| ลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/ |
|
| อุเบกขา http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66812 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | รสมน [ 14 ก.ค. 2026, 06:49 ] |
| หัวข้อกระทู้: | อุเบกขา |
“..รักแบบพระพุทธเจ้า..” “..ให้พากันรักแบบพระพุทธเจ้า รักตนแล้วเฉลี่ยความรักตนนี่ ออกไปหาจิตใจเพื่อนมนุษย์สัตว์ทั้งหลาย เขาก็รักตัวของเขาเหมือนกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นให้เฉลี่ยน้ำใจให้สม่ำเสมอกัน อย่าเห็นแก่ใจตัวเองอย่างเดียว ให้เห็นแก่ใจคนอื่น จากนั้นก็เป็นทาน เป็นการเสียสละไปได้ ให้อภัยกัน ช่วยเหลือกัน มีมากมีน้อย มนุษย์เราไปที่ไหนถ้าลงมีจิตใจเฉลี่ยเผื่อแผ่ต่อกันแล้ว สงบร่มเย็นไปหมด ไม่มีละไอ้คำว่าชาติชั้นวรรณะ เอามาตั้งเฉยๆ ความจริงแล้วคือมนุษย์เรา แสดงมาจากน้ำใจคับแคบตีบตัน หรือกว้างขวาง ถ้าจิตใจมีความกว้างขวางเป็นเด็กก็น่ารัก เป็นผู้ใหญ่ก็น่าเคารพบูชา ถ้าจิตใจคับแคบตีบตัน ใหญ่เท่าไรยิ่งเป็นภัยมาก นี่มันต่างกันอย่างนี้นะ ท่านทั้งหลายนำธรรมคำว่าเสียสละนี้ไปปฏิบัติ..” โอวาทธรรมคำสอน พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี (พ.ศ.๒๔๕๖-๒๕๕๔) “เจริญสติคอยควบคุมความคิด” ถาม : จากสถานการณ์เพื่อนๆ ไม่สะดวกกับการเดินทางไปวัดทุกๆ วัน เพราะศรัทธาในธรรมจึงถือศีลอยู่ที่บ้านควรปฏิบัติแบบใดครับ และต่างจากการบำเพ็ญเพียรที่วัดอย่างไรครับ พระอาจารย์ : ไม่ต่างกัน เหมือนกัน ก็ปฏิบัติทาน ศีล ภาวนาไป ทำบุญทำทานได้ โอนเงินเข้าบัญชีวัดก็ได้ รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ไป แล้วก็หมั่นเจริญสติคอยควบคุมความคิดอย่าให้คิด นั่งสมาธิ ฟังเทศน์ฟังธรรมให้เกิดปัญญาให้เห็นว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา เท่านี้ก็พอเพียงแล้ว. ธรรมะหน้ากุฏิ วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี #ผู้มีศีลธรรมย่อมไม่ทำความชั่วทั้งในที่ลับและที่แจ้ง "...มนุษย์เราถ้าขาดศีลธรรมภายในใจแล้ว แม้จะมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่ก็ตาม ย่อมมีทางก่อความเดือดร้อนแก่กันได้ เพราะกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ นั้นเพียงรักษาได้ในที่แจ้งเท่านั้น ไม่สามารถรักษาในที่ลับตาได้ คนที่ไร้ศีลธรรมภายในใจไม่มียางอาย ย่อมมีทางทำชั่วแก่กันได้ ส่วนศีลธรรมนั้นไม่มีที่แจ้งและที่ลับ เพราะศีลธรรมเป็นเครื่องปกครองใจมนุษย์ ให้มีความละอายต่อความไม่ดีทั้งหลาย ในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ นอกจากนั้นยังมีความเห็นอกเห็นใจ มีความรู้สึกชั่วดีระหว่างตนกับผู้อื่น มีการขยะแขยงต่อสิ่งลามกคือบาปกรรมต่างๆ ทั้งในที่แจ้งแลที่ลับ ไม่อาจทำลงได้ เพราะเห็นว่าสิ่งนั้นเมื่อทำลงไปแล้วย่อมเป็นความชั่วเสียหายได้เสมอไป ผู้มีศีลธรรมภายในใจจึงไม่กล้าทำความชั่วทั้งในที่แจ้งและที่ลับ..." หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี “แสงส่องใจ” “อุเบกขาธรรม” ... อุเบกขาธรรมเป็นยอดของพรหมวิหารธรรม เมตตา กรุณา เป็นฐาน มุทิตาเป็นตัวการ สร้างฐาน สร้างตัวเป็นลำดับขึ้นไปเรียบร้อย แล้วจึงสร้างยอด ยอดก็จะมั่นคง สูงเด่น เป็นสง่า การอบรมอุเบกขาให้มั่นคงงามพร้อม จึงควรเริ่มแต่ฐาน คือ เมตตา กรุณาและมุทิตา เป็นลำดับไป หวั่นไหวเพราะความยินดี ย่อมเป็นเหตุให้ฟุ้ง หวั่นไหวเพราะความยินร้าย ย่อมเป็นเหตุ ให้เครียด อุเบกขาจึงเป็นธรรมโอสถ รักษาโรคทางจิตทั้งสอง ผู้มีอุเบกขาในใจจริงนั้น การแสดงออก ภายนอกเหมือนไม่มีอุเบกขาได้ เพียงแต่ใจ ที่เป็นอุเบกขา ไม่หวั่นไหววูบวาบขึ้นลงตาม การแสดงออกภายนอก ความสงบอย่างยิ่ง ของใจ ย่อมมีอยู่ได้เป็นปรกติ ด้วยอำนาจ ของอุเบกขาที่แท้จริงในพรหมวิหาร ... ... สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร #โอวาทธรรม #หลวงพ่อชา_สุภัทโท โอวาทธรรมหลวงปู่ชา สุภัทโท "...บางคนมีความโลภ โกรธ หลง อย่างแรงกล้า ก็ไม่มีอะไรจะปราบเจ้ากิเลสนี้ได้... พอพิจารณามรณสติ คือ การระลึกถึงความตายอยู่บ่อยๆ ก็เกิดความสลดสังเวช เพราะว่าจนมันก็ตาย รวยมันก็ตาย ดีมันก็ตาย ชั่วมันก็ตาย อะไร ๆ มันก็ตายหมดทั้งนั้น...." หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี "จะภาวนาเมื่อไร? ก็เมื่อ...มันรู้สึกเดี๋ยวนั้นแหละ! ภาวนาเมื่อมันรู้สึกอยู่... ถ้ามันพบกับอารมณ์ปุ๊บ เมื่อไรเป็นต้น ก็ให้รู้สึก มันตรงนั้นแหละ! จับหลักมันอยู่...ตรงนี้! มันจะมีสุข มีทุกข์ อะไร ก็ช่างมันเถอะ! ถ้ามันเฉยๆ ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น... นี้เป็นหนทาง ... ที่เราจะเห็นชัดใน...ธรรมะ." ---------------------------- หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง #เป็นฆราวาสมีครอบครัวบ่ต้องเอาหยังหลาย ..สวดมนต์ไหว้พระทุกวันก่อนนอนแล้วกะตอนเช้าตื่นนอน ..นั่งภาวนาเช้าแลงให้ได้วันละ 20 นาทีแค่นี้เหลือกินแล้ว ...เฮ็ดไปทุกวันๆ แบบนี้คือเฮากินข้าวทุกวัน บางวันกะกินกับพริกกับกินเกลือ..กินไปทุกๆ วันมันสิเจอเองของดี..” โอวาทธรรมคำสอน #หลวงปู่จันทร์เรียน_คุณวโร #คติธรรม #หลวงปู่ขาว_อนาลโย โอวาทธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย "ยึดแล้วเอามาเผาใจ" " .. "ความทุกข์กายเป็นสัตวทุกข์ มีอยู่เป็นสิ่งธรรมดา" ให้เราตั้งสติอบรมจิตใจของเรา อย่าให้มันไปยึดถือร่างกาย ถ้าแม้นมันไม่ยึดถือแล้ว ก็จะอบรมจิตใจของเราให้มันสบาย "หากใจไม่สบายนี่มันทุกข์หลาย มันทุกข์ก็เพราะยึดเอาอารมณ์นั่นแหละเข้ามายึดถืออารมณ์ทั้งหลาย" อารมณ์ที่ไม่พอใจมันก็ยึดเข้ามา "ยึดเข้ามาแล้วก็เข้ามาเผาใจ" ไม่พอใจก็เป็นเหตุให้คับแคบตันใจ "อารมณ์ที่พอใจนั้น เมื่อมันพลัดพราก" เป็นวัตถุภายนอกก็ตาม หรือแม้ญาติมิตรก็ตาม "พลัดพรากจากไปมันเป็นทุกข์ ก็เพราะไม่รู้เท่าอารมณ์" .. " หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดป่าถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี "อนาลโยวาท" (หลวงปู่ขาว อนาลโย) เทศน์โปรด นพ.อวย เกตุสิงห์ และคณะ พ.ศ. ๒๕๑๓ “ชีวิตเราจะดีขึ้นหรือเลวลง ก็ด้วยการกระทำของเรา มันก็ง่ายหรือยากเพียงเท่านี้” ... พระอาจารย์ชยสาโร |
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|