ลานธรรมจักร
http://www.dhammajak.net/forums/

ใส่ร้ายครองโลก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=58248
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าของ:  muisun [ 05 พ.ย. 2019, 16:16 ]
หัวข้อกระทู้:  ใส่ร้ายครองโลก

วิปัสสนาจารย์จบพระไตรปิฎก​ สอนลูกศิษย์ใส่ดี​ แปดสำนักใหญ่​ แต่ตนเองใส่ดีไม่เป็นจึงโดนตำหนิว่าเป็นครูคำภีร์เปล่าสอนได้แต่ตนเองทำไม่ได้​ รู้สึกเสียใจจึงไปขอให้สามเณร​อรหันต์อายุ​ 7 ขวบ​ สอนให้​ เณรรู้ว่าอาจารย์ถือตัวหัวดื้อก็เลยไม่รับสอน​

ครูคำภีร์เปล่ากราบขอร้องว่าช่วยเป็นอาจารย์สอนใส่ดีให้เถิด​ จะให้ลุยน้ำ​ ลุยไฟ​ อะไรก็ยอม​

เณรน้อยจึงทดสอบบอกว่าให้เก็บดอกบัวในสระดินโคลนมาบูชาธรรม​

ครูคำภีร์เปล่าก็ยอมลงน้ำทั้งที่ห่มผ้าไหมราคาแพง​ พอชายจีวรเปียกน้ำ เณรน้อยก็เรียกกลับมาแล้วสอนใส่ดีให้ว่าเรามีตา​ หู​ จมูก​ ลิ้น​ กาย​ ใจ​ หกทาง

ถ้าเราจะจับเหี้ยใส่ร้ายก็ปิด​ตา​ หู​ จมูก​ ลิ้น​ กาย​ รู้ทันที่ใจก็จะจับเหี้ยใส่ร้ายได้ด้วยการใส่ใจรู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ใส่ดีได้​
ปราบใส่ร้ายได้ทั้งหมด​ เพราะถ้าเหี้ยใส่ร้ายครองโลกก็จะลุกเป็นไฟ​ ไหม้เป็นเขม่า​ ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น​ ฝนแล้ง​ น้ำท่วม พายุเข้า​ โจรผู้ร้ายมาก​ เกิดสงครามล้างโลก​ เกิดจากตัวใส่ร้ายเป็นต้นเหตุ​

จากสายสืบนิสัยศาสตร์​

(โลกคืออายตนะ​ คือหมู่สัตว์​ คือจักรวาล)​

เจ้าของ:  โลกสวย [ 06 พ.ย. 2019, 18:55 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

muisun เขียน:
วิปัสสนาจารย์จบพระไตรปิฎก​ สอนลูกศิษย์ใส่ดี​ แปดสำนักใหญ่​ แต่ตนเองใส่ดีไม่เป็นจึงโดนตำหนิว่าเป็นครูคำภีร์เปล่าสอนได้แต่ตนเองทำไม่ได้​ รู้สึกเสียใจจึงไปขอให้สามเณร​อรหันต์อายุ​ 7 ขวบ​ สอนให้​ เณรรู้ว่าอาจารย์ถือตัวหัวดื้อก็เลยไม่รับสอน​

ครูคำภีร์เปล่ากราบขอร้องว่าช่วยเป็นอาจารย์สอนใส่ดีให้เถิด​ จะให้ลุยน้ำ​ ลุยไฟ​ อะไรก็ยอม​

เณรน้อยจึงทดสอบบอกว่าให้เก็บดอกบัวในสระดินโคลนมาบูชาธรรม​

ครูคำภีร์เปล่าก็ยอมลงน้ำทั้งที่ห่มผ้าไหมราคาแพง​ พอชายจีวรเปียกน้ำ เณรน้อยก็เรียกกลับมาแล้วสอนใส่ดีให้ว่าเรามีตา​ หู​ จมูก​ ลิ้น​ กาย​ ใจ​ หกทาง

ถ้าเราจะจับเหี้ยใส่ร้ายก็ปิด​ตา​ หู​ จมูก​ ลิ้น​ กาย​ รู้ทันที่ใจก็จะจับเหี้ยใส่ร้ายได้ด้วยการใส่ใจรู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ใส่ดีได้​
ปราบใส่ร้ายได้ทั้งหมด​ เพราะถ้าเหี้ยใส่ร้ายครองโลกก็จะลุกเป็นไฟ​ ไหม้เป็นเขม่า​ ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น​ ฝนแล้ง​ น้ำท่วม พายุเข้า​ โจรผู้ร้ายมาก​ เกิดสงครามล้างโลก​ เกิดจากตัวใส่ร้ายเป็นต้นเหตุ​

จากสายสืบนิสัยศาสตร์​

(โลกคืออายตนะ​ คือหมู่สัตว์​ คือจักรวาล)​


คริคริ

นับโวหาร ที่แต่งเอาตามใจสบายปาก คิดว่าไส่ดี แต่นั่นแหละไส่ร้ายเห็นๆ ค่ะ

เพราะไม่เรยนพระไตรปิฎก ไม่เรียนพระอภิธรรม เรยสร้างโวหารผิดๆขึ้นมา

แม้แต่การไปเรียกครูคัมภีร์เปล่า พระพุทธองค์ไม่เคยตรัสแบบนั้น

ไม่ตรงกะพระสูตร พระอภิธรรม

เพศบรรพชิตของพระใบลานเปล่า ท่านเหนือกว่าโสดาบันผู้ครองเรือนซะอีก

ในพระอภิธรรม ยังแสดงได้วิตรพิศดารกว่านี้มาก

แม้อาสวะ ก็ยังเป็นอารัมมณปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย ให้แก่กุศลจิตได้
เพราะอาสวะทั้งหลาย มีทั้งคุณและโทษ

tongue

เจ้าของ:  โลกสวย [ 07 พ.ย. 2019, 02:52 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

ปริยัติไม่เรียน ไส่ดีตามคิดตามปากตน ไม่ตรงพระธรรม
จะไส่ดีให้ถูกต้องแท้ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ
ดีตามใจปากตนเท่านั้น


ที่ถูกต้อง

[๒๗๕] ชื่อว่าโลก คือ ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก โลกคือภพวิบัติ
โลกคือสมภพวิบัติ โลกคือภพสมบัติ โลกคือสมภพสมบัติ โลก ๑ คือสัตว์ทั้งปวง
ดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร โลก ๒ คือ นามและรูป โลก ๓ คือเวทนา ๓
โลก ๔ คืออาหาร ๔ โลก ๕ คือ อุปาทานขันธ์ ๕ โลก ๖ คือ อายตนะภายใน ๖
โลก ๗ คือ ภูมิเป็นที่ตั้งวิญญาณ ๗ โลก ๘ คือ โลกธรรม ๘ โลก ๙ คือ
ภพเป็นที่อาศัยอยู่ของสัตว์ ๙ โลก ๑๐ คือ อายตนะ ๑๐ โลก ๑๒ คือ
อายตนะ ๑๒ โลก ๑๘ คือ ธาตุ ๑๘ ฯ


tongue

เจ้าของ:  muisun [ 08 พ.ย. 2019, 11:52 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

:b42: วงลมแห่งความรู้ไม่ทัน :b42:

ในเมื่อเกิดมาก็เพื่อตาย​ ตายไปก็เพื่อเกิด​ เบื่อไปก็เพื่ออยาก​ อยากไปก็เพื่อเบื่อ​ ใส่ดีไปก็เพื่อใส่ร้าย​ ใส่ร้ายไปก็เพื่อใส่ดี​ โง่ไปก็เพื่อฉลาด​ ฉลาดไปก็เพื่อโง่

นี่แหละวงกลมแห่งความยึดถือรู้ไม่ทันจะคิดดับๆ​ จึงเป็นภัยแห่งวัฎฏะสงสาร​

เพียงรู้ทันจะเกิดดับๆ​ ก็เรียกว่า​ ได้วิปัสสนาญาณ​ หลุดพ้นจากวงกลมแห่งความ​เกิดเพื่อตายและตายเพื่อเกิด​ ทุกข์เพื่อสุข​ สุขเพื่อทุกข์​ เรียกว่ารู้ปฎิจจสมุทปบาท​ ที่พวกรู้ไม่ทันไม่มีสิทธิ์รู้

แค่รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ใส่ดีได้ไม่ต้องใส่ร้ายเลยสักเรื่อง​ เป็นความรู้ที่เข้าถึงได้เฉพาะรู้ทัน​ ไม่ใช่ด้วยการคิดเดา

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

เจ้าของ:  โลกสวย [ 08 พ.ย. 2019, 19:28 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

muisun เขียน:
:b42: วงลมแห่งความรู้ไม่ทัน :b42:

ในเมื่อเกิดมาก็เพื่อตาย​ ตายไปก็เพื่อเกิด​ เบื่อไปก็เพื่ออยาก​ อยากไปก็เพื่อเบื่อ​ ใส่ดีไปก็เพื่อใส่ร้าย​ ใส่ร้ายไปก็เพื่อใส่ดี​ โง่ไปก็เพื่อฉลาด​ ฉลาดไปก็เพื่อโง่

นี่แหละวงกลมแห่งความยึดถือรู้ไม่ทันจะคิดดับๆ​ จึงเป็นภัยแห่งวัฎฏะสงสาร​

เพียงรู้ทันจะเกิดดับๆ​ ก็เรียกว่า​ ได้วิปัสสนาญาณ​ หลุดพ้นจากวงกลมแห่งความ​เกิดเพื่อตายและตายเพื่อเกิด​ ทุกข์เพื่อสุข​ สุขเพื่อทุกข์​ เรียกว่ารู้ปฎิจจสมุทปบาท​ ที่พวกรู้ไม่ทันไม่มีสิทธิ์รู้

แค่รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ใส่ดีได้ไม่ต้องใส่ร้ายเลยสักเรื่อง​ เป็นความรู้ที่เข้าถึงได้เฉพาะรู้ทัน​ ไม่ใช่ด้วยการคิดเดา

จากสายสืบนิสัยศาสตร์


คริคริ

นี่แหละผลของการคิดเดาเอาเองอีกแระหละค่ะ

เรยไม่มีสิทธิ์จะรู้ ไม่รู้เรื่องปฎิจจสมุปาทจริงๆเรย นะคะ

บอกมาว่า "ได้วิปัสสนาญาณ"

อวิชชา เป็นปัจจัย ให้เกิด สังขาร

ไม่รู้จริงๆ ว่าองค์ธรรมของ วิปัสสนาญาน และญาน 73 ประเภท คืออะไร
เพราะไม่เรียนพระอภิธรรมน้อคะ

tongue

เจ้าของ:  muisun [ 08 พ.ย. 2019, 20:14 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

ผู้ที่รู้ทันจะคิดดับๆ​ เท่านั้นแหละจึงจะประเมินผู้อื่นได้​ แต่ผู้ที่ยึดถือก็ไม่พ้นจาการว่าและหมิ่นประมาทผู้อื่น​ เพราะไม่รู้ต้นเหตุแห่งสัจธรรม​ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หายโง่ฉลาดใส่ดีได้ทุกเรื่อง

คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด​ แต่คนฉลาดกลับไปเป็นเหยื่อของคนแกล้งโง่​ และคนแกล้งโง่ต้องไปเป็นเหยื่อของคนโง่อย่างถาวร​

เป็นวงกลมแห่งกรรมที่ทำ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หลุดพ้นจากโง่และฉลาดได้ทั้งหมด

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

:b42: :b42: :b42:

เจ้าของ:  โลกสวย [ 08 พ.ย. 2019, 20:28 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

muisun เขียน:
ผู้ที่รู้ทันจะคิดดับๆ​ เท่านั้นแหละจึงจะประเมินผู้อื่นได้​ แต่ผู้ที่ยึดถือก็ไม่พ้นจาการว่าและหมิ่นประมาทผู้อื่น​ เพราะไม่รู้ต้นเหตุแห่งสัจธรรม​ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หายโง่ฉลาดใส่ดีได้ทุกเรื่อง

คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด​ แต่คนฉลาดกลับไปเป็นเหยื่อของคนแกล้งโง่​ และคนแกล้งโง่ต้องไปเป็นเหยื่อของคนโง่อย่างถาวร​

เป็นวงกลมแห่งกรรมที่ทำ รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หลุดพ้นจากโง่และฉลาดได้ทั้งหมด

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

:b42: :b42: :b42:

คริคริ

นี่แหละน๊า ไม่เรียนพระธรรม แสดงว่า ยังไม่รู้ทัน
แต่ก็คิดไปว่า การรู้ทันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

แต่หลงไปตามคิดเองเออเอง ของตน

เพราะ แท้จริงถ้ารู้ปฎิจจสมุปาท จะรู้ว่า

ไม่มีชีวิตใดๆเรย ที่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน

tongue

เจ้าของ:  โลกสวย [ 08 พ.ย. 2019, 20:35 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

สำนักรู้ทันคิดดับๆๆ

นี่มีโวหาร เด็ดจริงๆ

แต่ๆๆๆ เวลาโดนเข็มทิศปักอก นี่นะ
รู้ไม่ทัน
โดยเฉพาะเจ้าสำนัก

คริคริ

tongue

เจ้าของ:  muisun [ 16 พ.ย. 2019, 19:09 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

:b42: :b42:

ฤทธิ์แห่งความรู้ทันจะคิดดับๆ​ หนึ่งเดียวก็ปราบฤทธิ์แห่งความยึดถือได้หมด​ เพราะสังเกตถึงต้นเหตุแห่งการใส่ดีได้ทุกเรื่อง​ จึงปราบใส่ร้ายได้ทั้งหมด​

เรียนธรรมะเคยสอบตอนเด็ก​ สอบแล้วไม่ผ่าน​ ก็เลยขยันเรียนทั้งวันทั้งคืน​ มีพระไตรปิฎกส่วนตัว​ 2​ ตู้​ ของมหาจุฬาและของมหามงกุฎ​ มีแต่เวลาเรียนแถมไม่มีเวลาสอบ​

เดี๋ยวนี้เรียนถึงวัยชรา​ แค่รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็หมดสงสัยในธรรมะทั้งหมด​ ก็ไม่ต้องไปยึดถือเสียเวลาไปใส่ร้ายอะไรให้เดือดร้อน​ หมดความสงสัยในนิสัยศาสตร์

เคยมีพระมหาอภิธรรมบัณฑิต​ และวิปัสสนาจารย์​ รุ่น​ 40-50 พรรษา​ มาสอบสวนในขณะที่อบรมปฎิบัติธรรม​ ว่าทำไมที่บรรยายไปนั้น​ จึงเข้ากับจิต​ เจตสิก รูป​ นิพพาน​ แล้วคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ทำไมจึงฟังออกได้หมด​ ก็เลยตอบไปว่า​ สอนนักเรียนเยอะ​หลายระดับ​ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงดอกเตอร์​ ด้วยวิชาครูที่รู้ต้นเหตุวิชาการ​ เพียงแต่รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ฉลาดได้ไม่มีวันหยุด

จากสายสืบนิสัยศาสตร์

เจ้าของ:  Rosarin [ 17 พ.ย. 2019, 02:06 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

Kiss
ใส่ดีให้สำนึกผิดและรู้สึกตัวกันบ้าง
ตถาคตให้บวชเพื่อสละเพศคฤหัสถ์
เพื่อครองจีวร3ผืนมักน้อยสันโดษนี่
วันๆคิดแต่เรียไรเงินเพื่อก่อสร้างวัตถุ
เกินฐานะที่จะดูแลได้ก็ทำการเรี่ยไรเพิ่ม
เพื่อเอาเงินมาแลกเปลี่ยนสินค้าให้วัดเป็นตลาด
ญาณตรงข้ามกับฌานและทำคนละแบบกันนะคะ
อยู่ในโลกของความคิดคนเดียวถ้ากินข้าวใช้เงินก็ลาสิกขา
อย่าปลอมบวชอยู่วัดเพื่อกำบังตัวเองมันบาปทำตามสิกขาบทไม่ได้ก็บวชไม่ได้
ถ้ายังทำอย่างชาวโลกมักมากโลภมากอยู่ก็ลาสิกขามาประกอบอาชีพอย่าอยู่เป็นมิจฉาอาชีโวเปลืองข้าวสุก
onion onion onion

เจ้าของ:  Rosarin [ 17 พ.ย. 2019, 02:28 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

rolleyes
ผู้ชี้ให้เห็นโทษภัยคือผู้ชี้ขุมทรัพย์
อริยทรัพย์เกิดจากสะสมปัญญาไม่ใช่เงิน
บวชคือสละเงินเพื่อวางภาระได้วางบ้างมือถือน่ะ
ไม่ใช่ติดไปหมดอยากมีแบบชาวบ้านก็ลาสิกขา555
https://youtu.be/i0GgDBiBV1A

เจ้าของ:  muisun [ 17 พ.ย. 2019, 12:09 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

เนตรขัมมะการบวชก็คืออยู่ตรงกันข้ามกับความยึดถือ​ เพียงแต่รู้ทันจะคิดดับๆ​ ก็ไม่ต้องไปยึดถือใส่ร้ายใคร​ เป็นคุณค่าแห่งความสะอาดและบริสุทธิ์​ เพราะว่าไม่ต้องไปติดอยู่กับความ​ใส่ร้ายยึดถือให้เดือดร้อน​

เรื่องเงิน​ สิ่งของ​ ก็เป็นแค่เพียงสิ่งของที่อาศัยใช้ อยู่ในหมวดแห่งการเสพด้วยไม่ติดด้วย​ เรียกว่า​ บริโภคแบบใช้ด้วยความรู้ทัน​ บริโภคด้วยการพิจารณารู้ทันอย่างไม่โง่​ ใช้ด้วยไม่ติดด้วย​ ก็จะไม่ต้องเกิดทุกข์​ โทษ​ บ้า​ ยึดถือ​ เดือดร้อนอะไร​

เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่น​ที่ให้รถแล่นไปได้ เพื่อสร้างผลงานใส่ดีที่ยิ่งใหญ่​ ปราบใส่ร้ายได้หมด​ เรียกว่าเป็นอำนาจแห่งการใส่ดีที่เหนือกว่าใส่ร้ายทั้งหมด​ พ้นจากความหวั่นไหว​ หวาดกลัวได้ทุกเรื่อง

เป็นผลงานรายได้แห่งชีวิต​ที่ไม่ต้องไปติดหนี้เวรกรรมอะไรกับใคร​ เพราะภัยร้ายแรงทำลายล้างโลก​ ก็คือ​ ผู้ที่ยึดถือ​ บ้า​ โง่​ เที่ยวใส่ร้ายไปทุกเรื่อง

ขุมทรัพย์แห่งบัณฑิตคือรู้ทันจะคิดดับๆ​ แต่การใส่ร้ายทำลายผู้อื่นได้ชื่อว่าเป็นขุมนรกแห่งอายตนะ


สายสืบนิสัยศาสตร์

เจ้าของ:  muisun [ 18 พ.ย. 2019, 02:57 ]
หัวข้อกระทู้:  Re: ใส่ร้ายครองโลก

พระใช้โทรศัพท์เพื่อจะใส่ดี​ สอนดีไปได้ทั่วโลก​ บางครั้งก็ฟังธรรมะพระไตรปิฎกจากโทรศัพท์ทั้งกลางวันและกลางคืน​ สร้างคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่​ มีอำนาจปราบตัวใส่ร้ายได้ทั้งหมด​ แล้วตัวใส่ร้ายจะมาอิจฉาร้อนรนทำไม​ ไปหัดใส่ดีให้เป็นก็จะเห็นคุณค่าของเหตุและปัจจัยของชีวิต

สายสืบนิสัยศาสตร์

หน้า 1 จากทั้งหมด 1 เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/