ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

การเกิดบ่อยๆ นี้ย่อมเป็นทุกข์ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=51739
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  Hanako [ 10 ม.ค. 2016, 08:17 ]
หัวข้อกระทู้:  การเกิดบ่อยๆ นี้ย่อมเป็นทุกข์ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



คนเรามันไม่เข็ดไม่หลาบเพราะอะไรเล่า
เพราะว่ามันระลึกถึงชาติหนหลังก็ไม่ได้เลย
แล้วเกิดมาในชาตินี้ เมื่อมันระลึกถึงชาติหนหลังไม่ได้
มันก็คล้ายๆ กับว่าเราแต่หนหลังนู่นเราไม่ได้ประสบความทุกข์
ความเดือดร้อนอะไรเพราะกิเลสตัณหานี้เลย

เนื่องจากว่ามันระลึกไม่ได้


นี้ล่ะคนเราเหตุที่มันจะไม่ค่อยเบื่อหน่ายต่อโลกสงสารอันนี้นะ
แต่สำหรับผู้ที่แม้จะระลึกชาติหนหลังไม่ได้ก็ตาม
หากว่าได้ถือเอาพระพุทธเจ้านั้นเป็นเครื่องคิดเป็นเครื่องพิจารณาแล้ว
มันก็ย่อมเห็นทุกข์เห็นภัยในวัฏสงสารนี้ได้เหมือนกัน

เพราะว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ทรงระลึกชาติหนหลัง
ของพระองค์ได้คณนานับไม่ถ้วนเลยอย่างนี้

ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ
การเกิดมาบ่อยๆ นี้ย่อมเป็นทุกข์


พระองค์จึงได้เปล่งอุทานอันนี้ออกมา
ก็เพราะว่าพระองค์ระลึกไปในชาติหนหลังไปโน่น
พบตั้งแต่เรื่องยุ่งยาก เรื่องวุ่นวาย เรื่องขัดข้อง
อะไรต่ออะไรแห่งชีวิตที่เป็นมาในสงสารนั้นน่ะ

โดยเฉพาะพระเทวทัตได้ผูกอาฆาตกับพระพุทธองค์
ตั้งแต่คราวเป็นพ่อค้าลูกปัดด้วยกันโน่นมา
ตั้งแต่นั้นมาพระองค์เทียวเกิดเทียวตายมาชาติไหน
พระเทวทัตก็เกิดมาเจอกันเข้าก็เมื่อได้ช่องทาง
ก็ทำลายพระองค์ไปอย่างนี้ เมื่อไม่ได้โอกาสก็ทำไม่ลง ทำไม่ได้
พระองค์ก็ได้ประสบความวุ่นวายเดือดร้อน
กับเรื่องพระเทวทัตผูกอาฆาตจองเวรมาในสงสารนับชาติไม่ถ้วน

นอกจากพระเทวทัตแล้วก็คงจะมีคนอื่นอยู่บ้างแหละ
เออ เป็นอย่างนั้น

เพราฉะนั้นแหละพระพุทธเจ้าจึงได้ทรงสรุปลงว่า
ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ การเกิดมาบ่อยๆ เนี่ยมันเป็นทุกข์หลาย
เราควรเชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านั้นแหละ
เมื่อเราเชื่ออย่างนั้นแล้ว มันก็จะเป็นเหตุให้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ

จะต้องพิจารณาดูตัวของตัวเอง ว่ามันมีเหตุปัจจัยอะไร
ที่ทำจิตให้เป็นทุกข์เดือดร้อนวุ่นวายอยู่นี้
คนเรานี่เมื่อทบทวนดูรู้กันทั้งนั้นแหละ รู้เรื่องตัวเองนะ
แต่มันเมื่อมันไม่คิดไม่ทบทวนดูแล้วมันก็ไม่รู้

เรื่องมันเป็นอย่างนั้น

ถ้าคิดทบทวนดู เออ..เมื่อวันวานนี้
เราได้ไปโกรธให้คนนั้นนะ เราผูกใจเจ็บอยู่กับคนนั้นมา
ก็เพราะเหตุนั้นจิตเราจึงร้อนจึงวุ่นวายอยู่นี่
นี่ยกตัวอย่างว่ามันย่อมนึกได้ เราไปด่าเขาคนนั้นคนนี้
ให้เจ็บอกเจ็บใจมา บาปกรรมอันนี้ก็มา..
มาทำใจของเราให้วุ่นวายเดือดร้อน
นี่เมื่อนึกทบทวนแล้วมันก็มองเห็นได้มันเป็นอย่างนั้น
เมื่อมองเห็นได้อย่างนั้นมันก็มองเห็นโทษของกิเลสเหล่านั้น
ก็เพียรพยายามละมันไป ไม่ให้มันครอบงำจิตใจต่อไปอีก

เจริญเมตตากรุณาให้มากเข้าไปแล้ว
กิเลสเหล่านั้นมันก็ห่างไกลจากดวงจิตนี้ไป

เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว การที่เราพากเพียรพยายามบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ หมู่นี้
ให้เกิดให้มีขึ้นในใจก็เพื่อที่จะให้ใจนี้มันสงบนั้นแหละ
การบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ก็หมายความว่า “บำเพ็ญบุญกุศล” นั่นเองน่ะ
เมื่อบุญกุศลเกิดขึ้นในใจ ใจก็ย่อมมีกำลังเข้มแข็ง
สามารถเอาชนะกิเลสที่มันจะมาครอบงำจิตนั้นได้

แต่ว่าเอาชนะไปได้ชั่วคราวนะ มันยังชนะเด็ดขาดยังไม่ได้
แต่ถ้าเราเอาชนะมันได้ชั่วคราว มันกิเลสมันสงบลงบาดนิ
ใจมันก็สงบลงไปตามกันเลย
มันเป็นอย่างนั้นเรื่องมันน่ะ

ดังนั้นน่ะ ใจนี้ถ้าไม่มีบุญคุณอันนี้เป็นกำลังแล้ว
มันย่อมสู้กับกิเลสไม่ได้เลยขอให้พากันเข้าใจ
เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้วก็อย่าพากันประมาท
ให้ทำความดีด้วยกาย ด้วยวาจา ตลอดถึงใจไปพร้อมกันเลย
เมื่อบุญกุศลความดีมันแก่กล้าขึ้นมันจะทำใจให้สงบ
ให้หนักแน่นไป เมื่อใจสงบตั้งมั่นด้วยดีแล้ว
ปัญญามันก็ค่อยเกิดขึ้นไปโดยลำดับน่ะทีนี้นะ

คิดอะไรพิจารณาอะไรก็เห็นแจ้งไปในสิ่งนั้นตามเป็นจริง



:b44: :b44:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“คนโง่มีมากกว่าคนฉลาด”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

เจ้าของ:  น้องพลอย [ 30 ม.ค. 2016, 19:01 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: การเกิดบ่อยๆ นี้ย่อมเป็นทุกข์ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

น้อมกราบองค์หลวงปู่เจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/