| ลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/ |
|
| อำนาจของความคิด http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=66649 |
หน้า 1 จากทั้งหมด 1 |
| เจ้าของ: | รสมน [ 21 เม.ย. 2026, 15:40 ] |
| หัวข้อกระทู้: | อำนาจของความคิด |
"ใช้คนเดียว สุขน้อย สุขสั้น รู้จักแบ่งปัน สุขมาก สุขนาน" พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ เพราะฉะนั้นเราทุกท่านเราทุกคน ห่มจีวรสวยๆมีตำแหน่งหน้าที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ สมณศักดิ์มากมายก่ายกองอะไรขนาดไหน เราไม่ได้ไปพูดกระทบนะ แต่เราพูดเปรียบเทียบให้ฟัง อาจจะไม่มีธรรมที่แท้ก็ได้ มีแต่ยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ธรรมที่แท้จริงๆมันอาจจะไม่มีก็ได้ เพราะฉะนั้นน่ะอาหารนี่ ภาชนะที่มันสวยงามแต่อาหารที่มันอยู่ในภาชนะอาจจะไม่อร่อยก็ได้ ไม่เหมือนหลวงตาหลวงปู่ของเราทางภาคอีสานนั้นน่ะ งกๆเงิ่นๆบ้างอะไรต่างๆบ้างนั้นน่ะ เหมือนกับอาหารใส่ใบตองมาอะไรอย่างนั้น ใส่ใบตองมา ใส่กระดาษมาหรือห่อใบไม้มา อะไรก็แล้วแต่.. จะไปบอกว่าห่อใบไม้มา ห่อใบตองมา หรือห่อใบบอนมาอาหารเหล่านั้นจะไม่อร่อย...ไม่ใช่นะ ! ท่านอาจจะไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์อาจจะไม่มีตำแหน่งหน้าที่ หรือไม่มีอะไรต่างๆ สมณศักดิ์อะไรเลย แต่ท่านมีธรรมนะ อาหารที่ห่อใบตองมา ห่อใบบอนมา มันก็อาจจะอร่อยกว่าอาหารที่อยู่ในภาชนะหรือชามสวยๆก็ได้ เพราะฉะนั้นเราทุกท่านเราทุกคนธรรมเท่านั้นแหละที่จะทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติตนความพ้นทุกข์ได้ แต่ธรรมเหล่านั้นต้องโอปะนะยิโก น้อมมาสู่ใจเรา พระธรรมเทศนา พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ เจ้าอาวาสวัดธรรมสถิต จ.ระยอง ถอดเทป/เรียบเรียง : นรินทร์ ศรีสุทธิ์ เมตตาและการให้อภัย “การให้อภัยและการแผ่เมตตา แท้จริงก็คือการสยบปิศาจร้าย มิให้มาหลอกหลอนอีกต่อไป จะเรียกว่าเป็นการเชื้อเชิญ มันออกไปจากจิตใจของเราก็ได้ ด้วยการให้อภัยและการแผ่เมตตาเท่านั้น จิตใจของเราจึงจะได้รับการเยียวยา และกลับเป็นปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง” พระไพศาล วิสาโล " มีเงินมีทองไม่สามารถสร้างเราให้เป็นคนดีได้จาก โลกนี้ไปต้องเวนคืนทั้งหมด " หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม "ภาวนาไปลมหายใจเข้าออกอยู่กับพุทโธ อยู่กับกายกับจิตนี่แหละ สุดท้ายก็ทิ้งทั้งกายทั้งจิต" "นอนไม่หลับ ก็ให้เดินจงกรมนั่งสมาธิ" โอวาทของ หลวงปู่ครูบาอินสม สุวีโร วัดป่าธรรมสันติ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ การเป็นผู้ให้สุขใจกว่าการเป็นผู้รับ มาวัดให้เป็นผู้ให้อย่าเป็นผู้เอา ใจร้ายเป็นผี ใจดีเป็นพระ การทำบุญทำแทนกันไม่ได้ ใครทำคนนั้นได้ อายุเราใช้มาแล้วเท่าไหร่ จะเหลืออีกเท่าไรไม่มีใครรู้ มาวัดมีแต่คำอ้างว่ายาก ยากหลายมีแต่จะรีบกลับบ้าน เมื่อมันยุ่งมันยากแล้วจะกลับบ้านไปหาความยากมันทำไม ให้รักษากาย วาจา ใจ ให้อยู่ในศีลในธรรม คิดดี ทำดี พูดดี โอวาทธรรมคำสอน หลวงพ่อทองจันทร์ พุทธญาโณ วัดป่าหุบเขาผาจันทน์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จงหาที่สงัด เป็นประจํา วางภาระชีวิตชั่วคราว หันมาทําความคุ้นเคย กับธรรมชาติของตัวเอง ... พระอาจารย์ชยสาโร ศีล สมาธิ ปัญญา สามอย่างนี้ ไม่อาจแยกกันได้ ต้องมีพอดีกัน . …. “ ฉะนั้น จึงขอร้องให้สนใจ ทําจิตให้เป็นสมาธิ นี่เป็นตัวแกนกลาง แกนกลางยืนโรงอยู่. ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ศีลมันจะมาตลอดเวลาที่เราตั้งจิตทําสมาธิถึงที่สุด, จะไปทุศีลขาดศีลกันไม่ได้ดอก เมื่อตั้งใจจะทําสมาธิอยู่ แต่ถ้ามันขาดศีลอยู่ก่อนโน้น ก็ตามเรื่อง นั้นก็ไปทํา ไปชะล้างกันเสียก่อน : ไปปลงอาบัติกันเสียก่อน ไปทําอะไรกันเสียก่อน แล้วก็มาตั้งหน้าตั้งตาทําสมาธิ แล้วศีลก็จะมีมาเองอย่างเพียงพอ แล้วปัญญาก็จะค่อยๆ ออกมาอย่างเพียงพอ แล้วมันก็เกิดความเพียงพอทั้งศีล ทั้งสมาธิ ทั้งปัญญา นี้เรียกว่า จิตตภาวนา การเจริญจิต หรือ การอบรมจิต. …. ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่อาจแยกกันได้ เรียกว่าโดยธรรมชาติแล้ว ศีล สมาธิ ปัญญา สามอย่างนี้ไม่อาจจะแยกกัน ; ถ้าจะให้ทําการงานอะไรสักอย่างแล้วไม่อาจจะแยกกัน : ไม่ต้องพูดถึงเรื่องธรรมะ, เรื่องธรรมดาสามัญในบ้านในเมือง เราจะทําอะไรอย่างนี้ มันต้องมีการควบคุมมือ, หรือควบคุมสิ่งที่จะทํา, แล้วก็ควบคุมจิต แล้วก็มีปัญญาที่จะทํา …. อย่างเราจะผ่าฟืน, เลวอย่างต่ำที่สุด เราจะผ่าฟืน เราต้องควบคุมมือ นี้มันเป็นศีล ; เราต้องควบคุมจิต นี้มันเป็นสมาธิ, แล้วต้องมีความรู้พอที่จะผ่าอย่างไรสําหรับไม้ชิ้นนี้ มันก็เป็นปัญญา, …. ฉะนั้น ในการกระทําของมนุษย์ที่จะสําเร็จประโยชน์แล้ว จะต้องมีพร้อม ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ขาด ; ถ้าขาดแล้วทําไม่ได้. ตัวอย่างผ่าฟืนนั่น ลองขาดการควบคุมมือ เดี๋ยวมันก็ตัดเอาตีนแหละ แทนที่จะไปตัดไม้ฟืน, มันก็ทําไม่ได้ดอก, ไม่ว่าจะทําอะไร คุณจะทําเลข คุณจะเรียนหนังสือ คุณจะทําอะไร มันจะต้องมีลักษณะแห่งศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมกันอยู่ที่นั่น แล้วกลมกลืนกันเป็นอันเดียวกัน ไม่แยกกันเป็น ๓ อย่างดอก …. นี้เป็นหลักสําคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ว่าจะต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา ตามสัดส่วน แล้วกลมกลืนเป็นอันเดียวกัน : เขาเรียกว่า “ธัมมสมังคี” ความสมังคีแห่งธรรมะ. สมังคี แปลว่า มีส่วนประกอบเสมอพอดี, พอดีกัน คือ เหมาะส่วน. ถ้าแจกเป็นแปด เป็น “อริยมรรคมีองค์แปด” แล้วก็เรียกว่า “มัคคสมังคี”, มรรคทั้งแปดองค์ต้องมาพร้อมกันหมดเลย ทั้ง ๘ องค์มาเป็นเรื่องเดียวกัน แล้วก็ทําหน้าที่ตัดกิเลส. มรรคมีองค์แปด ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพียงแต่ว่ากระจายออกเป็น ๘ ส่วน ไม่ว่าอะไรๆละ มันจะรวมอยู่ที่ศีล สมาธิ ปัญญา จะลดให้น้อยลงก็ได้ จะให้พูดให้มากออกไปก็ได้ แต่แล้วต้องมาด้วยกันทั้งนั้นแหละ ฉะนั้น เรารู้เรื่อง ธรรมชาติว่าศีล สมาธิ ปัญญา มันไม่เคยแยกกัน ถ้ามันจะต้องทํางานหรือทําหน้าที่” . พุทธทาสภิกขุ ที่มา : ธรรมบรรยายประจำวันเสาร์ ภาคมาฆบูชา ชุดธรรมะเล่มน้อย หัวข้อเรื่อง “จิตตภาวนา คือชีวิตพัฒนา” บรรยายเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๒๖ จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ เล่มชื่อว่า “ธรรมะเล่มน้อย” หน้า ๕๘-๕๙ อย่าเมาครูเมาอาจารย์_อย่ามัวเมาในตัวบุคคล “...พระธรรมวินัยขององค์พระพุทธเจ้า เป็นครูบาอาจารย์ที่ดีที่สุดในยุคสมัยนี้ บุคคลพระสงฆ์องค์เณรใด หากอนุวัติตามก็ควรถือให้เป็นครูเป็นอาจารย์ แต่ต้องให้ถูก ให้ดี ให้ตรง ในสัตว์โลกทั้งหลาย มีเครื่องดึงดูดกันไว้อยู่ ธาตุของธรรม สายบุญสายบารมี ความดีความชั่วร่วมกันมา อธิมุตติธรรม ดึงรั้งเข้าหากัน ในสานุศิษย์และตัวครูบาอาจารย์ สำคัญอย่าเมาแต่ตัวบุคคล ให้ระลึกถึงพระธรรมพระวินัย ของพระพุทธเจ้าที่พระองค์วางไว้ให้แล้ว อย่าเมาหลายในตัวบุคคล ครูบาอาจารย์พาไปนรกมันมากนะ อย่าว่านักบวชแล้วดีไปหมด เวลาตกนรก ผู้ที่เราถือเป็นครูบาอาจารย์ อยู่ข้างล่างเราลงไปอีก คบคน คบนักบวช ให้ระวังให้ดี." คติธรรม หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร| (คัดจาก คุรุแก้วปณิธาน) #ชาวพุทธขาดจุดยืน "...การสวดมนต์หรือมนต์ที่เราจะต้องสวด ที่เป็น จุดยืน คือ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เมตตาพรหม วิหาร ตบท้ายด้วยการอุทิศส่วนกุศล อยู่กันที่ตรงนี้ ชาวพุทธเราเวลานี้ไม่มีจุดยืน ใครเอาอะไรมาให้ก็ สวดกันหมด เดี๋ยวนี้ยิ่งมาก พิมพ์ออกมาแจกกันเป็น เล่มๆ บางทีฟังดูกันแล้ว ภาษามคธบ้าง ภาษาบาลี บ้าง สลับกันไป มันก็เลยไม่ทราบว่าจะเอาอะไรเป็น จุดยืน ผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ยังไม่รู้ซึ้งถึงแก่นแห่งธรรม มันก็ไม่ทราบว่าจะจับเอาอะไรเป็นหลัก อย่างที่เราสร้างวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง มาแจกมาจ่ายกันอยู่นี่ ก็เลยไปเข้าใจว่า คุณพระ พุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไปอยู่กับพระพุทธรูป อยู่กับเครื่องรางของขลัง แท้ที่จริงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในจิตในใจของเรานี่ จิตใจของเรามีสติสัมปชัญญะ รู้ ตื่น เบิกบาน นั่น แหละคือคุณของพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในจิตของเรา การทรงไว้ซึ่งความรู้สึกเช่นนั้นก็คือ มีพระธรรมในใจ ผู้มีพระพุทธ พระธรรมในใจ จะต้องมีเจตนาตั้งมั่นว่า เราจะละชั่ว ประพฤติดี ทำจิตให้บริสุทธิ์สะอาด ก็เป็น คุณของพระสงฆ์ ก็อยู่กันที่ตรงนี้ แล้วเราจะไปไหว้วอนให้เทพเจ้า หรือพระเจ้า หรืออะไรต่ออะไรมาช่วยเหลือเรา มันเป็นไปไม่ได้ ชีวิตทุกดวงมันขึ้นอยู่กับกฎของกรรม..." พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) #ปกิณกะธรรมของ.(ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี.. อดีตเจ้าอาวาสวัดอโศการาม สมุทรปราการ #ปกิณกะธรรม_๑ แสดงธรรม ณ ศาลาอุรุพงศ์ วัดบรมนิวาส เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ "ความชั่ว"..ตั้งใจจะ "ละ" ไปจนตาย "ความดี"..ตั้งใจจะ "ทำ" ไปจนตาย เราต้องตั้งใจอย่างนี้จึงจะใช้ได้ "ความคิด" นั้นยาว "ความนึก"นั้นสั้น ต้องรวมลงเป็นอันเดียวกันขณะทำความสงบ นึก ก็คือ มุ่งไปในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง คิด คือ ตรองว่าถ้าทำเหตุอย่างนั้นๆแล้วจะได้ผลอย่างไร ดีหรือไม่ดี เมื่อมี "อริยทรัพย์" แล้วก็เป็น "อริยชน" ใจของเราก็จักได้หล่อเลี้ยงด้วยอริยทรัพย์ และกายของเราก็จักได้ความสุขสมบูรณ์ ลมทั่วตัวเป็น "มหาภูตรูป" สติทั่วตัวเป็น "มหาสติปัฏฐาน" จิตใหญ่เป็น "มหคคตํ จิตตํ" "มหากุสลํ กมฺมํ" ถ้ากายของเราเป็นใหญ่ ใจของเราก็เป็นใหญ่ เรียกว่า "อธิปติปจฺจโย" เราก็จะมี "อริยทรัพย์" เต็มที่ (จิตที่เป็น "อธิปติ" เปรียบเหมือนกับแท่งหินใหญ่ที่ตั้งบนยอดเขาสูง ถึงลมจะพัดมาทางทิศใดก็ไม่หวั่นไหว) #การทำความสงบมีประโยชน์_๒_อย่างคือ.. (๑) ข่ม (๒) ตัด ถ้าเราตัดไม่ได้ เพียงข่มไว้ก็ยังดี "ข่ม" แปลว่า มีอยู่แต่ไม่ให้มันกำเริบ พยายามกดไว้ "ตัด" หมายความว่า.. ไม่ให้มันเกิดเลย --------------------------------------- #พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ #พระอาจารย์ลี_ธมฺมธโร วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ (พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔) หาเนื้อคู่ ให้ดูว่า...เขามีศีล หรือไม่มีศีล ถ้าเขามีศีล เขาจะไม่มาทำ ให้เรา "ทุกข์ใจ" อย่างแน่นอน คนที่ไม่มี...สามีภรรยา ก็ไม่ต้องมาทุกข์ อยู่คนเดียวได้ก็ไม่ต้องทุกข์ อะไร โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต คนเราโดยมากมีภายนอก และภายใน ไม่ตรงกัน เช่น ภายนอกรักษามารยาท อันดีต่อกัน แต่ภายในคิดไม่ดีต่อกัน เช่นคิดทำร้ายประหัตประหารกัน หรือบางทีภายในใจไม่มีวัฒนธรรมเลย ทั้งที่ภายนอกแสดงว่ามีวัฒนธรรมต่อกัน เป็นการตีหน้าซื่อ แต่ใจคด เรื่องเช่นนี้ มีมานานแล้ว จนมีคำกล่าวมาตั้งแต่ ดึกดำบรรพ์ว่า “สัตว์เดรัจฉานอ่านง่าย ส่วนมนุษย์อ่านยาก” เพราะมนุษย์มีชั้นเชิง มากนัก มีความคิดซับซ้อน มีการปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยตามความเป็นจริง เปรียบเสมือนป่ารกชัฏ ที่ยากจะหยั่งถึง ผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ย่อมตกอยู่ในอำนาจของ ความคิดอันไม่บริสุทธิ์ แม้จะแสดงออก ภายนอกว่าดีงามเพียงใด หากภายในยัง ไม่สะอาด ก็ยังไม่อาจนับว่าเป็นผู้มีความดี อย่างแท้จริงได้ ... ... สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร จำไว้นะ...เขาแบกของหนัก อย่าไปหนักแทนเขา เรื่องของคนอื่น อย่าไปทุกข์แทนเขา ทำตัวเองให้ดีรักษาเอาไว้ ถ้าแกทำได้ แกจะสุขกว่าทุกคน - หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ |
|
| หน้า 1 จากทั้งหมด 1 | เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง |
| Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group http://www.phpbb.com/ |
|