ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=41350
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  สาวิกาน้อย [ 01 มี.ค. 2012, 16:47 ]
หัวข้อกระทู้:  ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์

รูปภาพ

ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)

ตั้งอยู่ ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
สถานที่พระสารีบุตรบรรลุเป็นพระอรหันต์ ผู้หมดกิเลสาสวะโดยสิ้นเชิง
ในตอนกลางวันของวันมาฆบูชา วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
หลังจากพระสารีบุตร “พระธรรมเสนาบดี” อุปสมบทได้ ๑๕ วัน


:b47: :b40: :b47:

วันมาฆบูชา หรือ วันจาตุรงคสันนิบาต (ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือเดือน ๔ ในปีที่มีอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองหน) เป็นวันที่บังเกิดขึ้นของพระธรรมเสนาบดี พระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านผู้นั้นก็คือ “พระอุปติสสะ” ซึ่งต่อมาเพื่อนสหธัมมิก (พระภิกษุ) ด้วยกันเรียกขานในนามว่า “พระสารีบุตร”

ในตอนกลางวันของวันมาฆบูชานั้น พระพุทธองค์ประทับเข้าสมาธิอยู่ ณ “ถ้ำสุกรขาตา” (ถ้ำหมูขุดหรือถ้ำคางหมู) เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ มีพระสารีบุตรคอยถวายงานพัดอยู่ด้วย ทีฆนขปริพาชก (นักบวชเล็บยาว) ซึ่งเป็นหลานพระสารีบุตร กำลังตามหาพระพี่ชาย มาพบอยู่กับพระพุทธเจ้า ทีฆนขปริพาชกไม่ค่อยจะให้ความสำคัญแก่พระพุทธองค์มากนัก จึงพูดแบบหยิ่งผยองว่า

“ข้าพเจ้าไม่เชื่อทิฐิ (ความเห็น) ใดๆ” พูดพลางลุกเดินไปมา

พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า “ถึงอย่างไรเธอก็มีทิฐิอยู่นั้นเอง”

ทีฆนขปริพาชกพูดอีกว่า “ข้าพเจ้าไม่เชื่อทฤษฎีใดๆ”

พระพุทธองค์ตรัสว่า “การที่เธอไม่เชื่อทฤษฎีใดๆ นั่นแหละเป็นความเชื่อของเธอล่ะ”

ได้ยินดังนั้น ทีฆนขปริพาชกสะดุดถึงกับนั่งลง อาการหยิ่งผยองค่อยๆ หายไป พระพุทธองค์จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาที่เรียกว่า “เวทนาปริคคหสูตร” (พระสูตรว่าด้วยการกำหนดเวทนา) ให้ฟัง

“พระสารีบุตร” นั่งเบื้องพระปฤษฎางค์ (เบื้องหลัง) ถวายงานพัดพระพุทธองค์อยู่ แล้วเงี่ยโสตสดับกระแสพระธรรมเทศนาไปด้วย เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมจบ ทีฆนขปริพาชก นักบวชเล็บยาว หลานของท่านก็ได้บรรลุโสดาบัน แต่ตัวท่านพระสารีบุตรได้บรรลุพระอรหัต เป็นพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสาสวะโดยสิ้นเชิง

เนื่องจากการบรรลุธรรมขั้นสูงสุดของ “พระสารีบุตร” เกิดขึ้นในวันเพ็ญมาฆปุณณมี หรือวันเพ็ญเดือน ๓ ณ ถ้ำสุกรขาตา เชิงเขาคิชฌกูฏ ดังนั้น “วันมาฆบูชา” จึงถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเพราะเป็นวันที่บุคคลสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา พระธรรมเสนาบดีประสบความสำเร็จในธรรมขั้นสูงสุด รวมทั้งเป็นวันเดียวกับวันประชุมกันเป็นพิเศษแห่งพระอรหันตสาวกจำนวน ๑,๒๕๐ รูป โดยมิได้มีการนัดหมาย ณ วัดพระเวฬุวัน (วัดเวฬุวันมหาวิหาร) นั้นเอง


เมื่อโปรดพระสารีบุตร และทีฆนขปริพาชก นักบวชเล็บยาวแล้ว พระพุทธองค์ทรงเสด็จกลับวัดพระเวฬุวัน (วัดเวฬุวันมหาวิหาร) ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ สร้างถวายให้เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์และภิกษุสงฆ์ พร้อมกับพระสารีบุตรซึ่งบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว

ในค่ำคืนของวันนั้น
(๑) เป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
หรือเดือน ๔ ในปีที่มีอธิกมาส [คือมีเดือน ๘ สองหน]

(๒) พระสงฆ์สาวกจำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกัน
ที่วัดพระเวฬุวัน (วัดเวฬุวันมหาวิหาร) โดยมิได้นัดหมาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนเข้าพรรษาที่ ๒ หลักจากตรัสรู้แล้ว ๙ เดือน

(๓) พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ ผู้ทรงอภิญญา ๖
คือ หูทิพย์ ตาทิพย์ ระลึกชาติได้ แสดงฤทธิ์ได้
ล่วงรู้วาระจิตของผู้อื่น และทำอาสวะกิเลสให้สิ้นไป

(๔) พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็น “เอหิภิกขุ”
ผู้ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ทรงเห็นปรากฏการณ์พิเศษนี้ จึงทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์”
(คำสอนที่เป็นหัวใจหรือแก่นของพระพุทธศาสนา) แก่ที่ประชุมสงฆ์
นับเป็นที่ประชุมอันประกอบด้วยเหตุการณ์อัศจรรย์
ที่มาบรรจบกัน ๔ ประการ จึงเรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต”


ผู้ที่มาเติมเต็มความสมบูรณ์ของกองทัพธรรม ก็คือ “พระสารีบุตร” ซึ่งเมื่อท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ถือได้ว่า “พระธรรมเสนาบดี” ได้บังเกิดขึ้น ดุจขุนพลแก้วบังเกิดแล้วแก่พระเจ้าจักรพรรดิ โดยท่านจะเป็นหัวเรือใหญ่รับสนองนโยบายภารกิจนี้โดยตรง พระพุทธองค์จึงทรงทำการประชุมมหาสาวกสันนิบาตทันทีในวันเดียวกันนั้นเอง โดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า เพราะทรงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่กองทัพธรรมจะต้องเร่งรุดขยายให้ได้กว้างไกลที่สุด ฉะนั้น จำต้องมีทิศทางและยุทธศาสตร์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงได้ทรงประทาน “โอวาทปาติโมกข์” เพื่อไว้ใช้เป็นแม่บทในการประกาศพระศาสนา

รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
ในคราวเสด็จไปนมัสการสังเวชนียสถาน ณ ประเทศอินเดีย
ทรงสวดมนต์เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ด้านหน้าถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์


รูปภาพ

รูปภาพ

ที่มา >>> :b39: พุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
: สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

:b8: ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ ::
http://www.painaima.com/webboard/viewTopic.php?id=1129

:b47: :: วัดเวฬุวันมหาวิหาร (วัดพระเวฬุวัน)
วัดแห่งแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=44846

:b47: :: รวมกระทู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ “วันมาฆบูชา”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=45501

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 04 มี.ค. 2012, 17:22 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)” ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราช

:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาบุญด้วยครับ คุณสาวิกาน้อย

:b8: :b8: :b8:


เจ้าของ:  Supatorn [ 05 มี.ค. 2012, 09:37 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)” ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราช

อนุโมทนาสาธุๆๆค่ะ ท่านสาวิกาน้อย :b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  McArowana [ 28 มี.ค. 2012, 13:49 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)” ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราช

:b53: :b53: :b53:

เจ้าของ:  bluebird [ 23 เม.ย. 2012, 12:01 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: “ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)” ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราช

:b46: :b8: :b8: :b8: :b53:

เจ้าของ:  ลูกหว้า [ 10 ก.พ. 2016, 14:39 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤ

Kiss

เจ้าของ:  อุบาสกน้อย [ 18 ก.พ. 2018, 10:48 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤ

ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  Duangtip [ 10 ม.ค. 2019, 10:26 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤ

:b39: :b44: อัศจรรย์แห่งธรรมดีแท้
ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  AAAA [ 27 ม.ค. 2019, 09:22 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ณ เชิงเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤ

4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/