วันเวลาปัจจุบัน 24 พ.ย. 2020, 10:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มิ.ย. 2009, 21:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


ประวัติและที่มาของวัดป่าเจริญธรรม ...วัดป่าเจริญธรรมนี้ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 แรกเริ่มเป็นวัดมหานิกาย มอบให้วัดปาลิไลยวัน (วัดเขาฉลาก) อ.ศรีราชา ของพระครูวิสุทธิสังวร ( หลวงพ่อใช่ สุชีโว ) ซึ่งภายใน 2 ปี หลวงพ่อใช่ท่านได้ส่งพระมาอยู่หลายชุด แต่ก็อยู่กันไม่ค่อยได้ วัดนี้จึงค่อยข้างเงียบ ในระยะเวลา 2 ปี จึงมีพระเข้ามาอยู่ ถึง 8 ชุด ทั้งที่ส่งมาจากวัดเขาฉลากและส่งมาจากทางเจ้าคณะตำบล จนมาถึงคณะสงฆ์ชุดที่ 9 คือคณะของพระปลัดชานนท์ ชยนนฺโท ได้เข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2548 จากการนิมนต์ของเจ้าอาวาสคณะสงฆ์ชุดที่ 8

...เดิมที พระครูปลัดชานนท์ ท่านจำพรรษาอยู่รูปเดียวเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ต่อมาปีที่ 2 จึงมีหมู่คณะมาจำพรรษาอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้มีพระที่ประจำอยู่ที่วัดป่าเจริญธรรมจำนวน 6 รูป สามเณร 1 รูป พร้อมทั้งมีแม่ชีและอุบาสิกาอยู่ประจำ 3 คน

...ที่ดินของวัดนั้นแต่เดิมมีอยู่ 30 ไร่ โดยการถวายของโยมไจ้ ถวายให้กับเจ้าอาวาสรูปก่อนหน้านี้ พอพระปลัดชานนท์ ชยนนฺโท เข้ามาอยู่ โยมสมชาย ซึ่งมีที่ดินติดกับโยมไจ้ เกิดศรัทธาจึงถวายที่ดินทั้งหมด 75 ไร่ ให้กับทางวัด ระยะเวลาผ่านมาน้องสาวของโยมไจ้เกิดศรัทธาได้ซื้อที่ดินถวายอีก 21 ไร่ ที่ดินของวัด ณ....เวลาปัจจุบันนี้ จึงรวมทั้งสิ้นประมาณ 126 ไร่ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

สภาพความเป็นอยู่ภายในวัดป่าเจริญธรรม

...เนื่องจากปฏิปทาของพระสายกรรมฐาน จะอยู่กันแบบเรียบง่าย อยู่กันแบบพระป่า พระวัดป่าเจริญธรรมจึงเจริญตามรอยปฏิปทาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ ครูบาอาจารย์ใหญ่สายกรรมฐาน นั่นคือพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต .....ข้อวัตรปฏิบัติของที่นี่จึงเริ่มตั้งแต่ตื่นแต่เช้า เพื่อออกบิณฑบาตร แต่เดิมตอนพระอาจารย์ชานนท์ท่านประจำอยู่รูปเดียว ท่านก็จะออกบิณฑบาตรตามหมู่บ้านซึ่งมีอยู่โดยรอบ 7 - 8 หลังคาเรือน ซึ่งก็เพียงพอที่จะอยู่ได้ แต่ต่อมามีหมู่คณะมาอยู่ด้วย การไปบิณฑบาตรแรกๆ อาหารไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเอารถเข้าไปบิณฑบาตรที่ ตัวอำเภอบ่อทอง ซึ่งมีระยะห่างจากวัด 22 กิโลเมตร ญาติโยมในตลาดที่เค้าศรัทธาในพระป่าเค้าก็จะใส่บาตรกันอยู่เป็นประจำ ทางวัดก็จะไปทุกวัน แม้วันพระก็ไม่เว้น

....การฉันอาหารของที่นี่ก็เป็นแบบมื้อเดียว ตามรอยพระศาสดาและพระป่าสายกรรมฐาน แต่ทั้งนี้แล้วแต่ผู้มาปฏิบัติธรรม ว่าใครจะทำได้ได้แค่ไหน ถ้าถือศีล ๕ ก็ว่าไปตามนั่น ศีล ๘ ก็ว่าไปตามนั้นเช่นกัน พระที่วัดนี้จะกลับจากการบิณฑบาตรถึงวัดประมาณ 7.30 น. จัดสำรับ 8.00 น. และเริ่มฉัน 8.30 น. ช่วงบ่ายก็จะมาฉันน้ำปานะกันที่โรงทาน แล้วที่เหลือก็เร่งภาวนาทำความเพียร การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จึงเรียบง่ายมาก ถ้าในพรรษาก็จะมีการรวมกันทำวัตรสวดมนต์ที่หอพระกันทุกวันพระ และทำความเพียรกันตามปกติ แต่นอกพรรษาจะใช้ชีวิตอย่างอิสระ ตามธรรมชาติ จุดประสงค์คือ เน้นการทำความเพียรเป็นหลัก อยู่กับกายใจของตนเองให้มาก คือใครอยากจะทำวัตร สวดมนต์ก็สวดอยู่ในกุฏิของตนเองได้ ใครอยากนั่งสมาธิ เดินจงกรม ภายในบริเวณวัดที่ไหนก็ได้ ขึ้นไปเที่ยวทำความเพียรบนภูเขาก็ได้ ไม่มีการบังคับ อยู่กันแบบเรียบง่าย........เรื่องกิจการงานก่อสร้างต่างๆ พระอาจารย์ชานนท์จะไม่ให้พระลูกวัดไปยุ่งเด็ดขาด ให้เน้นทำความเพียร เร่งภาวนาเป็นหลัก กิจกรรมต่างๆของวัดก็จะน้อยลง

สภาพภูมิอากาศภายในวัดป่าเจริญธรรม

หน้าร้อน เนื่องจากตัววัดอยู่ในภูเขา เป็นเนินเขาที่ราบสูง ป่าไม้ปกคลุมพอสมควร
หน้าร้อนก็จะร้อนไม่มาก เพราะได้รับความชื้นจากสภาพแวดล้อมที่เป็นป่า
โปร่ง อากาศจึงเย็นสบาย

หน้าหนาว หน้าหนาวก็ไม่หนาวจัดจนเกินไป ป่าไม้ปกคลุมอยู่พอสมควรแต่ไม่ถึงกับ
รกครึ้ม

หน้าฝน ส่วนหน้าฝนนั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องของน้ำขังบ้าง แต่ไม่ถึงกับท่วม เพราะ
เป็นเนินเขาน้ำพัดพาลงสู่บริเวณที่ต่ำทั้งหมด

น้ำประปากับไฟฟ้า ภายในวัดป่าเจริญธรรม

....น้ำประปา แต่เดิมแรกเริ่มจะขุดบ่อปูนเก็บกักน้ำไว้ใช้ เวลาหน้าแล้งน้ำจะไม่พอใช้ และน้ำจะออกสีแดง เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2552 จึงได้ทำการขุดสระน้ำเล็กๆขึ้นมาสระหนึ่งจึงพอที่จะอยู่ได้อย่างสะดวก และต่อมาทาง อบต.ได้มีงบจัดการขุดสระน้ำให้อีกสระหนึ่งซึ่งใหญ่พอสมควร เพิ่มขึ้นเป็นสองสระ ...น้ำใช้ในตอนนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นัก

...ไฟฟ้า ในเริ่องของไฟฟ้านี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ไม่ค่อยพอใช้กับทางวัดเท่าไหร่นัก เนื่องจากพัฒนาเป็นวัดได้ไม่กี่ปี และวัดเองยังไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าไหร่นัก จะมีปัญหาเรื่องไฟตกบ่อยๆ เวลาใช้อะไรมากๆเช่นการไรท์ซีดีเผยแผ่ธรรมมะ มากๆไฟก็จะดับ หรือตู้เย็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ บางทีเพิ่งซื้อมาใหม่ก็จะเสียง่าย .......อันนี้เป็นปัญหาที่อยากจะให้ผู้เข้ามาชมเว็บไซต์เมตตาให้ความช่วยเหลือเวลาไปวัด ขอกำลังบริจาคสักเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นนี้ ( คณะผู้จัดทำเว็บไซต์ขออนุโมทนาสาธุการ )

หมู่อาคารในวัดป่าเจริญธรรมและการวางแผนพัฒนาในอนาคต

.....พระอาจารย์ชานนท์ท่านตั้งใจจะให้วัดป่าเจริญธรรมเป็นศูนย์รวมในการเผยแผ่พระธรรมคำสอน ในการปฏิบัติทั้งด้านสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน แก่ชาวบ้านที่อยู่ใน อ.บ่อทอง และในจังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้ที่สนใจที่อยากจะเข้ามาปฏิบัติธรรม ทั้งอุบาสก อุบาสิกา และพระสงฆ์ ซึ่งสถานที่ก็มีอยู่พร้อม พอที่จะรองรับผู้คนได้พอสมควร ทั้งสงบ มีความเป็นสัปปายะ เหมาะแก่การเจริญภาวนา ส่วนเรื่องการขยายวัดและอาคารต่างๆ ก็สร้างให้พอเหมาะพอดีกับเหตุและปัจจัย แต่ตัวพระอาจารย์เองก็มิได้บอกบุญใคร ใครมีศรัทธาจะบริจาคหรือสร้างถวายก็ยินดี ซึ่งตอนนี้ก็มีโยมผู้มีศรัทธาร่วมสร้างกุฏิให้หลายหลัง ประมาณ 5 - 6 หลัง เพื่อให้ผู้สนใจทั้งพระ และ โยม ได้เข้ามาใช้ทำความเพียรภาวนา

......หมู่อาคารในวัดป่าเจริญธรรมหลักๆ ที่มีในตอนนี้คือ

1. ศาลาปฏิบัติธรรม (หอพระ)

2. โรงครัว โรงอาหาร

3. เรือนรับรอง พระ และ พระอาคันตุกะ

4. หมู่กุฏิสงฆ์ เขตสงฆ์

5. หมู่กุฏิอุบาสก เขตผู้ชาย

6. หมู่กุฏิอุบาสิกา เขตชีและเขตผู้หญิง ( เดิม 3 หลัง ใหญ่ สร้างใหม่อีก 2 หลัง )


....สัตว์ป่าบริเวณวัดไม่มีสัตว์ที่มีอันตราย เนื่องจากไม่ใช่ป่าที่รกครึ้ม บนเขาก็ไม่ใช่ป่ารกครึ้ม สามารถเดินขึ้นได้โดยไม่มีอันตราย สัตว์ป่าบางประเภทเช่น เม่น และ หมูป่า ก็ตัวเล็กๆ ไม่ทำอันตรายเหล่าผู้ไปปฏิบัติภาวนา งูจงอางก็มีอยู่แต่เค้าไม่มายุ่งกับผู้ปฏิบัติ วัดนี้อยู่มาหลายปี ไม่เคยมีใครได้รับอันตรายจากสัตว์ร้าย (ในวัดมีสุนัขอยู่ 3 ตัว เชื่อง น่ารัก ถ้ากลัวก็ให้มันไปเป็นเพื่อนได้ )

....ถ้าผู้ปฏิบัติมาเป็นหมู่คณะประมาณ 15 - 20 คน ทางวัดมีที่รองรับได้อย่างสบาย แต่ถ้ามากันเยอะมาก ช่วงแรกๆนี้ สถานที่ต้อนรับให้สะดวกสบายคงยังไม่พอ แต่ทางวัดไม่จำกัดการอยู่ มาได้ทุกวัน และอยู่กี่วันก็ได้
......แต่ส่วนใหญ่ มาอยู่ไม่กี่วันก็เข้าใจและมีแนวทางที่จะไปปฏิบัติ
ต่อที่บ้านกันได้แล้ว.....


สถานพยาบาลบริเวณใกล้เคียงวัดป่าเจริญธรรมเมื่อเจ็บป่วย

1. โรงพยาบาลอำเภอบ่อทอง เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ อยู่ห่างจากวัด 22 กิโลเมตร

2. สถานีอนามัยธรรมรัตน์ บ้านอ่างกระพงศ์ อยู่ห่างจากวัดประมาณ 3 - 4 กิโลเมตร




ที่มาจากเว็บไซด์ http://www.watpachareongtham-chonburi.c ... art=300661

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร