ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=27&t=29914
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  มัทนา ณ หิมะวัน [ 07 มี.ค. 2010, 22:15 ]
หัวข้อกระทู้:  ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

รูปภาพ

:b43: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี" :b43:

ขอยกตัวอย่างการทำโทษลูกที่น่าประทับใจ
และทุกคนต้องเชื่อตรงกันว่าเป็นบุญแน่ๆก่อนนะครับ

ที่จะเล่านี้เป็นเรื่องของหลานชายมหาตมะคานธี ซึ่งมีนามว่า อาลุน คานธี
ผมเอามาจากหนังสือชื่อ Don't Eat the Marshmallow… Yet!
แปลเป็นไทยชื่อ 'วิธีคิดที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ"


เมื่ออาลุนอายุ ๑๗ ปี เขาขับรถไปส่งพ่อที่ทำงานซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ ๑๕ กิโลเมตร
พอส่งเสร็จเขาก็ได้รับคำสั่งจากพ่อให้นำรถไปเข้าอู่ซ ่อมและคอยรถจนกว่าจะ เสร็จ
แล้วต้องกลับมารับท่านตอนเลิกงาน ๕ โมงเย็น

เบื้องต้นอาลุนก็ ปฏิบัติตามคำสั่งดี นำรถไปเข้าอู่ให้พ่อ
แต่ปรากฏว่าช่างสามารถซ่อมรถเสร็จตั้งแต่เที่ยงวัน
อาลุนจึงเหลือเวลาร่วม ๕ ชั่วโมงกับการฉายเดี่ยว
ขับรถตระเวนไปรอบเมือง แวะดูหนังจนกะโมงยามผิด
กว่าหนังจะจบก็ปาเข้าไป ๖ โมงเศษแล้ว
แน่นอนกว่าจะไปถึงที่ทำงานของพ่อ
ก็ต้องปล่อยให้ท่านแกร่วรอมาแล้วราว ชั่วโมงเศษ

พออาลุนมาถึงก็ขอโทษขอโพยใหญ่
พ่อของอาลุนไม่ว่าอะไร เพียงถามด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น
แล้วประสาเด็กวัยรุ่นที่รักตัวกลัวอาญาพ่อ
อาลุนได้ใส่ความช่างซ่อมรถ หาว่าเป็นพวกหน้าโง่
กว่าจะเจอจุดที่เสียว่าอยู่ตรงไหนก็ครึ่งค่อนวัน เพิ่งซ่อมเสร็จหยกๆนี่เอง


พ่อของอาลุนอึ้งงัน เพราะเพิ่งโทรศัพท์ไปสอบถามกับอู่ซ่อมรถ
เมื่อเวลา ๕ โมงครึ่งด้วยความเป็นห่วงกับการล่าช้าอย่างผิดปกติ
เกรงจะเกิดเรื่องร้ายกับลูกชายตน
และก็ยิ่งห่วงหนักขึ้นเมื่อทราบจากทางอู่ว่ารถเสร็จต ั้งแต่เที่ยง

มาบัดนั้น เมื่อได้ฟังการรายงานแบบปั้นน้ำเป็นตัวของลูกชาย
เขาตัดสินใจเพียงครู่ก็สั่งเรียบๆว่า

"ลูกพ่อ ขับรถไปเถิด พ่อจะเดินกลับบ้านเอง"

จากอาการประหม่ากลัวโดนทำโทษ อาลุนเปลี่ยนเป็นตกใจตะลึงงง
เพราะระยะทาง ๑๕ กิโลเมตรในเวลาย่ำค่ำไม่ใช่เรื่องตลก
เขาโวยวายคัดค้านการตัดสินใจของพ่อ
เพียงเพื่อฟังคำตอบสะเทือนโสตที่สามารถพลิกชีวิตของเ ขาให้เปลี่ยนไปตลอดกาล

" ลูกพ่อ ถ้าสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาพ่อไม่สามารถทำให้ลูกไว้วางใจพ่่อได้
ก็แปลว่าพ่อต้องเป็นพ่อที่แย่มาก
สมควรแล้วที่จะเดินเท้ากลับบ้านเพื่อคิดให้ออกว่า
จะทำตัวเป็นพ่อที่ดีขึ้นกว่านี้ได้ยังไง
ขอให้ลูกอภัยกับความเป็นพ่อที่ไม่ดีพอตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วยเถิด"


เมื่อ พ่อเริ่มออกเดิน อาลุนก็ก้าวขึ้นรถยนต์และขับตามไป
เขาจอดเป็นระยะเพื่อวิงวอนขอร้องให้ท่านขึ้นรถ
แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ พ่อยังคงเดินหน้าและพูดสั่ง

"ไม่หรอกลูก กลับบ้านเถอะ กลับบ้านไป"

ครั้ง นั้นอาลุนไม่ฟังคำสั่ง ไม่ยอมทิ้งพ่อกลับบ้านไปก่อน
แต่แม้ขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ได้รับการยืนกรานปฏิเสธ ทุกครั้งไป
เขาเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจกับการอ้อนวอน
และแม้อยู่ในรถก็นั่งอย่างไม่เป็นสุข ไม่ต่างจากลงเดินเท้าร่วมกับพ่อสักเท่าใดนัก

กระทั่งลุถึงบ้านพร้อม กันในเวลาเกือบห้าชั่วโมงครึ่ง
ต่อมา ฝ่ายบิดาก็ทิ้งลูกชายเข้าห้องนอนไปเฉยๆ ไม่ดุด่า
ไม่เฆี่ยนตี ไม่ทำอะไรอื่นใดทั้งสิ้น


แน่นอนว่าคืนนั้นอาลุนโดนความรู้สึกผิดหลอกหลอนไปจนถ ึงเช้า
และอาจจะต่อเนื่องอีกหลายๆคืนด้วย
ประสบการณ์เขย่าประสาทส่งผลให้อาลุนเปลี่ยนไปเป็นคนล ะคน
เขากล่าวว่า

"หลังจากนั้น ผมก็ไม่เคยโกหกมนุษย์หน้าไหนอีกเลย!"

อ่านแล้วชอบ เรื่องนี้มากครับ
โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าเกิดขึ้นจริงๆ
มันทำให้ผมได้แง่คิดว่าโลกเรามีเรื่องราวเป็นพันล้าน
เรื่องทุกวัน ทุกชั่วโมง และทุกวินาที

แต่กรรมขาวอันยิ่งใหญ่น่านับถือของคนบางคนเท่านั้น
ที่ทำให้มีเพียงบางเรื่องสมควรถูกบันทึกไว้เล่าขาน เป็นแรงบันดาลใจไม่รู้ลืม


ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นพ่อของอาลุน คุณจะทำอย่างไร?
แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง พ่อทุกคนที่จับได้ว่าลูกโกหกตน
ทำให้ตนต้องแกร่วรอเป็นชั่วโมง ย่อมอยากทำโทษในทางใดทางหนึ่ง
สถานเบาคือด่าว่าด้วยความฉุนเฉียว
สถานหนักอาจตบกบาลกันกลางถนนเดี๋ยวนั้น!

วิธีโต้ตอบกับสถานการณ์ที่ไม่ให้โอกาสคิดนานนั้น
สะท้อนตัวตนอันเป็นปกติของคนๆหนึ่งได้อย่างชัดเจน
ดังจะเห็นว่าพ่อของอาลุนต่างไปจากพ่อคนอื่น
ท่านมีสติ มีความสงบ มีความคิดอ่านเสมอต้นเสมอปลาย
สิ่งที่เราได้เห็นคือตัวตนของพ่อผู้มีน้ำใจประเสริฐ
ยอมเหนื่อยเดินเท้า ๑๕ กิโลเมตรเพียงเพื่อดัดนิสัยลูกให้ดีขึ้น


คุณเห็นเลยว่านี่เป็นการฉายภาพแห่งบุรุษแท้ ที่แข็งแกร่ง ตั้งมั่น
และทำสำเร็จในกิจอันเป็นไปเพื่อมหากุศล
นี่อาจน่าคารวะยิ่งกว่านักรบผู้พิชิตร้อยสมรภูมิเสีย อีก


คุณคาดหมายได้ว่าลูกผู้มีพ่อที่มั่นคงราวหินผาเช่นนี้
จะเติบโตขึ้นเป็นชายที่แข็งแกร่งและทนเพียรทำดีให้สำเร็จ เจริญรอยตามพ่อได้เช่นกัน

ว่ากันถึงข้อสรุปเบื้องต้นก่อนนะครับ
เมื่อใดคุณมีสติ และหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำตามกิเลสได้
สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาจะเป็นปัญญาเห็นทางออกที่ดีขึ้นเสมอ...


:b20: :b43: :b43: :b43: :b20:

(คัดลอกบางตอนมาจาก : เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม ๑๐,
พิมพ์ครั้ง ๒ กันยายน ๒๕๕๒, สำนักพิมพ์ DMG, หน้า ๑๕๔-๑๕๘)

เจ้าของ:  sirisuk [ 07 มี.ค. 2010, 23:00 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

:b8: :b8: :b8:

อ่านแล้วคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ

ไฟล์แนป:
thBuddhaBlink.gif
thBuddhaBlink.gif [ 10.1 KiB | เปิดดู 1862 ครั้ง ]

เจ้าของ:  ทักทาย [ 11 มี.ค. 2010, 11:43 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

นั่นซินะ...การที่จะทำโทษลูก
ควรมีสติคิดว่า...ลูกจะต้องได้ประโยชน์จากการทำโทษ
ในครั้งนั้น...และทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ :b6:

เป็นการทำโทษลูกที่ฉลาดมาก

อนุโมทนาค่ะ คุณยายฮูก

เจ้าของ:  sirinpho [ 11 พ.ย. 2015, 21:34 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

rolleyes

เจ้าของ:  ลูกหว้า [ 15 ธ.ค. 2015, 11:11 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

Kiss

เจ้าของ:  Duangtip [ 30 ม.ค. 2019, 08:30 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

:b47: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  AAAA [ 06 ต.ค. 2019, 19:19 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ความรักของพ่อ "อาลุน คานธี"

4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/