วันเวลาปัจจุบัน 05 ส.ค. 2020, 05:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2020, 04:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3855


 ข้อมูลส่วนตัว


"#เทวดากับการสวดมนต์"

“หลวงพ่อครับ กระผมอยากทราบความคิดเห็นของหลวงพ่อที่มีต่อเทวดาที่เขาสวดชุมนุมเทวดานั้น จะมีจริงหรือไม่”

หลวงพ่อจรัญ ท่านตอบในทันทีว่า “อาตมาเชื่อ ทำไมจึงเชื่อ อาตมาจะเล่าให้ฟัง”

แต่เดิมนั้นอาตมาไม่เคยเชื่อเรื่องเทวดา เพราะอาตมาไม่เคยสัมผัสนี่ แล้วอาตมาจะไปเชื่ออย่างไร ในเมื่อแม่ชีก้อนทอง ปานเณร อายุ ๘๗ ปี มาบอกกับอาตมาว่า เทวดามาสอนสวดมนต์

แม่ชีมาเรียนกรรมฐาน อาตมาสอนให้เดินจงกรม ให้พิจารณาเห็นหนอ แต่แม่ชีเดินจงกรมแล้วไปคิดถึงเทวดา ไปเพ่งเทวดาเข้า เทวดาก็มา แกก็เก็บเงียบไว้ แต่แล้วในที่สุดแกก็เก็บไม่ไหวต้องการให้มีใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ แกจึงมาบอกอาตมาว่า “หลวงพ่อ ดิฉันเห็นเทวดาเจ้าค่ะ มาสอนสวดมนต์ให้ด้วยเจ้าค่ะ”

“เทวดาที่ไหนกันแม่ชีเอ๊ย อาตมาไม่เชื่อหรอก”

แต่แม่ชีก็ว่าไม่ได้โกหก อาตมาถามว่า “เทวดามาตอนไหนเล่า”

แม่ชีบอกว่า “พอดิฉันได้ยินนาฬิกาตี ๑๒ เป็นเวลาเที่ยงคืน เทวดาก็ปรากฏให้ดิฉันเห็น ไม่ได้มาเปล่านะคะ มาสอนให้ดิฉันสวดมนต์บทเมตตาใหญ่ ดิฉันจึงสวดได้”

อาตมาก็บอกให้แม่ชีไปถามเทวดาว่าอยู่ที่ไหน วันรุ่งขึ้นแม่ชีก็มาเล่าให้ฟังว่า เทวดาอยู่ที่ต้นพิกุล ต้นพิกุลที่ว่านี่ อาตมาถามผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ เช่น หลวงสมานวนกิจ อธิบดีกรมป่าไม้ มาที่นี่ ในตอนที่แม่ชีเห็นเทวดาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงสมานฯ ว่า อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี เทวดาบอกแม่ชีว่า เดิมอยู่บนสวรรค์ แล้วละเมิดกฎต่อนางฟ้าจึงถูกให้ลงมาอาศัยวิมานต้นพิกุลอยู่จนกว่าจะหมดกรรม แล้วก็บอกวันเวลาเอาไว้ชัดเจน อาตมาก็จดไว้แล้วก็เป็นจริง พอถึงเวลาก็เหมือนที่เทวดาให้สังเกตสังกา

อาตมาก็ให้แม่ชีไปถามเทวดาว่า ไปชวนมนุษย์สวดมนต์ทุกบ้านหรือไม่ เพราะอาตมาเริ่มจะเชื่อ เพราะบทเมตตาใหญ่ที่แม่ชีสวดนี่ อาตมาไปหาที่ไหนๆ ก็ไม่เจอ จนกระทั่งไปรู้ว่า สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ ได้นำเอาไปต่อท้ายพุทธมนต์พุทธาภิเษก และตำรับนั้นไปตกอยู่กับพระครูลมูล วัดสุทัศน์ฯ พระครูลมูลนี้เป็นศิษย์สมเด็จพระสังฆราชแพนะ ทำสมเด็จเนื้อผงดีมากนะ มีละก็เก็บเอาไว้ให้ดีเชียว

อาตมาไปขอตำรับมาตรวจสอบที่วัด ท่านพระครูลมูลบอกว่าไม่ได้ๆ ตำรับนี้ของอาจารย์ อาตมาให้ใครยืมไม่ได้ อาตมาก็บอกว่าไม่ได้เอาไปเลย แต่จะเอาไปสอบทานอะไรหน่อย แล้วก็เล่าความจริงให้ท่านฟัง ท่านก็ใจอ่อนบอกว่า เอ้าเอาไปเถอะให้ยืมเจ็ดวัน แล้วเอามาส่งคืนนะ

อาตมาก็เอามาเป็นตัวขอมทั้งนั้น อาตมาก็บอกแม่ชีว่า มาท่องให้อาตมาฟังหน่อย แม่ชีก็เริ่มท่อง ก็แกอายุ ๘๗ แล้วนี่นะ ก็ยานคางกว่าจะหลุดออกมาได้ตามประสาคนแก่

โยมเชื่อไหมล่ะว่า แม่ชีก้อนทอง คนนี้เป็นคนไม่รู้หนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก ตัวขอมยิ่งไม่กระดิกใหญ่ แล้วเมตตาใหญ่ที่แกท่อง อาตมาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แกท่องด้วยความมั่นใจ อาตมาสอบกับต้นฉบับขอมของท่านพระครูลมูล ปรากฏว่าไงรู้ไหมโยม

“ตั้งแต่ตัวแรกจนตัวสุดท้ายไม่มีผิดเลย”

อาตมาถามว่าเทวดาไปชวนคนสวดมนต์ทุกบ้านหรือเปล่า

เทวดาบอกกับแม่ชีมาว่า “เปล่า บ้านไหนจัดที่บูชามีโต๊ะหมู่ มีพระพุทธรูปตั้งไว้ แล้วเจ้าของบ้านสวดมนต์ เทวดาก็มาร่วมสวดมนต์ด้วย พระพุทธรูปเหล่านั้นที่ไม่ได้เข้าพิธีอะไร เช่ามาบูชาจากเสาชิงช้า หากเจ้าของบ้านเอามาสวดมนต์ไหว้พระทุกวันด้วยใจศรัทธา เทวดามาสวดมนต์ หนักเข้าก็เลยเข้าสิงรักษาองค์พระเอาไว้ ก็เลยศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ ทำให้เกิดสิริมงคลในครัวเรือน”

หลวงพ่อพระพุทธโสธรนั้น คนกราบไหว้บูชากันมากเลยมีเทวดามารักษา ๑๖ องค์ ทำให้เกิดอภินิหารนานาประการ พระพุทธรูปสำคัญๆ ก็มีเทวดารักษาทั้งนั้นแหละ

เทวดาท่านว่าอย่างนั้นและเทวดาก็ว่าบ้านไหนมีพระพุทธรูปแค่ตั้งโชว์ เทวดาก็ไม่ไปสวดมนต์ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยทำวัตรสวดมนต์ เทวดาก็ไม่มา ผ่านเลยไปเลย มาไม่ลงมาสวดมนต์ คนเราก็มีเทวดารักษา คนดีมีศีลธรรม เทวดาที่เป็นบัณฑิตรักษา ถ้าคนชั่วขี้เหล้าเมายาทำชั่ว เทวดาพาลพวกมิจฉาทิฐิก็มารักษา

อาตมาถามต่อไปว่าแล้ว “เวลาพระ สัคเค กาเม จะ รูเป เทวดาลงมาหรือไม่” เทวดาว่า “รีบลงมา เทวดาบัณฑิตมาก่อน พอเห็นเจ้าภาพกินเหล้าเมาหงำกันในงานบุญก็เบ้หน้าแล้วกลับ เทวดาพาลก็เข้ามาแทนที่ เลยเกิดเรื่องเกิดราวตูมตามนั่นแหละ”

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี









#ในทางโลก การได้มามากๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา
แต่ #ในทางธรรม การสละสิ่งที่มีมากๆให้หมดไป แม้แต่สิ่งที่ละเอียดอ่อนภายในใจได้ ท่านว่าประเสริฐสุด...

