ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

มวลพฤกษา....
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=17&t=25676
หน้า 1 จากทั้งหมด 8

เจ้าของ:  ป่าอ้อ [ 17 ก.ย. 2009, 20:56 ]
หัวข้อกระทู้:  มวลพฤกษา....

บัว

ดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความรู้สึก สงบ.. เย็น..
ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์แห่งความงดงาม ที่คอยแต่งแต้มให้โลกใบนี้มีสีสัน
ดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความงดงามล้ำค่ายิ่ง แม้จะไม่ฉูดฉาด สะดุดตา
ความงามของดอกบัวดูเพียงเผินๆสามารถมองหาความงามได้โดยง่ายดาย
ดอกบัว คือ ดอกไม้ที่คนไทย นำมาใช้บูชาพระ และผูกพันกับวิถีไทยมาช้านาน
โดยเฉพาะถวายเป็นพุทธบูชาให้กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาของพุทธศาสนา

แต่น้อยคนนักที่รับรู้ความจริงว่า ดอกบัวสายพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสายพันธุ์ไทยแท้
ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเต็มที หากไม่มีการอนุรักษ์รักษาไว้
โชคดีที่ในวันนี้ มีพิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี
เป็นแหล่งสำคัญรวบรวมพันธุ์บัว ปลูกรักษา ศึกษาการใช้ประโยชน์
และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุ์บัวทั้งไทยและต่าง ประเทศไว้

บัวมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหลายสี ชนิดพันธุ์ของบัวจำแนกสายพันธุ์ได้ดังนี้

1. ปทุมชาติ หรือ บัวหลวง ( Lotus ) จัดอยู่ในสกุล Nelumbo มีแหล่งกำเหนิดในทวีปเอเซีย มีไหลอยู่ใต้ดิน ใบมีขนาดใหญ่ ดอกมีทั้งดอกซ้อนและไม่ซ้อน ใบและดอกชูขึ้นเหนือน้ำ
ในประเทศไทยมีอยู่ 4 พันธ์
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
............บุณฑริก........ปทุม........บัวหลวงราชินี ( พันธุ์ใหม่ )..บัวหลวงสัตตบุษย์.....สัตตบงกช

2. อุบลชาติ ( Water-lily ) จัดอยู่ในสกุล Nymphaea มีแหล่งกำเหนิดในทวีปเอเซีย มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบลอยแตะผิวน้ำ รูปร่างใบมีหลายแบบ ก้านใบไม่มีหนาม กลีบดอกมีทั้งดอกซ้อน
แบ่งเป็น 2 ประเภท

2.1 อุบลชาติยืนต้น ( Hardy water-lily ) มีถิ่นกำเหนิดในเขตอบอุ่น และเขตหนาว หรือที่เรียกว่า บัวฝรั่ง มีเหง้าเลื้อยไปตามผิวดิน แตกหน่อง่าย ติดเมล็ดยาก พักตัวในฤดูหนาว ขอบใบเรียบ ดอกลอยแตะผิวน้ำหรือชูเหนือน้ำเล็กน้อย ดอกมีหลายสี กลีบดอกซ้อนสวยงามมาก มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามลักษณะดอก และสีตามที่ผู้พัฒนาพันธุ์คิดขึ้น ได้แก่
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
..........บัวฝรั่ง.............ซีรีอุส.............ฟาบิโอล่า..............ยิปซี่................มังคลอุบล ( มัง คะ ละ อุบล )

2.2 อุบลชาติล้มลุก ( Tropical water-lily ) มีถิ่นกำเหนิดในเขตร้อน ไม่พักตัวในฤดูหนาว มีเหง้าเจริญเติบโตในแนวดิ่ง ดอกมีหลายสี ใบลอยแตะผิวน้ำ ดอกชูขึ้นเหนือผิวน้ำ ขอบใบจักมน หรือ แหลม แบ่งออกเป็น 4 ชนิด

2.2.1 บัวผันและบัวเผื่อน ( บานกลางวัน ) รูปภาพดอกมีกลิ่นหอมมาก บานตอนเช้าหุบตอนเย็น ก้านและใบไม่มีขน ดอกมีหลายสี ติดเมล็ดง่าย ผสมพันธุ์ข้ามระหว่างสีต่างๆ ได้ง่ายทั้งโดยแมลงในธรรมชาติ และโดยฝีมือมนุษย์ บัวชนิดนี้จึงเกิดสีสันต่างๆ มากมาย เป็นที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก ราคาถูก ขยายพันธุ์ง่าย ดูแลง่าย ดอกก็หอมมาก สามารถหาซื้อได้ตามร้านต้นไม้ทั่วไป ราคากระถางละ 25-50 บาท ( ในกระถางพลาสติก 10" )

2.2.2 บัวสาย (บานกลางคืน) รูปภาพเป็นบัวที่ชาวบ้านนิยมเก็บสายบัวมาประกอบอาหาร บานตอนใกล้ค่ำและหุบตอนเช้า บางชนิดไม่หอม บางชนิดหอมอ่อนๆ บัวชนิดนี้มีก้านใบและก้านดอกยาวสามารถขึ้นอยู่ได้ในระดับน้ำลึกๆ ได้ พบเห็นได้ทั่วไปตามหนองบึงและในแหล่งน้ำธรรมชาติตามชนบท แตกกอง่ายและมีหัวอยู่ใต้ดิน ในฤดูแล้งที่น้ำแล้งก็โทรมไปแต่หัวยังฝังอยู่ในดิน เมื่อฤดูฝนมีน้ำมาก็จะแตกใบขึ้นมาใหม่เต็มหนองบึง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนเกิดสีสันและพันธุ์ใหม่ขึ้นมาอีกหลายชนิด และยังจะมีพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ เศวตอุบล หรือ โกมุท ชมพูซีลอน ปริมลาภ มิชซิสจีซีฮิทธ์คอด ธัญกาฬ สัตตบรรณ หรือ บัวแดง

2.2.3 จงกลนี รูปภาพเป็นบัวพันธุ์ใหม่ที่พบในธรรมชาติ คาดว่าเกิดจากการแปลงพันธุ์ในธรรมชาติ ใบเหมือนบัวตระกูลบัวผัน บัวเผื่อน แต่ดอกซ้อนเหมือนบัวฝรั่ง มีเหง้าใต้ดิน เหง้าเจริญในแนวดิ่ง ต้นอ่อนจะเกิดจากเหง้าใต้ดินเจริญเติบโตขึ้นมาจากโคนต้นแม่ ใบลอยลอยแตะผิวน้ำ ดอกลอยแตะผิวน้ำเล็กน้อย ก้อนใบก้านดอกยาวและอ่อนควรปลูกในที่ระดับน้ำลึก ดอกบานแล้วบานเลยจะไม่หุบจนกว่าจะโรยไป ประมาณ 3 วัน จงกลนีเป็นบัวที่มีกลีบดอกเยอะ แต่สีสันยังไม่สวยและที่กลีบดอกมีสีเขียวดูเปรอะ กลีบดอกเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ

3. บัวกระด้ง หรือ บัววิคตอเรีย รูปภาพ ( Royal water-lily, Victoria ) บัวใบใหญยักษ์ ขอบใบยกตัวขึ้นคล้ายกระด้ง ลอยบนผิวน้ำ ใบ ก้านใบ ก้านดอกมีหนามแหลมอยู่ทั่ว ดอกสีขาว และ สีชมพู ดอกมีกลิ่นหอมแรง บานตอนกลางคืนและหุบในตอนเช้า เป็นบัวที่ต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก และมีปัญหากอบัวหลุดลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ หากระดับน้ำที่ปลูกมีการเปลี่ยนขึ้นอย่างกระทันหัน

ขอบคุณรูปสวยๆ ของพี่ปลายฟ้า

รูปภาพ


ไฟล์แนป:
123-20061118084610.jpg
123-20061118084610.jpg [ 55.38 KiB | เปิดดู 21979 ครั้ง ]

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 17 ก.ย. 2009, 21:18 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุกับคุณป่าอ้อด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  jintana63 [ 18 ก.ย. 2009, 08:29 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

ขออนุโมทนาสาธุค่ะ คุณป่าอ้อ :b8:
สำหรับความรู้ดีๆเกี่ยวกับดอกบัว ชอบมากๆค่ะ :b12:
:b48: ธรรมะสวัสดีค่ะ :b48:

เจ้าของ:  เพลิง. [ 18 ก.ย. 2009, 21:45 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

ชอบ..ดอกบัว...ครับ..เนื้อหาเยอะดีนะ cool

เจ้าของ:  รินรส [ 22 ก.ย. 2009, 19:48 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ :b8:
ชอบดอกบัวเหมือนกันค่ะ :b16:

เจ้าของ:  คนข้างวัด [ 22 ก.ย. 2009, 20:08 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

อนุโมทนาครับ :b8:

เจ้าของ:  ลุงมะตูม [ 24 ก.ย. 2009, 16:21 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

ชอบนะ..ป่าอ้อ...หามาลงอีก... :b35: :b35:

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 24 ก.ย. 2009, 16:36 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

:b8: :b8: :b8:

เป็นห่วงลุงมะตูมจังเลยครับ

โดดไม่หยุด...คงเหนื่อย.. :b13: :b13: :b13:

:b8: :b8: :b8:

เจ้าของ:  ป่าอ้อ [ 30 ก.ย. 2009, 04:38 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

รูปภาพ

ราชินีแห่งไม้น้ำ

" บัวยังบาน ....กาลเวลาพาเปลี่ยนไป
อันใดฤาจะฝืนไว้ ...เห็นหรือไม่ในวงวัฏ--ฏสงสาร
สงบจิตสงบคำสว่างนาน...รำลึกคำพระธรรมขาน
จะชื่นบาน....จะอิ่มใจเหมือนใบบัว "

"บัว"ราชินีแห่งไม้น้ำ จัดเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ถือเป็นสัญญลักษณ์ของคุณงามความดี
บัวหลวงชอบขึ้นในน้ำจืดออกดอกตลอดปี ชอบน้ำสะอาด อยู่ในน้ำลึกพอสมควร
ถิ่นกำเนิดของบัวอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มบานตั้งแต่ตอนเช้า ก้านดอกยาวมีหนาม
เหมือนก้านใบชูดอกเหนือน้ำ และชูสูงกว่าใบเล็กน้อย กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ สีขาวอมเขียว
หรือสีเทาชมพู ร่วงง่ายกลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนหลายชั้น เกสรตัวผู้มีจำนวนหลายสี

บัว เป็นพืชน้ำล้มลุก ลักษณะลำต้นมีทั้งที่เป็นเหง้า ไหล หรือหัว
ใบเป็นใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลำต้น โดยมีก้านใบส่งขึ้นมาเจริญที่ใต้น้ำ ผิวน้ำหรือเหนือน้ำ
รูปร่างของใบส่วนใหญ่กลมมีหลายแบบ บางชนิดมีก้านใบบัว

บัวมีมาตั้งแต่ สมัยพุทธกาล ซึ่งมีตำนานกล่าวว่า หมอชีวกโกมารภัจจ์
ได้ปรุงยาจากดอกบัว ถวายแด่ องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า แก้อาการอ่อนเพลีย ถือว่าดอกบัวเป็น
ดอกไม้ประจำศาสนาพุทธ ตามพุทธประวัติพบว่า บัวมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่
เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน

ครั้งเมื่อที่พระพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรม
ที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้
เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก
บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว 4 เหล่า ได้แก่

พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้
และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบาน
ทันที (อุคฆฏิตัญญู)

พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตาม
และได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า
เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)

พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตาม
และได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า
เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)

พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมาย
หรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร
เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา
ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)

คนไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ดอกบัว ในการบูชาพระอยู่เสมอ
แต่บัวที่เรานิยมปลูกไว้ภายในบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล คือ บัวหลวง
บัวผัน บัวฝรั่ง บัวสาย และบัวกระด้ง

ความเชื่อในทางพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยโบราณว่า ดอกบัวก็เหมือนกับคนเรานี้เอง
ดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำขึ้นมารับแสงสว่างได้นั้น ก็เหมือนกับ
ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ซึ่งถือเป็นความหมายอันลึกซึ้ง และเป็นมงคลยิ่งนัก

คนโบราณจึงมึความเชื่อว่า ครอบครัวใดที่ปลูกบัวเอาไว้ประจำบ้าน
ก็จะช่วยให้คนครอบครัวนั้น มีจิตใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และเบิกบานแจ่มใส เช่นเดียวกับดอกบัว
และยังเชื่ออีกว่า สายใยของบัวที่ยืดยาวนั้น คือสายสัมพันธ์ของครอบครัว
จะทำให้ทุกคนมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น ครอบครัวนั้น
ก็จะมีแต่ความสุข เพราะความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวทุกคน

ควรปลูกต้นบัวในวันพุธ เพราะวันพุธนั้น เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้ที่ให้ดอกสวยงาม
ต้นบัวที่ปลูกในวันพุธ จะทำให้บัวผลิดอกบานสะพรั่งงดงามไปทั่วทั้งสระ
ผู้ที่เหมาะที่จะปลูกบัวมากที่สุด คือ ผู้ที่เกิดปีจอ เพราะต้นบัวนั้น
เป็นต้นไม้ประจำปีของคนเกิดปีจอ หากผู้ที่เกิดปีจอเป็นผู้ปลูก และมีผู้ที่เกิดปีเดียวกัน
อาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
(ถ้าไม่มีผู้ที่เกิดปีจอ ก็ควรให้หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ปลูกก็ได้)
ปลูกบัวทางทิศตะวันตก เจริญงอกงามมากกว่าการปลูกบัวทางทิศอื่นๆ

บัวหลวงชมพูหน้าบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นบัวพันธุ์ไหน แม้จะถูกยกย่องว่าเป็นไม้ดอกที่ดูสูงศักดิ์สูงค่า...
แต่ฉันมองว่า บัวงามเหล่านี้ก็เติบโต ต่างก็เติบโตมาจากดินโคลนสาปเลนที่มีเบื้องหลัง
ที่ไม่ค่อยจะดีนัก บัวงามเหล่านี้ก็พยายามที่ชูช่อ หนีความสกปรกโสมมของโคลนดิน
ทุกอย่างล้วนอนิจจัง .....อยู่ที่มุมมองของคน ของน่ารังเกียจแค่ไหน ถ้าใจชอบก็บอกว่ารัก
หากใจไม่รักไม่พึงปรารถนา...มันก็ย่อมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ....ในสายตาอยู่ดี

รูปภาพ

สุภาษิต-คำพังเพย...เกี่ยวกับบัว

น้ำกลิ้ง...บนใบบัว (บอน) ปลิ้นปล้อน เชื่อถือไม่ได้

บัวไม่ให้ช้ำ ...น้ำไม่ให้ขุ่น.

บัวตูม บัวบาน รุ่นแล้วรุ่นเล่า เก่าไปใหม่มา

ชะเง้อชะงอยบัวชูช่อ...หยิ่งทรนงว่าสูงศักดิ์

บัวบังใบ ใบบังบัว
เปรียบเสมือนชีวิตคนเรา ที่ต้องพึ่งพาอาศัยใบบุญคนอื่น

บัว 4 เหล่า ฯลฯ

** ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

เจ้าของ:  คนไร้สาระ [ 30 ก.ย. 2009, 04:54 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

:b8: อนุโมทนาสาธุค่ะ คุณป่าอ้อ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันบ่อย ๆ เอาภาพ
บัวสี่เหล่ามาฝากค่ะ

ไฟล์แนป:
four_lotus copy.jpg
four_lotus copy.jpg [ 269.79 KiB | เปิดดู 21453 ครั้ง ]

เจ้าของ:  damjao [ 30 ก.ย. 2009, 08:04 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: บัว

คนถึงธรรม

หยาดนำไม่ติดใบบัว วารีไม่ติดปปทุม
ฉันใด มุนีย่อมไม่ติดในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน
และในอารมณ์ที่ได้รับรู้ ฉันนั้น
มนุษย์ คือ ผู้มีจิตใจสูง ให้อยู่เหมือนดอกบัวซึ่งเกิดในสระนำ
นำไม่เปื้อนดอกบัว โคลนไม่เปื้อนดอกบัว ดอกบัวเป็นดอกไม้สะอาด
ถึงจะอยู่ในที่สกปรก มันก็สะอาด ฉันใด
เราก็ควรมีชีวิตอยู่อย่างสะอาด ไม่สกปรก ไม่เศร้าหมอง ฉันนั้นเหมือนกัน
เราเป็นพุทธบริษัท ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำตนให้เป็นพุทธบริษัท
พุทธบริษัทต้องเป็นผู้รู้ ต้องเป็นผู้ตื่น ต้องเป็นผู้มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ............ tongue

เจ้าของ:  ป่าอ้อ [ 30 ก.ย. 2009, 21:53 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: มวลพฤกษา....

ดอกไม้ประจำเดือนเกิด

วันนี้ได้รับเมลล์จากเพื่อน ๆ ส่งมาถึงเรื่องดอกไม้ประจำราศี 12 เดือน เห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาฝากค่ะ

หากเราได้เข้าใจความมหัศจรรย์แห่งดอกไม้เพียงหนึ่งดอกอย่างชัดเจน ก็จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่กลับกันได้"ว่ากันว่าสีและรูปทรงของดอกไม้นั้น เกี่ยวพันกับการเคลื่อนที่ของดวงดาวไม่ว่าจะเป็นสี ทรวดทรง รอยหยัก แม้กระทั่งลักษณะเกสรของกลีบดอก ก็บ่งบอกถึงคนที่เกิดในเดือนนั้นๆ มีตำนานแห่งพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า หากเราได้เข้าใจความมหัศจรรย์แห่งดอกไม้เพียงหนึ่งดอกอย่างชัดเจน ก็จะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่กลับกันได้เลยทีเดียว"

ใครเกิดเดือนไหนก็เชิญเลือกอ่านดูได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

1. เดือนมกราคม - ดอกเบญจมาศ

รูปภาพ

"ดอกเบญจมาศ" นั้น ถือว่าเป็นดอกไม้แห่งความสูงส่ง ในบางแห่งใช้ดอกเบญจมาศนี้แทนสัญญลักษณ์ของกษัตริย์ หรือราชวงศ์ที่สูงศักดิ์ ดอกเบญจมาศมักบานเป็นเวลานานก่ อนที่จะโรยรา ซึ่งแอบแฝงความนัยว่า มีหลักแหลมแฝงอยู่ตัวตนเป็นพิเศษผู้ที่เกิดเดือนนี้จึงฉลาดหลักแหลม มีความสำเร็จในชีวิต และมีเพื่อนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา เช่นเดียวกับกลีบที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ หลายชั้นมีคนอุ้มชู เกื้อหนุนตลอดเวลา แถมยังเป็นนักฟังที่ดีด้วย

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนมกราคม ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะเป็นนักอนุรักษ์นิยมเกี่ยวกับประเพณี และมักจะหัวโบราณกว่าชาวเดือนอื่น

2. เดือนกุมภาพันธ์- ดอกกล้วยไม้

รูปภาพ

"ดอกกล้วยไม้" นั้น ถือว่าเป็นที่ต้องการดูแลการเอาใจใส่เป็นอย่างดี ต้องปลูกในที่ร่มในเรือนเพาะชำคำนวนอัตราสัดส่วนของน้ำและแสงให้พอเหมาะ ถึงจะงอกงามสวยงาม เช่นกัน ผู้ที่เกิดในนี้ จึงเป็นต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์มีความใฝ่ฝันที่จะผลักดันความฝันตัวเองให้เป็นจริง และเต็มไปด้วยความเอื้ออาทรและเอาใจใส่ทุกๆสิ่งทุกอย่างรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ มีความฉลาดหลักแหลม รักธรรมชาติ และใจกว้าง แต่เนื่องจากกล้วยไม้นั้นเป็นดอกไม้มีกลีบดอกที่ค่อนข้างหนา บานได้นานกว่าดอกไม้อื่นๆ จึงต้องดูแลในระยะยาวนานและจริงจัง เพื่อให้มันคงความงดงามอยู่ตลอดไป

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนกุมภาพันธ์ คุณเป็นคนที่มีความสนใจในด้านปราชญาศาสนา ประวัติศาสตร์ สถูปโบราณ แต่ก็สนใจความรู้สมัยใหม่ร่วมไปด้วย เพื่อผสมผสานศาสตร์เก่าและใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

3. เดือนมีนาคม - ดอกคาร์เนชั่นแดง

รูปภาพ

"ดอกคาร์เนชั่นแดง" นั้น ถือว่าเป็นดอกไม้โปรดของบรรดาเหล่าศิลปิน เพราะเป็นดอกไม้แห่งความผันอันลึกลับ เป็นแรงบันดาลใจที่ปรากฏขึ้นให้เห็นในโลกแห่งตัวตนของคนในเดือนนี้ เมื่อความฝันนั้นถูกนำเข้าสู่ความจริง ไม่ว่าจะด้วยงานเขียนภาพแนวสร้างสรร หรืองานบริการต่างๆ ก็ตาม ผู้ที่เกิดในเดือนนี้ ส่วนใหญ่จึงมีบุคลิกเป็นไปในทางอาร์ท ศิลปิน ออกแนวเซอร์ กันให้เห็นอย่างชัดเจน

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนมีนาคมนั้น มีสัมผัสพิเศษในการติดต่อกับโลกแห่งวิญญาณ มีใจฝักใฝ่ในหลักธรรมคำสอนเป็นการส่วนตัว

4. เดือนเมษายน - ดอกลิลลี่

รูปภาพ

"ดอกลิลลี่" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้นำอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติอยู่แล้ว สังเกตได้ว่าดอกลิลลี่จะโดดเด่นกว่าดอกไม้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจัดช่อหรือการจัดซุ้มดอกไม้ และก็เป็นที่ประทับใจให้กับทุกๆคนที่ได้รับมันด้วย

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนเมษนั้น มีความสนใจในด้านปราชญาที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะและภาพเขียนแนวสัจนิยม

5. เดือนพฤษภาคม - ดอกลีลาวดี

รูปภาพ

"ดอกลีลาวดี" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้บ่งบอกถึงความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ บอกถึงความเป็นตัวตนของผู้ที่เกิดเดือนนี้ ด้วยลักษณะของดอกลีลาวดีมีสีขาว มองดูแล้วให้ความสงบสุข ผู้ที่เกิดเดือนนี้ส่วนใหญ่จะมีบุคลิกที่รอบคอบ สุขุม และจะมองการณ์ไกล สุขุมรอบคอบ และเต็มไปด้วยความรักในมวลมนุษย์ ดอกลีลาวดีนี้มักถูกปลูก หรือแต่งแต้มสีสันลงในภาพวาดภาพเขียนเพื่อนชื่นชม และใช้ประโยชน์ตั้งแต่แกลอรี่งานศิลปะ ไปจนถึงการนำไปปรุงแต่งเป็นน้ำมันหอมระเหยหรืออะไรมาเธอราพี เพื่อบำบัด นอกจากนั้นยังนำมาปรุงอาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เพราะฉะนั้นคนที่เกิดเยี่ยงดอกลีลาวดีนี้มักโกรธยากและมีความจำเป็นเลิศ

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนพฤษภาคมนี้ คือเป็นผู้ชื่นชมความงามของธรรมชาติอย่างมาก และมีสัมผัสพิเศษในเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติ

6. เดือนมิถุนายน - ดอกเล็บมือนาง

รูปภาพ

"ดอกเล็บมือนาง" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน เพราะมักจะบานบ่อยๆ ด้วยเสน่ห์แบบง่ายๆ และความเฉลียวฉลาด เป็นดอกไม้ที่มีความงามแบบเฉพาะตัวเมื่อปลูกอยู่ริมรั้ว ผู้ที่มีดอกไม้นี้เป็นดอกประจำเดือน มักจะเป็นคนที่มีความคิดเปิดกว้างและยืดหยุ่น แต่อารมณ์แปรปรวนง่าย โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนมิถุนายน ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะสนใจเรื่องศาสนาและนิกายแปลกๆ

7. เดือนกรกฎาคม - ดอกบัว

รูปภาพ

"ดอกบัว" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความอ่อนหวานในสระน้ำลึก บรรยากาศที่ดีเป็นสิ่งที่จะทำให้ดอกไม้นี้ผลิบานงดงามเต็มที่ ผู้ที่เกิดเดือนนี้ก็เช่นกันเค้าต้องการสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น สวยงาม เรียบร้อยและมีระเบียบ ผู้ที่เกิดเดือนนี้จึงมักจมอยู่กับห้วงแห่งความฝัน มักคาดหวังในชีวิตสูง

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนกรกฎาคม ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักฝักใฝ่ที่จะแก้ไขปัญหาในทุก ๆ เรื่อง และชอบที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีความกรุณาเอื้ออาทรสูง และเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี

8. เดือนสิงหาคม - ดอกทานตะวัน

รูปภาพ

" ดอกทานตะวัน" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความเป็นมิตร และความสดใสร่าเริง ที่สำคัญยังงามโดดเด่น ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่อารมณ์ดีที่สุดในหมู่ดอกไม้ทั้งหมด ดอกไม้ชนิดนี้มีใจกลางดอกที่งามเด่น แสดงถึงความมั่นใจและไม่ค่อยเรื่องมากในเรื่องของความรัก แม้จะเด่นก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากเป็นพิเศษ กลับชอบที่จะอยู่อย่างสันโดษหาความสนุกสนานใส่ตัวมากกว่า

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนสิงหาคม ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักมีความนับถือในพระอาทิตย์ ชื่นชมแสงแดดเป็นพิเศษ และที่สำคัญรักธรรมชาติเป็นที่สุด

9. เดือนกันยายน - ดอกทิวลิป

รูปภาพ

"ดอกทิวลิป" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงความนุ่มนวลและถูกขัดเกลามาอย่างดี ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น ๆ มากกว่าระดับปกติ มีหัวใจที่ลึกซึ้งด้วยความเห็นอกเห็นใจคนรอบข้างแสดงถึงความฉลาดหลักแหลม ชอบที่จะใช้วิธีในทางธรรมชาติบำบัด ดอกทิวลิปเป็นดอกไม้แห่งความรู้สึก "ซาบซึ้ง" โดยจะสังเกตเห็นได้จาก เป็นคนเจ้าระเบียบ ตรงระเบียบ ตรงต่อเวลา แต่ก็มักวิตกกังวลกับเรื่องต่างๆ ได้ง่าย

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนกันยายน ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะชอบเข้าวัดและผูกพันลึกซึ้งกับศาสนา เชื่อเรื่องโชคลางโหราศาสตร์เป็นพิเศษ

10. เดือนตุลาคม - ดอกกุหลาบ

รูปภาพ

"ดอกกุหลาบ" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีความโดดเด่น อ่อนหวาน เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี แถมชอบบรรยากาศที่สวยงาม อากาศที่บริสุทธ์ ดังนั้นผู้ที่เกิดเดือนนี้จึงหลงไหลกับบรรยากาศรอบข้างไปด้วย แต่ก็ไม่ใช่คนมีระเบียบมากนัก ออกจะรกกว่าคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป และเนื่องจากดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม จึงมีอิทธิพลให้ชาวเดือนนี้มักเป็นคนที่มีเสน่ห์ในวงสนทนาเป็นพิเศษ

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนตุลาคม ผู้ที่เกิดในเดือนนี้เชื่อมั่นในความรัก และศรัทธาในศาสนาอย่างลึกซึ้ง รักความสงบเป็นพิเศษ

11. เดือนพฤศจิกายน - ดอกตะบองเพชร

รูปภาพ

"ดอกตะบองเพชร" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้ที่แอบแฝงด้วยความลึกลับในกำเนิด และเกสร รวมทั้งในทุก ๆ กลีบดอก ผู้ที่เกิดเดือนนี้จึงมักมีความลับนับร้อย ๆ อยู่ในการดำเนินชีวิตของเขา แต่สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูงเพศตรงข้ามได้อย่างล้ำลึก เนื่องจากน่าสนใจและน่าค้นหาไม่รู้จบนั่นเอง ชาวเดือนนี้จึงมักชอบอยู่เงียบ ๆ ในออฟฟิตมากกว่าจะออกไปสังคมข้างนอก และมักจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่เสมอ

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนพฤศจิกายน ผู้ที่เกิดเดือนมักมีสัมผัสเร้นลับเกี่ยวกับความเชื่อโชคลางและศาสนา

12. เดือนธันวาคม - ดอกพุทธรักษา

รูปภาพ

"ดอกพุทธรักษา" นั่น ถือว่าเป็นดอกไม้แห่งความสนุกสนาน ความโชคดีของชีวิต มีความสว่างไสวอยู่ในมุมที่น่าเบื่อที่สุดของสวน ดังนั้นผู้ที่เกิดเดือนนี้จึงมีความประพฤติดี ๆ และมีระเบียบวินัยที่ผ่อนคลายยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา จึงมักที่จะเป็นแรงกำลังใจให้กับเพื่อนฝูงในเวลาตกต่ำของชีวิต ทำให้คนอื่นรอบข้างมองโลกในทางที่ดีขึ้น เบิกทางสู่เสรีภาพ และมักนำคนรอบข้างไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องอยู่เสมอ

จิตอันซ่อนเร้นของชาวเดือนธันวาคม มีบุคลิกโดดเด่น ร่าเริงและมีความสามารถในการปลอบโยนให้กำลังใจคนได้ดี และที่สำคัญมีความศรัทธาเกี่ยวกับเรื่องการก่อตั้งองค์กรทางศาสนา

เจ้าของ:  บุหลัน..เลื่อนลอย [ 30 ก.ย. 2009, 23:05 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: มวลพฤกษา....

“ดอกบัวบานสิบดอก”ออกกลางอก
ถึงสิบหก-สิบห้าดอกบอกรังษี
พระโพธิสัตว์ชัดเจนเห็นเด่นดี
ตามบารมีอธิษฐานผ่านบำเพ็ญ

พระพุทธเจ้าบานถึงยี่สิบสี่ดอก
ทั้งใน-นอกพระพุทธเจ้าที่เราเห็น
สามระดับถึงสัมมาพุทธาเป็น
ล้ำสุดเด่นเอกอรหันต์เลิศชั้นเอย

ไฟล์แนป:
Pink_Lotus_2_by_sami_edelstein.jpg
Pink_Lotus_2_by_sami_edelstein.jpg [ 39.29 KiB | เปิดดู 21401 ครั้ง ]

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 01 ต.ค. 2009, 05:37 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: มวลพฤกษา....

:b8: :b8: :b8:

เห็นดอกไม้ต่าง ๆ แล้วชื่นใจครับ

ตื่นมาก็ได้รับความสดชื่นจากลานแห่งนี้แลย

น่าเสียดายสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก

ที่แห่งนี้มีมิตรและพี่น้องเพียบ...ครับ :b13:


:b8: :b8: :b8:

ไฟล์แนป:
DSCF0040.JPG
DSCF0040.JPG [ 51.71 KiB | เปิดดู 21379 ครั้ง ]
DSCF0043.JPG
DSCF0043.JPG [ 60.94 KiB | เปิดดู 21372 ครั้ง ]
DSCF0137.JPG
DSCF0137.JPG [ 73.55 KiB | เปิดดู 21375 ครั้ง ]
DSCF0125.JPG
DSCF0125.JPG [ 75.23 KiB | เปิดดู 21361 ครั้ง ]
DSCF0047.JPG
DSCF0047.JPG [ 67.02 KiB | เปิดดู 21356 ครั้ง ]

เจ้าของ:  เพลิง. [ 02 ต.ค. 2009, 04:04 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: มวลพฤกษา....

รูปภาพ

ปีบ หรือ กาสะลอง

ชื่อสามัญ Cork Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Millingtonia hortensis Linn.
ตระกูล BIGNONIACEAE
ชื่ออื่น กาสะลองคำ

ลักษณะทั่วไป
ปีปเป็นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ10-20 เมตร
ผิวเปลือกลำต้นมีสีเทา บริเวณเปลือกลำต้นและกิ่งก้าน มีรอยขรุขระ มีจุดเล็กบ้าง ใหญ่บ้างคละกัน

ใบจะออกเป็นช่อ แต่ละช่อจะประกอบด้วยใบจำนวนมาก ลักษณะใบกลมรี ปลายใบแหลม
ริมขอบใบเรียบ โคนใบมน ใต้ใบจะสังเกตุเห็นเส้นใบได้ชัด
ขนาดใบกว้าง ประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตร

ดอกออกเป็นช่อตั้งตรงลักษณะของดอกเป็นท่อ ยาวประมาณ23นิ้วดอกมีสีขาวปนเหลืองเล็กน้อย
ขนาดดอกโตประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายกลีบดอกแยกออกเป็นแฉกมี 5 แฉก
ตรงกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียติดอยู่ ด้านในใกล้ปากท่อผลมีลักษณะเป็นฝักแบนยาวประมาณ 8-10 นิ้ว กว้างประมาณ 1 นิ้ว ภายในมีเมล็ดลักษณะแบน ปลิวไปตามลมได้

ความเป็นมงคล
คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นปีปไว้ประจำบ้าน จะทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มาก
เพราะ ปีป คือ ภาชนะที่ใช้ในการบรรจุของ

ดังนั้นคนไทยโบราณเรียกภาชนะใส่ของที่มีค่าว่า ปีปเงิน ปีปทอง
นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าสามารถทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง
เพราะปีปมีลักษณะแข็งและโปร่ง เวลาเคาะหรือตีจะเกิดเสียงดังไปไกล

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย
มีความเชื่อแต่โบราณว่าควรปลูกต้นปีปไว้ทางทิศตะวันตก
ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์
เพราะโบราณเชื่อว่า การปลูกไม้เพื่อเอาคุณ
โดยทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์

นิยมปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน
ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก :ดินร่วนอัตรา 1:2 ผสมดินปลูก

ถ้าปลูกประดับบ้านเรือนหรืออาคาร
ควรปลูกให้มีระยะห่างที่เหมาะสมเพราะปีปเป็นไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่พอสมควร

สภาการพยาบาลได้กำหนดให้ใช้ " ดอกปีบ "
เป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2534 เป็นต้นมา
เนื่องจาก " ดอกปีบ " เป็นดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอม
ต้นปีบเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นได้ในที่ดินแห้งแล้ง ราก ลำต้น และดอกใช้เป็นสมุนไพรได้
เปรียบกับพยาบาลในชุดสีขาวผู้พร้อมที่จะประกอบคุณงามความดี
ประดุจกลิ่นหอมของดอกปีบ และพร้อมที่สร้างประโยชน์
เช่นเดียวกับการเป็นสมุนไพรของ " ดอกปีบ " นั่นเอง

รูปภาพ

เพลง กาสะลอง

เมื่อตะวันลับไป ไกลจากขอบฟ้า เสียงเพลงลา แว่วมากับสายลม

กาสะลองล่องลอย ปลิดพลิ้วไปตามลม ลมความฝันพัดไป ไกลจากบ้าน

บนเส้นทางฝันไกล ไปสู่จุดหมาย คําสุดท้าย แม่ฝากยังได้ยิน

ไม่เคยลืมเลยซักคํา ตราบที่หัวใจโบยบิน ถ้อยคํานั้นยังได้ยิน รักและห่วง

คืนร้างทางเปลี่ยว หัวใจลูกยังอุ่นความรักไม่เคยจาง ห่างกันแสนไกล

เหมือนดวงดาว พร่างพราวบนฟ้าไกล ไกลแสนไกล หัวใจอยู่ใกล้กัน

เมื่อตะวันลับไป ใจคิดถึง สะล้อซ่อซึง อื้ออึงในหัวใจ

กาสะลองของแม่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้คืนไปซบไอ อุ่นใจของแม่

คืนหนาวดาวเปลี่ยว ขอใจแม่ยังอุ่น ความรักไม่เคยจาง ห่างกันแสนไกล

เหมือนดวงดาว พร่างพราวบนฟ้าไกล ไกลแสนไกล หัวใจอยู่ใกล้กัน

ห่างกันแสนไกล หัวใจอยู่ใกล้แม่..

หน้า 1 จากทั้งหมด 8 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/