ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

หลวงพ่อหอม รามธมฺโม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=26715
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  สาวิกาน้อย [ 05 พ.ย. 2009, 06:54 ]
หัวข้อกระทู้:  หลวงพ่อหอม รามธมฺโม

รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อหอม รามธมฺโม


วัดบางเตยกลาง (วัดเปิ้ง)
ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี



๏ อัตโนประวัติ

“พระครูธีรานุวัตร” หรือ “หลวงพ่อหอม รามธมฺโม” พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางเตยกลาง (วัดเปิ้ง) ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หนึ่งในพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี

หลวงพ่อหอม มีนามเดิมว่า เปรื่อง ศีลปี แต่ชาวบ้านตำบลบางเตยนิยมเรียกท่านว่า “หอม” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2459 ณ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โยมบิดาชื่อ แปลก ศีลปี เป็นชาวฝั่งธนบุรี แถวสามแยกไฟฉายตรงข้ามวัดรวก โยมมารดาชื่อ เปลื้อง (ใจทน) ศีลปี เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่บรรพบุรุษได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ท่านเป็นบุตรโทน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนาและค้าขาย

ในวัยเด็ก หลวงพ่อหอมเรียนหนังสือไทย ที่โรงเรียนวัดจันทร์กะพ้อ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จนกระทั่งจบ ม.1 ปัจจุบันเรียกว่า ชั้น ป.5 แล้วลาออกไม่ได้เรียนต่ออีก พอโตวัยหนุ่มก็ได้ช่วยเหลือโยมบิดา-โยมมารดา ประกอบอาชีพค้าขาย


๏ การอุปสมบท

กระทั่งมีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดไผ่ล้อม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยมีพระอธิการจ่าง เกสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเจริญ ญาติวังโส อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ลำดับต่อมา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการช่วง อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “รามธมฺโม”

รูปภาพ

๏ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางเตยกลาง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2481 ได้จำพรรษาอยู่วัดไผ่ล้อม เรียนพระปริยัติธรรมกับพระอุปัชฌาย์อาจารย์ จนสอบได้นักธรรม หลวงพ่อหอมมีความสนใจในด้านทำพระเครื่องมาก จึงเรียนวิชาทำพระเครื่องทำตะกรุดและวัตถุมงคลต่างๆ ทุกชนิด เรียนกับอาจารย์มาตลอด ท่านจำพรรษาอยู่วัดไผ่ล้อม 5 พรรษา

พอดีเจ้าอาวาสวัดบางเตยกลางว่างลง ท่านเจ้าคุณพระปทุมวรนายก (หลวงพ่อสอน พุทธิสาโร) เจ้าอาวาสวัดเทียนถวายและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในขณะนั้น และคณะศรัทธาญาติโยมที่วัดบางเตยกลาง ได้ไปนิมนต์ท่านให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางเตยกลาง เมื่อปี พ.ศ.2486 ขณะนั้นหลวงพ่อมีอายุ 27 พรรษา 6

วัดบางเตยกลาง (วัดเปิ้ง) ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอสามโคก วัดกับที่ทำการอำเภอสามโคกห่างกันประมาณ 200 เมตร อยู่ถนนเดียวกันคือ ถนนปทุม-สามโคก-เสนาอยุธยา วัดอยู่ติดถนน ชุมชนส่วนมากจะเป็นคนไทยเชื้อสายมอญ (รามัญ) วัดบางเตยกลาง เดิมชื่อว่า “วัดแค” สร้างเมื่อปี พ.ศ.2330 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ต่อมาชาวมอญอพยพหนีสงครามมาพึ่งโพธิสมภารอยู่กับคนไทยที่เมืองสามโคก วัดนี้จึงมีสภาพเป็นวัดมอญแปลง และชาวบ้านคนไทยเชื่อสายมอญชอบเรียกว่า “วัดเปิ้ง”

ต่อมาพระยาอำภัยมหัยสวรรค์กลับจากรบกับเงี้ยว ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดลิ้มกลีบอำภัยมหัยสวรรค์” (ลิ้มกลีบเป็นภรรยาพระยาอำภัยมหัยสวรรค์) ต่อมามีการเปลี่ยนชื่ออีกเป็น “วัดบางเตยกลาง” จนถึงปัจจุบัน แต่ชาวบ้านยังเรียกติดปากว่า “วัดเปิ้ง” อยู่บ้าง

หลังจากได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางเตยกลาง แล้วท่านได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมมากในขณะนั้น โดยสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ หอระฆัง และสร้างอุโบสถหลังใหม่หมด


๏ การสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคล

หลวงพ่อหอมเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง ท่านนิยมสร้างพระเครื่องมาก มีทั้งพระสมเด็จ พระอม ตะกรุด เหรียญ และพระพิมพ์ต่างๆ มากมาย ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมอย่างมาก โดยท่านปฏิบัติอยู่ในศีลเคร่งครัด จนเป็นที่นับถือของชาวบ้านมาก

ท่านดูแลวัดวาอาราม และอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาและศรัทธาญาติโยมให้เป็นคนดีมาตลอด ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ท่านจะอบรมสั่งสอนทั้งพระภิกษุ สามเณร ลูกศิษย์ ญาติโยมทุกคนอย่างเสมอภาพกันหมด แต่ชาวบ้านกลัวท่านมากเพราะท่านจะดุ ท่านสอนให้เป็นคนดีทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่เคยกลัวใครว่าท่านเลย ท่านเคยพูดว่า “ทำให้เขาไปสวรรค์” สอนสิ่งที่ถูกต้องจนชาวบ้านเคารพนับถือท่านมาก เพราะท่านมีเมตตากับทุกคน จึงสอนให้ลูกศิษย์ญาติโยมเป็นคนดีโดยไม่นิ่งเฉย สอนอยู่เสมอมาจนถึงปัจจุบันนี้

ชาวบ้านนิยมนำพระเครื่องและวัตถุมงคลทุกอย่างของหลวงพ่อหอมติดตัวตลอดเวลา ท่านได้สร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลซึ่งมีพุทธคุณสูงมาก โดยจะลงคาถาที่ท่านได้ร่ำเรียนจากอาจารย์มา โดยใช้พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ส่วนมากแล้วกำกับด้วยคาถาอักขระขอมว่า กัม กะ ระ นัง ทุกอย่าง กัม กะ ระ นัง นี้คือ การกระทำของตัวเราเองทำอย่างไรได้อย่างนั้น

เคยมีคนถามหลวงพ่อหอมว่า “วัตถุมงคลของหลวงพ่อใช้ในด้านไหน เมตตาหรือคงกระพัน”

หลวงพ่อหอมบอกว่า “อธิษฐานเอาเองใช้ได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเราขาดการนึกถึงคุณบิดา คุณมารดา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็เหมือนเราแขวนดิน” เพราะฉะนั้น หลวงพ่อหอมจะบอกให้นึกถึงและปฏิบัติต่อบิดา มารดา เคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ดี ชีวิตก็ดีขึ้นเจริญขึ้น

รูปภาพ

๏ อายุวัฒนมงคล 90 ปีขึ้น

บัดนี้ หลวงพ่อหอม สิริอายุได้ 90 พรรษา 69 (เมื่อปี พ.ศ.2549) คณะศิษยานุศิษย์และศรัทธาญาติโยมจึงพร้อมใจกันจัดงานทำบุญอายุวัฒนมงคล 90 ปีขึ้น และฉลองวิหารกับหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อหอมด้วย ในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2549


๏ การมรณภาพ

หลวงพ่อหอม รามธมฺโม ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2550 เวลา 13.39 น. สิริอายุรวมได้ 91 ปี พรรษา 70 ก่อนหน้านี้คณะศิษยานุศิษย์ได้นำหลวงพ่อหอมเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนนทเวช จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2550 ซึ่งการจากไปของหลวงพ่อหอมสร้างความเศร้าโศกอาลัยแก่คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และสาธุชนที่เคารพนับถือท่านเป็นยิ่งนัก โดยคณะศิษยานุศิษย์ได้นำศพของหลวงพ่อหอมกลับวัดและรดน้ำศพที่ศาลาใหญ่วัดบางเตยกลาง เพื่อประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมต่อไป



.............................................................

คัดลอกมาจาก ::
หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 31
คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6 โดย อนุชา ทรงศิริ
วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 16 ฉบับที่ 5616

เจ้าของ:  วรานนท์ [ 05 พ.ย. 2009, 07:10 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: หลวงพ่อหอม รามธมฺโม

:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุกับคุณสาวิกาน้อยด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

ไฟล์แนป:
kk042.jpg
kk042.jpg [ 17.7 KiB | เปิดดู 3724 ครั้ง ]

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/