วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.ย. 2020, 11:09  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2020, 05:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3906


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่อง "โลกียฌาน เหมือนศิลาทับหญ้า"

อรูปฌาน ๔

เพ่งอากาศ "อากาสานัญจายตนะ" มันออกไปแล้วไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยความมีสติ ถ้ามีสติกำกับจิต จิตก็สงบ

เพ่งวิญญาน ความรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด "วิญญาณัญจายตนะ" เพ่งความรู้ให้น้อมเข้ามา

"อากิญจัญญายตนะ" เพ่งความรู้ให้น้อมเข้ามา เพ่งให้ละเอียดลงไปอีกความรู้น่ะ

"เนวสัญญานาสัญญายตนะ" รู้ก็ไม่ใช่ ไม่รู้ก็ไม่ใช่

รวมทั้ง ๒ อัน รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ เป็น "โลกียฌาน" ไม่มีการถอนกิเลส ไม่มีการถอนสังโยชน์ ไม่มีเรื่องวิปัสสนา เพียงแต่ทำใจให้สงบ ข่มกิเลสไว้ชั่วคราว (เหมือนศิลาทับหญ้า) เมื่อเสื่อมจากการข่มหรือเสื่อมจากสติ กิเลสก็เกิดขึ้น แต่ฌานนี้ก็เป็นบทพื้นฐานของวิปัสสนาได้ เพราะตั้งอยู่ในความสงบ มีสติแล้วเป็นรากฐานไว้แล้ว

ถ้าผู้สำนึกในอรูปฌาน ๔ คือ เนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน รู้ก็ไม่ใช่ ไม่รู้ก็ไม่ใช่ เป็นฌานที่ละเอียดค้นวิปัสสนาไม่ได้

แต่ไม่ใช่ "อัปปนาสมาธิ" ไม่ใช่ "ฐีติจิต"

ต้องถอนมาใน "อากิญจัญญายตนฌาน" มีความรู้อยู่ จึงจะค้น "วิปัสสนา" ได้ รู้แจ้งเห็นจริงได้ นี่เรื่องของฌานมีเท่านี้

หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)
อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย










"ถ้าไม่มีอะไรเป็นทาน ก็สละความโลภ ความโกรธ ความหลง นั่นแหละเป็นทาน....

ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา

สละกิเลสเป็นทาน..จะมีศีล
มีศีลจะสงบ..มีสมาธิ
พอมีสมาธิก็พิจารณาสิ่งต่างๆ ได้...ทำให้เกิดปัญญา..."

โอวาทธรรม
หลวงปู่อว้าน เขมโก
วัดป่านาคนิมิตต์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร








เป็นทหาร ก็ต้องรบกับศัตรูของชาติ
เป็นหมอ ก็ต้องรบกับโรค
เป็นพระ ต้องรบกับกิเลส แต่กิเลสมันมองไม่เห็นจากกล้องจุลทรรศน์ ต้องใช้ใจที่สงบมอง ต้องภาวนาถึงจะเห็น

คนที่มีการศึกษาสูง​ ๆ​ เปรียบกับปลายกิ่งต้นไม้ใหญ่ที่โน้มเอียงลงมาได้ แม้จะอยู่ที่สูงหากมีจิตใจดี มีเมตตา พูดจาดี มีสัมมาคารวะ​ ก็รู้จักก้มให้คนอื่นเป็น ใช้สมองให้เป็นประโยชน์ คนเหล่านี้ต่อไปจะเป็นใหญ่เป็นโต

แต่ถ้าทำตัวเป็นลำต้นที่ยิ่งใหญ่ยิ่งแข็งก้มไม่ได้ ก็เหมือนคนสันดานหยาบชั้นต่ำ ใช้แต่แรงงานใช้กำลัง ไม่มีสมองสติปัญญา
.
ธรรมโอวาท : หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน










...เราต้องคิดถึงทุกสภาพ
ที่จะเกิดขึ้นได้กับเรากับชีวิตเรา
การสูญเสียสิ่งต่างๆ..ในทุกรูปแบบนี้
"ต้องคิดให้ได้"

.
พรุ่งนี้เราพิกลพิการไป อยู่กับมันได้หรือเปล่า
เป็นอัมพฤกษ์เป็นอัมพาต อยู่กับมันได้หรือเปล่า
หมอบอกว่าเป็นโรคมะเร็ง อยู่กับมันได้หรือเปล่า
หรือจะไปกระโดดตึกตาย ไปฆ่าตัวตาย
"อันนี้แหละคือข้อสอบของเรา"
.
ต้องทำการบ้านเตรียมไว้ก่อนทุกรูปเเบบ
"เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันก็มีแค่นี้"
พลัดพรากจากกัน
พลัดพรากจากสิ่งที่รักที่ชอบ
หรือประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบ
"นี่ก็คือข้อสอบ คือการบ้านของเรา".

.....................................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 29/9/2556
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









"อย่าดีแต่ไปสอนคนอื่น สอนตัวเองบ้างเถอะน่า #สอนคนอื่นอย่างน้ำไหลไฟดับแต่ตัวเองไม่สอน บอกให้เขาบริจาคเท่านั้นเท่านี้ แต่ตัวเองไม่ทำให้เขาดูก่อน หรือจะเป็นครูอะไรก็ตาม มันต้องสอนตัวเองให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยสอนคนอื่น เป็นครูนาฏศิลป์ก็ต้องรำเป็น เป็นครูพละก็ต้องเล่นกีฬาเป็น หรือเป็นครูอะไรๆ ก็ต้องทำเป็นก่อนทั้งนั้น"

โอวาทธรรม
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา












#พระธรรมมาเตือน_๔_วาระ

ในระหว่างที่ท่านพ่อลีนึกคิดปรุงเรื่องการสึกไปสร้างครอบครัวอยู่นั้น มีเหตุบันดาลเกิดขึ้นต่าง ๆ เช่น บางคืนนิมิตเห็นท่านพระอาจารย์มั่นมาด่าบ้าง ดุบ้าง เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ มาเตือนสติท่านบ้าง

#ท่านได้เล่าเหตุการณ์_ที่นับว่าแปลกที่เกิดขึ้น_รวม_๔_วาระ_ว่า...

#วาระที่_๑

ในเวลากลางคืนขณะกำลังนึกคิดอยู่ในอารมณ์ของโลกเช่นนั้น รู้สึกท้องผูกไม่สบายจึงได้ฉันยาถ่ายในตอนบ่าย
กะว่าตอน ๓ ทุ่มก็จะต้องถ่ายตามที่ได้เคยฉันมา ก็เกิดเหตุบังเอิญเมื่อฉันแล้วเป็นปกติไม่ปวดถ่าย รุ่งขึ้นเช้าจึงได้เดินออกไปบิณฑบาตในตรอกวัดสระปทุมตามปกติ

พอเดินไปถึงหน้าบ้านที่เขาจะใส่บาตร ก็เกิดรู้สึกปวดอุจจาระอย่างหนักจนทนแทบไม่ไหว จะเดินออกไปรับบาตรก็เดินไม่ได้ ก้าวขาไม่ออกเพราะอั้นไม่อยู่ ขยับขาเดินได้ทีละคืบ ไปถึงป่ากระถินแห่งหนึ่ง รีบวางบาตรลอดรั้วเข้าป่ากระถินไปปลดทุกข์ มันนึกอยากเอาหัวตำดินให้ตายเสียดีกว่า

เมื่อทำกิจเสร็จแล้วก็ออกจากป่าอุ้มบาตรเดินบิณฑบาตต่อไปตามเคย วันนั้นได้ข้าวไม่พอฉัน กลับมาถึงวัดก็ได้เตือนตัวเองว่า “มึงสึกไปแล้วต้องเป็นอย่างนี้ ใครเขาจะมาใส่บาตรให้กิน”

#วาระที่_๒

ออกเดินไปบิณฑบาตแต่เช้า เดินข้ามสะพานหัวช้างผ่านสามแยกวกไปถนนเพชรบุรี ข้าวแม้แต่ทัพพีเดียวก็ไม่ลงบาตร

พอดีได้เห็นหญิงแก่ไว้ผมมวยอายุประมาณ ๕๐ ปี กับตาแป๊ะแก่ไว้หางเปีย ยืนทะเลาะส่งเสียงดังเอะอะอยู่ในห้องแถว เราก็หยุดยืนนิ่งดู ประมาณสักอึดใจ

เห็นยายแก่คว้าไม้กวาดไล่ตีหัวตาแป๊ะ ตาแป๊ะคว้ามวยผม ตีนถีบหลังยายแก่โซซัดโซเซล้มลง ใจก็นึกว่า “ถ้าเป็นเราโดนเข้าอย่างนี้บ้างจะทำอย่างไรกัน”
คำตอบผุดขึ้นว่า “มึงต้องบ้านแตกสาแหรกขาดแน่”

การที่ได้รับประสบพบเหตุการณ์ทำนองนี้ กลับดีใจยิ่งกว่าบิณฑบาตได้ข้าวเต็มบาตร เพราะได้ธรรมคติมาเต็มใจ

วันนั้นบิณฑบาตได้ข้าวเกือบไม่พอฉัน ตกเวลากลางคืนก็นึกถึงเรื่องนั้นอยู่เป็นนิจ ดวงจิตรู้สึกมีการเบื่อหน่ายคลายความติดจมเรื่องของโลกออกไปโดยลำดับ

#วาระที่_๓

วันนั้นเป็นวันเทศกาลได้ออกบิณฑบาตตั้งแต่เวลาเช้ามืด เดินไปถึงตลาดประตูน้ำสระปทุมแล้ววกกลับมาทางหลังวัด บริเวณนั้นมีคอกม้า ถนนเป็นดิน เวลาฝนตกจะลื่น ได้เดินอย่างสำรวมมาตรงหน้าบ้านของโยมคนหนึ่งบิณฑบาตได้ข้าวเต็มบาตร ใจก็นึกคิดไปในอารมณ์ของโลก

ได้แต่คิด ๆ ดั่งคนละเมอจนเผลอตัวก้าวลื่นถลาล้มลงไปในบ่อน้ำข้างถนน
ตุ๊บ! หัวเข่าทั้งสองจมลงไปอยู่ในโคลนตมประมาณ ๑ คืบ ข้าวสุกในบาตรหกหมด เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยขี้โคลน เราก็ช่างเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เหลียวมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครจึงรีบจ้ำอ้าวเร่งฝีเท้ากลับวัด

เมื่อกลับถึงวัดได้คติเตือนใจตนเองว่า การนึกในเรื่องทางโลก เพียงแต่นึกคิดมันก็ยังมีโทษติดตามมาได้ถึงเพียงนี้
ใจก็ค่อยคลายค่อยเบื่อทางโลกออกไปโดยลำดับ คิดว่า “เรื่องการมีครอบครัวเหย้าเรือนนั้นมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” กลับความคิดเห็นเป็นอย่างนี้

#วาระที่_๔

เวลารุ่งเช้าออกบิณฑบาต เดินไปตามถนนเพชรบุรีตามเคย เดินไปถึงวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าธานีนิวัติ พระองค์ท่านเคยใส่บาตรเป็นประจำทุกวัน

วันนั้นบังเอิญมีขันข้าวตั้งอยู่ตรงข้ามวังอีกขันหนึ่ง จึงเดินข้ามถนนไปรับขันตั้งใหม่เสียก่อน เมื่อรับเสร็จแล้วหันกลับมาจะไปรับขันตรงข้าม

พอดีมีรถเมล์ขาวนายเลิศ วิ่งมาอย่างรวดเร็ว วิ่งเฉียดศีรษะไปเพียง ๑ คืบ ผู้โดยสารร้องตะโกนลั่น เราเองก็ผงะยืนตกตะลึงอยู่เป็นเวลาหลายอึดใจ ต้องสะกดตัวไว้อย่างเข้มแข็ง มีอาการสั่นสะท้านทั่วทั้งตัว คราวนั้นเกือบถึงแก่ความตาย

เมื่อรับบาตรเสร็จแล้วก็รีบเดินกลับวัด
เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นคติเตือนใจ เพราะในสมัยนั้นความคิดทางโลกกำลังฟุ้งซ่านอยู่ในใจไม่เว้นวาย

โอวาทธรรม
#พระอริยเจ้าผู้มีพลังจิตแก่กล้า #
ท่านพ่อลี #ธมฺมธโร









#ธรรมของพระพุทธเจ้า_เป็นของเย็น_เป็นของเบา_เป็นของสบาย_ไม่หนัก

อะไรพาเย็น อะไรพาเบา ก็ศีล นับแต่ศีลห้า ศีลแปด ศีลสิบ ศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ด ทานรู้จักแบ่งรู้จักปัน ภาวนา การเจริญเมตตาภาวนา ดูจิตดูใจตนของตน พิจารณาให้เห็นถึงทุกข์ อะไรทุกข์ การเกิดนี่กะทุกข์ การแก่นี่กะทุกข์ การเจ็บนี่กะทุกข์ การตายนี่กะเป็นทุกข์

#ทุกข์ตั้งแต่อยู่ในท้อง_ฮอดมื้อตาย_ตายไปกะยังทุกข์อีก

ทุกข์เพราะกรรมชั่ว พาไปรับในหม้อนรก พ้นจากหม้อนรก มาเกิดเป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม กินบ่ได้นี่กะทุกข์ พ้นจากเปรต เศษของกรรมนั้นพามาเกิดเป็นอสุรกาย พ้นจากอสุรกายมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน พ้นมาเดรัจฉานมาเกิดเป็นคนพิกลพิการ ร่างกายบ่ครบ ๓๒

#หมุนเวียนอยู่จั่งซั่น_จนเหมิ๊ดกรรม

เพราะกรรมชั่วมันผลักดันให้รับทุกข์ จึงว่ามันเป็นของร้อน เป็นของหนัก ศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นของเย็น เป็นของเบา ไม่ร้อน ไม่หนักต่างกัน

#คติธรรม #หลวงปู่บุญมา #คัมภีรธัมโม #วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร










วัวที่มันลากเกวียน บรรทุกของมาจากทางไกลน่ะ ยิ่งตะวันบ่ายคล้อยต่ำค่ำลง วัวมันก็เร่งฝีเท้ากระชั้นเข้าทุกที เพราะมันอยากจะให้ถึงที่เร็ว ๆ มันคิดถึงบ้าน

คนเรายิ่งแก่ ยิ่งเจ็บไข้ ใกล้ความตาย ก็เป็นตอนที่จะต้องปฏิบัติภาวนาล่ะ จะเอาความแก่ ความเจ็บมาเป็นข้ออ้าง มันก็จะแย่กว่าวัวเท่านั้นแหละ

(#หลวงปู่ชา #สุภัทโท)









คนเรา. ถ้าไม่มี. ศีล5. แล้ว. ไม่มีที่พึ่งหรอก.

หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก








#อาตมาเคยเห็นชาวบ้านที่เข้าป่า_แล้วถูกเสือถูกช้างฆ่าเอาตาย

นั่นเป็นเพราะอะไรกัน ก่อนออกป่า เขาก็ได้บวงสรวงเทวดา ทำการไล่สิ่งที่เป็นเสนียดจัญไรออกจากตัว แถมยังขอน้ำมนต์ ลงยันต์ สะเดาะเคราะห์ ไหว้ผีไหว้สางก่อนเข้าไป

#เมื่อเข้าไปแล้ว_อยู่ในป่าก็เที่ยวหาสัตว์_ฆ่าสัตว์_เอามาหุงหากิน

นั่นแทนที่จะเอาเสนียดจัญไรออกจากตัว กลับนำเสนียดจัญไรใส่ตัวเสียอีก ในที่สุดก็ต้องตาย เพราะ เข้าไปเบียดเบียนเขา แล้วอะไรจะช่วยเราได้

#อาตมาเข้าป่าเดินธุดงค์_เพื่อขัดเกลากิเลสตัณหาออกจากใจ_ไม่ได้ไปเบียดเบียนเขา

สัตว์ร้ายจำพวกเสือ ช้าง งูพิษ ก็ไม่เห็นจะทำอะไร อยู่อย่างสงบ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างไป อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกันในป่าเขา เอาธรรมชาติเป็นที่อยู่ เอาธรรมเป็นที่พึ่ง เอาบารมีเป็นที่นำทาง

นอนโคนไม้ ไม่มีหน้าต่าง ประตู ถ้าเขาจะมาทำร้าย อาตมาก็ไม่ว่า ไม่พยาบาท ไม่จองเวร ทำจิตใจสบาย ไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลง ไม่มีความรัก แม้แต่ตัวเอง นอกจากความดีมีไว้ประจำตน

#พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย_สอนว่า_ให้ระงับเวรด้วยการไม่จองเวร

ฉันใด ความดีของเราที่ได้กระทำขึ้นไว้ในจิตใจ ก็ย่อมมีบารมีเกื้อกูลรักษา ไม่นำเราไปตกในที่ชั่วหรอก

พระพุทธเจ้าของเราพูดไว้ไม่ผิดหรอก คำสั่งสอนของพระทุกองค์เป็นหนึ่งไม่มีสอง

#หลวงปู่เพ็ง #พุทธธัมโม










#สอนเรื่องจิต_เอาจิตอย่างเดียว

หลวงปู่เพ็งท่านย้อนระลึกลงที่เคยสอนญาติโยมในอดีต ดังนี้

“ในระยะที่อาตมาออกโปรดญาติโยม ส่วนมากอาตมาสอนเรื่องจิต เอาจิตอย่างเดียว ขอให้ สติ เราดีเถิด จิตนี้หมายถึงความระลึกรู้ ทางดีก็รู้ ทางชั่วก็รู้ ความระลึกรู้นี้ท่านเรียกว่า จิต สิ่งอื่นต่างๆ ไม่เอามาเป็นอารมณ์ สิ่งใดก็ตาม ถ้าเข้ามารบกวนจิตใจต้องปล่อยทิ้งให้หมด ภาวนาไปเอาตัวรู้ไว้กับเราอย่างต่อเนื่อง

จิต หรือ วิญญาณ ก็เป็นอันเดียวกัน เมื่อตาเห็นรูป รู้ดีรู้ชั่ว รู้สวยรู้ไม่สวย รัก-ไม่รัก สิ่งเหล่านี้มันลงมารวมที่จิต

หู ได้ยินเสียงก็เหมือนกัน จมูกได้กลิ่นก็เหมือนกัน ลิ้นได้ลิ้มรสก็เหมือนกัน กาย ถูกสัมผัสก็เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ต่อเนื่องมาจากประสาทสัมผัสทั้งหลายเหล่านี้ เรียกว่าวิญญาณ มันจะต่อเนื่องมาถึงใจ จึงเป็นเหตุพอใจ กับไม่พอใจเกิดขึ้น และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นอาการของจิต ท่านจึงให้มีสติระลึกรู้ในอาการเคลื่อนไหวของจิต

จิตเคลื่อนไหวไปต่อเนื่องกับอารมณ์ หรือสิ่งที่มากระทบการพิจารณาอย่างนี้แหละเรียกว่า จิตตานุปัสสนา เพราะเราตามรู้จิตที่เคลื่อนไหว มีสติรู้ตาม

นี่เป็นบางส่วนที่อาตมาสอนญาติโยมในขณะนั้น”

หลวงปู่เพ็ง












#การนับถือผีนี่_องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า_มิได้ทรงสรรเสริญ #แต่พระองค์สรรเสริญ_ให้คนทำความดี_ให้คนมีศีลธรรม
.
การปฏิบัติทางจิตก็ไม่ยาก เพียงแต่นั่งหลับตาแล้วบริกรรมภาวนาในใจว่า พุท-โธ เท่านั้น บุญก็เกิดขึ้นแล้วภายใน นี่เป็นวิธีปฏิบัติขั้นต้นให้ใจสงบ เพื่อจะได้ดำเนินจิตให้เกิดปัญญารู้ในขั้นสูงต่อไป
.
ส่วนการทำบุญภายนอก คือ การทำทาน ไม่ว่าทานนั้นจะเป็นสิ่งของวัตถุใดก็ตาม เมื่อเราได้กระทำทานไปแล้ว จิตใจจะรู้สึกเบิกบาน ความสุขที่ได้รับจะขยายวงกว้างออกไปจนหาที่สุดที่ประมาณไม่ได้
.
#ถ้าเราไปนับถือผี_การเซ่นสรวงบูชาผี_เราจะมีแต่ทางเสีย

เสียทั้งกำลังกาย กำลังใจ และเสียทั้งทรัพย์ การเซ่นสรวงบูชาผี ผีมีแต่กิน เมื่อได้กินแล้วเขาก็ดี แต่เราเสียเงิน เสียเวลาไปซื้อหาของมาเซ่นสรวง เราเดือดร้อน ผีมันสบาย เราต้องทำมาหากิน หาเงินแสนเหนื่อยยาก กว่าจะได้เงินมาแต่ละอัฐแต่ละไพ

#ผีมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย
.
เวลาผีมันอยากจะกินไก่กินหมูเราก็ต้องทำตาม ต้องไปหาไปฆ่าไปแกง แต่ผีมันนอนดูเราทำบาป มันไม่ต้องบาปเพราะไม่ได้เป็นคนทำ เราเองเป็นคนฆ่า คนสั่งฆ่า บาปกรรมก็ตกอยู่ที่เรา
.
#อย่างนี้_พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า_เป็นอกุศลกรรมบถ_คือทางแห่งความชั่ว

เพราะเราตั้งใจกระทำชั่วเอง เมื่อเราเห็นผิดเป็นชอบแล้ว ผีมันมาช่วยอะไรเราไม่ได้ มาช่วยเรามิให้ตกนรกไม่ได้ สวรรค์หรือนรกอยู่ที่การกระทำของเราเอง

#เราอยากไปนรก_หรืออยากไปสวรรค์กันล่ะ

ถ้าอยากไปสวรรค์ ก็ควรมารับเอาพระไตรสรณาคมน์จากอาตมาเถิด เมื่อรับแล้วจงถือมั่นในสัจจะ แล้วจงรับศีลห้าไปประพฤติปฏิบัติกัน

เมื่อรับแล้ว ถ้าบุคคลผู้นั้นปฏิบัติตรง ก็เท่ากับว่ามีพระประจำอยู่ในใจด้วยกันทุกคน

จะอยู่บ้านเรือน อยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าชายหรือหญิง เฒ่าเล็กเด็กน้อยสามารถทำได้ทั้งนั้น
.
#ศีลจะรักษา

ศีลจะให้ความสุขความเจริญทั้งตัวเรา และประเทศชาติบ้านเมือง ให้งอกงามไพบูลย์ต่อไป

#โอวาทธรรม #
หลวงปู่บัว #สิริปุณฺโณ











#พ่อแม่เพิลบอกเพิลสอนว่า_ทำบุญดูใจ_รักษาใจอันเดียวกัน_บ่มีหยังเป็นแนวอื่นดอก

ถ้าธรรมะแท้ ธรรมะที่จะให้มีความสุขแท้จริง หรือว่าที่จะให้พ้นจากโลภ โกรธ หลงไป อยู่เหนืออำนาจของความ โลภ โกรธ หลง ที่มันให้เฮาเป็นทุกข์ อยู่ทุกวี่ทุกวัน ทุกขณะจิต

#บ่มีหยัง_มีแต่ดูใจ

พ่อแม่เพิลว่าให้รักษาใจ ดูใจ ดูใจได้ เห็นใจได้ เอาใจได้ ก็เรียกว่า ได้ธรรม สุขสบาย มีท่อนั้นล่ะ บ่มีหยังหลายดอกเอาล่ะ

#องค์หลวงตาสมหมาย #อตฺตมโน
เทศนา วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓








#อย่าเพลิดเพลินกับกิเลสที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ

"ปัจจุบันเป็นอย่างนี้ไปหมดแล้ว ทั้งพระทั้งฆราวาส #ไปสำนักโน้นวิ่งเข้าสำนักนี้ออกสำนักนั้น เต็มไปด้วยความสรวลเสเฮฮา อึกทึกครึกโครม แล้วก็มาปลื้มปิติกัน ว่าฉันได้ทำบุญ จิตใจฉันเต็มไปด้วยบุญ อ้างแต่บุญ บุญ บุญ

ให้คิดดูดีดี ว่าบุญหรือความอยากที่เป็นกิเลสเต็มเปี่ยมจนล้นหัวใจจนแสดงออกหน้าออกตา

ภาวนามยปัญญา เป็นภาวนาเพื่อละ มันเกิดขึ้นบ้างไหม มีแต่สิ่งที่เป็นปัญญาทางโลกปัญญาหาเข้าตนทั้งนั้น กิเลสทั้งนั้นที่มันมาครอบงำ

*ให้พวกเราคิดดูนะ"

.... หลวงปู่แบน ธนากโร








#ทุกขเวทนาเกิดขึ้นมากน้อย_ค้นลงไปให้เห็นเหตุเห็นผล_ของทุกขเวทนา

อย่าหวังให้มันหายนะทุกขเวทนา อย่าอยากให้หาย ถ้าอยากให้หายนั้นเป็นปัญหาขึ้นมาแล้ว หายหรือไม่หายก็ตาม เราขอรู้ความจริง นี่เป็นมรรคอย่างนั้น จะค้นให้เห็นความจริง ไม่เรียกว่าตัณหาอันนี้ เรียกว่ามรรค แล้วค้นลงจริง ๆ ด้วย

#ทุกข์มากเท่าไรปัญญายิ่งหมุนติ้วๆ_สติยิ่งจ่อลงไปในจุดนั้น

เทียบเคียงได้ทุกสัดทุกส่วน ทุกข์ที่ตรงไหนอะไรเป็นทุกข์ แยกแยะกันหมุนติ้ว ๆ ว่าหนังเป็นทุกข์ เทียบหนังกับทุกข์มันเหมือนกันไหม หรือว่าใจเป็นทุกข์ เอ้า ใจกับหนังกับเวทนาเป็นอันเดียวกันไหม แยกแยะอย่างนี้ ให้เป็นอุบายหรือเทคนิคของเจ้าของแต่ละคน ๆ

#ครูบาอาจารย์เป็นแต่เพียงชี้แจง_ให้ทราบในเงื่อนต่างๆ_เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนที่เจ้าของจะไปตีแผ่ให้เป็นความเข้าใจชัดเจน เป็นสมบัติของเจ้าของขึ้นมาเองนั้น เป็นเรื่องของเราแต่ละคน ๆ นี้ท่านหยิบยกเงื่อนให้พิจารณาเท่านั้น

#หลวงตามหาบัว #ญาณสัมปันโน










ละความเห็นแก่ตัว ละการมุ่งร้าย
กอบโกยผลประโยชน์ของผู้อื่นมาเป็นของตัว
อย่างนี้แหละเรียกว่า “บริจาค” อย่างแท้จริง

ท่านพุทธทาสภิกขุ







“สิ่งไหนก็ตาม ถ้ามีอยู่ในจิตใจ
ก็อโหสิให้ซึ่งกันและกัน อย่าถือโทษโกรธเคือง
ให้กับใครทั้งหมด

ถ้าถือโทษโกรธเคือง เราก็เดินทางไม่ถึงไหน
เพราะจิตใจของเรา ไปเกาะเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นอยู่

ถ้าเราไม่เกาะเกี่ยว เราก็เดินไปข้างหน้า
เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือ เพื่อมรรคผลนิพพาน

ขอให้ข้าพเจ้า อย่ามาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
ตามแนวแถวของพระพุทธเจ้า ที่ท่านอบรมแนะนำสั่งสอน”

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก









"บัณฑิตผู้มีความฉลาด
ย่อมไม่ดูหมิ่นบาปบุญ แม้เพียงเล็กน้อย
บาปนิดหน่อยก็ไม่ทำ บุญนิดหน่อยก็ย่อมทำ"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร