ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

คอยชี้ทางให้ถูก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=58459
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  รสมน [ 29 ธ.ค. 2019, 06:14 ]
หัวข้อกระทู้:  คอยชี้ทางให้ถูก

เราทุกข์อยู่ในท้องคนออกมาอยู่ในโลก โลกนี้เหมือนกับเขาขังเราไว้ นี่..กรงขังในโลก มีเวียนว่ายตายเกิด เกิดจากวัฏสงสารในโลก อันนี้ติดคุกโลก ใครจะพ้นโลกได้ ต้องเรียนโลกให้รู้เพื่อจะวางโลก ไม่ติดมัน มันละเอียดจริงๆ นะ ปรกติอาตมาวิจัยจนถึงตีสามจึงจะพักผ่อน นอนเวลาไหนก็ได้ พักได้ชั่วโมงหนึ่งก็ไม่เป็นไร ไม่ติดว่า โอ้ย! วันนี้พักน้อยเหลือเกิน มันก็ไม่ได้คิด เข้าใจบ่ ท่านทรงให้เราศึกษาอย่างนี้ศึกษาธรรมะใจเราก็เลยสบาย ขันธ์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มาอยู่ด้วยกันนะสองรายการนี้ ใครวางได้ ใครปล่อยได้ ใครทิ้งได้ ผู้นั้นก็ได้ชัยชนะเลย ถ้าปล่อยไม่ได้ก็เกิดทุกข์อีกในชาติต่อไป
ญาติอาตมาก็ไปอยู่อังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน คนละประเทศ คนเยอรมันแท้จริงมันเท่ากัน ฝรั่งเศสก็เท่ากัน อังกฤษก็เท่ากัน อเมริกาก็เท่ากัน มีขันธ์ ๕ เท่ากัน ไม่มีผิดพลาดล่ะ นั่นล่ะเรียนอย่างนั้น เรียนสนุกเลย เรียนภาวนานี้มันสนุก เหมือนกับนักเตะฟุตบอลเลย สนุก เรียนแล้วสนุก ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักพอมาบวชแล้วมารู้จัก โอ พระอริยเจ้าทั้งหลายจึงยิ้มแย้มแจ่มใส ท่านเห็นของจริงมีปิติ มีความสุข เรียนภาวนา อยากให้มันจบในชาตินี้ ชาติหน้าบ่ต้องมามีกุฎิอย่างนี้อยู่ นิพพานเนอะ...

#ธรรมเปลี่ยนโลก
หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป







เรื่อง "พระนิพพานเที่ยง ไม่เคยดับสูญ"
"สรณะทั้ง ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มิได้เสื่อมสูญอันตรธานไปไหน ยังปรากฏอยู่แก่ผู้ปฏิบัติเข้าถึงอยู่เสมอ ผู้ใดยึดถือเป็นที่พึ่งของตนแล้ว ผู้นั้นจะอยู่ในกลางป่าหรือเรือนว่างก็ตาม สรณะทั้ง ๓ ก็ปรากฏแก่เราอยู่ทุกเมื่อ"

คติธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต








"จริตของคนที่มีราคะมากให้อาศัยพิจารณาอสุภะอสุภัง ให้เห็นความเปื่อยเน่า จะอิดหนาระอาใจ เบื่อหน่าย ถอนจากความกำหนัดได้ แก้โทสะให้มีเมตตา แผ่เมตตาบ่อยๆ มากๆ ยืน เดิน นั่ง นอน มันก็อ่อนลงเอง แก้โมหะความหลงให้ใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองชำระจิต"

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู







#มนุษย์วนเวียนเกิดแล้วตาย
"ตายแล้วเกิด ติดของเก่ากามาวจร
สวรรค์ ๑ สัตว์เดรัจฉาน ๑ มนุษย์ ๑
ท่านพวกนี้ติดของเก่า พระไตรปิฏก
มีกิน ๑ มีนอน ๑ สืบพันธ์ ๑ แม้ปู่ย่า
ตายายของเราล้วนแต่ติดของเก่า พระพุทธเจ้าก็ดี พระปัจเจกก็ดี พระ
อรหันต์ก็ดี เมื่อท่านยังไม่ตรัสรู้ก็ติด
ของเก่า เพลิดเพลินของเก่าในรูป เสียง
กลิ่น รสของเก่าทั้งนี้ไม่มีฝั่งไม่มีแดน
ไม่มีต้น ไม่มีสาย ย่อมปรากฏอยู่เช่นนั้น
ตื่นเต้นกับของเก่า ติดรสชาติของเก่า
ใช้มรรค ๘ ให้ถอนของเก่า ให้อิทธิบาท ๔
ตีลิ่มสะเทือนใหญ่ปัง ๆ ลิ่มเก่าถอนคือ
อวิชชา ลิ่มใหม่คือวิชชาเข้าแทนดังนี้"
#ท่านพระอาจารย์มั่นท่านพูด "ใช้ตบะ
ความเพียรอย่างยิ่ง ที่จะถอนได้ต้อง
สร้างพระบารมีนมนาน จึงจะถอนได้
เพราะของเก่ามันบัดกรีกันได้เนื้อเชื้อ
สายของกิเลสมาพอแล้ว ย่อมเป็นอัศจรรย์ของโลกนนั้นทีเดียว"

#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต








เรื่อง "วิปลาส เพราะขาดครูอาจารย์คอยชี้ทาง"
นักภาวนา จำเป็นต้องมีครูมีอาจารย์
การปฏิบัติธรรม ถ้าไม่มีครูไม่มีอาจารย์ ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ บางครั้งถึงกับเป็นบ้าไปก็ได้ เพราะเวลาปฏิบัติแล้วไม่รู้ว่า สิ่งที่ตัวเองได้พบได้เห็นนั้น เป็นคุณหรือเป็นโทษแต่อย่างใด ถ้าไปหลงกับสิ่งที่เป็นโทษ หรือเป็นสิ่งที่ไม่มีคุณไม่มีประโยชน์มก็จะเสียเวลา และจะเกิดโทษกับตนเองได้ อาจจะทำตนเองหลงผิดคิดผิดไป อย่างที่เขาเรียกว่าเป็น "คนบ้า(วิปลาส)" คิดว่าตัวเองได้บรรลุแล้วได้เป็นพระอรหันต์แล้ว ทั้งที่ใจของตนเองนั้นถูกหุ้มห่อด้วยกิเลสตัณหา ด้วยความทุกข์ต่างๆ แต่ไม่รู้ความจริงอันนี้ แต่ถ้ามีครูบาอาจารย์ ท่านจะเตือน ท่านจะบอกเลยว่า ”ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ใช่“ ยังมีความทุกข์อยู่ ยังมีความอยากอยู่ ยังไม่ได้หลุดพ้น ต้องกลับมาปฏิบัติที่ตรงนี้ ดังนั้นผู้ปฏิบัติทุกคนนี้ “จำเป็นจะต้อง มีครูมีอาจารย์”

จาก "ธรรมะบนเขา"
เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘
คติธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต









หลวงปู่ลี ท่านได้กำลังใจและได้ประสบการณ์ทางจิตจากการนั่งภาวนาตลอดรุ่งเป็นอันมาก จากการตั้งสัจจะอธิษฐาน​ ดังนั้น​ การปฏิบัติภาวนาของท่านจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก และต่อมาท่านก็ได้เมตตาเทศน์สั่งสอนพระศิษย์ให้ถือปฏิบัติข้อนี้​ ดังนี้
" ให้มีสัจจะบังคับจิตใจตัวเอง​ ถ้าไม่มีการบังคับจิตใจตัวเองแล้ว​ ก็จะเกิดความโลเล​ ไม่มีหลักยึด"
"ตั้งแต่สมัยพุทธกาลตั้งสัจจะก็ตั้งอยู่อย่างนั้นแหละ​ ให้มีสัจจะบังคับใจตัวเอง​ ไม่อย่างนั้นกิเลสเอาไปกินหมด ถ้าไม่มีสัจจะผูกมัด​ คิดว่าจะนั่งนานเท่านั้น​ นั่งนานเท่านี้​ ก็อาศัยใช้นาฬิกาแขวนเอวไว้ดูเวลา​ ทำไมจะทำไม่ได้​ บังคับมันเอาไว้​ เราไม่ทรมานมัน​ ใครจะไปทรมานมัน​ "

โอวาทธรรม หลวงปู่ลี​ กุสโล






#คนเราทุกวันนี้
"ถ้าเป็นคนที่มีธรรม จะคิด จะพูด
จะทำอะไรก็เป็นธรรม แต่ถ้าเป็น
คนไม่มีธรรม เอาเรื่องโลกมาคิด
มาพูด มาทำ ก็มีแต่โลกทั้งนั้น
ให้เราทั้งหลายช่วยกันทำนุบำรุง
พระพุทธศาสนา เห็นการกระทำ
อะไรที่ไม่ดีให้ช่วยกันบอกสอน
แก้ไขให้ถูกให้ควร อย่าปล่อยให้
คนทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
#อย่าพึ่งเชื่อ
"ในสิ่งที่อาตมาพูดว่าดี ว่าถูก
ว่าควรแล้ว ให้นำไปไตร่ตรอง
ดูเสียก่อน หากพิจารณาว่าดี
ว่าถูก ว่าควร แล้วจึงค่อยเชื่อ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัส
สอนไว้ พ่อแม่ครูจารย์ก็เคย
เตือนให้พึง ระวังเรื่องอายตนะ ๖
กาย ใจ ตา หู จมูก และลิ้น ไม่ให้
นำสิ่งไม่ดีเข้ามา ให้คะลำ ภาษาอีสาน
"คะลำ" หมายถึง หลีกเลี่ยง อย่าเอาสิ่ง
ไม่ดีเข้ามาในตัว หากรู้ว่าไม่ดีให้หลีกหนี
ให้ไกล”

#หลวงปู่บุญมี_ปริปุณโณ
วัดป่าศิลาพร ต.หนองหิน
อ.เมือง จ.ยโสธร

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/