ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=28232
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  กุหลาบสีชา [ 06 ม.ค. 2010, 23:28 ]
หัวข้อกระทู้:  โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

รูปภาพ

โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่
บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ. หนองคาย


โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ซึ่งจัดเป็นโลกุตตระล้วนๆ
ต้องขึ้นต้นที่ รูปนาม คือ กายอันเป็นโลกียะนี้ก่อน

ภาพ-นิมิตและความรู้ความเห็นต่างๆ อันเกิดจากฌาน
ย่อมเป็นอุปสรรคแก่ผู้มีตาข้างเดียว (คือเจริญฌานอยู่)
แต่เป็นเหตุให้เจริญปัญญาแก่ผู้มีตาสองข้าง
(คือเจริญสมาธิปัญญาเป็นเครื่องประกอบ)

ดาบและขวานแต่ละเล่ม
ทั้งสันและคมเขาทำไว้ใช้งานแต่ละอย่างต่างกัน
แต่บุคคลใช้งานไม่ถูกตามหน้าที่ของมัน
นอกจากไม่สำเร็จประโยชน์แล้ว
อาจเป็นอันตรายแก่งานหรือบุคคลผู้ใช้ก็ได้


วิปัสสนู และ วิปัสสนา ก็เกิดจากฐานอันเดียวกันนั่นเอง
เมื่อผู้ไม่มีปัญญาพิจารณาไม่ถูก ก็เป็นวิปัสสนูกิเลสไป
แต่เมื่อพิจารณาถูกโดยใช้โยนิโสมนสิการ
ก็กลายเป็นวิปัสสนาได้เป็นอย่างดี

โลกียะเมื่อพิจารณาให้รู้แจ้งเห็นเหตุ ตามเป็นจริงของโลกแล้ว
เห็นทางเบื่อหน่ายไม่หลงเข้าไปยึดถือติดอยู่ ก็กลายเป็นธรรมไป
แต่เมื่อหลงเข้าไปยึดถือติดแน่น ไม่ยอมปล่อยวางแล้ว
โลกนั้นไม่ใช่จะเป็นอยู่อย่างนั้นตลอดไปก็หาไม่


พรหมโลกอาจถอยลงมาเป็นเทวโลกก็ได้
เทวโลกอาจถอยลงมาเป็นมนุษยโลกก็ได้
มนุษยโลกอาจถอยลงมาเป็นอบายโลกก็ได้

ของเหลวๆย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด
จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็ย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ (คือความชั่ว)
ได้ง่ายฉันนั้น


การฝึกหัดอบรมภาวนากัมมัฏฐาน
ถึงแม้จะเป็นการปฏิวัติตนเองก็ตาม
แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมเสี่ยงชีวิต
อย่างน้อย ถ้าไม่สำเร็จต้องหวังเนรเทศตนเอง

ผู้ที่มิได้ตั้งปณิธานไว้อย่างนั้น
ต้องมีหวังเป็นทาสของเขา (คือกิเลส) ตลอดกาล...


:b8: :b8: :b8:

(คัดลอกบางตอนมาจาก : ประมวลแนวปฏิบัติธรรม ของ พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์
(หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) วัดหินหมากเป้ง จ. หนองคาย
, จัดพิมพ์โดยคณะศิษยานุศิษย์,
พ.ศ. ๒๕๒๐, หน้า ๑๐๕)

เจ้าของ:  มหาราชันย์ [ 07 ม.ค. 2010, 11:01 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ในกาลทุกเมื่อ
มีปัญญา มีใจตั้งมั่นดีแล้ว
ปรารภความเพียร มีตนส่งไปแล้ว
ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก
เขาเว้นขาดแล้วจากกามสัญญา
ล่วงรูปสัญโญชน์ได้
มีภพเป็นที่เพลิดเพลินสิ้นไปแล้ว
ย่อมไม่จมในห้วงน้ำลึก ฯ



เจริญในธรรมครับ

เจ้าของ:  มหาราชันย์ [ 07 ม.ค. 2010, 11:03 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

ตัณหาเป็นกระแสแห่งเหตุให้เกิดทุกข์
กระแสแห่งเหตุให้เกิดทุกข์เหล่าใดในโลก

สติ เป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น.
เรากล่าวธรรมเป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย
กระแสแห่งเหตุให้เกิดทุกข์เหล่านี้อันปัญญาย่อมปิดกั้นได้.



เจริญในธรรมครับ

เจ้าของ:  มหาราชันย์ [ 07 ม.ค. 2010, 11:07 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

[๑๗๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเราได้บอกแล้ว เราได้บอกแล้วว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

ก็เพราะเหตุไรเราจึงบอก... เพราะสิ่งนั้นประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ นิพพาน เพราะฉะนั้น เราจึงบอก

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์
ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา.



เจริญในธรรมครับ

เจ้าของ:  อโศกะ [ 07 ม.ค. 2010, 11:09 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

tongue

โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่
บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง
พระนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาจารย์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ. หนองคาย

โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ซึ่งจัดเป็นโลกุตตระล้วนๆ
ต้องขึ้นต้นที่ รูปนาม คือ กายอันเป็นโลกียะนี้ก่อน


สาธุ ๆ ๆ
:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  เช่นนั้น [ 10 ม.ค. 2010, 00:05 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

อ้างคำพูด:
โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง
โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ซึ่งจัดเป็นโลกุตตระล้วนๆ
ต้องขึ้นต้นที่ รูปนาม คือ กายอันเป็นโลกียะนี้ก่อน
ภาพ-นิมิตและความรู้ความเห็นต่างๆ อันเกิดจากฌาน
ย่อมเป็นอุปสรรคแก่ผู้มีตาข้างเดียว (คือเจริญฌานอยู่)
แต่เป็นเหตุให้เจริญปัญญาแก่ผู้มีตาสองข้าง
(คือเจริญสมาธิปัญญาเป็นเครื่องประกอบ)


เอกายนมรรค หรือ โพธิปักขิยธรรม 37 ซึ่งจัดเป็นสังขตธรรม เป็นมัคคปฏิปทา เพื่อบรรลุอสังขตธรรม

โลกุตตระธรรม อันเป็นเหตุย่อมเป็นบาทฐานเป็นรากฐาน แห่งโลกุตตรธรรมอันเป็นผล
โลกียธรรม อันเป็นเหตุย่อมเป็นบาทฐานเป็นรากฐาน แห่งโลกียธรรมอันเป็นผล

การเจริญธรรมอันเป็นโลกุตตระ ย่อมอาศัยวิราคะ (นิพพานอันเป็นเหตุ เป็นอารมณ์) ซึ่งยังอาศัยสังขตธรรม คือมัคคปฏิปทา เพื่อ บรรลุผลคือ วิมุติ (อสังขตะ หรือนิพพาน อันเป็นผล )

การขึ้นต้นที่ รูปนาม หรือกายอันเป็นโลกียะ จิตนั้นก็ยังถูกร้อยรัดด้วยสังโยชน์ สักกายะทิฏฐิย่อมมีได้ อารมณ์นิพพานย่อมไ้ม่อาจเกิดขึ้น

อนิจจะสัญญาในรูปนาม หรือทุกขสัญญาในรูปนาม หรือสุญญตสัญญาในรูปนาม ย่อมมีนิพพานเป็นอารมณ์ อารมณ์พระนิพพานคือความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ ย่อมมีได้

อนิมิตตสมาธิ อัปณิหิตตสมาธิ หรือสุญญตสมาธิ ย่อมอาศัยสัญญาเหล่านั้น โดยมีนิพพานเป็นอารมณ์

ปัญญาแห่งความหลุดพ้น คืออนิมิตตวิโมกข์ อัปณิหิตวิโมกข์ หรือสุญญตวิโมกข์ ย่อมถูกต้องวิมุติ หรือนิพพาน

เจ้าของ:  อนัตตาธรรม [ 15 ม.ค. 2010, 11:20 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: โลกุตตรธรรมทั้งหลายย่อมตั้งอยู่บนรากฐานแห่งโลกิยธรรมทั้งปวง

บัญญัติ ชี้ ปรมัตถ์

เพราะโลกียะ จึงเป็นเหตุให้ค้นหา โลกุตระ

เพราะโง่ จึงรู้จัก ฉลาด เพราะ ฉลาด จึงรู้จัก โง่

เพราะมืด จึงรู้จัก สว่าง เพราะสว่าง จึงรู้จัก มืด

ดอกบัวอันสวยงาม เกิดมาจาก โคลนตมอันสกปรก

ดูก่อนปัญจวัคคีย์ ทางสุดโต่ง 2 ทางที่เธอไม่พึงเดินคือ

การทรมาณตนเอง (เพราะไม่ใช้ปัญญา) --- ยึดมั่นเกินไป

การตามใจตนเอง (โดยไม่ใช้ปัญญา) ----ปล่อยตามใจเกินไป

เธอพึงเดินตามทางสายกลาง คือ มรรค มีองค์ 8 (อันประกอบด้วย ปัญญา ศีล วิริยะ สติ สมาธิ)


smiley

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/