หลวงปู่สูนย์จันทวัณโณ








...การจะเข้าถึงธรรมจริงๆ
“ต้องเข้าจากการปฏิบัติ”
.
ขั้นต้นก็ต้องเจริญสติเพื่อให้จิตสงบก่อน
จิตสงบแล้วพอฟังเทศน์ฟังธรรมก็จะเข้าใจ
แล้วก็จะสามารถบรรลุธรรมได้
.
ด้วยการเอาส่ิงที่เราได้ยินได้ฟังนี้
ไปทําลาย กิเลสตัณหาต่างๆ
พอไม่มีกิเลส ...
“ใจของเราก็จะบรรลุธรรมขั้นต่างๆ”.
........................................
.
หนังสือสติธรรม หน้า 32
ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี












#แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
โดยพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

มีพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ทราบว่าแก่นธรรมของพระพุทธศาสนานั้นคืออะไร หรือนัยหนึ่งไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนอะไรเป็นหลักสำคัญ

การที่พระองค์ทรงอุตสาหะเสด็จจาริกไปในที่ต่างๆ ตั้งแต่ตรัสรู้จนถึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน รวมเป็นเวลาถึง ๔๕ ปีก็เพื่อจุดประสงค์อันเดียว คือ ทรงสั่งสอนแก่นธรรม ๓ ประการเท่านั้นคือ

๑.การละความชั่ว
๒.การทำความดี
๓.การชำระใจให้บริสุทธิ์

ในบรรดาศาสนาต่าง ๆที่เกิดขึ้นก่อนพระพุทธศาสนา และที่เกิดมาในภายหลัง ต่างก็มีหลักสอนให้ละความชั่วและให้ทำความดีเป็นประการสำคัญ แต่ไม่มีศาสนาใดที่สอนถึงวิธีชำระใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นวิธีที่มีอยู่ก็แต่ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น

พระพุทธเจ้าได้ทรงเล็งเห็นโดยแจ้งชัดว่า โลกของเรานี้เป็นโลกของความทุกข์ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ การพลัดพรากจากกันเป็นทุกข์ ความเสียใจเป็นทุกข์ ความเหี่ยวแห้งใจเป็นทุกข์

มูลเหตุที่ก่อให้เกิดทุกข์ ก็คือตัณหา คือความอยาก ซึ่งก่อให้เกิดกิเลสเกรอะกรังดวงจิต ได้แก่ โลภ โกรธ หลง ที่จะให้พ้นทุกข์จึงจำจะต้องตัดมูลเหตุ หรือกิเลสตัณหาออกไปให้สิ้น เมื่อละกิเลสตัณหาให้หมดไปได้แล้ว จิตก็จะบริสุทธิ์เป็นการดับทุกข์ได้สิ้นเชิง

แต่ตราบใดที่ผู้ใดยังไม่สามารถจะทำให้กิเลสตัณหาหมดไปได้ผู้นั้นก็จะประสบทุกข์และเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอยู่เรื่อยไป ต่อเมื่อสามารถละกิเลสตัณหาได้หมดสิ้นแล้ว ก็จะพบความดับทุกข์หรือที่สุดแห่งทุกข์ คือ "นิพพาน" ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป และพระองค์ก็ได้ทรงค้นพบทางดับทุกข์ หรือวิธีจะทำให้ทุกข์ดับโดยสิ้นเชิง นี่คืออริยสัจ ๔ ซึ่งเป็นธรรมวิเศษที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้

วิธีจะทำให้ทุกข์ดับ หรือวิธีชำระใจให้บริสุทธิ์นั้น ตามหลักพระพุทธศาสนาเรียกว่า "การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน" หรือ "การปฏิบัติธรรม" การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนี้เป็นทางเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติได้รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมวิเศษของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่าบรรลุมรรคผลนิพพาน

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม










...สังขารเป็นของหนัก ลำพังสังขารเราก็หนักมากอยู่แล้ว บางคนยังเอาสังขารคนอื่นมาแบก เอาเรื่องของคนอื่นมาแบก เอาทุกข์ของคนอื่นมาแบก เอาลมปากคนอื่นมาแบก ลำพังสังขารตัวยังไม่รู้ทั่ว ยังเอาของคนอื่นมาหนักกายหนักใจเราอีก

กรรมฐานหลงเจ้าเมาสอนแต่ผู้อื่น ขี้เจ้าของอยู่ในท้องเหม็นขี้เกือบตาย ... เข้าใจบ่!!!

(มัวแต่สอนคนอื่นให้ทำดี แต่ตนเองกลับไม่รู้จัดสอนตนเอง เวลาทุกข์ก็แทบประดาจะตาย ... เข้าใจไหม)

หลวงปู่หา สุภโร










หลวงปู่เคยถามหลวงปู่ผาง จิตตคุตโต ว่า..

จิตพระอริยเจ้าเป็นอย่างไร ?
ท่านว่า "ถ้าจิตอยู่ในฌาณก็เป็นพระอริยเจ้า ถ้าออกจากฌาณก็เป็นบุคคลธรรมดา เพราะมีธาตุขันธ์หล่อเลี้ยงอยู่"

เพราะฉะนั้นอย่าได้สงสัยกิริยาต่างๆ ของพระว่าดีหรือไม่ดี ให้ปฏิบัติให้เห็นเองรู้เองเสียก่อน...

หลวงปู่ประเสริฐ สิริคุตฺโต
วัดป่าเวฬุวันอรัญญวาสี อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี










#อารมณ์พระอรหันต์

ให้ทานเป็นการตัดความโลภ
รักษาศีลเป็นการตัดโทสะ
เจริญ ภาวนา เป็นการค้นคว้าหาความจริงในการวางขันธ์ห้าเสีย

คิดว่าร่างกายนี้เราไม่ต้องการ
มันเป็นโทษ
ขึ้นชื่อว่าร่างกายอย่างนี้
ต่อไปภายหน้าจะไม่มีสำหรับเรา
เราไม่สนใจมัน
มันจะแก่ก็เชิญแก่ รู้ตัวอยู่ แก่ก็ดี
มันจะป่วยก็เชิญป่วย ป่วยก็ดี
ภาวะมันเป็นอย่างนั้น ห้ามมันไม่ได้
ก็ดีมันส่งไปเลย
ใจมันจะได้สบาย

#โอวาทธรรม: หลวงปู่ฤาษี​ลิง​ดำ​ฯ​(พระราชพรหมยาน)​ วัดท่าซุง
#ที่มา: จากหนังสือ "ธัมมวอโมกข์" ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๑๖ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๘ หน้า ๘๐
คัดลอกโดย คณะบุญสุประวีณ์









" เกิดแล้วตาย
ตายแล้วเกิด ท่านเรียก"วัฏวน"

กรรมดี กรรมชั่ว
นี่เป็นเชื้อสำคัญที่ยังสัตว์
ทั้งหลายให้ไปเกิด และ
มีความสุข ความทุกข์
มี "อำนาจวาสนา"
โง่ฉลาดต่างกัน มีอยู่ที่ตรงนี้ "

".."อำนาจวาสนา"
เราสร้างอยู่ทุกวัน
สร้างอยู่ที่ตัวของเรานี้

เราอย่าไปคิดว่า อำนาจ
วาสนา อยู่ทางโน้นทางนี้
อยู่ทางใกล้ทางไกล
เอื้อมไม่ถึงบ้างอะไรบ้าง
เป็นความเข้าใจผิด

กิเลส
มันได้วาสนามาจากไหน
มันถึงสร้างได้มากมาย
ก่ายกองเต็มหัวใจเรา
จนหาทางเดินไม่ได้
มันมีวาสนามาจากไหน

ก็ผู้สร้างกิเลสคือ "ใจ"
กิเลสจึงเกิดขึ้นมาได้
แล้วการแก้กิเลส ไม่แก้ที่นี่
จะไปหาวาสนาที่ไหนมาแก้

มันไม่ทันกัน แก้ตรงนี้
"หนามยอกเอาหนามบ่ง"
ถอดถอนหัวหนามออกมา
"มันอยู่ที่ใจ" แก้ที่ตรงนี้.."

โอวาทธรรม
หลวงตาพระมหาบัว
ญาณสัมปันโน









"..วิธีที่จะจัดการกับ ความ
โลภ-ความโกรธ-ความหลง
นั้น เราไม่ต้องคิดหาว่า
ความโกรธ-ความโลภ-
ความหลง อยู่ที่ไหน
เราเพียงกลับเข้ามาดูจิต
ดูใจของเรา ก็จะทำลาย
ความโกรธ-ความโลภ-
ความหลง ได้เอง

พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า
พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการ
บำเพ็ญทางจิต เราก็ต้อง
มาดูจิตดูใจของเรา
การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการ
เปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า

เมื่อเราทำบ่อย ๆ สติจะเกิด
ความคล่องแคล่วว่องไว
สติจะไปสกัดกั้นความโกรธ
-ความโลภ-ความหลง
ไม่ให้เกิดขึ้นได้ ตัวสติ
และตัวสมาธินั้นอยู่ด้วยกัน
ส่วนปัญญา แปลว่า เห็น-รู้แจ้ง

ภาษาบาลีว่า ‘นัตถิ ปัญญา
สะมาอาภา อะไรจะสว่าง
เท่าปัญญาไม่มี
สติ เตสัง นิวาระนัง สติเป็น
เครื่องกั้นกระแสของกิเลส'
ไม่มีอะไรจะไวพอที่จะกั้น
กระแสอันนี้ได้ นอกจากสติ

สติปัญญาตัวนี้แหละ
ที่เข้าไปสัมผัส-ไปรู้-ไปเห็น-
ไปสกัดกั้น ไม่ให้เรามีความหลง

ทั้งนี้เพราะ สติ-สมาธิ-
ปัญญา มันตรงข้ามกับ
โทสะ-โมหะ-โลภะ
ถ้าเราไม่เห็น-ไม่รู้-ไม่เข้าใจ
มันก็มี โทสะ-โมหะ-โลภะ
เต็มตัวอยู่อย่างนั้น.."

โอวาทธรรม
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ








“บ่อยครั้ง มีสิ่งดีๆ มากมาย
ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา
แต่เรามองไม่เห็น เพราะมัวแต่
จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกใจเรา
หลายคนมีอะไรต่ออะไรมากมาย
เช่น เงินทอง สุขภาพ คนรัก
ความสำเร็จ แต่แทนที่จะเป็นสุข
กลับทุกข์ เพราะมองเห็นแต่
สิ่งที่ตนยังไม่มี หรือเพิ่งเสียไป”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล









#เรื่องการภาวนา_ใหม่ๆมันต้องเข้มงวดกวดขัน

เหมือนกับเด็กเรียนหนังสือ จะให้สมัครใจเรียนเสียเลยคงจะเป็นไปได้ยาก เว้นเสียแต่เป็นเด็กอัจฉริยะ มีอุปนิสัยเก่าแก่ พอเกิดมาแล้วก็อยากจะเรียนหนังสือเลย ซึ่งหายากนะ แต่โดยมากมีแต่อยู่กับพ่อแม่ แล้วก็เที่ยวเล่น พ่อแม่จะส่งไปเรียนหนังสือนี้ร้องห่มร้องไห้ พ่อแม่ก็เห็นว่าการเรียนมันเกิดประโยชน์ ถึงจะงอแงขนาดไหนก็บังคับให้ไป ให้พี่เลี้ยงพาไป เมื่อเรียนหนังสือติดโรงร่ำโรงเรียนแล้ว นั่นแหละมันไปเอง

นี้ก็เหมือนกันนะ ใหม่ ๆ ต้องบังคับเสียก่อน บังคับเข้าสมาธิ พอติดสมาธิแล้วก็หมั่นขยันเอง จิตใจของเราเข้าสู่ความสงบแล้ว มันเห็นผลแล้ว ไม่ต้องบังคับล่ะมันไปเองหมุนเอง ก้าวกระโดดไปเอง รั้งไม่อยู่ ใหม่ ๆ นี้ก็ต้องเคี่ยวเข็นอย่างเด็กไปเรียนหนังสือ

ใจของเราก็เหมือนกัน ใจของเรายังไม่เห็นคุณค่าเรื่องจิตใจสงบ ความสงบ เราก็ต้องบังคับตัวเองก่อน เมื่อบังคับแล้ว เมื่อมันเห็นเหตุเห็นผลแล้ว จิตใจของเราเป็นเหตุเป็นผลแล้วมันไปเอง

หลวงพ่อพูดทั้งนี้ทั้งนั้นให้พวกเราสังเกต เมื่อฟังไปแล้วก็ให้ปฏิบัติดู ทดลองดูสิเป็นยังไง หลวงพ่อแนะนำไม่ผิดนะ ที่แนะนำให้แก่ลูกแก่หลานให้แก่ผู้ปฏิบัติ ให้ทดลองดู แต่อยากให้จริงจังนะ แต่ลูกหลานอาจจะไม่จริงจัง ทดลองดู ถ้าพวกเราทดลองดูแล้วก็จะได้รับลิ้มรสแห่งความสงบ จิตใจหมุนไปเอง

เราเกิดมาทั้งชีวิตได้พบพระพุทธศาสนา ได้มาปฏิบัติอย่างนี้ โอกาสเวลายังไง เราจะอยู่ยังไง ปฏิบัติอย่างไร อดอาหารอย่างไร บำเพ็ญอย่างไร เราก็รู้แก่ใจนะ ก็ขอให้จริงจังและจริงใจ มรรคผลนิพพานรอคอยผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติจริงปฏิบัติจังนะ

#หลวงพ่ออินทร์ถวาย #สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ฝึกใหม่ ๆ ให้บังคับ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕










มีชาติหนึ่งเรา ...#เอาลูกแมวไปปล่อยป่า_เพราะรังเกียจมัน

ลูกแมวตัวนี้อดข้าวปลาอาหารอยู่ในป่าหลายวัน จึงมีคนใจดี มาพบเอาไปเลี้ยง

กรรม นี้จึงมาสนองเราในชาติปัจจุบันเป็นเหตุให้ตัวเองหลงป่าอดอาหาร ขนาดเชี่ยวชาญชำนาญป่าอย่างเรา ยังหลงทางเพราะกรรมของตน

ให้จำไว้ ...บุญบาปแม้เพียงเล็กน้อย #ประมาทไม่ได้ กรรมเมื่อตามมาถึงแล้วมันแสดงผลทันที ช้าหรือเร็วทุกคนต้องได้รับผลของกรรมนั้น ไม่มีใครปัดเคราะห์สะเดาะกรรมให้กันได้

คนเราถ้าเห็น #กรรมเก่า ของตนเอง เหมือน “ดูหนังดูละคร” มันจะบ่กล้าทำบาปใหม่ให้เผาผลาญใจของตนเองดอก เพราะพ่อแม่กิเลสปิดจิตบังใจเอาไว้ พวกลูกกำพร้าธรรม มันถึงบ่ฮู้ความจริงของบาปบุญคุณโทษ

(พระธรรมคำสอน...#หลวงปู่ชอบ #ฐานสโม)









#ไม่มีอะไรน่าเสียใจไปกว่า_การเสียเวลา!

วัน เดือน ปี ไม่เคยคอยใคร ถ้าไม่รีบเร่งทำความเพียร รักษาศีล ภาวนา บริจาคทานการกุศลต่างๆแล้ว เราก็จะพลาดโอกาสไปเปล่าๆ

เพราะว่าการสูญเสียในโลกนี้ ไม่มีอะไรน่าเสียใจไปกว่า การเสียเวลา! เพราะการเสียเวลาแม้เพียง หนึ่งวินาที ก็เท่ากับเราเสียส่วนหนึ่งในชีวิตไป

เพราะฉะนั้น ขอให้ศรัทธาญาติโยม ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และมีค่ามากที่สุด"

ปภากโรวาท
#หลวงปู่สิงห์ทอง #ปภากโร
คัดลอกถอดความจากหนังสือ: ร่มธรรม ร่มเย็น











ถ้าเราคิด. ที่จะทำให้เกิดความท้อแท้. อย่าไปคิด. ให้วางใจเป็นกลางๆ

หลวงปู่สมชาย ฐิติวิริโย








#พระพุทธเจ้า_แต่ละพระองค์_เพิ่นกะสอนเรื่อง_ทุกข์

ให้เฮาหนีจากทุกข์ แต่คนที่หนีจากทุกข์ในโลกนี้มีส่ำเขาโค แต่ผู้มุ่งหาทุกข์คือเก่าส่ำขนโค

#อยากออกจากทุกข์_แต่บ่เข้าใจในทุกข์ #มันกะเลยกลับมาทุกข์_เสียส่วนหลาย

ให้พิจารณาให้เห็นทุกข์ อย่าไปย้านมันอันทุกข์ๆนี้ เมื่อเฮาย้านมัน.. ทุกข์มันแห่งสิพามาทุกข์ พามาเกิด แก่ เจ็บ ตาย อีก.

#โอวาทธรรม #หลวงปู่บุญมา #คัมภีรธัมโม #วัดป่าสีห์พนม ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร










#มีความเพียร_มีสัมปชัญญะ_มีสติ #ละความยินดียินร้าย_ในโลกนี้_เสียให้ได้

เป้าหมาย ก็คือ "ละ" มัน ไม่ให้ไปยินดียินร้ายกับมัน อย่างมันเจ็บปวดขนาดไหนก็ตาม หรือมันจะดี วิเศษวิโส ขนาดไหนก็ตาม

#หลักการก็อยู่ตรงนี้ "#ละความยินดียินร้าย"

เราก็หันมามองดูจิตเราสิ ยินดีมีมั้ย? ยินร้ายมีมั้ย? ถ้าเราละความยินดียินร้ายได้ จิตเราก็เป็นกลางแล้ว

พอจิตเป็นกลางแล้ว สิ่งที่มันเกิดอยู่ในขณะนั้น ความยินดียินร้ายนั้นก็ดับไป

#ก็แสดงว่า_ไอ้ตัวยินดียินร้าย..#มันไม่ใช่เราเลย

ไอ้ตัวที่มันก่อเกิดขึ้นในกายเรา ในจิตเราเนี่ย ที่แสดงอาการอะไรทั้งหลายเนี่ย มันจึงไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
.
#พระอาจารย์ครรชิต #สุทฺธิจิตฺโต
#วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร











#เข้าพรรษา_ญาติโยมพากันเอา_ธูปเทียนมาถวายหลวงปู่

พากันเอามาถวายเยอะๆ จุดก็ไม่ทัน ใครมาก็เอาธูปเทียนมาถวาย เพราะญาติโยมพากันติด การบูชาอ้อนวอน

หลวงปู่ไม่อยากให้ซื้อธูปเทียนมาถวายเยอะ เพราะที่วัดใช้ไฟฟ้าแล้ว ธูปนี้หลวงปู่ไม่จุดเลย

อยากให้เก็บเงินที่ซื้อธูปเทียนมาถวายหลวงปู่ เอาไว้ให้พ่อให้แม่ใช้ นั้นก็บุญเหมือนกัน

#ธูปเทียนนั้น_มันของภายนอกเท่านั้น

ของภายในนั้นคือใจ เอาใจ เอาสติปัญญามาหาหลวงปู่นั้นก็ดีแล้ว ทำบุญไม่จำเป็นต้องเสียเงินเสียทองหรอก ทำดี ใจดี รักษาศีล ภาวนา ให้ทานบ้างตามกำลัง นั้นก็บุญแล้ว

ถ้าดูแล เลี้ยงดูพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยายดีนั่นละตัวบุญ ตัวกุศล จะทำกับคนอื่นดีขนาดไหน ถ้าทำกับพ่อกับแม่ไม่ดี ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอก

#โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูอาจารย์

#องค์หลวงปู่ชนะ #อุตตมลาโภ

#วัดป่าโนนหมากอื๋อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม

เทศนาธรรมเมื่อ วันที่ ๑๔ ก.ค ๒๕๖๒

ณ วัดป่าโนนหมากอื๋อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: รสมน และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร