่สองมีพญานาคสองตนขึ้นมาจากแม่น้ำโขง พอถึงฝั่งพวกเขาพากันถอดรูปพญานาคออกกลายเป็นรูปร่างมนุษย์ขึ้นมาแทน ท่านว่าเวลาพญานาคถอดรูปออกง่ายเหมือนกับคนเราถอดเสื้อผ้า เมื่อถอดรูปพญานาคออกแล้วผู้หนึ่งเป็นชาย ผู้หนึ่งเป็นผู้หญิง พญานาคทั้งสองในรูปมนุษย์แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงสด ชุดที่เขาแต่งเหมือนกับชุดของเจ้าเมืองลาวในสมัยโบราณ ประดับประดาแก้วมณีดูพองาม องค์ท่านบอกถ้าดูจากรูปมนุษย์ที่เขาจำแลง พญานาคทั้งสองถ้าเป็นคนก็อายุประมาณสี่สิบปี

หลวงปู่ชอบท่านถามชายผู้นี้ว่า ท่านเป็นใครมาจากไหน เขาตอบท่านว่า ข้าพเจ้าชื่อกากะละนาคราช มีวิมานอยู่แม่น้ำโขงใต้ผาห่มพร้าว องค์ท่านถามพญานาคที่เอาหัวมาพาดก้อนหินหน้าถ้ำเมื่อตอนกลางวันใช่ท่านหรือไม่ กากะละนาคราชตอบว่าเป็นเขาเอง ท่านถามเมื่อตอนกลางวันมาเฝ้าดูอาตมาด้วยประสงค์ใด กากะละนาคราชบอกข้าพเจ้ามาดูว่าท่านจะเอาพระพุทธรูปของในถ้ำไปเป็นสมบัติส่วนตัวหรือไม่ เคยมีพระมาอยู่นี่เอาสมบัติพระศาสนาออกไป ข้าพเจ้าต้องไปตามเอาสมบัติพระศาสนาเหล่านี้กลับคืนมาไว้ที่เดิม

หลวงปู่ชอบถามท่านมาหาอาตมาคืนนี้ด้วยประสงค์ใด เขาตอบท่านว่า ข้าพเจ้ากับคู่บารมี (เมีย) มาขอสนทนาธรรมกับท่าน องค์ท่านถามพญานาคก็สนใจใฝ่ธรรมในพระศาสนาอยู่หรือ กากะละนาคราชบอก พญานาคศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า มีพญานาคส่วนน้อยที่ไม่สนใจพระศาสนา เหมือนคนเรา ผู้สนใจพระศาสนาก็ใฝ่บุญ ผู้ไม่สนใจพระศาสนาก็ใฝ่บาป เรื่องนี้พญานาคกับมนุษย์จึงไม่แตกต่างกัน

ตั้งแต่ท่านมาพักอยู่ที่นี่ พวกข้าพเจ้าและบริวารมีความอบอุ่นเย็นใจ กระแสธรรมที่ท่านแผ่เมตตาทำให้พวกข้าพเจ้ามีความสุข ข้าพเจ้ากับคู่บารมีจึงต้องขึ้นมาหาท่านถึงที่นี่

องค์ท่านหลวงปู่ชอบให้กากะละนาคราชกับคู่บารมีเทวีของเขาสมาทานพระไตรสรณคมณ์ไปปฏิบัติ องค์ท่านแสดงธรรม “อานิสงค์ศีล” ให้พญานาคทั้งสองฟัง หลังจากองค์ท่านแสดงธรรมให้กากะละนาคราชและเทวีฟังแล้ว องค์ท่านถามพญานาคทำไมจึงเกี่ยวข้องกับพระศาสนา พญานาคขึ้นมาโลกมนุษย์เพราะเหตุอะไร

กากะละนาคราชตอบท่านว่า พญานาคมาจากมนุษย์พุทธบริษัท ศีลธรรมที่เคยปฏิบัติยังติดในจิตในใจ ถึงเกิดเป็นพญานาคก็ยังเคารพศรัทธาใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่เหมือนเดิม พญานาคเป็นเทพเทวดาอีกภูมิหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ฝากศาสนาไว้ให้ดูแล

หลวงปู่ชอบถาม บ้านเมืองพญานาคไม่มีวัดวาศาสนาหรือพวกท่านถึงต้องได้ขึ้นมาโลกมนุษย์ กากะละนาคราชบอกท่านว่า ที่เมืองบาดาลไม่มีวัดวาศาสนาให้ได้ปฏิบัติ วัดวาศาสนามีแต่เฉพาะบนโลกมนุษย์เท่านั้น โลกมนุษย์เป็นภูมิบำเพ็ญทั้งบุญทั้งบาป ผู้ใฝ่ดีก็จักฝักใฝ่ในการบำเพ็ญบุญ บุญกุศลที่บำเพ็ญจักส่งผลให้เลื่อนคุณงามความดีเป็นเทพเทวดาอยู่ตามสวรรค์ชั้นต่างๆ ผู้ทำบาปก็ตกอบายภูมิเป็นสัตว์นรก เปรต อสูรกาย เดรัจฉาน ตามหนักเบาของบาปกรรมที่ตนเองทำมา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ย. 2019, 19:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2428


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอน ผาห่มพร้าว (๒) บุพกรรมพญานาคสองผัวเมีย

องค์ท่านหลวงปู่ชอบถามถึงบุพกรรมของเจ้าจอมผาห่มพร้าวกับคู่บารมี กรรมอะไรที่ทำให้ท่านทั้งสองได้มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา กรรมอะไรที่ทำให้ท่านทั้งสองได้มาปกปักรักษาสมบัติของพระศาสนาอยู่ที่นี่

กากะละนาคราชบอกองค์ท่านว่า ชาติที่ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าเป็นคนนักเลงใจร้อนมุทะลุ เมียข้าพเจ้าจึงชวนเข้าวัดปฏิบัติธรรมถือศีลอุโบสถในวันพระ บุญที่ข้าพเจ้ารักษาศีลห้าและศีลอุโบสถ ประกอบกับบุญที่ข้าพเจ้าอุปัฏฐากพระสงฆ์องค์เณร บุญกุศลนี้จึงส่งผลให้ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นเทวะภูมิพญานาคในชาติปัจจุบัน

ตอนเป็นมนุษย์ปฏิบัติอยู่ในวัดวาศาสนา ข้าพเจ้าเผลอพลาดกรรมเพียงครั้งเดียวในการปฏิบัติต่อสมบัติศาสนา ข้าพเจ้ากับเมียยืมจอบเสียมมีดพร้าของวัดเอาไปปลูกผักทำไร่ พอพืชผักออกผลข้าพเจ้ากับเมียก็นำมาทำอาหารถวายพระสงฆ์องค์เณรในวัด มีดพร้าจอบเสียมที่ยืมของสงฆ์ไปชำรุดแตกหักข้าพเจ้าก็ไม่ได้นำมาใช้คืนให้สงฆ์ ปล่อยทิ้งสมบัติของสงฆ์เหล่านี้ไปเพราะชะล่าใจคิดว่ากรรมเล็กน้อยจักไม่เป็นผลเพราะตนเองไม่มีเจตนายักยอกของสงฆ์

ก่อนตายจิตข้าพเจ้าไปติดยึดกับของสงฆ์ที่ตนเองเคยยืมไปใช้แล้วไม่ส่งคืน เพราะจิตติดยึดในของสงฆ์ที่ตนเองยืมไปใช้ไม่ส่งคืนจึงทำให้ข้าพเจ้าเป็นพญานาคปกปักรักษาสมบัติพระศาสนา ถ้าจิตตนเองไม่ไปติดยึดเรื่องนี้ก่อนตาย ข้าพเจ้าจักได้เกิดเป็นเทพเทวดาในชั้นภูมิที่สูงกว่านี้

ส่วนคู่บารมีข้าพเจ้าเขาปรารถนาเกิดเป็นคู่บารมีกับข้าพเจ้าตลอดไป ความปรารถนาประกอบบุญของเขา จึงทำให้เขาได้มาเกิดเป็นพญานาคคู่บารมีของข้าพเจ้า

องค์ท่านถามทำไมเมืองบ้านเมืองพญานาคจึงได้ชื่อว่า “เมืองบาดาล”

พญานาคเจ้าจอมผาห่มพร้าวบอกท่านว่า “เมืองบาดาล” คือชื่อที่มนุษย์เรียกกันขึ้นมาเอง พวกข้าพเจ้ามีทิพย์วิมานซ่อนเหลื่อมใกล้กับภูมิมนุษย์ พญานาคบางหมู่เหล่าก็อยู่ในสวรรค์ บางหมู่เหล่าก็อยู่ภูเขา บางหมู่เหล่าก็อยู่ในน้ำ บางหมู่เหล่าก็อยู่ใต้พิภพ พวกข้าพเจ้าจะเรียกชื่อเมืองตามชื่อของพญานาคผู้เป็นใหญ่

หลวงปู่ชอบ - โลกมนุษย์อาศัยแสงสว่างจากไฟ จากพระอาทิตย์ แสงเดือนแสงดาว บ้านเมืองพวกท่านอาศัยแสงสว่างจากอะไรเป็นเครื่องดำรงอยู่

พญานาคผาห่มพร้าวบอกองค์ท่านว่า แสงสว่างของพระอาทิตย์ แสงเดือนแสงดาวไม่สามารถส่องถึงนาคาพิภพได้ ที่นาคพิภพไม่มีกลางวันกลางคืนเหมือนกับโลกมนุษย์ ที่เมืองนาคพิภพของพวกข้าพเจ้าจะมี “แก้วแสงทิพย์” สว่างไสวอยู่สี่มุมเมือง แสงแก้วทิพย์นี้จะสว่างไสวอยู่ตลอดเวลาไม่มีวันดับ แสงสว่างของแก้วแสงทิพย์เย็นใสไม่ร้อนเหมือนแสงพระอาทิตย์ แก้วทิพย์แสงเมืองนี้เกิดจากบุญฤทธิ์ของพวกข้าพเจ้า พญานาคทุกตนจะมีแก้วทิพย์ประจำตัว แก้วทิพย์บุญฤทธิ์จะเป็นแก้วสารพัดนึกที่พญานาคทุกตนใช้ในการนิรมิต..

องค์ท่านหลวงปู่ชอบ - พวกมนุษย์กินเนื้อสัตว์ กินพืชผักเป็นอาหาร พวกพญานาคเขาพากันกินอะไรเป็นอาหาร

เจ้าจอมผาห่มพร้าวตอบองค์ท่านว่า พญานาคเป็นพวกกายทิพย์ไม่มีเวทนาหิวโหยเหมือนมนุษย์ ความเหนื่อยความหิวไม่มีในพญานาค พวกข้าพเจ้า “อิ่มในบุญ” จึงไม่มีเวทนาหิวโหยเหมือนพวกกายหยาบอย่างมนุษย์และเดรัจฉาน

องค์ท่านถามพญานาคมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน

เจ้าจอมผาห่มพร้าวบอกองค์ท่านว่า พญานาคมีฤทธิ์มากเกินจะประมาณได้ ถ้าพวกข้าพเจ้าอยากจะทำร้ายผู้ใด เพียงแค่เพ่งฤทธิ์ใส่มนุษย์หรือสัตว์ผู้นั้น มนุษย์และสัตว์ผู้นั้นก็จะแหลกเป็นจุลในทันที พวกพญานาคมีหิริโอตัปปะธรรมสูงกว่ามนุษย์ธรรมดา ถ้าไม่เคยมีกรรมอันหนักต่อกันแล้วพวกพญานาคจะไม่ทำร้ายมนุษย์และสัตว์ให้ถึงแก่ความฉิบหายของชีวิต พญานาคมีฤทธิ์จะจำแลงเป็นอะไรก็ได้ตามที่อยากจะเป็น แต่สุดท้ายต้องกลับคืนสู่อัตภาพภูมิเดิมของตน

องค์ท่านหลวงปู่ชอบถาม เวลาพวกท่านอยู่บ้านเมืองของตน พวกพญานาคเขามีรูปร่างแบบใด

พญานาคเจ้าจอมผาห่มพร้าวบอกท่านว่า พวกข้าพเจ้ามีรูปร่างเป็นมนุษย์เหมือนกับพระคุณเจ้านี้แหละ ไม่แตกต่างอะไรกับพวกท่านเลย

องค์ท่านหลวงปู่ชอบถาม รูปร่างของพญานาคเกิดขึ้นได้อย่างไร

กากะละนาคราชบอกองค์ท่านว่า รูปร่างของพญานาคจะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุหกประการ

๑. เวลาแสดงตน ๒. เวลาเกิดโทสะ ๓. เวลาเดินทาง ๔. เวลาเผลอสติ ๕. เวลาแสดงฤทธิ์ ๖. เวลาจิตเกิดปฏิพัทธ์ในกาม

องค์ท่านถาม พญานาคขึ้นมาโลกมนุษย์เพราะเหตุอะไร

เขาบอกท่านว่า พญานาคขึ้นมาโลกมนุษย์ด้วยเหตุหลักสี่ประการ

๑. มาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเครื่องหมายของพระศาสนา เช่น พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารริกธาตุของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์สาวก ๒. มาเพื่อกราบไหว้ฟังธรรมกับท่านผู้ทรงธรรม ๓. มาเพื่อบำเพ็ญบุญบารมีให้กับตนเอง ๔. มาเพื่อเที่ยวชมโลกมนุษย์ แต่มาเที่ยวโลกมนุษย์จะไม่ขึ้นมาบ่อย เพราะโลกมนุษย์วุ่นวายเต็มไปด้วยกิเลส บ้านเมืองพวกข้าพเจ้าสงบร่มเย็นกว่าโลกมนุษย์..

หลวงปู่ชอบ - พวกมนุษย์มีการทะเลาะเบาะแว้งเข่นฆ่าทำร้ายกัน พวกพญานาคเป็นแบบนี้เหมือนกับพวกมนุษย์หรือไม่

เขาตอบท่านว่า พวกพญานาคก็มีการวิวาทกันเหมือนกับมนุษย์ พอวิวาทกันพญานาคราชผู้เป็นเจ้าครองเมืองจะเป็นผู้พิพากษาเรื่องให้ การเข่นฆ่ากันในสังคมของพญานาคจะไม่มี เพราะพญานาคมี “เทวธรรม” ครองใจ

หลวงปู่ชอบท่านถาม กากะละนาคราช เจ้าจอมพญานาคผาห่มพร้าวในทุกแง่ที่องค์ท่านอยากรู้ กากะละนาคราชตอบทุกเรื่องที่องค์ท่านถาม พอถึงกาลสมควรกากะละนาคราชและคู่บารมีพากันลาองค์ท่านกลับไปยังบ้านเมืองของพวกเขา

ท่านว่าเวลาพญานาคทั้งสองกลับ เขาจะกลายร่างเป็นพญานาคจมลงไปในแม่น้ำโขงหน้าถ้ำผาห่มพร้าว เขาไม่ได้เอาหัวมุดลงไปในน้ำเหมือนพฤติกรรมแบบงูทั่วไป ท่านว่ากิริยาแบบนี้เป็นกิริยาในการไปการมาที่เป็นลักษณะเฉพาะของพวกพญานาคทั้งสี่ตระกูล

ท่านบอก พญานาคจะมีพฤติกรรมแตกต่างจากงูทั่วไปคือ ๑. เวลาพญานาคเดินทางเขาจะลอยตัวไปในอากาศลักษณะพุ่งไปข้างหน้าเหมือนลูกธนูพุ่งออกจากเกาฑัณคันศร หรือลอยไปในลักษณะเหมือนคลื่นน้ำ ต่างจากพวกงู พวกงูเวลาไปจะเลื้อยวกวนออกซ้ายออกขวา

พญานาคจะไม่เอาหัวของตนเองแตะพื้นดินเหมือนกับงู พญานาคเวลาพักจะขดเป็นชั้นวงเอาหัวพาดวางไว้ที่ลำตัว เรื่องนี้องค์ท่านเคยถาม “เทพนาคา” พญานาคผู้พิทักษ์รักษา “พระพุทธบาทสี่รอย” เมืองเชียงใหม่ เพราะอะไรพญานาคจึงต้องแสดงกิริยาที่แตกต่างจากงู เทพนาคาบอกองค์ท่านว่า พญานาคเป็นเทพ มีศักดิ์เหนือกว่าพวกงูที่เป็นเดรัจฉาน พญานาคจึงแสดงศักดินาทิฐิตนเองแบบน

หลังพญานาคผาห่มพร้าวสองผัวเมียกลับไปแล้ว องค์ท่านจึงออกจากสมาธิ พ่อแม่ครูจารย์บอกคืนนั้นเราไม่ได้พักขันธ์ห้า (นอน) เลย เราออกจากภาวนาเราก็มานั่งไหว้พระสวดมนต์แผ่เมตตา จนถึงอรุณวันใหม่

พอฟ้าเห็นอรุณ หลวงพ่อบุญพิน กตปุญโญ ท่านเอาน้ำอุ่นมาให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบล้างหน้า หลวงปู่ชอบท่านถามว่า ยุพิน (ชื่อที่ครูบาอาจารย์ท่านใช้เรียกหลวงพ่อบุญพิน) เมื่อคืนภาวนาภายนอกภายในของท่านเป็นอย่างไรบ้าง ภายนอกเมื่อคืนนี้มีพญานาคสองผัวเมียอยู่ผาห่มพร้าวเขาพากันขึ้นมาหาเรา ท่านยุพินเห็นพวกเขาบ้างมั๊ย

หลวงพ่อบุญพินตอบองค์ท่านว่า ข้าน้อยไม่มีตาในจึงมองไม่เห็นพวกเขาขอรับ

องค์ท่านหลวงปู่ชอบพูดให้หลวงพ่อบุญพินว่า ตาหมากขามขี้ พญานาคมาแสดงตัวให้ดูมันก็มองไม่เห็นเขา ของเป็นตัวยังมองไม่เห็น แล้วกิเลสที่เป็นนามธรรมในจิตใจแต่ละชั้นมันจะไปมองเห็นได้ยังไง เวลาเราบอกให้ภาวนาก็อย่าขี้เกียจ มันจะได้เป็นพยานรู้เห็นกับเราบ้าง นี่อะไรๆก็ให้แต่พ่อแก่มันดูให้หมดทุกอย่าง

หลวงพ่อบุญพินถูกองค์ท่านหลวงปู่ชอบเบิกอรุณใจให้ท่านตั้งแต่เช้ามืดก่อนออกบิณฑบาต

หลวงปู่ชอบท่านจึงเล่าเรื่องพญานาคสองผัวเมียผาห่มพร้าวให้หลวงพ่อบุญพินฟัง

หลวงพ่อบุญพินท่านบอกกับผู้บันทึก ผมก็เพลินในเรื่องที่พ่อแม่ครูจารย์ชอบท่านเล่าให้ฟังก่อนออกบิณฑบาต ตอนนั้นเรายังภาวนาอ่อนหัดอยู่จึงไม่เห็นพญานาคเหมือนกับพ่อแม่ครูจารย์ท่าน หลวงปู่ชอบท่านชำนาญในกายทิพย์ ท่านมีวาสนาโปรดพวกกายทิพย์ได้มาก ตอนผมอยู่ปฏิบัติกับพ่อแม่ครูจารย์ชอบ พวกเทพเทวดาพญานาคเขาจะมาหาท่านทุกวัน บางทีพวกเทพเทวดาอยู่ทางเมืองเชียงใหม่ยังพากันมากราบเยี่ยมขอฟังธรรมกับองค์ท่านที่บ้านโคกมน วาสนาพ่อแม่ครูจารย์ชอบท่านเด่นมากในเรื่องนี้ ยากที่ลูกศิษย์อย่างพวกเราจะได้อย่างท่าน

:b8: คัดลอกมาจาก..ตอน ผาห่มพร้าว
หนังสือหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค
เขียนบันทึกโดย พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท (ครูบากล้วย)
อดีตพระเลขา-อุปัฏฐาก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร