วันเวลาปัจจุบัน 16 ต.ค. 2019, 08:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 14 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2009, 23:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ห ลั ก ก า ร ส อ น ข อ ง พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า

๑. สันทัสสนา = อธิบายให้เห็นชัดและเข้าใจแจ่มแจ้งในทุกสิ่งทุกอย่าง

๒. สมาทปนา = โน้มน้าวจิตใจให้ผู้ที่ถูกสอนมีใจที่จะทำตามโดยไม่ยาก

๓. สมุตเตชนา = ให้กำลังใจเพื่อให้เกิดความอุตสาหะในการที่จะทำ

๔. สัมปหังสนา = สอนให้เกิดความเพลิดเพลินไม่น่าเบื่อหน่าย


รายละเอียดปลีกย่อยในการสอนของพระองค์ก็ยังมีอีกมากมาย
ที่สำคัญคือพระองค์มี ปรจิตตวิชานนะ

คือทรงรู้จิตรู้ใจของคนที่พระองค์จะสอนเป็นอย่างดี
ทรงรู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล
ว่าคนชนิดไหนควรจะได้รับการสอนอย่างไร เป็นต้น
จะขอยกตัวอย่างการสอนของพระพุทธเจ้าให้ดูเป็นแบบก็คือ

• สอนจากสิ่งที่รู้แล้วไปหาสิ่งที่ยังไม่รู้ :

เช่น พระพุทธเจ้าทรงสอนสิงคาลมาณพในสิงคาล สูตร
ที่เขากำลังไหว้ทิศทั้ง ๖ ตามที่บรรพบุรุษของเขาสั่งสอนมา
โดยก็ไม่ทราบว่าไหว้ไปทำไม
แต่พระองค์ได้กลับใจเขา ทรงสอนให้เขาเข้าใจทิศ ๖ ในพระพุทธศาสนา
อย่างนี้เรียกว่า สอนจากสิ่งที่รู้ไปหาสิ่งที่ยังไม่รู้

• สอนจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปหาสิ่งที่เป็นนามธรรม :

เช่น พระพุทธเจ้าทรงสอนพระนาง รูปนันทาเถรี
ดยพระองค์ทรงเนรมิตหญิงสาวสวยให้ถวายงานพัดใกล้ ๆ กับพระองค์
ในเวลาที่ทรงแสดงธรรม
เพราะทรงรู้ว่าพระนางรูปนันทาเป็นผู้หนักในรูปคือเป็นพวกราคจริต
พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตให้หญิงนั้นเริ่มจาก

วัยรุ่น ---> ไปสู่วัยกลางคน ---> วัยชรา ---> และเสียชีวิตลงในที่สุด

และทรงแสดงความไม่เที่ยงแห่งสังขารในวาระสุดท้าย
คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา
อย่างนี้เรียกว่า สอนจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปหาสิ่งที่เป็นนามธรรม

• สอนโดยการใช้อุปกรณ์ :

เช่น พระพุทธเจ้าทรงสอนพระจูฬปันถก
โดยทรงให้พระจูฬปันถกใช้ฝ่ามือลูบคลำชิ้นท่อนผ้า
โดยให้บริกรรมว่า รโชหรณํ รโชหรณํ ไปเรื่อย ๆ

เมื่อใช้เวลานานเข้า ชิ้นท่อนผ้าก็เก่าเศร้าหมองเกิดขึ้น
พระจูฬปันถกก็ได้คิดว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงนั้นไม่เที่ยง
และในที่สุดก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
อย่างนี้เรียกว่า การสอนโดยใช้อุปกรณ์ประกอบการสอน

• สอนให้เกิดความคิดขึ้นมา :

เช่น พระพุทธเจ้าทรงสอนนางกิสาโคตมี คือนางกิสาโคตมี
ได้อุ้มลูกน้อยซึ่งตายแล้วไปเที่ยวขอยาตามสถานที่ต่าง ๆ
เพื่อจะเอามารักษาลูกของนางให้ฟื้นคืนชีพ
คนทั้งหลายเริ่มเข้าใจว่านางคงจะเป็นบ้าไปเสียแล้ว

แต่ก็ยังมีคนที่คิดจะช่วยนาง
บอกว่าให้ไปหาพระพุทธเจ้า
พระองค์อาจมียารักษาลูกของนางให้หายได้

นางดีใจมากเมื่อได้ยินอย่างนี้
เมื่อนางได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
พระองค์ตรัสว่า มี.....
มียาพอที่จะรักษาลูกของนางให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้

แต่มีข้อแม้อยู่เพียงข้อเดียวคือต้องไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาด
มาจากบ้านของคนที่ยังไม่เคยมีใครตายเลย


นางกิสาโคตมี ดีใจมากรีบอุ้มลูกน้อยไปเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้
บ้านแล้วบ้านเล่า ไม่มีสักบ้านเดียวที่ไม่เคยมีคนตาย

จึงเกิดความท้อแท้ใจ จากนั้น
นางเริ่มจะคิดได้และปลงตกกับความจริงของธรรมชาติชีวิตว่า
สิ่งทั้งหลายมีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับสลายไปในที่สุด
ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยสูญเสียสิ่งที่ตนเองรัก สิ่งที่ตนเองชอบใจ

จากนั้นนางไม่มีความคิดที่จะหายามารักษาลูกของนางอีกต่อไป
เดินมุ่งหน้ากลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและขอบวชเป็นภิกษุณี
และได้บรรลุพระอรหันต์ในที่สุด
วิธีการสอนอย่างนี้ของพระพุทธเจ้า
เรียกว่า การสอนให้เกิดความคิดขึ้นมาเอง

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2009, 23:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ห ลั ก ก า ร ต อ บ ปั ญ ห า ข อ ง พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า

แต่ละวันจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากมาขอเข้าเฝ้าทูลถามปัญหาที่หลากหลายกับพระองค์
พระพุทธเจ้าทรงมีหลักการตอบปัญหาอยู่ ๔ อย่าง คือ

๑. เอกังสพยากรณ์

ทรงตอบไปโดยส่วนเดียว เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น

๒. วิภัชพยากรณ์

ทรงแยกตอบไปตามลักษณะของเรื่องนั้นๆ
เช่น ถ้ามีคนถามปัญหาว่า "ตายแล้วเกิดอีกหรือไม่"

จะทรงตอบจำแนกไปตามเหตุและผล
คือ เมื่อเหตุให้เกิดมีอยู่ การเกิดก็ต้องมี
เมื่อเหตุของการเกิดไม่มี การเกิดก็ไม่มี


๓. ปฏิปุจฉาพยากรณ์

ทรงถามย้อนกลับโดยเอาคำถามที่ถามมา
ย้อนถามไปอีกครั้งหนึ่ง
แล้วก็จะได้คำตอบเองเหมือนหลักของตรรกวิทยา

เช่น ทีฆนขะ อัคคิเวสนโคตร แสดงความคิดเห็นของตนว่า

"สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ชอบใจหมด"

พระองค์ตรัสตอบว่า

"ถ้าอย่างนั้น ความเห็นอย่างนั้น ก็ต้องไม่ควรแก่ท่าน
ท่านก็ต้องไม่ชอบความเห็นอย่างนั้นด้วย"


๔. ฐปนียะ

ปัญหาบางอย่างเป็นเรื่องไร้สาระ
ตรัสออกไปแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่ผู้ฟัง

ถ้ามีคนถามปัญหาอย่างนี้ พระองค์ก็จะไม่ได้รับคำตอบ
ไม่ใช่เป็นเพราะว่าพระองค์ไม่รู้ พระองค์ทรงรู้ทรงเป็นสัพพัญญู

แต่เป็นปัญหาไร้สาระ ไม่เป็นไปเพื่อคลายความทุกข์
เช่น มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า มาลุงกยบุตร
ถามปัญหาทางอภิปรัชญากับพระองค์ว่า

โลกนี้เที่ยงหรือไม่เที่ยง โลกมี ที่สุดหรือไม่มีที่สุด เป็นต้น
พระองค์จะไม่ทรงตอบปัญหาเช่นนั้น


พระดำรัสของพระพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์จะตรัสทุกครั้ง
จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลัก ประการคือ


๑. เป็นเรื่องจริง
๒. เป็นธรรม
๓. มีประโยชน์
๔. เหมาะสมแก่กาล


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : โครงการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเนื้อหาวิชาพุทธศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2009, 17:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 20:09
โพสต์: 112


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 21:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 14:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 11:09
โพสต์: 41


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ได้รับความรู้เพิ่มอีกแล้ว ขออนุโมทนา

.....................................................
ทุกข์เท่านั้นที่เกิดทุกข์เท่านั้นที่คงอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2009, 20:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2006, 20:52
โพสต์: 1210

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
ปุ่ม อนุโมทนา ไม่สามารถบอกความรู้สึกที่เกิดขึ้น ในขณะที่อ่านไปแต่ละตัวอักษรได้แม้สัก 1 ใน ล้านส่วนของอารมณ์ที่เกิดขึ้นในจิต กายก็ถึงกับซาบซ่านไปตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า(ขนมันลุก) น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมา
แต่ความปิติเมื่อมันเกิดได้ มันก็ดับไป ไม่เที่ยง ไม่ทนอยู่ ไม่พึงยึดมั่น

ขออนุโมทนาในธรรมทานครั้งนี้ด้วยค่ะ
สาุธุค่ะ

.....................................................
สัพเพ สังขารา อนิจจา
สัพเพ ธรรมา อนัตตา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 11:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b40: :b40: :b40: :b40: :b40: :b40: :b40: :b40:
อนุโมทนาด้วยครับ :b8:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2011, 10:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุ สาธุ สาธุค่ะ...ขออนุญาตแบ่งปันนะคะ ธรรมรักษาค่ะ ^___^


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2011, 16:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1709


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2011, 05:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุค่ะ ขอบพระคุณในธรรมทานค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2011, 14:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2011, 02:08
โพสต์: 45

อายุ: 0
ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนาสาธุครับ :b8:

.....................................................
อย่าหลงเหยื่อ เชื่ออยาก จะยากจิต อย่าหลงติดรสเหยื่อ เชื่อตัณหา อย่าหลงนอน หลงกินสิ้นเวลา อย่าหลงว่า ชีวิตเราจะยาวนาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ย. 2011, 16:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ต.ค. 2009, 15:47
โพสต์: 417

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: วิปัสนา-กรรมฐาน เล่ม 1-2
ชื่อเล่น: นา
อายุ: 44
ที่อยู่: 140/19 ถ.อภัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
อย่าแก้ไขคนอื่น จงแก้ไขตัวเราเอง

....................................................

เจ้าเกิดมามีอะไรมาด้วยเล่า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เจ้ามาเปล่าแล้วเจ้าจะเอาอะไร
เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา

...................................................


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2015, 06:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2013, 10:07
โพสต์: 407

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2019, 09:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2174


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 14 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร