วันเวลาปัจจุบัน 22 ก.ย. 2018, 02:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2013, 06:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สรีระร่าง “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” หลังท่านได้มรณภาพอย่างสงบ
เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น.
ณ กุฏิของท่าน วัดอโศการาม สิริอายุรวมได้ ๕๕ ปี พรรษา ๓๓


รูปภาพ
จากซ้าย : พระโสภณคุณาธาร (หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ),
พระวิจิตรธรรมภาณี (หลวงปู่สิงห์ สุขปญฺโญ),
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธมฺมรกฺขิโต)
และพระครูญาณวิศิษฏ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)
บันทึกภาพร่วมกันในงานบำเพ็ญกุศลศพและสวดมนต์อุทิศถวาย
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมมฺธโร)
ณ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ


:b47: :b49: :b47:

หลังจาก “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” ได้มรณภาพลงอย่างสงบ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งยังทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
วัดมกุฎกษัตริยาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
มีบัญชาให้เก็บสรีระสังขารของท่านพ่อลีไว้ ยังไม่ให้ถวายเพลิง

เอาอย่าง “ท่านพระมหากัสสปเถระ”
ที่ในวันหนึ่งในอนาคตกาลจะมีพระศรีอริยเมตไตรย
มาถวายเพลิงสรีระสังขารพระมหากัสสปเถระอย่างสมศักดิ์ศรี


ในเวลาที่พระมหากัสสปเถระจักนิพพาน
พระเถระได้เข้าไปอยู่ในระหว่างภูเขา ๓ ลูกที่เมืองฮ่อ
(สันนิษฐานว่าตั้งอยู่ในประเทศจีน)
ภูเขา ๓ ลูกนั้นได้ประชุมรวมกันเข้าเป็นลูกเดียว
ปกปิดกำบังร่างของพระเถระเพื่อมิให้ปรากฏแก่มหาชนทั้งหลาย
ต่อเมื่อในอนาคต พระศรีอริยเมตไตรยได้เสด็จลงมาตรัสรู้
เป็นพระพุทธเจ้าในโลกแล้ว
พระองค์ก็จะนำเอาร่างของพระมหากัสสปเถระ
ยกขึ้นไว้บนฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ชูขึ้นประกาศสรรเสริญคุณของพระเถระ
แล้วเตโชธาตุก็จะเกิดขึ้นเผาสรีระของท่าน
บนฝ่าพระหัตถ์ของพระศรีอริยเมตไตรพุทธเจ้านั้น

เนื่องจากเวรกรรมที่ท่านทั้งสองได้เคยทำต่อกันในอดีตชาติ
เมื่อคราวที่พระศรีอริยเมตไตรยเกิดเป็นนายควาญช้าง
และพระมหากัสสปเถระเกิดเป็นพญาช้างเผือก

อดีตชาติในครั้งนั้น “นายควาญช้างได้สั่งให้พญาช้างเผือก
เอางวงอุ้มเหล็กแดงเอาไว้เพื่อเป็นการลงโทษ
ที่พญาช้างเผือกวิ่งหนีเข้าป่าติดตามกลิ่นสาปของนางช้าง
พญาช้างเผือกได้รับความเจ็บปวดจากแท่งเหล็กนั้น จนกระทั่งล้มตายในที่สุด
สรุปคติธรรมที่ได้จากเรื่องนี้คือ ราคะนี้มีความเผ็ดร้อนทารุณยิ่งกว่าไฟ
มีพิษร้ายยิ่งกว่าพิษของพญานาค”


นัยของท่านพ่อลีก็ขอให้เอาเยี่ยงอย่างนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า
“ผู้มีบุญกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่านในวันข้างหน้า
จะได้มาถวายเพลิงสรีระร่างของท่านอย่างสมศักดิ์ศรี
ที่เป็นอัศวินนักรบธรรมกรรมฐานผู้มีพลังจิตแก่กล้า
สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต”


พร้อมนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านยังมีบัญชาอีกว่า
ให้บำเพ็ญกุศลและสวดมนต์อุทิศถวายท่านพ่อลีทุกคืน
บรรดาบรรพชิตซึ่งเป็นคณะศิษยานุศิษย์ของท่านพ่อลี
ก็ได้ปฏิบัติตามบัญชามาโดยตลอด
และคณะทายกทายิกาได้ทำบุญอุทิศถึงด้วยความเคารพ
จุดธูปเทียนบูชาด้วยความศรัทธาเลื่อมใส


ต่อมาระยะหนึ่ง บรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ใหญ่ทางฆราวาส
ปรารภจะทำฌาปนกิจศพของท่านพ่อลีด้วยว่าพระกรรมฐานไม่เก็บศพไว้นาน
และอีกฝ่ายหนึ่งปรารภจะเก็บไว้บูชาสักการะให้เป็นที่อบอุ่นอยู่ตลอดไป

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีเสียงขึ้นเป็น ๒ เสียง ๒ ฝ่าย
เสียงฝ่ายหนึ่งจะทำฌาปนกิจศพของท่าน
อีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่ควรทำ ควรเก็บไว้อย่างนี้

เป็นเหตุให้มีการประชุมใหญ่ของบรรดาศิษยานุศิษย์
ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ลงคะแนนเอาเสียงข้างมาก

ก็ปรากฏว่าเสียงที่ไม่ให้ทำการฌาปนกิจศพเป็นเสียงข้างมาก
เนื่องด้วยชาวจันทบุรีที่เลื่อมใสท่านพ่อลี
พากันแห่มาออกเสียงเป็นจำนวนนับหมื่นคน
สรุปคือไม่ได้ถวายเพลิง
จึงได้เก็บสรีระสังขารท่านไว้ตลอดมาจนทุกวันนี้
โดยอัญเชิญไว้ในโลงทอง ณ วิหารสุทธิธรรมรังสี วัดอโศการาม


เป็นที่น่าอัศจรรย์ !! ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
ดอกไม้บูชาท่านพ่อลีไม่เคยเหี่ยวแห้ง
เพราะมีผู้คนนำดอกไม้มากราบไหว้บูชาท่านไม่เคยขาด
เสียงสวดมนต์ปฏิบัติบูชาจากสานุศิษย์
ตั้งแต่ ๒ ทุ่มถึง ๔ ทุ่มของทุกวัน ดังกึกก้องมาไม่รู้จบ
วันมรณภาพเวียนมาบรรจบประชาชนจะหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
พระกรรมฐานมารวมกันในคราวจำเป็นในข้อธรรมวินัย ณ วัดอโศการาม
ซึ่งมีพระธุตังคเจดีย์อันยิ่งใหญ่ได้ปรากฏมาจนกระทั่งทุกวันนี้

นี่คือท่านพ่อลี ที่รักเคารพบูชาอย่างหาที่สุดมิได้
สายธารธรรมหลั่งไหลไปไม่มีวันหยุด
สายน้ำแห่งคุณงามความดีของท่านแผ่ซึมซับไปโดยทั่ว
ท่านคือพระผู้รุ่งเรืองด้วยเดช ด้วยยศ
และเป็นพระผู้สละโลกได้อย่างสิ้นเชิง
สมศักดิ์ศรีเป็นพุทธสาวกที่พระพุทธเจ้าได้ทำนายไว้ว่า
ในยุคกึ่งพุทธกาลพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองในดินแดนสุวรรณภูมิ
อันเป็นดินแดนสุดท้ายที่ยังมีท่านผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์


นับเป็นบุญของพวกเราชาวไทยจริงๆ ที่ผืนแผ่นดินแห่งนี้มีสิ่งอันเป็นมิ่งมงคล
เรามีทั้งพระพุทธศาสนา มีพระผู้แกร่งกล้า คือ
ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล, ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต,
ท่านพ่อลี ธมฺมธโร และหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ฯลฯ
ตลอดจนมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


:b47: :b49: :b47:


คัดลอกเนื้อหาบางตอนมาจาก...
“พระธุตังคเจดีย์-ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” วัดอโศการาม

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=42731

:b44: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21381

:b44: รวมคำสอน “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร” วัดอโศการาม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38679

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ส.ค. 2013, 12:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 22:34
โพสต์: 173

ชื่อเล่น: เจ้ก
อายุ: 23

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนา สาธุ ครับ

.....................................................
จะขอเป็นแก้วน้ำที่ว่างเปล่า..เพื่อเติมเต็มธรรมที่ขาดหาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.พ. 2015, 12:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 595


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss

กราบสาธุๆๆ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ค. 2018, 10:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1700


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
น้องพลอยกับเพื่อนได้มีโอกาสไปวัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2556 ประมาณ 5 ปีที่แล้วเห็นจะได้
แล้วได้ไปกราบสรีระสังขารของท่านพ่อลี ธมฺมธโร (อยู่ในโลงทอง-ยังไม่ถวายเพลิง)
ต่อด้วยการนั่งสมาธิหน้ารูปหล่อของท่าน ภายใน “วิหารสุทธิธรรมรังสี” พักใหญ่ๆ
หลังจากนั้นไปกราบรูปหล่อ-พระธาตุของครูบาฯ สายหลวงปู่มั่น ภายใน “พระธุตังคเจดีย์”

ต่อมาก็ไปกราบรูปปั้นพระเจ้าอโศกมหาราช (ดูงดงาม ขลัง ขรึม มีพลัง)
จากนั้นก็ไปที่กุฏิท่านพ่อลี ธมฺมธโร สถานที่ที่ท่านละสังขาร
โดยมีหลวงปู่องค์หนึ่ง (จำชื่อไม่ได้) อายุกว่า 87 ปี เป็นผู้ดูแล

หลวงปู่องค์นี้ท่านเป็นผู้นำทางไปยังป่าชายเลน ด้านหลังของวัด
ต้องเดินไปน่าจะเกือบ 1 กิโลเมตรกระมัง
หลวงปู่องค์นี้ แม้ท่านจะมีอายุมากกว่า 87 ปีแล้ว
แต่ท่านเดินนำทางคณะของน้องพลอยได้เร็วมาก เดินแบบไม่หยุดพัก
ท่านเดินนำหน้าพวกเราทุกคนเลย พวกเรา (อายุยังไม่มากนัก)
เกือบครึ่งวิ่งครึ่งเดิน ถึงจะตามท่านทัน น่าอัศจรรย์จริงๆ เลยค่ะ :b8: :b44: :b1:

ทุกวันนี้ระลึกถึงคราใด ก็เป็นให้ต้องปลื้มปีติทุกครั้งไปค่ะ กราบองค์ท่านพ่อลีด้วยค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร