วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ย. 2020, 03:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2010, 10:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ


”...เมียน้อย คือผู้หญิงที่ดีที่สุดของผู้ชาย ที่เพิ่งมาค้นพบทีหลัง”

เป็นคำกล่าวของเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง
ซึ่งผมกำลังลุ้นอยู่ว่าในอนาคตเขาอาจเสียชีวิตจากเมียหลวง
ผู้ที่เขาให้ความหมายว่า ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยดีมาก่อน
แต่กาลเวลาได้กัดกร่อนความดีงามของเธอจนหมดสิ้น
ความเลวร้ายของผู้ชายก็ฉายแววออกมาไม่น้อย

ถ้าเจอกรณีคู่สมรสประเภท “หญิงก็ร้าย-ชายก็เลว”
ส่วนใหญ่ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจำยอมหรือยับยั้งชั่งใจได้มากกว่า
ในขณะที่ฝ่ายชายมีทางออกได้เยอะ เรื่องสามีนอกใจภรรยา
จึงพบบ่อยกว่าอีกฝ่าย ถ้อยคำ “นอกใจ”
จะถูกแทนที่ด้วยคำว่า “คบชู้” ซึ่งรุนแรงกว่าหลายเท่า


:b48: หญิงกับชาย : คิดและรู้สึกไม่เหมือนกัน

จิตใจผู้ชายกับผู้หญิงนี่ไม่เหมือนกันจริงๆ ครับ
หนังสือที่พูดถึงจิตวิทยาความแตกต่างระหว่างชายหญิงชื่อดังสองเล่ม
ได้แก่ Men are from Mars, women are from Venus
โดยนักจิตวิทยาชื่อ John Grey กับอีกเล่มที่ตีพิมพ์เมื่อ 4 ปีก่อน (1999)
ชื่อ Why men don't listen & women can't read maps
โดยสองสามีภรรยา Allan & Barbara Pease
ที่ต่างก็ยืนยันความแตกต่างนั้นไม่ได้เป็นผลจากการเลี้ยงดู
แต่เป็นเพราะมันถูกกำหนดมาแล้วในเลือดเนื้อและชีวิต


:b48: หญิงกับชาย : อารมณ์ความรู้สึกไม่เหมือนกัน

ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงให้ชัดๆ จากการทำงานเป็นจิตแพทย์
ผู้ให้การปรึกษาเรื่องชีวิตคู่ ผมพบว่า 80% ของผู้ชาย
มักมีปัญหาข้อคำถามเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์
และส่วนใหญ่ของผู้หญิงก็เป็นทุกข์เพราะความรัก


ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฮอร์โมนเพศหญิง (estrogen)
เป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ความเสน่หา
ส่วนฮอร์โมนเพศชาย (testosterone)
เป็นฮอร์โมนแห่งความต้องการทางเพศและความก้าวร้าว


ในขณะที่ผู้ชายมีฮอร์โมนเพศชาย (testosterone)
สูงกว่าผู้หญิงถึง 10-20 เท่า
และศูนย์กระตุ้นทางเพศ (sexcenter) ในสมอง
ส่วน hypothalamus ของผู้ชายก็มีขนาดใหญ่กว่าเพศตรงข้ามอีกด้วย
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้ชายถึง “บ้าเซ็กซ์” มากกว่าผู้หญิง
นี่พูดถึงคนส่วนใหญ่นะครับ ส่วนน้อยอาจมีบ้างที่กลับกัน


ฮอร์โมนเพศหญิงมีสองชนิดคือ estrogen และ progesterone ขึ้นๆ ลงๆ
สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงเยื่อบุผนังมดลูกตามรอบเดือน
แต่เราเพิ่งเข้าใจกันมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง
ว่ามันส่งผลต่อจิตใจทำให้ผู้หญิงมีบทบาทเป็นแม่
บังเกิดความรู้สึกอยากเลี้ยงดู และให้อาหารแก่บุตร Progesterone
เป็นฮอร์โมนแห่งความเป็นแม่


นอกจากฮอร์โมนแห่งความรักแล้ว ธรรมชาติยังซ้ำเติมผู้หญิง
ด้วย oxytocin เป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน (emotional attachment)
ซึ่งมีผลต่อร่างกาย ทำให้มดลูกบีบตัว จะหลั่งออกมา 3 กรณี

1. ขณะคลอดลูก มดลูกบีบตัว และรู้สึกผูกพันกับเด็กที่คลอดออกมา

2. ขณะให้นมลูก น้ำนมที่ไหลรินกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน
เกิดความผูกพันกับลูกน้อยในอ้อมแขน

3. ขณะมีเพศสัมพันธ์ มดลูกบีบตัว
พร้อมความรู้สึกผูกพันกับชายหนุ่มในอ้อมขา!!


ผู้หญิงมี oxytocin เยอะ ในขณะที่ผู้ชายมีน้อย
รู้เหตุผลหรือยังครับว่าทำไมผู้หญิงรักเดียวใจเดียว แต่ผู้ชายหลายใจ
เพราะฉะนั้นผู้ชายขาด “ภูมิต้านทานการนอกใจ” เป็น พื้นฐานอยู่แล้ว


บางคนกำลังมีความคิดว่าน่าจะมีโรงงานสังเคราะห์ oxytocin
ผลิตออกมาเป็นวิตามินบำรุงความรักความผูกพัน
ให้สามีกินประจำเช้าและก่อนนอน
เพิ่มพูนความต้านทาน ลดอาการอยากนอกใจคู่ชีวิต


ทำไมสามีจึงนอกใจ ผมเรียบเรียงดูว่ามีกรณีไหนบางในประสบการณ์จริงที่เคยเจอ
นอกเหนือจากที่อ่านจากตำรา ซึ่งว่ากันตามทฤษฎี



:b53: อดอยากปากแห้งใน เรื่องเซ็กซ์

จำจดหมายที่ผมเคยลงในฉบับก่อนได้มั้ยครับ (เรื่องเซ็กซ์ในแนวนอน)
จม.ฉบับนี้มีอีกแง่มุมที่น่าสนใจ ในประเด็นที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ครับ
ผมขออนุญาตยกมาเป็นตัวอย่างอีกสักครั้งนะครับ


'ผมรู้จักกับแฟนโดยการสนับสนุนของผู้ใหญ่สองฝ่าย
เธอเป็นผู้หญิงสวยน่ารัก มารยาทดี ผมจึงแต่งงานกับเธอ
โดยไม่คิดว่าการเป็นกุลสตรีของเธอจะก่อปัญหา
เธอเห็นว่าการร่วมเพศก็เพื่อมีลูกเท่านั้น


ผมมีความต้องการสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แฟนก็ว่าผมหมกมุ่นเรื่องนี้มากไป
เราประนีประนอมกันว่าจะร่วมรักกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
เธอก็หาเรื่องบ่ายเบี่ยงตลอด ผมซื้อหนังสือเพศศึกษาให้เธอ
เธอก็ไม่ยอมอ่าน นัดไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา
เธอก็ว่าผมบ้าที่เอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟัง


ผมขอไปเที่ยวหญิงบริการจะได้ไม่กวนเธอ เธอก็บอกว่ายอมไม่ได้
จับได้จะขอหย่า หลังๆ ถึงขนาดทะเลาะกัน
เธอบอกว่าเธอเป็นแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง แต่ขอว่าไม่ร่วมรักได้ไหม
แล้วเธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด
ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะผมมีความต้องการทางเพศ
และไม่คิดว่าตัวเองหมกมุ่นหรือผิดปกติด้วย
ผมทำให้เธอมีความสุขเรื่องนี้ได้ยากเพราะเธอไม่ร่วมมือ


เวลาทำก็เร่งผมให้เสร็จเร็วๆ เวลาอื่นผมกอดเธอจูบเธอ
เธอจะอารมณ์เสียเพราะคิดว่า ผมกำลังจะขอร่วมเพศ
ผมอยากขอคำปรึกษาครับจากใครก็ได้ ผมไม่อยากหย่าภรรยา
ทั้งๆ ที่เธอดีแต่มีปัญหาเรื่องเซ็กซ์เรื่องเดียว
... อย่าแนะนำให้ผมอดทนนะครับ เพราะมันไม่แก้ปัญหา'


นี่เป็นกรณีสุดโต่งที่ฝ่ายหญิงเป็น “โรครังเกียจการมีเพศสัมพันธ์”
(Sexual Aversion Disorder) ซึ่งถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง
อันเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูหรือประสบการณ์ในวัยเด็ก
ทำให้มีทัศนคติทางลบอย่างรุนแรงต่อเรื่องเพศ


ผมว่ารายนี้ ถ้าภรรยาไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อบำบัดรักษาโรคที่ตัวเองเป็น
ชีวิตคู่คงสิ้นสุดด้วยการแยกทางกันหรือไม่แล้วก็ต้องมีมือที่สามเข้ามาแย่ง
ส่วนแบ่งทางการตลาด สามีต้องหาทางออกที่นอกบ้าน


ผมได้รับการปรึกษาจากผู้หญิงไม่น้อยที่สามีปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์
จนทำให้ฝ่ายหญิงแปลกใจและอึดอัด เหมือนชีวิตคู่ขาดอะไรบางอย่าง
แต่ที่คิดถึงกับจะนอกใจนอกกายคู่สมรส
กลับมีไม่มากเมื่อเทียบกับกรณีเดียวกันที่เกิดกับฝ่ายชาย


ก็บอกแล้วว่า ฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนแห่งเซ็กซ์
ผู้หญิงส่วนใหญ่ทนเรื่องขาดเซ็กซ์ได้ดีกว่าผู้ชาย


:b53: ขอมีของหวานเสริม สักหน่อย

น่าจะเป็นประเด็นที่พบบ่อยที่สุดอย่างที่เคยพูดเคยเขียนอยู่หลายครั้ง
ว่าแนวคิดของเพศชาย คือ
“เซ็กซ์ในบ้าน อิ่มแต่ไม่อร่อย – เซ็กซ์นอกบ้าน อร่อยแต่ไม่อิ่ม”
ภรรยาไม่มีความบกพร่องใดๆ การปรนนิบัติไม่เคยขาด
การสนองเรื่องเพศไม่มีที่ติ ไม่เคยอดอยากปากแห้ง
แต่ผู้ชายก็ยังรู้สึกไม่พอ ต้องขออาหารเสริมจากภายนอก


การแก้ไขป้องกันต้องเป็นการสื่อสารทางบวกด้วยภาษาคำพูดและภาษากาย
ที่จะพัฒนาหรือ upgrade ความรักจากเสน่หาเมื่อเริ่มต้นชีวิตคู่
มาเป็นเมตตาต่อกันทำสติ๊กเกอร์แปะไว้ในห้องน้ำ “สามีมีเมตตา – ภรรยาไม่ช้ำใจ”


ความเมตตาเป็นวัคซีนที่สำคัญ ป้องกันการนอกใจ
ช่วยให้สามียับยั้งชั่งใจต่อกิจกรรม “เกมซ่อนเนื้อ” กับหญิงอื่น



ภรรยาต้องยืนยันหนักแน่นเสมอว่า การนอกใจเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
และหากมีสิ่งใดที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ ต้องช่วยกันสร้างสรรค์...
“เปลี่ยนที่ก็ยังพอทน แต่ถ้าเปลี่ยนคนก็พอกันที”


บรรยากาศในบ้านต้องอบอุ่นและเป็นสุข
ภรรยาต้องเป็นคนที่สามีอยู่ใกล้แล้วจิตใจเป็นสุข
เพราะธรรมชาติของมนุษย์ก็คือ ที่ใดไปแล้วมีสุข เราก็อยากไปอีก
คนไหนที่อยู่ใกล้แล้วมีสุข เราก็อยากเจอคนนั้นบ่อยๆ
และคนๆ นั้นควรต้องเป็นภรรยาที่บ้าน ไม่ใช่บรรดาน้องๆ ตองสาม
เหล่านางงามในตู้กระจก ...ใครจะเหนือชั้นกว่าใครให้มันรู้ไป


:b53: สามีสันดานเจ้าชู้

ปัจจุบันเราไม่ค่อยแน่ใจว่า “ความเจ้าชู้” ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้หรือไม่
และนิสัยเจ้าชู้เป็นสิ่งที่ติดตัวอยู่ในสมองหรือโครโมโซมหรือเปล่า
เพราะความเจ้าชู้ของผู้ชายหลายคน ตั้งแต่วัยหนุ่มมันหยั่งราก
ฝังลึกในจิตวิญญาณจนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แม้วัยมากขึ้นและแม้ว่าจะรักภรรยาปานจะกลืนกิน เมตตาแค่ไหน
สามีก็มิอาจควบคุมใจในเรื่องนี้ต้องหากินนอกบ้านร่ำไป


ปัญหาสำคัญคือ วุฒิภาวะของสามี
หรือความสามารถในการควบคุมแรงขับในใจ และแสดงออกอย่างเหมาะสม

พูดอีกอย่าง วุฒิภาวะคือความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานเหนือสมองส่วนอยาก

เพราะฉะนั้น ถ้าสามีของเราเป็นคนที่สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด
ไม่แยแสต่อความรู้สึกของภรรยา

มีทางออกสองอย่าง คือถ้าไม่อยากเปลี่ยนผัวใหม่
ก็ต้องทำใจยอมรับอยู่กับสิ่งที่เขาเป็น อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก



”สุขหรือทุกข์ในใจเรา อย่าให้คนอื่นเขามากำหนด”
หากเป็นเจ้าของตัวเขาคนเดียวไม่ได้
เราก็ต้องเป็นเจ้าของชีวิตและจิตใจตัวเราเอง



ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 247 สิงหาคม 2546
ห้องสมุด E-LIB


:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2010, 17:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b8: อนุโมทนา..สาธุ..จร้า..น้องลูกโป่ง :b8:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2010, 18:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7330

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b8: ขออนุโมทนาสาธุการด้วยจ้า ลูกโป่ง :b8:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2010, 02:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2007, 23:29
โพสต์: 1065


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ปัญหาสำคัญคือ วุฒิภาวะของสามี
หรือความสามารถในการควบคุมแรงขับในใจ และแสดงออกอย่างเหมาะสม


พูดอีกอย่าง วุฒิภาวะคือความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานเหนือสมองส่วนอยาก

เพราะฉะนั้น ถ้าสามีของเราเป็นคนที่สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด
ไม่แยแสต่อความรู้สึกของภรรยา

มีทางออกสองอย่าง คือถ้าไม่อยากเปลี่ยนผัวใหม่
ก็ต้องทำใจยอมรับอยู่กับสิ่งที่เขาเป็น อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก


:b43: :b43: :b43: :b43:

พูดง่ายๆ ว่าผู้มีอัตภาพความเป็นหญิง
จำเป็นต้องศิโรราบต่อกมลสันดานของอัตภาพความเป็นชาย !?!?


:b14: :b5: :b34: :b2:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 11:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 13:22
โพสต์: 176

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ,ฟังธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: อยู่กับปัจจุบัน

 ข้อมูลส่วนตัว


มัทนา ณ หิมะวัน เขียน:
อ้างคำพูด:
ปัญหาสำคัญคือ วุฒิภาวะของสามี
หรือความสามารถในการควบคุมแรงขับในใจ และแสดงออกอย่างเหมาะสม


พูดอีกอย่าง วุฒิภาวะคือความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานเหนือสมองส่วนอยาก

เพราะฉะนั้น ถ้าสามีของเราเป็นคนที่สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด
ไม่แยแสต่อความรู้สึกของภรรยา

มีทางออกสองอย่าง คือถ้าไม่อยากเปลี่ยนผัวใหม่
ก็ต้องทำใจยอมรับอยู่กับสิ่งที่เขาเป็น อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก


:b43: :b43: :b43: :b43:

พูดง่ายๆ ว่าผู้มีอัตภาพความเป็นหญิง
จำเป็นต้องศิโรราบต่อกมลสันดานของอัตภาพความเป็นชาย !?!?


:b14: :b5: :b34: :b2:


เห็นจะจริงกระมังค๊ะ :b6: :b14:

.....................................................
เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 12:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
มัทนา ณ หิมะวัน เขียน:
อ้างอิงคำพูด:
ปัญหาสำคัญคือ วุฒิภาวะของสามี
หรือความสามารถในการควบคุมแรงขับในใจ และแสดงออกอย่างเหมาะสม

พูดอีกอย่าง วุฒิภาวะคือความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานเหนือสมองส่วนอยาก

เพราะฉะนั้น ถ้าสามีของเราเป็นคนที่สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด
ไม่แยแสต่อความรู้สึกของภรรยา

มีทางออกสองอย่าง คือถ้าไม่อยากเปลี่ยนผัวใหม่
ก็ต้องทำใจยอมรับอยู่กับสิ่งที่เขาเป็น อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก


:b43: :b43: :b43: :b43:

พูดง่ายๆ ว่าผู้มีอัตภาพความเป็นหญิง
จำเป็นต้องศิโรราบต่อกมลสันดานของอัตภาพความเป็นชาย !?!?


ดูเหมือนปรอทขึ้นแล้วครับคุณยายลูกโป่งและยายมัทฯ.... :b13: :b9: :b34: :b28:

คำถามนี้ตอบได้ว่าผู้หญิงไม่ควรติดแหง็กกับชายผู้มีสมองประเภทนี้ แต่ควรรีบปลีกตนออกห่างให้ไกลร้อยโยชน์พันโยชน์นั่นเทียว...เพราะอาจทำให้ตนเองสมองเสื่อมไปโดยอัตราความเร็วผกผันที่ไม่ควรเป็นไปด้วย เฮ้อ..เข้าฌานดีกว่าจะได้ไม่ต้องเป็นเพศอะไรๆให้กลุ้ม ! :b24: :b30:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 12:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ต้องเลือกให้ดีค่ะ ช่วยได้มาก :b4: :b16:

และทำใจกับเหตุการณ์แบบนี้ ว่า จะเลือกอย่างไร หากถูกนอกใจ...เลือกให้ดี
:b23: :b5: :b6: :b13: :b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 16:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2007, 23:29
โพสต์: 1065


 ข้อมูลส่วนตัว


ตา-dd- เขียน:
ดูเหมือนปรอทขึ้นแล้วครับคุณยายลูกโป่งและยายมัทฯ.... :b13: :b9: :b34: :b28:


แหม....ก็มันน่าขึ้นนิ
แต่มีขึ้นก็ลงไ้ด้นะ ตาสมสีสี

:b33: :b34: :b28: :b13:

ตา-dd- เขียน:
คำ ถามนี้ตอบได้ว่าผู้หญิงไม่ควรติดแหง็กกับชายผู้มีสมองประเภทนี้ แต่ควรรีบปลีกตนออกห่างให้ไกลร้อยโยชน์พันโยชน์นั่นเทียว...เพราะอาจทำให้ตน เองสมองเสื่อมไปโดยอัตราความเร็วผกผันที่ไม่ควรเป็นไปด้วย เฮ้อ..เข้าฌานดีกว่าจะได้ไม่ต้องเป็นเพศอะไรๆให้กลุ้ม ! :b24: :b30:


อันนี้เห็นด้วยจ้า
ถ้าไม่อยากเป็นโรคเสื่อมทั้งสมอง และเสื่อมทั้งความเจริญในธรรม
:b4:

ส่วนหนึ่งเพราะอัตภาพความเป็นชายที่ มีธรรมชาติเป็นเช่นนี้ :b6:
(ก็พยายามทำความเข้าใจอยู่นะ)

แต่.....ก็อยู่ที่ความมั่นคง และเข้มแข็งของจิตใจ
และความแข็งแกร่งของศีลของแต่ละคนที่ฝึกตนมาอย่างไรด้วย :b1:

อ้างคำพูด:
เฮ้อ..เข้าฌานดีกว่าจะได้ไม่ต้องเป็นเพศอะไรๆให้กลุ้ม !


ขอให้ตาได้เป็นอนาคามีในชาติหน้านี้ แล้วเกิดเป็นพรหม
เพื่อฝึกตนต่อ ให้บรรลุธรรมในขั้นสูงสุดในกาลข้างหน้าดังใจปรารถนานะคะ


:b4: :b8: :b4:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร