| ลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/ |
|
| ความเพียร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66741 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | รสมน [ 03 มิ.ย. 2026, 13:42 ] |
| หัวข้อกระทู้: | ความเพียร |
ภาวนาจนสลบไปนี้ มันเป็นอีหลีเด้ …“ภาวนาจนสลบไปนี้ มันเป็นอีหลีเด้ ก่อนหน้าสิสลบอดข้าวแน่ ฉันแน่ แต่มันเร่งเข้าๆ นี้ละ มื้อนั้นประมาณบ่ายโมงกว่าๆ นี้ละ กำลังเดินจงกรมอยู่ เดินๆ อยู่กำลังมันสิหมด อ่อนลงๆ หน้ามืดเข้า ๆ ล้มลง เอ๋ามันสิตายดันเจ้าของไปอีกสิขยับไปตายข้างทางจงกรม ดันไปสลบแต่ยามใดบ่รู้ แล้วฟื้นขึ้นมาโอ้ย บ่ตายตั๋วนี้ ว่าแม่นนานคักยุ สลบไปนั้น มาคิดพ้อขึ้นมา นี้บ้อเพิ่นว่า ภาวนาสู้จนสลบไสลไปนี้"... อนาลโยวาท #หลวงปู่ชัยยงค์ อนาลโย วัดป่ากระพี้ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด “..พวกเราทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่มีโชคมีบุญมากเพราะเมื่อมองไปที่สัตว์ทั้งหลายแล้ว จะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็นต้น เป็นสัตว์ที่อาภัพมาก เพราะไม่มีโอกาสที่จะเรียนธรรม ไม่มีโอกาสที่จะปฏิบัติธรรม ไม่มีโอกาสที่จะรู้ธรรม ฉะนั้นก็หมดโอกาสที่จะพ้นทุกข์ จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ที่อาภัพ เป็นสัตว์ที่ต้องเสวยกรรมอยู่ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทั้งหลายจึงไม่ควรทำตัวให้เป็นมนุษย์ที่อาภัพ คือไม่มีข้อประพฤติ ไม่มีข้อปฏิบัติ อย่าให้เป็นคนอาภัพ คือ คนหมดหวังจากมรรค ผลนิพพาน หมดหวังจากคุณงามความดี อย่าไปคิดว่าเราหมดหวังเสียแล้ว ถ้าคิดอย่างนั้น จะเป็นคนอาภัพเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย คือไม่อยู่ในข่ายของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เมื่อมนุษย์เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีเช่นนี้แล้ว จึงควรที่จะปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจ ความเห็นของตนให้อยู่ในธรรม จะได้รู้ธรรม เห็นธรรม ในชาติกำเนิดที่เป็นมนุษย์นี้ ให้สมกับที่เกิดมาเป็นสัตว์ที่ควรตรัสรู้ธรรมได้..” โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕) “..กลัวแต่คนอื่นจะเห็นตับไตไส้พุงของตัว แต่ตัวเองไม่สนใจดูตับไตไส้พุงและจิตใจของตัวว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น มัวเพลินดูเพลินฝันเพลิดคิดแต่ภายนอก ไม่สนใจคิดเข้าภายในกายในจิตของตัวบ้าง จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหนนักปฏิบัติเรา ผู้ปฏิบัติเพื่อรู้หลักความจริงต้องดูตัวดูใจอันเป็นมหาเหตุก่อเรื่องต่างๆ มากกว่าดูสิ่งภายนอกหรือสิ่งอื่นใด และแสดงวิธีรักษาปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจ ด้วยความระมัดระวังในอิริยาบถต่างๆ ด้วยความมีสติและปัญญา ระลึกรู้ไตร่ตรองในเหตุการณ์ที่มาเกี่ยวข้องกับตน ด้วยความไม่ประมาทและชินชากับสิ่งใดในแดนสมมุติ ซึ่งล้วนเป็นแดนแห่งทุกข์และความเกิด-ตายของสัตว์โลกทั้งมวล..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) “..เราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิ ดังที่ทราบอยู่แก่ใจ แต่อย่าลืมตัวลืมวาสนาของตัว โดยลืมสร้างคุณงามความดีเสริมต่อภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์ จะเปลี่ยนแปลงและกลับกลายหายไป ชาติต่ำทรามที่ไม่ปรารถนาจะกลายมาเป็นตัวเราเข้าแล้วแก้ไม่ตก ความสูงศักดิ์ ความต่ำทราม ความสุขทุกขั้นจนถึงบรมสุข และความทุกข์ทุกขั้นจนเข้าขั้นมหันตทุกข์เหล่านี้ มีได้กับทุกคนตลอดสัตว์ถ้าตนเองทำให้มี อย่าเข้าใจว่าจะมีได้เฉพาะผู้กำลังเสวยอยู่เท่านั้น โดยผู้อื่นมีไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติกลาง แต่กลับกลายมาเป็นสมบัติจำเพาะของผู้ผลิตผู้ทำก็ได้ ฉะนั้นท่านจึงสอนไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน เมื่อเห็นเขาตกทุกข์หรือกำลังจน จนน่าทุเรศ เราอาจมีเวลาเป็นเช่นนั้นหรือยิ่งกว่านั้นก็ได้ เมื่อถึงวาระเข้าจริง ๆ ไม่มีใครมีอำนาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะกรรมดีชั่วเรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผู้อื่น จึงมีทางเป็นได้เช่นเดียวกับผู้อื่น และผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นที่เราเป็นและเคยเป็น..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) “จากกรรมสู่ธรรม” ... เรื่องความดี ขอให้เราอย่าประมาทแม้แต่ เรื่องเล็กน้อย ก็ขอให้อย่าประมาท พระพุทธเจ้าตรัสว่า “อย่าประมาทความดี แม้เพียงเล็กน้อย” ในทำนองเดียวกัน ความชั่วแม้เพียงเล็กน้อยก็ประมาทไม่ได้ เวลาพระให้พรก็จะสวดเป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า ... “ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยัง สมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด ทานที่ท่าน อุทิศให้แล้วในโลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละโลกนี้ ไปแล้วได้ฉันนั้น” ... มหาสมุทรย่อมเกิดจากห้วงน้ำ หลายๆ ห้วงน้ำ มารวมกัน ส่วนห้วงน้ำ ไม่ว่าแม่น้ำหรือลำคลอง ก็เกิดจากฝนทีละหยาด จากน้ำซับทีละหยด มารวมกัน จึงกลายเป็นลำธารและแม่น้ำ และจากแม่น้ำลำธาร ก็กลายเป็นทะเล และมหาสมุทร ความดีแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถช่วยเราได้ แต่ความชั่วแม้เพียง เล็กน้อย ก็สามารถทำให้เราเดือดร้อนได้ พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงโทษแห่งความโกรธว่า หากเราตายไปในขณะที่ยังโกรธอยู่ ก็จะตกนรกหมกไหม้ อย่าไปนึกว่าโกรธก็ได้ ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ก็หาย อย่าไปนึกอย่างนั้น เพราะว่าตอนโกรธเราไม่รู้หรอกว่า เราอาจจะตายตอนนั้นก็ได้ ถ้าตายตอนโกรธ สามารถไปนรกได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าโกรธ เมื่อไหร่ ให้ปล่อยวางเร็วๆ แล้วก็สอนลูกหลาน อย่างนั้นด้วย สอนให้ทำความดีตั้งแต่เรื่อง เล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ความดีเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสะสมนี่แหละ ที่จะช่วยให้เราพ้นทุกข์ หรือว่าเปลี่ยนทุกข์ ให้กลายเป็นสุขได้ ... ... พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล #ศีลเป็นเครื่องระงับ "... ศีลเป็นเครื่องระงับสงบกายวาจา กายวาจาสงบ จิตก็สงบ เมื่อจิตสงบ ก็ตั้งมั่น เกิดเป็นสมาธิ จิตมีอำนาจ มีกำลัง เมื่อจิตตั้งมั่นแท้แล้ว อยากรู้อะไรก็รู้ได้ เกิดปัญญาเห็นแจ้ง เมื่อมีปัญญาแล้วก็ไม่หลงอะไรอีกต่อไป ไม่ทำอะไรผิด มีสติ รู้เท่าทัน อะไรถูกอะไรผิด เมื่อไม่ทำอะไรผิด ความทุกข์ก็ไม่มี มีปัญญารู้ตามความเป็นจริง ความเศร้าโศกเสียใจอะไรก็ไม่มี ... เพราะรู้แล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นเอง ความพลัดพรากจากของรัก ความไม่ได้สิ่งที่อยากได้ ความไม่ได้สิ่งที่อยากเป็น เหล่านี้เป็นของธรรมดา ไม่ใช่เรื่องสำหรับเศร้าโศกเสียใจ มีปัญญาเห็นจริงอย่างนี้แล้ว คิดอะไรก็ดี ทำอะไรก็ดี พูดอะไรก็ดี ดีทั้งนั้น ... ท่านทั้งหลายควรศึกษาเรื่องเหล่านี้ ไปพร้อม ๆ กับศึกษาวิชา แล้วกาลภายหน้าก็จะแจ่มใส ..." """"""""""""""""""""""""""""""""""" #อนาลโยวาท___ #หลวงปู่ขาว_อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู (พ.ศ. ๒๔๓๑ - ๒๕๒๖) “..พวกเราทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่มีโชคมีบุญมากเพราะเมื่อมองไปที่สัตว์ทั้งหลายแล้ว จะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็นต้น เป็นสัตว์ที่อาภัพมาก เพราะไม่มีโอกาสที่จะเรียนธรรม ไม่มีโอกาสที่จะปฏิบัติธรรม ไม่มีโอกาสที่จะรู้ธรรม ฉะนั้นก็หมดโอกาสที่จะพ้นทุกข์ จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ที่อาภัพ เป็นสัตว์ที่ต้องเสวยกรรมอยู่ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทั้งหลายจึงไม่ควรทำตัวให้เป็นมนุษย์ที่อาภัพ คือไม่มีข้อประพฤติ ไม่มีข้อปฏิบัติ อย่าให้เป็นคนอาภัพ คือ คนหมดหวังจากมรรค ผลนิพพาน หมดหวังจากคุณงามความดี อย่าไปคิดว่าเราหมดหวังเสียแล้ว ถ้าคิดอย่างนั้น จะเป็นคนอาภัพเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย คือไม่อยู่ในข่ายของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เมื่อมนุษย์เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีเช่นนี้แล้ว จึงควรที่จะปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจ ความเห็นของตนให้อยู่ในธรรม จะได้รู้ธรรม เห็นธรรม ในชาติกำเนิดที่เป็นมนุษย์นี้ ให้สมกับที่เกิดมาเป็นสัตว์ที่ควรตรัสรู้ธรรมได้..” โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕) ใจนั้นเมื่อใส่ลงไปในอะไร สิ่งนั้นก็กลาย เป็นของพิเศษขึ้นมาได้ แม้แต่การกินข้าว ถ้าเราใส่ใจลงไป ก็กลายเป็นการปฏิบัติธรรม ไปทันที มันจะไม่ใช่เรื่องของการเลี้ยงดู ร่างกายอย่างเดียว แต่ยังเป็นการบำรุงจิตใจ ด้วย การกินด้วยสติจะพาเราสัมผัสกับ อีกมิติหนึ่ง ที่ท่านพุทธทาสภิกขุเรียกว่า “ความว่าง” เป็นมิติที่อยู่ “เหนือโลก” หรือ เรียกว่า “โลกุตตระ” สิ่งสามัญกลับกลายเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา เพราะความใส่ใจนี้เอง ชีวิตประจำวันของเรา จะไม่ใช่สิ่งดาษ ๆ ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป หากเราใส่ใจลงไป ในทุกอย่าง โดยไม่เลือกว่าเล็กว่าน้อย แทนที่จะปล่อยใจลอย หรือทำหลายอย่าง เวลาเดียวกัน ลองใส่ใจกับแต่ละอย่างที่ทำ อย่างจริงจัง ดูซิว่า มิติใหม่จะเผยปรากฏ แก่เราหรือไม่ ... พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล “..พวกเราทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่มีโชคมีบุญมากเพราะเมื่อมองไปที่สัตว์ทั้งหลายแล้ว จะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็นต้น เป็นสัตว์ที่อาภัพมาก เพราะไม่มีโอกาสที่จะเรียนธรรม ไม่มีโอกาสที่จะปฏิบัติธรรม ไม่มีโอกาสที่จะรู้ธรรม ฉะนั้นก็หมดโอกาสที่จะพ้นทุกข์ จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ที่อาภัพ เป็นสัตว์ที่ต้องเสวยกรรมอยู่ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทั้งหลายจึงไม่ควรทำตัวให้เป็นมนุษย์ที่อาภัพ คือไม่มีข้อประพฤติ ไม่มีข้อปฏิบัติ อย่าให้เป็นคนอาภัพ คือ คนหมดหวังจากมรรค ผลนิพพาน หมดหวังจากคุณงามความดี อย่าไปคิดว่าเราหมดหวังเสียแล้ว ถ้าคิดอย่างนั้น จะเป็นคนอาภัพเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย คือไม่อยู่ในข่ายของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เมื่อมนุษย์เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีเช่นนี้แล้ว จึงควรที่จะปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจ ความเห็นของตนให้อยู่ในธรรม จะได้รู้ธรรม เห็นธรรม ในชาติกำเนิดที่เป็นมนุษย์นี้ ให้สมกับที่เกิดมาเป็นสัตว์ที่ควรตรัสรู้ธรรมได้..” โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕) “จิต ก็ส่งคืนให้จิต ผู้รู้ ก็ส่งคืนให้ผู้รู้ ปัจจุบัน ก็ส่งคืนให้ปัจจุบัน จะส่ง หรือไม่ส่ง ปัจจุบันก็ไม่มาเป็นสงครามกับใคร ผู้รู้ ก็ไม่มาเป็นสงครามกับใคร ดิน ฟ้า อากาศ ธาตุดิน น้ำ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ไม่มาเป็นสงครามกับใคร แต่ผู้หลง ยึดถือเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรา เป็นเขา จริงๆ จังๆ กลับเป็นสงครามกับสิ่งเหล่านี้” ... หลวงปู่หล้า เขมปัตโต “..กลัวแต่คนอื่นจะเห็นตับไตไส้พุงของตัว แต่ตัวเองไม่สนใจดูตับไตไส้พุงและจิตใจของตัวว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น มัวเพลินดูเพลินฝันเพลิดคิดแต่ภายนอก ไม่สนใจคิดเข้าภายในกายในจิตของตัวบ้าง จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหนนักปฏิบัติเรา ผู้ปฏิบัติเพื่อรู้หลักความจริงต้องดูตัวดูใจอันเป็นมหาเหตุก่อเรื่องต่างๆ มากกว่าดูสิ่งภายนอกหรือสิ่งอื่นใด และแสดงวิธีรักษาปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจ ด้วยความระมัดระวังในอิริยาบถต่างๆ ด้วยความมีสติและปัญญา ระลึกรู้ไตร่ตรองในเหตุการณ์ที่มาเกี่ยวข้องกับตน ด้วยความไม่ประมาทและชินชากับสิ่งใดในแดนสมมุติ ซึ่งล้วนเป็นแดนแห่งทุกข์และความเกิด-ตายของสัตว์โลกทั้งมวล..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) #ภาวนาตลอดเวลา "...ถ้าเรามีสติอยู่ มีสัมปชัญญะ อยู่ มีความรู้ตัวอยู่เสมอ แล้วก็คือเราได้ ประพฤติปฏิธรรม อยู่ตลอดกาล ตลอดเวลา ดังนั้นไม่ควรคิดว่าธรรมะอยู่ไกล ถ้าเราเห็นสิ่งเหล่านี้ สักแต่ว่า เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เท่านั้น ปัญญามันก็เกิด ถ้าอารมณ์สุขขึ้นมา ทุกข์ขึ้นมา ชอบใจขึ้นมา ไม่ชอบใจขึ้นมา เรานึกเห็นมันทุกอย่างว่า มันก็เท่านั้นแหละ สุข มันก็เท่านั้นแหละ ทุกข์ มันก็เท่านั้นแหละ ก็แปรเราเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว เมื่อเห็นแล้วเราไม่ยึดไม่ถือคลี่คลายจากราคะโทสะ โมหะ อยู่เรื่อยไปเรียกได้ว่า เราปฏิบัติอยู่ทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้งยืน เดิน นั่ง นอน มีความรู้อยู่ มีความเห็นอยู่ มีความพร้อมเพียงอยู่ มีความปฏิบัติอยู่พิจารณาอยู่ภาวนาอยู่ตลอดเวลา..." โอวาทธรรม หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พระพุทธองค์ตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ฉะนั้น เราจะเข้าถึงพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งโดยแท้ได้ ก็ด้วยการเข้าถึงพระธรรม พระพุทธเจ้าปรินิพพานนานแล้วก็จริง แต่ธรรมะเป็นอมตะ ไม่ได้หายไปไหน เหมือนน้ำที่อยู่ใต้ดิน ใครยอมขุดดิน อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่หวั่นไหว ต่ออุปสรรคย่อมมีสิทธิ์ดื่มรสพระธรรม และการดื่มรสพระธรรมนั้น เปรียบเสมือน การกราบพระพุทธเจ้า ... พระอาจารย์ชยสาโร “..กลัวแต่คนอื่นจะเห็นตับไตไส้พุงของตัว แต่ตัวเองไม่สนใจดูตับไตไส้พุงและจิตใจของตัวว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น มัวเพลินดูเพลินฝันเพลิดคิดแต่ภายนอก ไม่สนใจคิดเข้าภายในกายในจิตของตัวบ้าง จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหนนักปฏิบัติเรา ผู้ปฏิบัติเพื่อรู้หลักความจริงต้องดูตัวดูใจอันเป็นมหาเหตุก่อเรื่องต่างๆ มากกว่าดูสิ่งภายนอกหรือสิ่งอื่นใด และแสดงวิธีรักษาปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจ ด้วยความระมัดระวังในอิริยาบถต่างๆ ด้วยความมีสติและปัญญา ระลึกรู้ไตร่ตรองในเหตุการณ์ที่มาเกี่ยวข้องกับตน ด้วยความไม่ประมาทและชินชากับสิ่งใดในแดนสมมุติ ซึ่งล้วนเป็นแดนแห่งทุกข์และความเกิด-ตายของสัตว์โลกทั้งมวล..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) #โอวาทธรรม #หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร โอวาทธรรมหลวงปู่สิม พุทธาจาโร การภาวนา เป็นเหมือนเครื่องค้นคว้าหาแก้วอันประเสริฐ คนเรามีแก้วอันประเสริฐอยู่ในตัว แต่เมื่อไม่อาศัยการภาวนาก็ไม่สามารถค้นพบแก้วนั้นได้ พระพุทธศาสนามีคุณค่าสูงก็ด้วยสอนวิธีภาวนาทำใจที่มีกิเลสอาสวะเศร้าหมองอยู่ ให้หมดจดจากสิ่งเศร้าหมองกลับผ่องใสขึ้น หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ “อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง ในเวลาที่ ควรวางใจ เช่น ในเวลาที่ผู้อื่นถึงความวิบัติ ก็วางใจเป็นกลาง ไม่ดีใจว่าศัตรูถึงความวิบัติ ไม่เสียใจด้วยว่าคนที่รักถึงความวิบัติ ด้วยพิจารณาในทางกรรมว่า ทุก ๆคน มีกรรมเป็นของตน ต้องเป็นทายาทรับผล ของกรรมที่ตนได้กระทำไว้เอง ความเพ่งเล็ง ถึงกรรมเป็นสำคัญดังนี้ จนวางใจลงในกรรม ได้ ย่อมเป็นเหตุถอนความเพ่งเล็งบุคคล เป็นสำคัญ นี้แหละเรียกว่า อุเบกขา เป็นเหตุปลูกอัธยาศัยให้เพ่งเล็งถึงความผิด ถูกชั่วดีเป็นสำคัญ ทำให้คนมีใจยุติธรรม ในเรื่องทั่วๆ ไปด้วย” ... ... พระคติธรรม สมเด็จพระญาณสังวร ฯ (เจริญ คชวัตร) “..กลัวแต่คนอื่นจะเห็นตับไตไส้พุงของตัว แต่ตัวเองไม่สนใจดูตับไตไส้พุงและจิตใจของตัวว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในนั้น มัวเพลินดูเพลินฝันเพลิดคิดแต่ภายนอก ไม่สนใจคิดเข้าภายในกายในจิตของตัวบ้าง จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหนนักปฏิบัติเรา ผู้ปฏิบัติเพื่อรู้หลักความจริงต้องดูตัวดูใจอันเป็นมหาเหตุก่อเรื่องต่างๆ มากกว่าดูสิ่งภายนอกหรือสิ่งอื่นใด และแสดงวิธีรักษาปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจ ด้วยความระมัดระวังในอิริยาบถต่างๆ ด้วยความมีสติและปัญญา ระลึกรู้ไตร่ตรองในเหตุการณ์ที่มาเกี่ยวข้องกับตน ด้วยความไม่ประมาทและชินชากับสิ่งใดในแดนสมมุติ ซึ่งล้วนเป็นแดนแห่งทุกข์และความเกิด-ตายของสัตว์โลกทั้งมวล..” ภูริทตฺตธมฺโมวาท พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒) #คติธรรม #หลวงพ่อชา_สุภัทโท โอวาทธรรมหลวงปู่ชา สุภัทโท จิตที่ถูกปฏิบัติจะพัฒนาได้ "พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า อานนท์ ปฏิบัติให้มาก ทำให้มาก แล้วจะสิ้นสงสัย ความสงสัยจะไม่มีวันสิ้นไปได้ ด้วยการคิด ด้วยทฤษฏี ด้วยการคาดคะเน หรือด้วยการถกเถียงกัน หรือจะอยู่เฉย ๆ ไม่ปฏิบัติ ภาวนาเลย ความสงสัยก็หายไปไม่ได้ อีกเหมือนกัน กิเลสจะหายสิ้นไปได้ก็ด้วยการพัฒนาทางจิต ซึ่งจะเกิดได้ก็ด้วยการปฏิบัติที่ถูกต้องเท่านั้น" หลวงปู่ชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ระยะหลังนี้ กลายเป็นกระแสนิยมในหมู่ คนไทยรุ่นใหม่ในเมืองที่มาจากครอบครัวพุทธ ที่จะประกาศตนว่า ‘ไม่มีศาสนา’ คนเหล่านี้ รีบกลืนความคิดจากตะวันตกที่ว่าศาสนาเป็น เรื่องของความเชื่อ โดยแทบไม่เคี้ยวเสียก่อน แต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ชีวิตก็ยังคง วนเวียนอยู่กับสองแกนหลัก คือ ทุกข์กับสุข โดยไม่อาจเลี่ยงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงยังพอมี ความหวังว่าสักวันหนึ่ง คนเหล่านี้จะฉลาดพอ ที่จะค้นพบขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ฝังอยู่ ใต้ฝ่าเท้าของตัวเอง ... ... ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร “..พวกเราทั้งหลายจึงเป็นผู้ที่มีโชคมีบุญมากเพราะเมื่อมองไปที่สัตว์ทั้งหลายแล้ว จะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็นต้น เป็นสัตว์ที่อาภัพมาก เพราะไม่มีโอกาสที่จะเรียนธรรม ไม่มีโอกาสที่จะปฏิบัติธรรม ไม่มีโอกาสที่จะรู้ธรรม ฉะนั้นก็หมดโอกาสที่จะพ้นทุกข์ จึงเรียกว่าเป็นสัตว์ที่อาภัพ เป็นสัตว์ที่ต้องเสวยกรรมอยู่ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทั้งหลายจึงไม่ควรทำตัวให้เป็นมนุษย์ที่อาภัพ คือไม่มีข้อประพฤติ ไม่มีข้อปฏิบัติ อย่าให้เป็นคนอาภัพ คือ คนหมดหวังจากมรรค ผลนิพพาน หมดหวังจากคุณงามความดี อย่าไปคิดว่าเราหมดหวังเสียแล้ว ถ้าคิดอย่างนั้น จะเป็นคนอาภัพเหมือนสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย คือไม่อยู่ในข่ายของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น เมื่อมนุษย์เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีเช่นนี้แล้ว จึงควรที่จะปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจ ความเห็นของตนให้อยู่ในธรรม จะได้รู้ธรรม เห็นธรรม ในชาติกำเนิดที่เป็นมนุษย์นี้ ให้สมกับที่เกิดมาเป็นสัตว์ที่ควรตรัสรู้ธรรมได้..” โอวาทธรรมคำสอน พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕) ใช้ธรรม นำหน้า ใช้ความจำ เป็นครู ใช้ความรู้ เป็นความเพียร ใช้ความคิด สร้างความดี ใช้ปัญญา เป็นประโยชน์ ใช้ความสันโดษ เป็นความพอดี ใช้สติ เป็นความไม่ประมาท ใช้คำสอนของพระพุทธเจ้า ดับทุกข์ ใช้หลักปฏิบัติของความเพียร ดับทุกข์ จิตเมตตา กรุณา นำมาซึ่งความร่มเย็น สวัสดี มั่นคงในความดีจนที่สุดของชีวิต เจริญธรรม เจริญพร เจริญสุข ... คำสอน หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพมหานคร “ นิพพานไม่ได้สูญ ไม่ได้อยู่ตามที่โลกคาดคะเน หรือเดากันทำจริงจะได้เห็นของจริง รู้จริงและจะเห็นนิพพานเอง เห็นพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านบริสุทธิ์เอง และหายสงสัย….โดยประการทั้งปวง ” #โอวาทธรรม #คำสอน #พ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ อ.วังสะพุง จ.เลย |
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|