ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

วิธีปฏิบัติเพื่อลดโทสะและราคะ (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=58194
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  น้องพลอย [ 24 ต.ค. 2019, 19:45 ]
หัวข้อกระทู้:  วิธีปฏิบัติเพื่อลดโทสะและราคะ (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)

วิธีปฏิบัติเพื่อลดโทสะและราคะ
วิสัชนาธรรมโดย...หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร


รูปภาพ

:b49: :b50: ปุจฉา (๑) :
โดยปกติผมเป็นคนใจร้อนมากๆ ชอบวู่วามและควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ แต่หลังจากที่ผมได้มาฟังหลวงปู่เทศน์และได้อ่านหนังสือที่หลวงปู่กรุณามอบไปให้แล้ว ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าใจเย็นขึ้น มีความสุขมากขึ้น แต่ผมคิดว่ายังไม่พอ ยังต้องเยือกเย็นและสุขุมกว่านี้อีก หลวงปู่กรุณาชี้แนะให้ผมด้วย

:b49: :b50: วิสัชนา (๑) :
เมื่ออ่านหนังสือแล้วใจเย็น มีความสุขมากขึ้น
แต่ก็ยังไม่พอเพราะเหตุว่ากิเลสของเรายังไม่ขาด
แต่เป็นเพียงปีติยินดีแล้วเกิดดับไป ณ ที่นั้นเอง
เพราะธรรมส่วนนี้มันอยู่ใต้อำนาจอนิจจังอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าที่ยังไม่เจอซักทีเลย
มันต้องอาศัยทำบ่อยๆ ให้เป็นข้อวัตร เดี๋ยวดีจะบวกดีขึ้นทวี
ผู้พ้นไปแล้วนั้นไม่ใช่ว่าจะทำครั้งเดียวแล้วพ้นจากกิเลสทั้งปวงไปเลย
เพราะอบรมบ่มนิสัยมาหลายภพจนนับไม่ไหวแล้วจึงพ้นไปได้
เรามาพูดเอาแต่เบื้องปลาย
ก็คล้ายกับว่าเพิ่งเกิดมาพบพระพุทธศาสนาในชาติปัจจุบันเท่านั้น
ไอ้ที่แท้มันมาพบพระพุทธศาสนาจนเกือบนับไม่ไหวแล้ว
พูดเท่านี้ก็คงรู้จักความหมายกันแล้ว

ในข้อที่ว่าชอบวู่วามนั้น มันเป็นคนมีปัญญาแล้ว
ถ้าหากว่ามันเห็นว่าไม่มีประโยชน์มันก็วางไปเอง
ถ้ามันเห็นว่ามีประโยชน์อยู่มันก็วางไม่ได้
แต่มันถึงกับจะฆ่าจะตีเขาได้หรือไม่ ข้อนี้เป็นส่วนตัวต้องรู้อีก
ถ้ามันหมายจะฆ่าจะตีเขาได้ก็ส่อแสดงให้เห็นว่ามันยังมีกิเลสมากอยู่
เราต้องพิจารณาตนอย่างนี้ ใครๆ ในโลกก็เหมือนกัน
ถ้าหากว่าเห็นว่า โลภ โกรธ หลง มันเป็นของอร่อยอยู่
มันก็ลดตำแหน่งไม่ได้ มันต้องสังเวยเป็นอาหารของกิเลส
สิ่งเหล่านี้มันจะขาดตัวไปได้ก็ต้องพระอรหันต์เท่านั้น



:b49: :b50: ปุจฉา (๒) :
เมื่อก่อนผมตั้งเป้ากำจัดความโกรธมากกว่าเพื่อน ตอนนี้ก็สมใจบ้างแล้ว (ตามที่เรียนรายงานหลวงปู่ข้างต้น) ต่อไปคงเป็นราคะทางเพศ เพราะออกมาเต้นมากกว่าเพื่อน อย่างนี้จริงไหมครับ

:b49: :b50: วิสัชนา (๒) :
เออ...เมื่อความโกรธเบาลงแล้ว ราคะก็เบาลงไปในตัวด้วย
ความหลงในชั้นนี้ก็เบาไปในตัวด้วย

คำว่าราคะเบา คือไม่สามารถล่วงละเมิดกามารมณ์
บุคคลที่มีผู้หวงแหน เว้นไว้แต่ภรรยาหรือสามีของตน
แม้ภรรยาหรือสามีของตน ถ้าเราหย่าร้างไปแล้วไปข่มขืนเขาที่เขาไม่พอใจ
ก็ขัดข้องในศีลข้อกาเมฯ ทั้งนั้น ไม่ใช่สุปฏิปันโน (โสดาบัน) อีกล่ะ

ที่ถามว่าราคะมันออกมาเต้นรำบ่อย ข้อนี้จริงเฉพาะผู้มีราคะเป็นเจ้าเรือน
ถ้าท่านผู้มีโทสะเป็นหัวหน้าเป็นเจ้าเรือนอยู่ในใจ
มันก็เอาโกรธออกมาเต้นระบำก่อนเพื่อนสำหรับคนนั้น
และถ้าหากว่าท่านผู้เป็นศรัทธาจริต มันก็เอาความเชื่อมาเต้นระบำออกหน้า
ส่วนความเชื่อนั้นจะแยบคายในสิ่งที่ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ
มันก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของแต่ละรายของท่านผู้นั้นๆ

ถ้าหากว่าท่านผู้เป็นพุทธจริต เมื่อได้ยินได้เห็นได้ฟังสิ่งใด
ความเข้าใจของท่านตามเป็นจริงมันก็เปิดหน้าฉากออกมาเต้นระบำ
และถ้าหากว่าเป็นโมหจริตก็เอาความหลงๆ ลืมๆ และไม่เข้าใจในเรื่องนั้นๆ ง่าย
ออกมาเต้นระบำก่อนอารมณ์ทั้งปวง เหล่านี้เป็นต้น

วิธีเจริญกรรมฐานเหล่านี้
ผู้มีราคะจริตออกมาบังคับก่อนให้เป็นไปตาม
ก็ต้องพิจารณาสิ่งที่เป็นของสกปรกโสมมสกลร่างกาย
พร้อมทั้งอาการ ๓๒ พร้อมด้วยซากศพทั้งปวง
อันใดอันหนึ่งที่เห็นชัดว่าเป็นปฏิกูลมาแก้ และบรรเทาในกิเลสพรรณนั้น
แล้วจึงพิจารณาไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาภายหลัง

ถ้าหากว่าศรัทธาจริต เชื่อง่ายก็เจริญอนุสติ ๑๐
นับแต่พุทธา, ธัมมา, สังฆา, สีลา, จาคา, เทวดา, กายคตา, อุปสมา
ที่ว่าอักษรย่อก็คงจะเข้าใจบ้าง...ที่อธิบายมานี้ก็พอสังเขปเท่านั้น
จะให้อธิบายมากก็จะกลายเป็นคัมภีร์วิสุทธิมรรคทั้งเล่มไป



คัดมาจาก...หนังสือ หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบปัญหาธรรมะ
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒๐, กันยายน ๒๕๕๓
:b8: :b8: :b8:

:b50: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=44660

:b50: รวมคำสอน “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38521

:b50: ประมวลภาพ “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต” วัดภูจ้อก้อ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=44375

เจ้าของ:  AAAA [ 14 พ.ย. 2019, 09:22 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: วิธีปฏิบัติเพื่อลดโทสะและราคะ (หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)

4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/