วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.ย. 2020, 13:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 04:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3908


 ข้อมูลส่วนตัว


จิตทุกดวง วิญญาณทุกดวงนะ ที่เป็นเทวดานางฟ้า เวลาจุติลงมาจะมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ตั้งใจไว้ว่า เมื่อได้เกิดแล้วจะสร้างบุญสร้างกุศล สร้างคุณความดีให้ดีกว่าเดิม เพื่อจะให้ดีกว่าเดิมดังที่เป็นอยู่

แต่พอได้เกิดแล้ว ส่วนมากลืม ลืมในสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้ ลืมหมด เพราะหลง แทนที่จะสร้างบุญสร้างคุณความดีกันต่อ กลับไปสร้างบาปสร้างกรรมเสียแล้ว ทำให้ชีวิตตนเองตกต่ำเข้าไปอีก นี่แหละคนเรา มนุษย์เรา มีจำพวกเดียวที่ไม่หลงในชีวิต คือจำพวกที่เป็นพระอริยบุคคล ชั้นพระโสดาบัน ที่ลงมาเกิด นอกนั้นหลงหมดลืมหมด...

หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่









"คนเราดีเพราะความประพฤติ อัธยาศัยใจคอดีเพราะการอบรม ไม่ได้ดีเพราะเนื้อเพราะหนังมังสังอะไร ไม่ได้ดีเพราะรูปร่างกลางตัวว่าสวยว่างามเฉยๆ ดีอันนี้ดีเพียงหลอกตาอยู่หน้าร้านเท่านั้น ไม่ใช่ดีอย่างแท้จริง ไม่ใช่ดีอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ดีเป็นคุณภาพ ดีด้วยความเสกสรร พอประพฤติตัวไม่ดีเสียเท่านั้นความดีความสวยงามเหล่านี้ก็ล้มเหลวไปหมด ไม่มีคุณค่า ถ้าประพฤติตัวเป็นคนดี ถึงรูปร่างกลางตัวจะไม่สดสวยงดงาม แต่คุณธรรมของคนนั้นหากพาให้งดงามอย่างเย็นตาเย็นใจไปเอง เป็นคนดีอยู่ในตัว นี่ดีไม่ลดละดีไม่จืดจางดีอย่างนี้ ใครจะมาคบค้าสมาคมก็ทำให้สนิทติดใจไม่มีความเบื่อหน่ายจืดจาง นี่แหละธรรมมีอยู่ที่ไหนย่อมเป็นเหมือนแม่เหล็กเครื่องดึงดูดความดีคนดีทั้งหลายให้เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนม คบค้าสมาคมกับใครเขาก็พอใจคบไม่อิดหนาระอาใจเพราะความดีของเรา... "

#ส่วนหนึ่งในพระธรรมเทศนาของ
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
๔ พฤษภาคม ๒๕๒๔








#บัว : เป็นอาจารย์ที่ดีมากของมนุษย์

ให้ลองสังเกตดู ใบบัวไม่เคยหันไปทางที่มืดเลย มีแต่หันไปทางที่สว่าง ไสว ถ้าตรงไหนมืด เขาจะไม่หันไปเลย มีแต่จะหนีห่าง ตรงกันข้ามพระอาทิตย์ขึ้นตรงไหน ใบบัวก็จะ หันไปทางนั้น

#ถ้าหูหรือตาของเราเหมือนกับใบบัวเราก็จะมีความสุขทีเดียว...

อะไรที่ไม่ดีก็ไม่หันหูไปฟัง ไม่หันหน้าไปมอง รับฟังหรือมองแต่สิ่งดีๆ ที่เป็นธรรมะ เวลามีเงาทาบทับใบบัวจะหนีเลย จะเอนไปหาแสงสว่าง ไม่ยอมให้ความมืดเข้ามาครอบ แต่จะหันไปหาแสงสว่างตลอดเวลา

ถ้าคนเราเรียนรู้จากใบบัว คือนอกจากเลือกมองเลือกฟังแล้ว ยังพยายามหันจิตหันใจเข้าหาสิ่งดี หลีก เว้นความชั่วหรือสิ่งที่เป็นอกุศลก็มีโอกาสเป็นสุขไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่งจะมาจากไหน ก็มาจาก การเปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุข เหมือนกับดอกบัวนั้นเอง

ดอกบัวเกิดจากโคลนตม ใต้สระนี้เป็นโคลนตมทั้งนั้น ไม่น่าลงเลย แต่โคลนตมนี้แหล่ะ ที่ทำให้เกิดดอกบัว ที่สวยงาม เห็นแล้วเบิกบานใจ เห็นอย่างนี้แล้วเราก็น่าจะพัฒนาตนเองเพื่อฉลาดในการ เปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุข

โคลนตมหนาแค่ไหน ดอกบัวก็สามารถชูขึ้นมาจนพ้นน้ำได้ แล้วถ้าระดับน้ำสูงขึ้นเพราะฝนตกเยอะจะทำ อย่างไร แม้น้ำจะท่วมจนมิดแต่ใบบัวและดอกบัวก็ไม่ยอมนะ เขาจะยืดตัวขึ้นมาจนพ้นน้ำให้ได้ บัวจะไม่ ยอมจมอยู่ใต้น้ำเลย

คนเราถ้าไม่ยอมจมอยู่กับความทุกข์ ไม่ยอมจมอยู่กับความโกรธความเศร้า ชีวิตจะผ่องใสมาก เราต้อง รู้จักยกจิตออกมาจากอารมณ์ที่หม่นหมองให้ได้พอยกออกมาได้จิตใจก็จะปลอดโปร่งผ่องใส

จะทำอย่างนั้น ได้เราต้องหมั่นฝึกฝน ให้ฉลาดในการกู้จิตออกจากอารมณ์ กู้ออกมาให้ได้ อย่าไปจมอยู่กับมัน"

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล










เรื่อง "พระอาจารย์สิงห์ทอง นั่งสมาธิแล้วตัวลอย"

(ปกิณกธรรม พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร)
(โดย หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม)

ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ได้เล่าเรื่องท่านนั่งสมาธิตัวลอยให้ ท่านพระอาจารย์บุญมา คมฺภีรธมฺโม ฟังเมื่อครั้งพบกันที่วัดพระธาตุฝุ่น อำเภอสว่างแดนดิน ท่านเล่าว่า

ท่านเคยได้ยินว่า ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล นั่งภาวนาที่ระเบียงกุฏิ (คงจะเป็นเวลากลางวัน) ท่านรู้สึกว่าตัวท่านลอยขึ้น ท่านเลยเอะใจ ถอนจิตออกโดยไม่ได้ระวัง จึงตกลงก้นกระแทกกับพื้น ท่านไม่แน่ใจว่าตัวท่านลอย จึงเอาวัตถุไปเสียบไว้ที่หญ้ามุงหลังคาแล้วจึงนั่งภาวนาอีก ปรากฏว่าตัวลอยขึ้นไปอีก จึงหยิบวัตถุชิ้นที่เสียบไว้ที่หลังคา แต่คราวนี้ไม่เป็นไรก้นไม่กระแทกพื้น เพราะท่านประคองจิตไว้ ค่อยๆ ถอนจิตออกจนถึงพื้นกุฏิ

ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ตามปกติท่านมีนิสัยจะไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ จึงเกิดความสงสัยและได้ทดลองปฏิบัติดู ปรากฏว่า ตัวท่านลอยได้จริงๆ ท่านจึงเชื่อเรื่องท่านอาจารย์เสาร์นั่งสมาธิตัวลอยอย่างสนิทใจ โดยครั้งหนึ่งท่านนั่งสมาธิภายในมุ้งกลด (เข้าใจว่าคงเป็นเวลากลางคืน) พอจิตท่านสงบและตัวท่านลอยขึ้นจนศรีษะท่านชนกลด ลอยสูงได้ประมาณครึ่งเมตรท่านเองเกิดความแปลกใจในขณะนั้นว่า ตัวท่านท่าจะลอยขึ้นจากพื้นแน่ๆ เลยลืมตาขึ้นดูตัวเอง ขณะนั้นจิตท่านถอนออกจากสมาธิพอดี เพราะพะวักพะวงกับเรื่องตัวลอย ท่านเลยตกลงมาก้นกระแทกกับพื้นอย่างแรง

ในคราวต่อไปเวลาท่านนั่งสมาธิ พอรู้สึกว่า ตัวท่านลอยจากพื้น ท่านพยายามทำสติให้อยู่ในองค์ของสมาธิแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นดูตัวเอง ก็เห็นประจักษ์ตาว่า ตัวท่านลอยขึ้นจริงๆ ท่านได้ควบคุมสติและคอยประคองใจให้อยู่ในองค์สมาธิ จึงมิได้ตกลงสู่พื้นเหมือนคราวแรก

ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ท่านทดลองดู ๓ ครั้ง ท่านจึงมั่นใจว่าตัวท่านลอยได้จริงๆ คิดว่าสมัยก่อน (ครั้งพุทธกาล) องค์ที่ชำนาญคงเหาะได้ ดังเช่น พระมหาโมคคัลลานะเถระ และพระปิณโฑลภารทวาชเถระ ผู้ที่ท่านชำนาญในเรื่องนี้ ท่านเหาะได้จริงๆ

หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร