วันเวลาปัจจุบัน 09 ธ.ค. 2021, 17:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 14:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอท้าวความนิดนึงก่อนที่ฉันจะได้แต่งงานกับสามีและอยู่ด้วยกันไม่กี่เดือน หลังจากนั้นก็แยกเอาลูกมาเลี้ยง ตจวได้2เดือน (แม่สามีอยากให้แยกกัน เพราะไม่อยากให้เลี้ยงลูก เพราะแกว่าดิฉันสบายเกินไป) สามีก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตเพราะหลับใน เรื่องมีอยู่ว่า ฉันกับสามีรู้จักกันไม่นานก้อเกิดชอบพอกันและฉันได้มีโอกาสไปวัดแถวบ้านเกิดของสามีที่แปดริ้ว เลยไปวัดทำบุญและสาบานกัน สามีฉันสาบานว่าจะรักฉันไป999ชาติ แล้วถ้ามีผู้หญิงคนอื่นขอให้มีอันเป็นไปภายใน3-7วันซึ่งฉักก้อตกใจมาก และถอนคำพูดของสามีแต่สามีฉันไม่ได้เป็นคนถอนคำพูด หลังจากนั้นก้อเกิดเรื่องมากมายทำให้เราได้แต่งงานกันและมีเจ้าตัวเล็ก อยู่กันได้ไม่ถึง2ปีฉันเอาลูกชายมาเลี้ยงที่ ตจว เพื่อให้แม่ช่วยเลี้ยงแล้วกะว่าจะขึ้นไปทำงานสร้างอนาคต พอแยกกันอยู่ได้2เดือนสามีก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่โทรหา ปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้ ฉันร้องไห้เจ็บปวดทรมานกับการที่เค้าไม่สนใจไยดี ฉันกับลูก แล้วโทรมาต่อว่าฉันว่าถ้าเลี้ยงลูกมะดีเอาลูกมาเค้าจะเลี้ยงเอง แม่สามีก็รู้เห็นเป็นใจเหมือนจะจับแยกฉันกับลูกชายของเขาเพราะฉันฐานะยากจนกว่าทางบ้านเขา เค้าโทรหาฉันก้อมีแต่พูดถึงลูกว่ามะมีตังส์ก้อเอาลูกมาเค้าจะเลี้ยงเอง ทั้งที่มะก่อนตอนที่อยู่บ้านเขา เขาดีกับฉันกับลูกมาก ทำงานก็ให้เงินฉันทุกเดือนค่าใช้จ่ายของลูก แต่พอฉันกลับ ตจว เอาลุกไปเลี้ยง เค้าก็เฉเฉไม่ส่งเงินให้ พอโทรไปหาแม่สามีว่าเกิดอะไรขึ้นกับแฟน เขาถึงเปลี่ยนไป แกก็บอกปัดว่าแกไม่อยากยุ่งเรื่องดิฉันกับลูกชาย ทั้งที่ตอนอยู่บ้านแก แกยุ่งเรื่องดิฉันกับสามีทุกเรื่อง วันหนึ่งดิฉันกับสามีทะเลาะกันใน msn สามีก็งี่เง่าเอาข้อความในmsnไปให้แม่ตัวเองอ่าน ทำให้แกโกรธและมีทิฏฐิกับดิฉัน เพราะในข้อความดิฉันไปกล่าวหาว่า พวกแกเป็นคนใจบาป ไม่เคยมาสนใจตอนที่ดิฉันท้อง แถมเคยคิดจะให้ไปเอาเด็กออก.สุดท้ายแกเลยจับดิฉันกับสามีแยกกัน แล้วออกอุบายจะเอาหลานไป แล้วไปยื่นขอเสนออะไรมะรู้ให้ลูกชาย ว่าจะซื้อรถยนต์ให้มั้ง เพราะสามีเคยมาคุยทางโทรศัพท์ว่าถ้ารับผิดชอบเรื่องผ่อนรถยนต์(ตอนนั้นแยกกันอยู่แล้ว) ดิฉันก็รับผิดชอบลูก(เหอๆโคตจะแมน) จนวันที่ 2 สิงหาคม 2554 สามีฉันก็รถคว่ำเพราะหลับในเขาออกไปไหนมะรู้ตอนกลางคืน และมีอีกอย่างนึงฉันเคยคุยโทรศัพแล้วทะเลาะกันรุนแรงหลังจากวางโทรศัพ ฉันร้องไห้ละแช่งให้เค้าตายห่าตายโหง เพราะความโมโหและเจ็บช้ำน้ำใจจนขาดสติ ดิฉันรู้ว่าเขาไปติดผู้หญิงเขาเลยเปลี่ยนไป ฉันเคยคิดโทษแม่สามีว่า ถ้าแกไม่จับเราแยกกันป่านนี้เราก็อยู่กันเป็นครอบครัว และสามีก็เป็นคนรักลูกมากคงไม่ออกไปไหนดึกๆดื่นๆ นี่คงเป็นกรรมที่ฉันเป็นคนทำเองใช่ไหม สามีถึงได้เสียชีวิต


แก้ไขล่าสุดโดย nongkong เมื่อ 08 ก.ค. 2012, 20:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 14:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำอย่างไรถึงจะถอนคำสาบานที่สามีเคยพูดไว้ได้ค่ะ ฉันกลัวเค้าวนเวียนไม่ไปผุดไปเกิดเพราะยังพะวงห่วงลูกและคำสาบานที่ให้กับฉันไว้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


๑.เรื่องที่เคยแช่งสามีไว้ ก็ให้สำนึกผิดเสีย แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก

๒.สามีคุณเสียชีวิตเพราะหลับในเอง คุณจะเป็นคนฆ่าเขาได้อย่างไร การตายของคนนั้นขึ้นอยู่อายุขัยและกฎแห่งกรรม

๓.ถ้าคุณเป็นคนสาบานคุณก็ต้องถอน ถ้าเขาสาบานเองคุณจะไปถอนแทนเขาได้อย่างไร ที่ทำได้ก็เพียงนึกถึงเขาว่า ให้ถอนคำสาบานของเขาเสีย ไม่ต้องห่วงฉัน ไม่ต้องห่วงลูกเพราะอย่างไรความพลัดพรากก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี เพราะโลกนี้มันไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน

๔.พิจารณาว่าเราทำได้ดีที่สุดแค่ไหน ณ ตอนนี้ เพราะอดีตนั้นกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เป็นบทเรียนชีวิตได้ แล้วท่านได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พิจารณาแล้วให้วางเฉยเสียดำเนินชีวิตไปตามปกติ.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 20:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุนมากนะค่ะ ฉันฟังแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย ทุกวันนี้ฉันก้อทำบุญให้เค้าทุกวันพระฉันจะใส่ของที่สามีฉันชอบกิน และอุทิศไปให้เขา ฉันสวดมนต์เป็นบางครั้งเวลาฉันอารมณ์เย็น แต่ฉันเป็นคนอารมณ์ร้อนและทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บแค้นรึโกรธคตที่ทำไม่ดีกับฉัน ทั้งที่ฉันเป็นคนเมตตาคนและชอบทำบุญทำทานนะค่ะ ฉันพยายามจะอโหสิกรรมละไม่คิดแค้นใคร แต่ในก้นบึ้งลึกๆนึกถึงเรื่องราวที่คนอื่นทำไว้กับฉัน ฉันก้อเจ็บใจทุกที มีวิธีไหนทำให้ใจฉันสงบบ้างค่ะ รึฉันต้องไปพบจิตแพทย์รึป่าว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33820

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อดีตสามี จขกท. เขาได้ถอนคำพูดคำสาบานกับเราไว้ออกจากความรู้สึกนึกคิดของเขาตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่แล้วครับ

ส่วนตัว จขกท. เอง แม้จะบอกว่าถอนคำสาบานแทนอดีตสามีแล้ว แต่จริงๆแล้วยังไม่ได้ถอน ถอนความรู้สึกในอดีตออกเสียก่อนแล้วจะหลุด

ที่ว่าก่อนสามีจะเสียชีวิตเกิดทะเลาะกันรุนแรงและได้แช่งให้เค้าตายโหงตายห่า เห็นว่าไม่ต่างอะไรกับผัวเมียทะเลาะกัน หรือคนโกรธกันด่ากันแช่งกันทั่วๆไปด่ากันไฟแลบ ได้ยินบ่อยๆ นักการเมืองในสภาก็แช่งกันสาบานกันทุกสมัยประชุม ก็เห็นยังอยู่นี่ :b32:

จขกท. ไม่ใช่ปากพระร่วงแช่งใครแล้วจะเป็นไปตามนั้น สบายใจเถอะครับ

ถ้ายังข้องใจก็จุดธุปดอกหนึ่งปักนอกชายคาเรือน แล้วคิดนึกเอาเองว่า คำสาบานใดๆที่อดีตสามีพูดไว้กับเราเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ขออโหสิให้ ไม่มีอะไรติดค้างกัน เสร็จแล้วเราก็ถอนความรู้สึกเราเองออกมาจากความทรงจำนั้น ก็เท่านี้

ขออภัยนะครับ พูดตรงไปตรงมาไปหน่อย :b8:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 27 ก.พ. 2012, 20:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 20:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


มีคนอยู่จำนวนไม่น้อยเลยนะครับ ที่มักฝัน,มักพูด,คาดเดาในสิ่งต่างๆ
แล้วพอเกิดเหตุ ประจวบเหมาะเข้าตรงกับความฝัน คำพูด ความรู้สึก
ที่ออกมาจากอารมณ์ ก็มักโน้มเอียงไปทางเรื่องที่ ลึกลับ มองไม่เห็น
พิสูจน์ไม่ได้ จับในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งด้านเดียว...

แล้วปักใจเชื่อมั่นขึ้นมา แม้มีเหตุการณ์อื่นๆ ที่พอจับมาเป็นประเด็นได้
แต่ก็ต้องระงับและตกไปเพราะในคนส่วนใหญ่ มักชอบมักสงสัยกับ
เรื่องราวสิ่งต่างๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้เกินความรู้เกินความเข้าใจ แม้กระทั้ง
คำพูด คำสาบาน คำอธิษฐาน ฯลฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เอาเสียเลย
ความจริงยังจะมีใครพิจารณา ยังจะมีใครฟังอยู่ไหมทุกวันนี้?

จากกรณีนี้ 999 ชาติ อาจฟังดูน้อยไปเติมคำว่ากัปป์ คำว่าชั่วฟ้าดินสลาย
หรือคำว่านิจนิรันต์กาล ค่าของคำก็ดูมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ยาวนานเกินคาด
แต่การกระทำ ที่ตรงข้ามไม่ถูกนำมาหักร้าง ความรักควรประกอบไปด้วย
ความรู้สึก,คำพูด,การกระทำ คำว่ารักถึงสมควรเป็นความรัก

มีเพียงคำพูดมากมาย แต่การกระทำความรู้สึกนึกคิดสวนทางหรือน้อยลง
สมการของมันคือสิ้นรัก, โกหก, จืดจาง, หมางเมิน, มีใจให้คนอื่น...ฯลฯ

มีความรู้สึก แต่ขาดคำพูด การกระทำย่อม ยากในการแสดงออกบงบอกให้รู้
สมการนี้คือ รักที่เป็นไปไม่ได้, มีอุปสรรคขัดขวาง, จบลงไม่สมหวัง...ฯลฯ

คำพูดน้อยนิด การกระทำไม่สวนทางขัดกับความรู้สึก ไกลก็เหมือนใกล้
อบอุ่นใจ มั่นคงต่อกันและกัน แม้โกหกว่าไม่รักก็ยัง..รับรู้กัน...ฯลฯ

อันไหนครับที่คู่ควรเป็นคำมั่นสัญญา ควรค่าแก่การรวมสุขรวมทุกข์ต่อกัน
เมื่อคนเรามีชีวิตมีความตายในที่สุด ความตายนั่นแหละ คืออโหสิกรรม
ที่แปลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีเป็นขึ้นเรียบร้อยแล้ว ยุติกรรมอื่นๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น
ในชาติปัจจุบัน เว้นภัยเว้นบุญบาป สุขทุกข์ที่มอบให้กันและกัน ที่ผูกพัน
ต่อกันและกันในชาตินี้ เป็นอันสิ้นสุด ในสังสารวัฏฏ์ที่ยาวนานของทุกสัตว์
ทุกชีวิต กิเลสที่มักมาก ต่างหากที่ผูกพัน ชายให้ปรารถนาหญิง และให้
หญิงปรารถนาชาย ตัวคนเหมือนภาชนะที่พร้อมด้อยค่าด้อยราคา มีแต่
เสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา...

ยามรักยามหลงในเรือนกายชายควรบอกหญิงที่มีเรือนกายสิบกว่ายี่สิบกว่า
ว่าจะรักเธอร่างนี้คนนี้ 999 ชาติก็สมควร

แต่ชายที่รักเพราะรูปกาย ควรหรือจะรักเธอที่มีเรือนกาย สี่สิบกว่าห้าสิบและ
ยังควรยึดคำพูด หรือตัวเลขนั้นๆ เอาไว้ไม่แปรเปลี่ยน ความจริงยังพอมีคนฟัง
ความจริงยังพอมีคนพิจารณากันอยู่ไหมวันนี้?

เมื่อคำพูดการกระทำสวนทาง ทำไมเหตุผลต่างๆ ไม่มีขึ้นหักร้างสะสางความ
ไม่รู้ของคนเราเสียบ้างเลย...

อย่ากังวลหรือวิตกกลัวไปเลยครับ อุปัจเฉทกรรม หรืออุบัติติเหตุที่เกิดขึ้นต่อ
สามีได้ตัดบุญบาปของภพนี้ชาตินี้เท่านั้น เมื่อยังไม่สิ้นกิเลส กรรมก็ยังไม่หมด
ถาวรเด็ดขาด คนเราตายจากคนก็ไปเกิดปฏิสนธิทันที โชคร้ายในอุบัติเหตุ
ก็มีทุคติได้รับวิบากที่เป็นทุกข์ ต้องแยกความจริง กับความไม่รู้เรื่องวิญญาณ
ออกจากกันด้วยการศึกษา ไม่เช่นนั้นก็จะมีทัศนคติความเชื่อ ที่อิงอยู่บนความ
ไม่รู้ในความเชื่อของคนส่วนมาก ที่ไม่เข้าใจในเรื่องวิญญาณเรื่องกรรม และ
ชาตินี้ชาติหน้าตามความจริง ฉะนั้นเมื่อไม่รู้ ก็ไม่สมควรคิด

วิตกกังวลคาดเดา จับปลายชนต้นผิดๆ ถูกๆ ปะปนความไม่รู้ พระท่านว่า
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กิเลส ความผูกโกรธอาฆาตแค้นเคืองต่างหาก
ที่จะติดตาม เหมือนๆ กิเลสตัณหามักมากในกาม ที่ตามติดฝังอยู่ในจิตใจ
ไม่ได้ติดตามอัตภาพเรือนกาย ภาชนะพร้อมผุพังแตกทำลายอันนี้เปล่าเลย

เปลี่ยนภาชนะเปลี่ยนกาลเวลาสถานที่เปลี่ยนบุคคล พยาบาทแค้นเคือง,
ตัณหาใคร่อยาก นี่แหละยังเสือกไสไล่ส่งให้สัตว์ยังเวียนว่ายตายเกิด
จุติปฏิสนธิแล้วๆ เล่าๆ คนเราทุกคนสัตว์ทุกข์สัตว์ ทำกรรมดีกรรมชั่ว
ต่างย่อมจะได้รับผลแห่งกรรมนั้นๆ เมื่อถึงเวลาถึงสมัย ถึงเหตุถึงปัจจัย
แน่นอน ควรให้อภัยทำทาน รักษาศีล ภาวนา

เพื่อยกตนออกจากกองทุกข์กองวัฏฏุ์สงสาร แม้บารมียังไม่ถึงพร้อม
จะพ้นจะออกจากทุกข์ กรรมดี บุญและความสุข ที่หมั่นสร้างหมั่นเจริญ
ย่อมไม่พาให้ตนต้องตกไปสู่โลกที่ชั่ว เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี หากสามี
รับรู้ย่อมหมดห่วงหมดกังวลใจ ยิ่งเราให้อภัยในเรื่องเลวร้ายที่พลาดผิด
เพราะความไม่รู้ ของกันและกัน ไม่ผูกโกรธ พร้อมขออโหสิ ต่อคำพูด
ที่พูดไปไม่ตั้งใจ ให้สามีให้อภัย หมั่นทำบุญอุทิศถึงความดีทีเขาเคยมี
ไม่ใช่ วิตกตรึกไร้สาระไม่มีแก่นสารไม่มีประโยชน์ พิสูจน์ไม่ได้ คิดไป
ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ มาสร้างความทุกข์ความกังวลใจต่อตนอีก..

เจริญพร

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 00:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


อุปัจเฉทกรรม หมายถึงตายเพราะกรรมมาตัดรอนหรอค่ะ แสดงว่ายังไม่หมดอายุขัยใช่ไหมค่ะ ลืมบอกไปแฟนฉันอายุ อายุ27 ปี เกิดพ ศ 2527 ตาย วันที่2 สิงหาคม2553 ฉันตอนนี้ก็อายุ 27ปีเช่นกันค่ะเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


อุปัจเฉทกรรม,อุปฆาตกกรรม เป็นกรรมเข้าตัดรอน
ผู้ยังไม่อยู่ในสมัยในกาลอันควรที่จะตาย เบื้องต้น
พิมพ์ผิดนะครับ อุปเฉจทกรรม คำนี้ผิด ที่ต้องแก้ไข
เป็นคำนี้ อุปัจเฉทกรรม ส่วนอุปฆาตกกรรม

มีความหมายเดียวกันที่เราๆ รู้จักคือ กรรมตัดรอน
หรือการเกิด อุบัติเหตุ นั่นเอง

การตายก่อนอายุเฉลี่ยเรียกว่า ตายก่อนถึงอายุขัย
การตายที่ยังมีกรรมยังไม่หมดเรียกว่า ตายก่อนจะสิ้นกรรม
การตายของพระอริยบุคคลเรียกว่า ตายทั้งสิ้นอายุขัยสิ้นกรรม

สามีโยมตายก่อนถึงเฉลี่ยทั่วไปของอายุขัย การยังไม่ถึงกำหนด
ตามอายุขัย ก็เรียกว่ายังไม่สิ้นอายุ(แต่สิ้นชีพ)ยังไม่หมดอายุขัย
พร้อมกันนั้น กรรม(กิเลสตัณหา)ที่ยังไม่สิ้น ไม่หมด แม้ตัวตายไปแล้ว
ก็เรียกว่ายังไม่หมดเวรหมดกรรม ที่เป็นของเขาเอง (สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม)
รวมเรียกว่า ตายโดยยังไม่ถึงโอกาสถึงสมัยอันควรเสียก่อนก็มาตาย

สรุป สิ้นชีพ แต่ยังไม่ถึงกำหนดอายุขัยและยังไม่หมดกรรม

นอกนั้นไปเข้าใจกันผิด ใช้คำผิดว่าคนตายแล้วนั้นๆ หมดเวรหมดกรรม!
คนตายตามกาล ตามเวลาอันสมควร เรียกว่า ถึงคราวถึงที่อันนี้ก็ใช้ผิด
เพราะถึงคราวถึงที่ ถึงสมัยอันควร ใช้ได้เฉพาะ

1.พระอริยบุคคล ตายโดยสิ้นอายุขัย(เฉลี่ย) และสิ้นกิเลสตัณหา(กรรม)
2.คนสัตว์ทั่วไป ที่ตายตามอายุขัย ตามเฉลี่ย(แก่ชราตาย)
สองข้อนี้ต่างกันตรง ข้อ1.พระอริยบุคคลหมดสิ้นกรรมส่วน ปุถุชนยังไม่หมดกรรม
สองข้อนี้เหมือนกัน คือ ถึงกาลสมัยถึงคราวสมควรแก่ความตาย ก็ตาย

เว้นจากการอันควรแล้ว ไม่อยู่ในสมัยในเวลาอันควร เรียกว่าไม่ถึงที่ตายก็ตาย
คือตายโดยอุบัติเหตุ ตัดชีวิตตัดรอนอายุขัย(เฉลี่ย) ชื่อว่ากรรมตัดรอนหรือ
อุปัจเฉทกรรม,อุปฆาตกกรรม ดังนั้น กรรมที่ตัดรอนสามี อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
จึงทำให้เขาตายก่อนถึงอายุขัยเฉลี่ย และตายก่อนสิ้นกรรม(กิเลส) เจริญพร

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 09:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ฉันยังข้องใจอีกประการหนึ่งค่ะ คือเกี่ยวกับการสักอนิจจา(ไม่รู้พิมถูกรึผิด)ของใช้ของคนตายที่เราเตรียมไว้ให้เขาไปใช้ในเมืองผี(เป็นภาษาชาวบ้านเค้าพูดกัน)และของที่เรานำไปสวดสักอนิจจาเค้าเอาไปใช้ได้จริงๆหรอค่ะเมืองผี ช่วยอธิบายความหมายของคำว่าสักอนิจจาให้หายข้องใจด้วยเถิดค่ะ ขอขอบพระคุณมากนะค่ะสำหรับคำตอบ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 10:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33820

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"สักอนิจจา" เพิ่งเคยได้ยิน (สัก) น่าจะเป็นประเพณีทำบุญอุทิศให้ผู้ตายทางภาคอิสาน ภาคกลางเค้าเรียกว่า บังสุกุลตาย อนิจจา วต สังขารา ฯลฯ บังสุกุลเป็น อจิรัง วต ยัง กาโย ฯลฯ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 12:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


ความรู้เรื่องอุทิศส่วนบุญ มุ่งถึงคุณความดีของผู้ตาย

http://www.palungdham.com/t858.html

ความรู้เรื่องวิญญานตามพระพุทธศาสนา

http://www.84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=268
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v ... 247&Z=1301

โดยเฉพาะ มโนวิญญาณ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดยึดถือผิดๆ รวบเอา
ความรู้สึกนึกคิดจากการสั่งสมจากการได้ยินได้ฟัง ได้เห็น เป็นอารมณ์
เป็นเรื่องราว เป็นสัญญาความทรงจำ เป็นความปรุงแต่งคิดนึก เป็นความ
รู้สึกรับรู้ สุข,ทุกข์ ด้วย มโนวิญญาณ ตลอดจนเข้าใจผิด ในอัตภาพ
ในความเป็นสัตว์ ตัวตนบุคคลเพราะ มโนวิญญาน(ดวงจิต) นี้อย่างผิดๆ
ที่เป็นสัญญาในอดีต ในปัจจุบัน และอนาคต ยึดว่ามีว่าเป็น "เรา"

ซึ่งล้วนเป็นอำนาจหน้าที่ ของวิญญาณทั้งหก โดยมี มโนวิญญาณที่ผูกพัน
อย่างแยกไม่ออก นอกจากเข้าใจผิดแล้ว ก็ยังมีความเห็นผิดสองสายหลัก
ได้แก่ มีความเห็นผิดว่า ดวงวิญญาณ,ดวงจิตนี้ ไม่สูญสลายมั่นคง
เที่ยงแท้เคยเป็นอย่างใดก็เป็นอย่างนั้นหลังตาย เป็นข้อแรก

ข้อสอง มีความเห็นผิดว่า ดวงวิญญาณ,ดวงจิตนี้ จักสูญสลาย ดับหายไป
ไม่มีอีกเป็นอีกหลังตาย

ความเห็นผิดทั้งสองนี้มีมาแต่สมัยก่อนๆ ก่อนพุทธศาสนาจะตั้งขึ้นมา
คนส่วนใหญ่ที่มีความเห็นความเชื่อเรื่อง วิญญาณนอกพุทธศาสนา นอกไปจาก
วิญญาณหก มักยึดถือผิดเห็นผิดในเรื่องวิญญาณเป็นตัวตน ไม่ว่าเที่ยงหรือว่า
ขาดสูญไปเลยอย่างใดอย่างหนึ่ง ในระหว่างสองความเห็นนี้ ความเชื่อ
ในเรื่องเวียนว่ายตายเกิดที่ถูกต้อง

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนว่า เม่ือสังขารเป็นเหตุ จึงมีวิญญาณเกิดขั้น
เป็นปัจจัย สังขารในที่นี้มีอวิชชาความไม่รู้ มีตัณหาอุปาทานเป็นเหตุเป็นเชื้อ!!!

กล่าวโดยสรุป เพราะมีกรรมในอดีต มีความปรุงแต่งฝ่ายบุญ,ฝ่ายบาปนั่นเอง
เป็นความวนเวียนสืบต่อ นับครั้งไม่ถ้วน เกิดเป็นวิญญาณทั้งหก โดยมีดวงจิต
หรือมโนวิญญาณที่เรา ยึดว่าเป็นเราทุกวันนี้ เมื่อเรายึดว่าเป็นเรามีเรา นั่นเป็น
เหตุปัจจัยให้เราเข้าใจว่า เขาหรือใคร ในความเป็นบุคคลนั้นๆ มีเป็นไปด้วยฯลฯ

เป็นความรู้ความเข้าใจที่ตรงข้ามและลึกซึ้งส่วนทางกับคนส่วนใหญ่อีกสอง
ความเห็นข้างต้น(เที่ยง,ขาดสูญ)โดยสิ้นเชิงเจริญพร

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร