วันเวลาปัจจุบัน 17 ส.ค. 2019, 20:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2009, 06:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
พระเทพสิริโสภณ

(หลวงพ่อภากร ฐิตธมฺโม)

วัดวังตะวันตก
ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช



๏ อัตโนประวัติ

สำหรับชาวเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ราชทินนาม “พระเทพสิริโสภณ” ย่อมหมายถึงความเคารพและศรัทธา ด้วยคุณูปการอันสำคัญยิ่ง ในฐานะบุคลากรทางพระพุทธศาสนาที่มีผลงานโดดเด่น ด้านการประยุกต์พุทธธรรมมาปรับใช้เป็นแนวทางพัฒนาระบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนทั่วไป จนปรากฏผลงานเกียรติคุณเป็นอเนกประการ

พระเทพสิริโสภณ (หลวงพ่อภากร ฐิตธมฺโม) มีนามเดิมว่า ภากร จารุพันธ์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พุทธศักราช 2482 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ณ บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ครอบครัวประกอบอาชีพชาวสวน มีฐานะปานกลาง

ปัจจุบัน สิริอายุ 69 พรรษา 47 (เมื่อปี พ.ศ.2552) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย)


๏ การศึกษาเบื้องต้น

ในช่วงวัยเยาว์ สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนประชาบาลวัดคีรีวงศ์ แต่เนื่องด้วยบ้านอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปศึกษาในระดับชั้นสูง โยมบิดา-มารดาจึงให้บุตรชายลาออกมาช่วยเหลืองานครอบครัวทำสวน


๏ การบรรพชา

ครั้นเจริญวัยได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสมอ ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2497 โดยมีพระครูกาเดิม เป็นพระอุปัชฌาย์

อยู่จำพรรษาที่วัดสมอ 1 พรรษา ก่อนย้ายมาเรียนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม ที่วัดวังตะวันตก และเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดอินทราวาส และวัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง ตามลำดับ

พ.ศ.2500 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ


๏ การอุปสมบท

ต่อมาได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2504 ณ พัทธสีมาวัดสมอ ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระครูวัตตปาโมชช์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูญาณธราภรณ์ วัดโคกโพธิ์สถิตย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระประสาน อนาลโย วัดมหัตตมังคลาราม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ฐิตธมฺโม” มีความหมายว่า “ผู้ตั้งอยู่ในธรรม”

ภายหลังอุปสมบทแล้ว ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2510 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค จากนั้นได้มาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุ-สามเณร ที่วัดมุมป้อม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สอนเป็นเวลา 2 ปีจึงเดินทางเข้าไปกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จนจบการศึกษาปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต

เมื่อเรียนจบได้มาเป็นครูสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยระยะเวลาหนึ่ง ก่อนเบนเข็มเดินทางกลับมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตภาคใต้ เป็นเวลา 3 ปี ต่อมาได้เดินทางไปยังประเทศอินเดีย เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท

กระทั่งสำเร็จการศึกษาจากประเทศอินเดีย ได้มาสอนหนังสือที่วัดแจ้งอีกครั้ง เป็นเวลากว่า 1 ปี และย้ายอยู่จำพรรษาที่วัดวังตะวันตก นาน 3 ปี


๏ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก

ในที่สุดเมื่อพระครูกาชาด (ย่อง อินทสุวัณโณ) เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก (ในขณะนั้น) ได้ละสังขารมรณภาพ ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ด้วยความไว้วางใจจากคณะสงฆ์เมืองนครศรีธรรมราช ท่านจึงได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตกสืบต่อไป

ครั้นได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ท่านได้เริ่มประสานงานกับกรมการศาสนา ให้ทำการย้ายกุฏิทรงไทย ซึ่งเป็นถาวรวัตถุอันทรงคุณค่าและมีความเก่าแก่ถึง 100 ปีของจังหวัดนครศรีธรรมราช

กุฏิทรงไทยหลังนี้แสดงถึงภูมิปัญญาภูมิธรรมของคนเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อก่อนกุฏิทรงไทยจะอยู่ด้านทิศตะวันตกของหอไตร ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของกุฏิเจ้าอาวาส เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจและย้ำถึงความสามัคคีของคนเมืองนครศรีธรรมราชในอดีต กุฏิหลังนี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธา ความสามัคคี และความรักที่ชาวบ้านมีต่อพระพุทธศาสนา โดยจะเป็นกุฏิขนาดใหญ่ ข้างในจะเป็นทั้งห้องพักสำหรับพระภิกษุ สามเณร และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ชาวบ้านเรียกว่า “กุฏิสะตอสามัคคี”

นอกจากนี้คุณูปการของท่านได้มีปรากฏมากมายแก่วงการพระพุทธศาสนาและสังคมโดยรวม


๏ ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ.2526 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลลานสกา ในปีเดียวกัน

พ.ศ.2530 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช

พ.ศ.2539 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช


๏ ลำดับสมณศักดิ์

พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสิริธรรมคณี

พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปฏิภาณโสภณ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพสิริโสภณ” สร้างความปลาบปลื้มแก่บรรดาคณะศิษยานุศิษย์ชาวเมืองนครศรีธรรมราชเป็นยิ่งนัก


๏ งานด้านพัฒนาคนสร้างคน

พระเทพสิริโสภณ (หลวงพ่อภากร ฐิตธมฺโม) เล่าให้ฟังว่า “ที่วัดแห่งนี้เราไม่เน้นในการพัฒนาถาวรวัตถุ สังเกตว่าภายในวัดจะไม่มีอะไรเลย แต่เราจะเน้นพัฒนาคนสร้างคน เมื่อก่อนมีคนมาอาศัยอยู่วัดพระก็ได้สั่งสอนที่เราเรียกกันว่าเด็กวัด แต่ปัจจุบันไม่ค่อยจะมีแล้ว จึงได้หันมาสร้างและสอนเณร เพราะเณรก็เหมือนเด็กวัดในอดีต เราจะเน้นในเรื่องการสอนคนและพัฒนาคนมากกว่าพัฒนาด้านอื่น

นอกจากนี้ วัดได้มีการเน้นเรื่องธรรมะให้กับเยาวชน โดยจะมีการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในแต่ละเทศกาลบุญ อย่างวันมาฆบูชา ฯลฯ แต่ละปีจะมีการออกหนังสือไปตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัด ให้ส่งเยาวชนมาประกวดสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ วัดจะมีปัจจัยมอบให้เป็นรางวัล เยาวชนจะได้มีสนามในการประชันด้านธรรมะ มีกิจกรรมทำวัตรสวดมนต์แปลแบบวัดสวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่กล่าวมาเป็นกิจกรรมของวัดที่ทำประจำทุกปี เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา และให้เยาวชนซึมซับพระพุทธศาสนาไว้ในจิตใจ”

พระเทพสิริโสภณกล่าวในตอนท้ายว่า “อาตมาได้ตั้งใจว่าจะพยายามสร้างคนสร้างเยาวชนให้ใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาโดยคำสอนคำสวดมนต์ก็จะต้องให้ดูดี โดยพยายามจะให้เป็นวัดต้นแบบ แต่จะได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และพยายามที่จะชักชวนวัดต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงให้มาทำแบบวัดวังตะวันตก ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่เริ่ม”

พระเทพสิริโสภณก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและเป็นศักดิ์ศรีแก่ชาวเมืองนครศรีธรรมราช ตลอดระยะเวลากว่า 47 พรรษาในสมณเพศ ท่านถือเป็นทรัพยากรบุคคลผู้ทรงคุณูปการต่อชาวชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งในด้านการบริหารและด้านวิชาการ ด้วยการให้การศึกษา ตลอดจนเป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร งดงามด้วยการครองตน ครองคน และครองงาน



.............................................................

คัดลอกมาจาก ::
หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 1 คอลัมน์ มงคลข่าวสด
วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 16 ฉบับที่ 5904

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2009, 20:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุค่ะ :b8: :b8: :b8:
ด้วยความเคารพ :b51: :b51: :b51:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 08:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุ ขอบพระคุณค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร