| ลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/ |
|
| การภาวนา http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66904 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | รสมน [ 09 ก.ย. 2026, 06:40 ] |
| หัวข้อกระทู้: | การภาวนา |
.ศาสนาทางมิจฉาทิฐิ ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์ คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไปอย่างโคและกระบือ ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย อยากได้ของดีที่มีอยู่กับตัวเราทุกคนก็ต้องปฏิบัติทำเอา เมื่อถึงเวลาจะตายแล้วจึงพากันวุ่นวาย หานิมนต์พระมาให้บังสุกุล กุสลามาติกา นั่น ไม่ใช่เกาถูกที่คันนะจะว่าไม่บอก ต้องรีบเกาให้ถูกที่คันเสียตั้งแต่บัดนี้..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) “... พระองค์ตรัสว่าอะไรเป็นบาป อันนั้นท่านให้อาย อะไรที่ไม่เป็นบาปจะอายทำไม ใครอายก็โง่เท่านั้น ภาวนายังไม่เป็นเลย ถ้าอายอย่างนั้น เราจะไปอยู่ตรงไหนถึงจะมีปัญญา ถ้าไปอยู่คนเดียวไม่มีใครพูดดีพูดชั่วให้ มันก็สบาย แต่เราจะไม่รู้เรื่อง สบายอย่างนี้มันไม่มีปัญญา ถ้าถูกอารมณ์แล้วปัญญามันไม่มี ก็เป็นทุกข์อย่างนั้น ฉะนั้นเราอยู่ในโลก ก็ต้องมีความสัมพันธ์กับมนุษย์เรื่อยไปเป็นธรรมดา ไม่อยากเป็นมันก็เป็น ไม่อยากจะอยู่มันก็อยู่ เป็นไปอยู่อย่างนั้น ให้เรามาพิจารณาอย่างนั้น เราต้องกลับมาย้อนพิจารณาอารมณ์ที่ท่านตรัสว่า นินทาสรรเสริญมันเป็นคู่กันมา เรื่องนินทาเรื่องสรรเสริญเป็นธรรมดาของโลก ถ้าไม่ดีเขาก็นินทา ถ้าดีเขาก็สรรเสริญ พระพุทธองค์ท่านไม่เห็นแก่นินทา ไม่เห็นแก่สรรเสริญจงเรียนสรรเสริญให้มันรู้จัก จงมาเรียนนินทาให้มันรู้จัก ให้รู้จักสรรเสริญกับนินทา สรรเสริญ นินทามันก็มีผลมีเหตุเท่ากัน นินทาเราก็ไม่ชอบ นี่เป็นเรื่องธรรมดาของโลก ถ้าสรรเสริญเราชอบ สิ่งที่เราชอบมันพาให้เราทุกข์มีไหม เช่นว่า เรามีเพชรสักก้อนหนึ่ง เราชอบมาก ชอบกว่าก้อนหินธรรมดา เอาวางไว้ ถ้ามีขโมยมาหยิบเอาก้อนเพชรไป เราจะเป็นอย่างไร นั่นของดีมันหาย ทำให้เราเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน ดังนั้นเราต้องอดทนต่อสู้ ให้เรามีสติคุ้มครองจิตของเรา สติคือความระลึกได้ สัมปชัญญะคือความรู้ตัว อันนี้ช่วยประคับประคองดวงใจของเราให้อยู่กับธรรมะ สติระลึกได้ว่า บัดนี้เราจะจับไม้เท้าเมื่อเราจับไม้เท้าอยู่เราก็รู้ว่าเราจับไม้เท้า นี่เป็นสัมปชัญญะถ้าเรารู้อยู่ในขณะนี้ ขณะเมื่อเราจะทำ หรือเมื่อเราทำอยู่ก็รู้ตามความเป็นจริงของมันอยู่อย่างนั้น อันนี้แหละที่จะช่วยประคับประคองใจของเราให้รู้ธรรมะที่แท้จริง ...” """""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""' #พระธรรมคำสอน... #พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี (พ.ศ. ๒๔๖๑ - ๒๕๓๕) เมื่อเกิดมาเป็นคน รู้ตัวว่าเราจะต้องตาย จงรีบทำคุณงามความดี ทำประโยชน์ไว้เสีย การทำมากหรือทำน้อยไม่เป็นปัญหา ขอให้ตั้งเจตนาให้ดี ให้เชื่อมั่นในบุญกุศลที่ตนทำนั้น จิตใจแน่วแน่อยู่กับกุศลอันนั้น ก็จะเป็นของมากอยู่เอง ไม่ต้องเอาหน้า เอาเกรียติ ไม่เอาชื่อ เอาเสียง เอาเฉพาะใจของตน ตั้งศรัทธาแน่วแน่เฉพาะบุญกุศลที่ตนทำเอง นั่นแหละเป็นอานิสงส์มาก กุศลมาก ตรงนี้แหละ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี "...การทำบุญกุศลนั้นทำไปเรื่อยๆให้ติดเป็นนิสัยอย่าไปคิดว่าเฮ็ดบุญแล้วคือบ่รวย หรือเป็นแบบที่เฮาคิดหวังไว้ พอทำบุญไปแล้วมีเรื่องบ่ดีในชีวิตกะไปโทษว่าเกิดมาเฮ็ดแต่บุญกะบ่ได้บุญ เจอแต่เรื่องร้ายๆ ...นั่นเพราะบุญมันยังบ่พอยังบ่เต็ม ที่เฮาเจอเรื่องร้ายๆ เรื่องบ่ดีในชีวิตนั้นเพราะกรรมเก่าตั้งแต่อดีตชาติมันส่งผลมา เฮาบ่รู้ซื่อๆ ดอกว่าเจ้าของสร้างกรรมหยังไว้ในชาติก่อนๆ ...ถ้าบุญมันเต็มมันพอแล้ว มันสิส่งผลของมันเอง บ่ต้องไปขอร้องมัน คือเฮาปลูกผลไม้หมากขนุนแล้วเฮาสิไปบอกมันว่าอย่าออกดอกออกผลเด้อถึงเวลาออกดอกออกผลของมันห้ามไว้กะบ่ฟังเด้อ ขนาดพระพุทธองค์บำเบ็ญเพียรสร้างบารมีมาขนาดใดกว่าสิเต็มจนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้..." #หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร |
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|