ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=34495
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 15:38 ]
หัวข้อกระทู้:  สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

ทั้งที่ความเป็นอนิจจัง ทุกข์ และอนัตตานี้เป็นลักษณะสามัญของสิ่งทั้งหลาย เป็นความจริงที่แสดงตัว

ของมันเองอยู่ตามธรรมดาตลอดทุกเวลา แต่คนทั่วไปก็มองไม่เห็น ทั้งนี้เพราะเป็นเหมือนมีสิ่งปิดบัง

คอยซ่อนคลุมไว้ ถ้าไม่มนสิการคือไม่ใส่ใจพิจารณาอย่างถูกต้อง ก็มองไม่เห็น

ไฟล์แนป:
DSC01694.jpg
DSC01694.jpg [ 44.92 KiB | เปิดดู 3515 ครั้ง ]

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 15:39 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

สิ่งที่เป็นเหมือนเครื่องปิดบังซ่อนคลุมเหล่านี้ คือ

1. สันตติ บังอนิจจลักษณะ

2. อิริยาบถ บังทุกขลักษณะ

3. ฆนะ บังอนัตตลักษณะ

สันตติ - ความสืบต่อ หรือ ความเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

อิริยาบถ-ความยักย้ายเคลื่อนไหวร่างกาย

ฆนะ- ความเป็นแท่ง เป็นก้อนเป็นชิ้น เป็นอัน เป็นมวล หรือเป็นหน่วยรวม

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 15:43 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

อธิบายข้อที่ 1 สันตติ บังอนิจจลักษณะ

1.ท่านกล่าวว่า เพราะมิได้มนสิการความเกิดและความดับหรือความเกิดขึ้นและความเสื่อมสิ้นไป

ก็ถูก สันตติ คือ ความสืบต่อ หรือ ความเป็นไปอย่างต่อเนื่องปิดบังไว้อนิจจลักษณะจึงไม่ปรากฏ


สิ่งทั้งหลายที่เรารู้เราเห็นนั้น ล้วนแต่มีความเกิดขึ้นและความแตกสลายอยู่ภายในตลอดเวลา แต่ความ

เกิด-ดับนั้นเป็นไปอย่างหนุนเนื่องติดต่อกันรวดเร็วมาก คือ เกิด-ดับ-เกิด-ดับ-เกิด-ดับ ฯลฯ

ความเป็นไปต่อเนื่องอย่างรวดเร็วยิ่งนั้น ทำให้เรามองเห็นเป็นว่า สิ่งนั้นคงที่ถาวร เป็นอย่างหนึ่งอย่าง

เดิม ไม่มีความเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างตัวเราเองหรือคนใกล้เคียงอยู่ด้วยกัน มองเห็นกันเสมือนว่า

เป็นอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานสังเกตดู หรือไม่เห็นกันนานๆ เมื่อพบกันอีกจึงรู้

ว่าได้มีความเปลี่ยนแปลง ไปแล้วจากเดิม แต่ความเป็นจริง ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอด

เวลาทีละน้อยและต่อเนื่องจนไม่เห็นช่องว่าง


ตัวอย่าง เปรียบเทียบพอให้เห็นง่ายขึ้น เช่น ใบพัดที่กำลังหมุนอยู่อย่างเร็วยิ่ง มองเห็นเป็นแผ่นกลม

แผ่นเดียวนิ่ง เมื่อทำให้หมุนช้าลง ก็เห็นเป็นใบพัดกำลังเคลื่อนไหวแยกเป็นใบๆ เมื่อจับหยุดมองดู

ก็เห็นชัดว่า เป็นใบพัดต่างหากกัน 2 ใบ 3 ใบ 4 ใบ หรือเหมือนคนเอามือจับก้านธูปที่จุดไฟติดอยู่แล้ว

แกว่งหมุนอย่างรวดเร็วเป็นวงกลม มองดูเหมือนเป็นไฟรูปวงกลม แต่ความจริงเป็นเพียงธูปก้านเดียว

ที่ทำให้เกิดรูปต่อเนื่องติดเป็นพืดไป หรือเหมือนหลอดไฟฟ้าที่ติดไฟอยู่สว่างจ้า มองเห็นเป็นดวง

ไฟที่สว่างคงที่ แต่ความจริงเป็นกระแสไฟฟ้าที่เกิด-ดับไหลเนื่องผ่านไปอย่างรวดเร็ว หรือเหมือน

มวลน้ำในแม่น้ำ ที่มองเห็นดูเป็นผืนหนึ่งผืนเดียว แต่ความจริงเป็นกระแสน้ำที่ไหลผ่านไปๆ เกิดจาก

น้ำหยดน้อยๆมากมายมารวมกันและไหลเนื่อง

สิ่งทั้งหลายเช่นดังตัวอย่างเหล่านี้ เมื่อใช้เครื่องมือหรือวิธีการที่ถูกต้องมากำหนดแยกมนสิการเห็น

ความเกิดขึ้นและความดับไป จึงจะประจักษ์ความไม่เที่ยงแท้ ไม่คงที่ เป็นอนิจจัง

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 15:48 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

อธิบายข้อที่ 2. อิริยาบถ บังทุกขลักษณะ

2. ท่านกล่าวว่า เพราะมิได้มนสิการความบีบคั้นกดดันที่มีอยู่ตลอดเวลา ก็ถูก อิริยาบถ คือความ

ยักย้ายเคลื่อนไหว ปิดบังไว้ ทุกขลักษณะจึงไม่ปรากฏ


ภาวะที่ทนอยู่มิได้ หรือภาวะที่คงสภาพเดิมอยู่มิได้ หรือ ภาวะที่ไม่อาจคงอยู่ในสภาพเดิมได้ ด้วยมี

แรงบีบคั้นกดดันขัดแย้งเร้าอยู่ภายในส่วนประกอบต่างๆนั้น จะถึงระดับที่ปรากฏแก่สายตาหรือความรู้สึก

ของคน มักจะต้องกินเวลาระยะหนึ่ง แต่ในระหว่างนั้น ถ้ามีการคืบเคลื่อน ยักย้าย หรือ ทำให้แปรรูปเป็น

อย่างอื่นไปเสียก่อนก็ดี สิ่งที่ถูกสังเกตเคลื่อนย้ายพ้นจากผู้สังเกตไปเสียก่อน หรือ ผู้สังเกตแยกพราก

จากสิ่งที่ถูกสังเกตไปเสียก่อน ก็ดีภาวะที่บีบคั้น กดดัน ขัดแย้งนั้น ไม่ทันปรากฏให้เห็น ปรากฏการณ์ ส่วน

ใหญ่มักเป็นเช่นนี้ ทุกขลักษณะ จึงไม่ปรากฏ


ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ ในร่างกายของมนุษย์นี้แหละไม่ต้องรอให้ถึงขั้นชีวิตแตกดับดอก แม้ในชีวิตประจำวัน

นี้เอง ความบีบคั้น กดดัน ขัดแย้งก็มีอยู่ตลอดเวลา ทั่วองคาพยพ จนทำให้มนุษย์ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยใน

ท่าเดียวได้ ถ้าเราอยู่หรือต้องอยู่ในท่าเดียวนานมากๆ เช่น ยืนอย่างเดียว นั่งอย่างเดียว เดินอย่าง

เดียว นอนอย่างเดียว

ความบีบคั้น กดดันตามสภาวะจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นๆจนถึงระดับที่เกิดเป็นความรู้สึกบีบคั้น กดดันที่คน

ทั่วไปเรียกว่าทุกข์ เช่น เจ็บ ปวด เมื่อยจนในที่สุดก็จะทนไม่ไหวและต้องยักย้ายเปลี่ยน ไปสู่ท่าอื่น

ที่เรียกว่าอิริยาบถอื่น เมื่อความบีบคั้น กดดัน อันเป็นทุกข์ตามสภาวะนั้นสิ้นสุดลง ความบีบคั้น กดดัน

ที่เรียกว่า ความรู้สึกทุกข์ (ทุกขเวทนา) ก็หายไปด้วย

(ในตอนที่ความรู้สึกทุกข์หายไปนี้ มักจะมีความรู้สึกสบาย ที่เรียกว่าความสุขเกิดขึ้นมาแทนด้วย แต่อันนี้

เป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น ว่าโดยสภาวะแล้ว มีแต่ความทุกข์หมดไปอย่างเดียว เข้าสู่ภาวะปราศจาก

ทุกข์)

ในความเป็นอยู่ประจำวันนั้น เมื่อเราอยู่ในท่าหนึ่ง หรืออิริยาบถหนึ่งนานๆ พอจะรู้สึกปวดเมื่อยเป็นทุกข์

เราก็ชิงเคลื่อนไหว เปลี่ยนไปสู่ท่าอื่นหรืออิริยาบถอื่นเสีย หรือเรามักจะเคลื่อนไหว เปลี่ยนท่า เปลี่ยน

อิริยาบถอยู่เสมอ จึงหนีรอด จากความรู้สึกทุกข์ไปได้ เมื่อไม่รู้สึกทุกข์ ก็เลยพลอยมองข้าม ไม่เห็น

ความทุกข์ที่เป็นความจริงตามสภาวะ ไปเสียด้วย ท่านจึงว่าอิริยาบถ บังทุกขลักษณะ

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 15:53 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

อธิบายข้อที่ 3. ฆนะ บังอนัตตลักษณะ

3. ท่านกล่าวว่า เพราะมิได้มนสิการความแยกย่อยออกเป็นธาตุต่างๆก็ถูกฆนะ คือความเป็นแท่ง

เป็นก้อนเป็นชิ้นเป็นอันเป็นมวลหรือเป็นหน่วยรวม ปิดบังไว้ อนัตตลักษณะจึงไม่ปรากฏ


สิ่งทั้งหลายที่เรียกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ล้วนเกิดจากเอาส่วนประกอบทั้งหลาย มารวบรวมปรุงแต่งขึ้น

เมื่อแยกย่อยส่วนประกอบเหล่านั้นออกไปแล้ว สิ่งที่เป็นหน่วยรวม ซึ่งเรียกว่าอย่างนั้นๆ ก็ไม่มี

โดยทั่วไป มนุษย์มองไม่เห็นความจริงข้อนี้ เพราะถูกฆนสัญญาคือความจำหมายหรือความสำคัญหมาย

เป็นหน่วยรวม คอยปิดบังไว้ เข้ากับคำกล่าวอย่างชาวบ้านว่า เห็นเสื้อ แต่ไม่เห็นผ้า เห็นแต่ตุ๊กตา

มองไม่เห็นเนื้อยาง คือ คนที่ไม่ได้คิดไม่ได้พิจารณา บางทีก็ถูกภาพตัวตนปิดบังตาหลอกไว้ ไม่ได้มอง

เห็นเนื้อผ้าที่ปรุงแต่งขึ้น เป็นรูปเสื้อนั้น ซึ่งว่าที่จริง ผ้านั้นเองก็ไม่มี มีแต่เส้นด้ายมากมายที่มาเรียงกัน

เข้าตามระเบียบ

ถ้าแยกด้ายทั้งหมดออกจากกัน ผ้านั้นเองก็ไม่มี หรือเด็กที่มองเห็นแต่รูปตุ๊กตา เพราะถูกภาพตัวตน

ของตุ๊กตาปิดบังหลอกตาไว้ ไม่ได้มองถึงเนื้อยาง ซึ่งเป็นสาระที่แท้จริงของตัวตุ๊กตานั้น เมื่อจับเอา

แต่ตัวจริง ก็มีแต่เนื้อยาง หามีตุ๊กตาไม่

แม้เนื้อยางนั้นเอง ก็เกิดจากส่วนผสมต่างๆ มาปรุงแต่งขึ้นต่อๆกันมา ฆนสัญญา ย่อมบังอนัตตลักษณะ

ไว้ในทำนองแห่งตัวอย่างง่ายๆ ที่ได้ยกมากล่าวไว้นี้

เมื่อใช้อุปกรณ์หรือวิธีการที่ถูกต้องมาวิเคราะห์มนสิการ เห็นความแยกย่อยออกเป็นส่วนประกอบต่างๆ

จึงจะประจักษ์ในความไม่ใช่ตัวตน มองเห็นว่า เป็นอนัตตา

เจ้าของ:  สวัสดีตอนเช้า [ 14 ก.ย. 2010, 15:54 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

สาธุ สาธุ สาธุ

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 14 ก.ย. 2010, 16:18 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

การพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ย่อมให้ผลเนื่องถึงกันหมด ดังนั้น การพิจารณาลักษณะทั้งสาม

จึงมีคุณค่าส่งถึงความหลุดพ้นได้ทั้งสิ้น แต่กระนั้น ตัวเด่นในการตัดสินชี้ขาดจะอยู่ที่ความรู้ความ

เข้าใจอนัตตา ดังจะเห็นได้จากพุทธพจน์ที่ว่า “พึงเจริญอนิจจสัญญา เพื่อถอนอัสมิมานะ. ดูกรเมฆิยะ

แท้จริง เมื่อมีอนิจจสัญญา อนัตตสัญญา จึงปราฏก ผู้มีอนัตตสัญญา- (หมายรู้ในสิ่งทั้งหลายว่าเป็น

อนัตตา) จะลุถึงภาวะที่ถอนเสียได้ซึ่งอัสมิมานะ- (ความยึดถือว่าเป็นตัวกู) เป็นนิพพานในปัจจุบันนี้

แหละ”

(ขุ.อุ.25/89/128)

ไฟล์แนป:
Buddha.jpg
Buddha.jpg [ 254.89 KiB | เปิดดู 3473 ครั้ง ]

เจ้าของ:  อนัตตาธรรม [ 18 ก.ย. 2010, 08:04 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

tongue
กระทู้นี้ ชุ่มเย็นดีนะครับทานกรัชกาย

อนุโมทนา

:b12: :b12: :b12: :b12: :b12: :b8:

ไฟล์แนป:
100_5411_resize.JPG
100_5411_resize.JPG [ 65.72 KiB | เปิดดู 3333 ครั้ง ]

เจ้าของ:  ทักทาย [ 18 ก.ย. 2010, 08:22 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

ขอเชิญเทศนาต่อได้ไหมค่ะท่านฯ :b8:

อนุโมทนาค่ะ :b8:

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 18 ก.ย. 2010, 13:23 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

อนัตตาธรรม เขียน:
กระทู้นี้ ชุ่มเย็นดีนะครับท่านกรัชกาย
อนุโมทนา


:b1: คุณอนัตตาธรรม พูดคล้ายๆกะว่า กระทู้ก่อนหน้าร้อนยังงั้นแหละ :b16: :b12:

เพิ่มความเย็นให้อีก

รูปภาพ

เทือกเขาหิมาลัย เกิดจากชนกันของขอบทวีปตรงส่วนที่เป็นแผ่นดิน ระหว่างอินเดียกับทวีปเอเชีย จนดันเปลือกโลกให้ดันตัวสูงขึ้นมา

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 18 ก.ย. 2010, 13:32 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

taktay เขียน:
ขอเชิญเทศนาต่อได้ไหมค่ะท่านฯ


จะไม่เทศน์ต่อแล้ว แต่จะให้พิจารณาความรู้สึกลึกๆ ระหว่างคนสองพวก คือ ผู้ตริตรึกข้อธรรมตามเหตุผลหรือที่ตนเคยได้ยินได้ฟังมา กับ ผู้ซึ่งรู้เห็นด้วยตนเองว่าแตกต่างกันยังไง ที่นี่ครับ

http://fws.cc/whatisnippana/index.php?t ... 61#msg4061

เจ้าของ:  กรัชกาย [ 19 ก.ย. 2010, 16:41 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

ความหมายอนิจจตา (อนิจจัง)

viewtopic.php?f=2&t=30194

ความหมายทุกขตา (ทุกข์)

viewtopic.php?f=2&t=30198

ความหมายอนัตตตา (อนัตตา)

viewtopic.php?f=2&t=30202

เจ้าของ:  อนัตตาธรรม [ 22 ก.ย. 2010, 20:37 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

tongue

กรัชกาย เขียน
คุณอนัตตาธรรม พูดคล้ายๆกะว่า กระทู้ก่อนหน้าร้อนยังงั้นแหละ

อนัตตาธรรมเขียน

ก็กระทู้นี้ไม่มีเงื่อน ไม่มีแง่ ให้ใครได้ ถกเถียง คัดค้าน หรือแซวได้เลยนี่ครับ จึงสงบเย็นดี
บางกระทู้ มีเรื่องให้สงสัย ให้ซัก ให้ค้าน ถกเถียงกันเยอะ

แต่บางทีเห็นในลานธรรมจักรดูเงียบเหงาเซาซบ ก็ต้องหาเรื่อง มาค่อนแคะ ดักคอใครบางคนที่ไฟลุกง่าย ให้ขุ่นมัว จะได้ฟังธรรมมะในแง่มุมแปลกๆเยอะ ได้ทดสอบผลการเจริญธรรมของคนหลายคนด้วย

แต่กับท่านกรัชกายผมมิกล้าทำนะครับ นมัสเต........... smiley
:b1: :b1: :b16: :b16: :b12: :b12: :b12: :b12: :b27: :b8:

ไฟล์แนป:
Resize of aa029.jpg
Resize of aa029.jpg [ 93.59 KiB | เปิดดู 3183 ครั้ง ]

เจ้าของ:  กบนอกกะลา [ 22 ก.ย. 2010, 21:20 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

:b32: :b32: :b32:
กลัว..คำถามรึงัย??
:b12:

เจ้าของ:  toichi [ 20 มี.ค. 2012, 22:51 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: สิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์

:b8: :b8: :b8: :b8: :b8:

หน้า 1 จากทั้งหมด 2 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/