ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=27&t=30771
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  ลูกโป่ง [ 10 เม.ย. 2010, 11:01 ]
หัวข้อกระทู้:  เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

รูปภาพ

การหาคู่และการแต่งงานเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีที่สุด
เพราะคนที่เราเลือกจะอยู่กับเราไปนาน
แล้วเมื่อไรจะได้ออกเรือนเสียที อะไรคือความพร้อม



ในธรรมเนียมอินเดียผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายขอผู้ชาย
ในยุโรปเจ้านายสตรีจำต้องออกปากเรื่องแต่งงานกับบุรุษผู้ต้องพระประสงค์นั้นเอง
โดยเฉพาะถ้าเจ้านายสตรีนั้นทรงเป็นเจ้าแผ่นดิน
ดังเช่นสมัยเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน
สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย
ทรงออกโอษฐ์ขอแต่งงานกับเจ้าชายอัลเบิร์ตด้วยองค์เองก่อน


นี่คือประเพณีออกเรือนของแต่ละซีกโลก


ส่วนสำหรับของไทยเราก็ว่าต้องบวชเรียนก่อนแล้วค่อยตบแต่งหาคู่กัน
ส่วนผู้หญิงก็ต้องมีวัยอันสมควรได้ผ่านการบ้านการเรือนมาบ้าง
เขาถึงแต่งเถ้าแก่ไปสู่ขอกัน แต่ถ้าอย่างเดี๋ยวนี้เถ้าแก่คงงงพิลึก
เพราะสาวเจ้าก็จะให้ดูตัวผ่านเฟซบุ๊ค ว่างหน่อยก็จะทวีตทักทายคนทั้งบาง
และมีบีบีไว้คอยส่งดูใจกับหนุ่มอยู่เป็นระยะ


ทำเอาเถ้าแก่ตกงานไปในทันใด


เพราะสาวเลือกคู่เองประเภท “สวยเลือกได้”
ผ่านเทคโนโลยีทันสมัยซึ่งรวมถึงหนุ่มด้วย
เรียกว่าไอทีมีส่วนทำให้รุ่นสาวรุ่นหนุ่ม “คลิก” กัน
ติดถึงใจได้เร็วแบบชั่วพริบตา


“ออกเรือน” ไม่ใช่ “ออกรอบ”


การหาคู่และการแต่งงานเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีที่สุด
เพราะคนที่เราเลือกจะอยู่กับเราไปนาน
แม้จะเลิกร้างกันไปเสียก่อนแต่ก็มีผลกระทบมหาศาล
เช่นถ้ามีลูกก็ทำให้จิตใจลูกมีแผลเป็น
หรือถ้าไม่มีก็อาจรู้สึกในใจเองว่าเป็นคนที่ล้มเหลวในชีวิตคู่


ชีวิตคู่เป็นเรื่องของใครของมัน ไม่มีสูตรสำเร็จ
สูตรของคู่นี้อาจใช้กับอีกคู่หนึ่งแล้วล่มไม่เป็นท่า
เหมือนกับยาผีบอกที่เผลอกินแล้วก็ได้ไปอยู่กับผีแทนด้วย



ส่วนสำหรับท่านที่สงสัยว่าถ้าอย่างนี้เมื่อไรจะได้ออกเรือนเสียที
ก็เลยร่าง “ธรรมนูญ” สำหรับออกเรือนเอาไว้ให้ว่าควรมีกระไรบ้าง
ขอให้ลองดูคุณสมบัติตามนี้ว่าถ้ามีแล้วก็ออกเรือนโลด



:b39: 1) เค้าหน้าคล้ายเรา
งานวิจัยบอกว่าคนเรามักรักคนที่หน้าตาคล้ายกับตัวเอง

:b39: 2) ภูมิธรรมเสมอกัน
ไม่ได้หมายถึงปริญญาหากแต่จิตใจและพื้นฐานประสบการณ์คล้ายกัน

:b39: 3) ได้คบหาดูใจกันมานานโข
ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนสมัยเรียนได้ยิ่งดีเพราะวัยเด็กคือวัยที่จริงใจกันลึกซึ้งกว่า


:b39: 4) หาแฟนที่เป็นเพื่อนเราได้
ไม่ใช่หาเพราะความสวยหรือเกิดอารมณ์หวือหวาเพียงครู่

:b39: 5) อยู่แล้วมาเอง
เรื่องแฟนไม่ใช่สิ่งต้องขวนขวายหนัก ของอย่างนี้ยิ่งไขว่คว้ายิ่งไกลห่าง


:b39: 6) รักษาความสัมพันธ์เพื่อนได้
ยิ่งกับเพื่อนสนิทมิตรรักแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ยิ่งดีแสดงถึงจิตใจมั่นคง



การออกเรือนไม่เหมือนออกรอบตีกอล์ฟที่เราเลือกแค็ดดี้ใหม่ได้ถ้าไม่ถูกใจ

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จเช่นไร
การได้แต่งงานก็ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์เช่นนั้น
เพราะการแต่งงานจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเรา ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ

ถ้าแค่แต่งเพื่อให้ “เติมเต็ม (Fulfill)”
วิถีแห่งชีวิตช่วงหนึ่งของมนุษย์คือ เกิดมาเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัย
ทำงาน แล้วก็ “แต่งงาน” จากนั้นก็มีลูกแล้วก็เกษียณนอนเขลง


อย่างนี้ก็อาจไม่ช่วยให้ช่วงชีวิตหนึ่งที่เกิดมาได้พบ “ความหมาย” ที่แท้


ได้แต่เป็นมนุษย์ “ตามน้ำ” ไปไม่รู้จบ



ที่มา...นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
American Board of Anti-aging medicine / drkrisda@gmail.com
กรุงเทพธุรกิจ


:b48: :b8: :b48:

เจ้าของ:  jinje [ 10 มิ.ย. 2010, 12:18 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

:b20: :b20: :b20: :b8: :b8: :b20: :b20: :b20: :b20:

“ออกเรือน” ไม่ใช่ “ออกรอบ” เห็นด้วยมากๆ ค่ะ สาธุๆๆ ค่ะ คุณลูกโป่ง

ไฟล์แนป:
050117cuple0001.jpg
050117cuple0001.jpg [ 35.86 KiB | เปิดดู 2101 ครั้ง ]

เจ้าของ:  -dd- [ 10 มิ.ย. 2010, 12:43 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

ผมเข้าใจถูกละเปล่าครับว่า "ออกเรือน"....="ออกรบ"..น่าสยองนะครับ.. :b2: :b2:

เจ้าของ:  ลูกโป่ง [ 10 มิ.ย. 2010, 12:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

-dd- เขียน:
ผมเข้าใจถูกละเปล่าครับว่า "ออกเรือน"....="ออกรบ"..น่าสยองนะครับ.. :b2: :b2:


แล้วแต่คนมั๊งคะ คุณตา-dd- :b16: :b1:

น่ากลัวขนาดนั้น จริงเหรอ :b14: :b5: :b32: :b13:

เจ้าของ:  -dd- [ 10 มิ.ย. 2010, 13:11 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

ขนลุกเทียวละครับคุณยายลูกโป่ง..... (ดูตะละเคสในที่นี้สิครับ) :b13: :b15: :b4: Onion_R rolleyes

เจ้าของ:  ธรรมบุตร [ 10 มิ.ย. 2010, 13:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

รูปภาพ

:b8: อนุโมทนา..สาธุ..จร้า..น้องลูกโป่ง :b8:

เจ้าของ:  มัทนา ณ หิมะวัน [ 10 มิ.ย. 2010, 14:27 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

ตา-dd- เขียน:
ผมเข้าใจถูกละเปล่าครับว่า "ออกเรือน"....="ออกรบ"..น่าสยองนะครับ.. :b2: :b2:


:b5: ตาสมสีสีทำให้ยายมัทตระหนักว่ารบกับกิเลสของตัวเองก็ยากแล้ว
ยังต้องรบกับคนที่จะเข้ามาแชร์หลายอย่างของกันและกันด้วย...
สรุปว่า...ยังไงดีเนี่ยะ!?! :b6: :b10:

:b43: :b43: :b43:

ยายลูกโป่ง เขียน:
แล้วแต่คนมั๊งคะ คุณตา-dd- :b16: :b1:

น่ากลัวขนาดนั้น จริงเหรอ :b14: :b5: :b32: :b13:


ยายมัทเห็นด้วย แล้วแต่คน

ยายมัท เชื่อว่า..
ยายลูกโป่งมีคู่บุญที่ดีมากๆเลยนะจ๊ะ
ขอให้เป็นเพื่่อนชีวิตกันทั้งในยามทุกข์ และสุข
สร้างบารมีร่วมกันต่อไปไม่หยุดยั้ง...นะคะ

ขออนุโมทนาและยินดีด้วยจากใจจ้า

:b4: :b8: :b16: :b12: :b8: :b4:

เจ้าของ:  ลูกโป่ง [ 10 มิ.ย. 2010, 14:40 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

ขอบคุณทุกสิ่งดีดีที่ยายมัท มอบให้เสมอมา...ซาบซึ้งในมิตรภาพดีดีที่มีนะจ๊ะ :b20: :b27:
ขอให้ยายมัทสุขสมหวังทั้งกายและใจ :b36:
ได้สิ่งดีดีมาคู่กับคนดีดีเช่นกันจ้ะ :b48: :b39:

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 10 มิ.ย. 2010, 20:17 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: เมื่อไรถึงควร “ออกเรือน”

:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนา...สาธุ..ด้วยครับ smiley smiley smiley

:b8: :b8: :b8:

ไฟล์แนป:
775.gif
775.gif [ 4.15 KiB | เปิดดู 1995 ครั้ง ]

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/