วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 17:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2014, 12:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1614

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ :b8: :b8: :b8:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=20827



กราบเบญจางคประดิษฐ์ : การกราบอันเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมต่อพระรัตนตรัย

การกราบพระนั้น หากทำด้วยใจที่ประณีตและเคารพนบน้อมสูงสุดแล้ว
สามารถสร้างพลังในทางกุศลและความสว่างในใจของเราได้มากกว่าที่คิดยิ่งนัก

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ “มีชีวิตที่คิดไม่ถึง” คงจะพอจำที่คุณดังตฤณเคยเขียนได้ว่า
การกราบพระปฏิมานั้น เรียกได้ว่าเป็น “โบนัส” ของเกมกรรมที่ทำแต้มบวกกันได้ง่าย ๆ เลย

การกราบไหว้นั้น ถือเป็นการน้อมกายน้อมใจลงสู่อาการเคารพสูงสุด ซึ่งก็หมายความว่า
การกราบแต่ละครั้ง ถ้าเราทำด้วยใจจริงแล้ว ใจเราจะไม่มีมานะ ไม่มีความถือตัวถือตน

เคยอ่านผ่านตาในหนังสืออีกเล่มหนึ่งของคุณดังตฤณแล้วจำได้ติดใจว่า…
จุดที่หน้าผากจรดลงแทบพื้น นั่นคือ จุดที่ทิฏฐิมานะลดลงเหลือศูนย์

ได้อ่านที่คุณดังตฤณแจกแจงแล้ว จึงเข้าใจยิ่งขึ้นว่า
การที่เรายอมลงใจกราบใครได้ นั่นก็คือการยอมรับว่ามีใครบางคนเหนือกว่าเรา
มีพระคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของเรา และในขณะที่เราแสดงความเคารพสูงสุดนั้นเอง
นอกจากจิตจะเป็นมหากุศลด้วยความรู้คุณ แล้ว
ยังเปิดรับกระแสความศักดิ์สิทธิ์เข้ามาเป็นส่วนประกอบของรัศมีจิตอีกด้วย
คือ กายยิ่งค้อมลงต่ำต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงใด ใจก็ยิ่งผ่องแผ้วไร้มลทินมากขึ้นเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบุคคลที่เรากราบ คือ “ครูที่รู้จริงที่สุดในโลก”
ก็แปลว่าใจเรายอมรับบุคคลเช่นนี้ไว้เป็นครู และนั่นก็จะเป็นหลักประกันว่า
แม้ตายแล้วจะต้องเกิดใหม่อีกกี่ครั้ง เราก็จะได้พบกับครูที่ดีที่สุดเช่นนี้อีกจนได้
ซึ่งบรมครูผู้รู้จริงผู้นั้น ก็หมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง

คงน่าเสียดาย ถ้าองค์พระอยู่ต่อหน้า แต่เรากราบเป็นแต่เพียงกิริยา
แต่ข้างในจิตใจกลับแห้งแล้ง กราบแบบฉาบฉวย ไม่มีความประณีตนุ่มนวล
และเพียงกราบตาม ๆ กันไป โดยไม่ทราบความหมายของการกราบอย่างแท้จริง

การรู้อยู่ก่อนว่า บุคคลที่เรากราบนั้น ทำประโยชน์กับโลกไว้เพียงใด จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ยิ่งเราได้ประโยชน์จากคำสอนของท่าน ได้มีชีวิตที่พลิกผันไปในทางที่ดีขึ้นเจริญขึ้นเท่าไหร่
การกราบนั้น ก็จะยิ่งเป็นการกราบออกมาจากใจที่เคารพนอบน้อมอย่างแท้จริง
ด้วยกิริยาทางกายที่ประณีตงดงาม สอดคล้องกับความรู้สึกอันผ่องแผ้วภายในมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีการอภิวาทเช่นนี้เป็นนิสัย ยังมีผลให้เป็นผู้ที่ได้ไปเกิดในตระกูลสูง
มีความสุข ใจไม่เร่าร้อนฟุ้งซ่านด้วยความกระด้าง และเป็นผู้ที่ไม่ถูกข่มเหงโดยง่ายอีกด้วย

สิ่งที่คุณดังตฤณได้เขียนย้ำไว้สำหรับการกราบพระปฏิมาทุกครั้งก็คือ
“ขอให้จำคำสำคัญนี้ไว้ดี ๆ ว่า ใจต้องนอบน้อมเคารพ
ตัววัดง่าย ๆ คือกราบแล้วเกิดความรู้สึกว่าตัวคุณเล็กลง จิตใจอ่อนโยนเยือกเย็น หรือกระทั่ง
เกิดความซาบซึ้งโสมนัสแบบไม่แกล้ง นั่นแหละผลของการกราบด้วยความนอบน้อมเคารพ...”
ขั้นตอนการกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์

ขั้นตอนการกราบมีทั้งหมด ๓ ขั้นตอนหลัก คือ
อัญชลี : การพนมมือไว้ระหว่างอก
วันทา : การพนมมือจรดศีรษะ
อภิวาท : การก้มลงกราบ

มีที่แตกต่างกัน ๒ แบบ คือ
สำหรับผู้ชาย เรียกว่า ท่าเทพบุตร
ผู้หญิง เรียกว่า ท่าเทพธิดา

:b8: ขั้นตอนที่ ๑ ท่านั่ง :b8:

ท่านชาย
๑. นั่งชันเข่า
๒. ระหว่างเข่าห่างประมาณ ๑ ฝ่ามือ
๓. นั่งหลังตรง

ท่านหญิง
๑. นั่งคุกเข่าราบ
๒. ระหว่างเข่าห่างประมาณ ๑ ฝ่ามือ
๓. นั่งหลังตรง

:b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42:


:b8: ขั้นตอนที่ ๒ ท่าอัญชลี :b8:

ท่านชาย และท่านหญิง
๑. นำมือทั้ง ๒ มาพนมบริเวณหน้าอก ทำมุมเฉียง ๔๕ องศา
๒. มือทั้ง ๒ ข้าง อูมเพียงเล็กน้อย ไม่มากจนดูกลม หรือ แฟบจนดูแบน เป็นสัญลักษณ์ของดอกบัวที่ใช้บูชาพระ
๓. นิ้วทั้ง ๕ เรียงชิดติดกัน

:b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42:


:b8: ขั้นตอนที่ ๓ วันทา :b8:

ท่านชายและท่านหญิง
๑. นำมือจรดศีรษะโดย นิ้วชี้จรดประมาณจอนผม นิ้วโป้งจรดประมาณหัวคิ้ว
๒. ถ้าเป็นฝ่ายชายตั้งตรง ฝ่ายหญิงค้อมคอลงเล็กน้อยพอประมาณ
๓. จังหวะที่ใช้ท่าวันทานี้ หากใช้ขณะสวดมนต์ จะรอจนจบบทนั้น ๆ เสร็จก่อนจึงค่อยวันทา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ สวดมนต์บูชาพระก็จะรอจนจบ “พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ” ก่อน จึงค่อยวันทา แล้วเข้่าสู่ขั้นตอนที่ ๔ ต่อไป

:b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42:


:b8: ขั้นตอนที่ ๔ อภิวาท :b8:

ท่านชายและท่านหญิง
๑. กราบโดยอวัยวะทั้ง ๕ ส่วนสัมผัสกับพื้นได้แก่ ฝ่ามือทั้ง ๒ ข้อศอก ๒ หน้าผาก ๑
๒. ความห่างระหว่างฝ่ามือทั้ง ๒ เท่ากับความกว้างของบริเวณหน้าผาก ไม่กว้าง หรือไม่แคบจนเกินไป

ท่านชาย ข้อศอกต่อเข่า
ท่านหญิง ข้อศอกแนบเข่า

๓. อยู่ในท่าค้างนับประมาณ ๓ วินาที จึงค่อยขึ้นมาอยู่ในท่าอัญชลีเหมือนเดิม
๔. เมื่อกราบครบ ๓ ครั้ง จึงค่อยค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วจบด้วยท่าวันทา ถือเป็นการเสร็จแบบอย่างการกราบที่สมบูรณ์

:b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42: :b42:


:b42: :b42: :b42: ข้อควรทราบ :b8: :b8: :b8:

๑. ในขณะที่อยู่ในพิธีกรรมซึ่งเป็นการประชุมสงฆ์จำนวนมาก พระภิกษุทุกรูปต้องมีความพร้อมเพรียงกันในการกราบ เพื่อให้เป็นต้นแบบและเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของสาธุชน ถือได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของหมู่คณะ ในการกราบให้มีความพร้อมเพรียงกันได้นั้น พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณได้เมตตาแนะนำไว้ว่า ให้ “ลืมตากราบ” “สังเกตจังหวะการกราบ” ของพระภิกษุรูปข้าง ๆ และ “กราบตามการให้สัญญาณของพิธีกร” “ไม่ควรหลับตากราบ” เพราะจะเป็นเหตุแห่งการกราบไม่พร้อมเพรียงกัน

๒. การกราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง มีจุดมุ่งหมายว่า
ครั้งที่ ๑ เป็นการระลึกถึงคุณของพระพุทธ
ครั้งที่ ๒ เป็นการระลึกถึงคุณของพระธรรม
ครั้งที่ ๓ เป็นการระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ เรียกว่า ยิ่งกราบยิ่งมีปัญญา

การกราบพระ จึงเป็นมากกว่าการเป็นแต่เพียงกิริยาทางพิธี สามารถเปลี่ยนใจอันฟุ้งซ่าน
ให้สงบเยือกเย็นลงได้ และมีใจอันพร้อมที่จะน้อมรับธรรมอันตรงจากพระพุทธเจ้า
ยิ่งถ้าเราเป็นผู้ไม่ละเลยคำสอนของท่าน เพียรปฏิบัติตนตามทางที่ท่านชี้แนะ
จนได้ผลเป็นทุกข์ที่น้อยลง ประจักษ์แจ้งแก่ตนเองได้จริงด้วยแล้ว
เราจะรู้สึกอยากกราบท่านออกมาจากใจอันเคารพนบน้อมเหนือเศียรเกล้าเลยทีเดียว

ดังนั้น เมื่อรู้อย่างนี้ ทุกครั้งที่มีโอกาสได้กราบพระ อย่าลืมกราบท่านออกมาจากภายในกันนะ คิดไว้ว่า
หนึ่งครั้งที่มีโอกาสได้กราบพระ คือหนึ่งโอกาสที่ได้เข้าเฝ้า และก้มกราบ
องค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้า อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์จริง ๆ
เป็นมงคลง่าย ๆ ที่เริ่มต้นได้จากห้องพระในบ้าน และทุกที่อันเป็นมงคลสถานตั้งแต่นี้เป็นต้นไป


:b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:


ขอบคุณที่มา :: http://www.santidham.com/Benjanka/Benjank.php

:b44: ♡✿(◕‿◕)✿♡ กราบอนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรและกัลยาณธรรมทุกท่าน ขอให้ท่านเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป เดชะพระกุศล จงมาบังเกิด สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล ให้เจริญรุ่งเรือง มีทรัพย์สินมหาศาล เป็นทานธาระณะ ทำการงานสำเร็จ มหัศจรรย์เหนือมนุษย์ทั้งปวง นะเจ้าค่ะ :b8: :b8: :b8: :b20: ♡✿(◕‿◕)✿♡

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร