วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2021, 11:24  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 10:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


โรคมิใช่เกิดจากกรรม (เก่า) เท่านั้น
เขียนโดย กรรมลิขิต

ในอดีตความเชื่อของคนเรามีความแตกต่างกันไปตามลัทธิ
ความเชื่อบางอย่างก็เป็นสิ่งที่มีเหตุผล แต่บางอย่างก็ยังไม่ถูกต้อง
เช่น บางคนเชื่อว่ามนุษย์นั้นตายแล้วสูญ จึงทำอะไรก็ได้สุดแท้แต่จะพอใจ
โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เพราะคิดว่าตายแล้วก็สูญไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

แต่บางคนก็เชื่อว่าตายแล้วไม่สูญ ชีวิตหลังความตายยังมีสิ่งที่เร้นลับรอเราอยู่
จึงไม่กล้าทำสิ่งที่ผิดศีลผิดธรรม นอกจากนี้ก็ยังมีความเชื่อที่ผิด ๆ
ปนแทรกเข้ามาในชีวิตอีกมากมาย
จนกลายเป็นความเชื่อตามลัทธิที่ผิดไปจากหลักแห่งกรรมคือ

1. ปุพเพกตวาท เชื่อว่าเป็นเรื่องของกรรมเก่า
ความจริงแล้วยังมีกรรมใหม่ที่มาเกี่ยวข้องอีกต่างหาก จึงถูกเพียงบางส่วน

2. อิศวรนิรมิตวาท เชื่อว่าเทพบันดาล
บางคนเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตย่อมเป็นไปตามเทพบันดาล

3. อเหตุวาท เชื่อว่าเป็นไปตามดวง
บางคนเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตย่อมเป็นไปตามโชคชะตาหรือฟ้าลิขิต

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้กล่าวว่า หากใครเห็นว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น
เกิดมาจากกรรมทั้งสิ้น ย่อมเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
เพราะโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
กรรมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น
ในทางพระพุทธศานาได้แบ่งกฎเกณฑ์การเจ็บป่วยไว้อย่างแยบคาย 5 ประการดังนี้


อุตุนิยาม เป็นกฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศและสิ่งแวดล้อม
เช่น ร้อนหรือหนาวเกินไป อุทกภัย วาตภัย

พีชนิยาม เป็นกฎธรรมชาติของพืชพันธ์ หรือ พันธุกรรม
เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเอดส์ ที่สามารถถ่ายทอดได้กรรมพันธ์

จิตตนิยาม เป็นกฎธรรมชาติเกี่ยวกับสภาพจิตใจ
หรืออุปทานความนึกคิดที่อาจปรุงแต่งจนเกินไปได้
อาจมีผลกระทบต่อภาวะร่างกาย

กรรมนิยาม เป็นกฎธรรมชาติเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
ที่เกิดจากการกระทำหรือการแสดงเจตนา เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง

ธรรมนิยาม เป็นกฎที่ว่าด้วยเรื่องเหตุและผล
เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป

ที่มา... http://watpanya.com/board/forum_posts.asp?TID=179
คัดลอกจาก... http://www.kamma.kroophra.net/index.php ... &Itemid=54

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 10:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2009, 10:43
โพสต์: 6

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอถามคุณลูกโป่งครับ แล้วพวกที่เกิดมาก็พิการมาตั้งแต่เกิด หรือมาพิการเอาตอนหลัง ล่ะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 11:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า สิ่งที่เป็นอจินไตยมีอยู่ 4 ประการด้วยกันคือ
1. วิสัยของพระพุทธเจ้า
2. ความคิดเรื่องการสร้างโลก
3. วิสัยของผู้มีฤทธิ์
4. กฏแห่งกรรม

คำว่า “ อจินไตย ” แปลว่า ไม่ควรคิด แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คิด
ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดกั้นไม่ให้ใช้ปัญญา
ความจริงแล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่ให้คิดด้วยหลักของตรรกศาสตร์
เนื่องจากการคิดแบบนี้เป็นการคิดแบบอนุมาน คือ คาดคะเน
ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความผิดพลาดได้ง่าย

เพราะอาศัยพื้นฐานความรู้ที่เกิดจากอายตนะภายนอก
ที่เป็นประสาทสัมผัส คือ ตาเห็น หูได้ยิน เป็นต้น
แต่ความเป็นจริงแล้ว เรื่องราวในโลกนี้เป็นความจริง
ทั้งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยประสาทสัมผัส
และที่อยู่นอกเหนือประสาทสัมผัส

คนเกิดมาได้ เพราะ ชนกกรรม
คนเกิดมาแล้วพิการแต่กำเนิด เป็น อุปปีฬกกรรม
คนเกิดมาแล้วภายหลังจึงพิการ เป็น อุปฆาตกรรม
คนพิการแล้ว รักษาหาย จากพิการ เป็น อุปัตถัมภกกรรม

ลองอ่านเพิ่มเติมเรื่องอื่นดูนะคะ
viewtopic.php?f=4&t=22902

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 11:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เพิ่มเติมนะคะ
เล่ม 23 หน้า 252, 253

...พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสดังนี้ว่า
ดูก่อนมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคนเหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด
หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต
เขาตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้

หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใดๆในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น.
ดูก่อนมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้นนี้
คือ เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง (ฆ่าสัตว์ทั้งหลาย)
เป็นคนเ หี้ ย ม โ ห ด มีมือเปื้อนเลือด
หมกมุ่นในการประหัตประหาร ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต.

...ดูก่อนมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มีปกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้หรือศาสตรา.
เมื่อเขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้

หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใด ๆในภายหลัง จะเป็นคนมีโรคมาก.
ดูก่อนมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากนี้
คือ เป็นผู้มีปกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้ หรือศาสตรา.

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 11:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ฝากไว้ให้อ่านค่ะ บางส่วนจากหนังสือใต้ร่มโพธิญาณ ของหลวงพ่อชาค่ะ

ในระยะเดินธุดงค์ระยะนี้ นอกจากมีพระเลื่อมเป็นเพื่อนแล้ว
ก็ยังมีเด็กเป็นลูกศิษย์อีก ๒ คน เดินตามไปด้วยแต่เป็น เด็กพิการ...คนหนึ่งหูหนวก
อีกคนหนึ่งขาเป๋เขายังอุตส่าห์ร่วมเดินทางด้วย
และทำให้ได้ข้อคิดอันเป็นธรรมะสอนใจอยู่หลายอย่าง
คนหนึ่งนั้นขาดี ตาดี แต่หูพิการ
อีกคนหูดี ตาดี แต่ขาพิการ
เวลาเดินทางคนขาเป๋เดินไปบางครั้งขาข้างที่เป๋ก็ไปเกี่ยวข้างที่ดีทำให้หกล้มหก ลุกบ่อยๆ
คนที่หูหนวกนั้นเล่า เวลาเราจะพูดด้วยต้องใช้มือใช้ไม้ประกอบ
แต่พอมันหันหลังให้ก็อย่าเรียกให้ เมื่อยปากเลย เพราะเขาไม่ได้ยิน
เมื่อมีความพอใจ...ความพิการนั้นไม่เป็นอุปสรรค ขัดขวางในการเดินทาง
...ความพิการ แม้ตัวเขาเองก็ไม่ต้องการ
พ่อแม่ของเขาก็คงจะไม่ปรารถนาอยากให้ลูกพิการอย่างนั้น
แต่ก็หนีกฎของกรรมไม่พ้น จริงดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตนมีกรรมเป็นทายาท
มีกรรมเป็นแดนเกิดฯลฯ เมื่อพิจารณาความพิการของเด็กที่เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง
ยังกลับเอามาสอนตนเองว่า เด็กทั้งสองพิการกายเดินทางได้ จะเข้ารกเข้าป่าก็รู้
แต่เราพิการใจ (ใจมีกิเลส) จะพาเข้ารกเข้าป่าหรือเปล่า...
คนพิการกายอย่างเด็กนี้มิได้เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร
แต่ถ้าคนพิการใจมากๆ ย่อมสร้างความวุ่นวายยุ่งยากแก่มนุษย์และสัตว์
ให้ได้รับความเดือดร้อนมากทีเดียว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 12:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาด้วยครับคุณลูกโป่ง สมควรแล้วที่เป็นยอดกัลยาณมิตรครับ

:b8: :b8: :b8: :b35: :b53: :b53: :b53:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2009, 14:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ สาธุ สาธุ ครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร