วันเวลาปัจจุบัน 20 พ.ย. 2019, 11:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2019, 04:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3595


 ข้อมูลส่วนตัว


“มีแต่ ดิน น้ำ ลม ไฟ นอกเหนือจากนี้ เป็นกิเลสทั้งสิ้น”

-พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร (แบน ธนากโร)
วัดดอยธรรมเจดีย์ สกลนคร





วิธีดูครูบาอาจารย์ว่าของแท้หรือของเทียม

ถาม : วิธีดูครูบาอาจารย์ว่าของแท้หรือของปลอม ดูและมีวิธีตรวจสอบอย่างไรว่า คำสอนของท่านจะพาเราหลงทางหรือพาพ้นทุกข์ได้จริง

พระอาจารย์ : ก็ต้องดูมาตรฐานของอาจารย์ เช่นดูพระพุทธเจ้าก่อน ดูพระอรหันตสาวกก่อน ไปศึกษาพระพุทธประวัติ ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ศึกษาประวัติของพระอรหันตสาวก แล้วศึกษาคำสอนของท่าน แล้วเราเอาประวัติของท่าน เอาคำสอนของท่านมาเปรียบเทียบกับครูบาอาจารย์ที่เราสงสัยว่าเป็นของแท้หรือของเทียม เราก็พอที่จะวัดได้ เหมือนกับเวลาที่เราจะซื้อของอะไรสักอย่างหนึ่ง บางทีเราต้องไปเอาของตัวอย่างมา แล้วไปเปรียบเทียบกับของที่เราซื้อว่าเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าไม่เหมือนกันเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่เป็นของแท้ของจริง เราก็อย่าซื้อ แต่ถ้าเราไปซื้อโดยที่เราไม่มีของจริงไปเปรียบเทียบ เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง

ดังนั้นเรามีของที่เราจะเปรียบเทียบได้ เรามีประวัติของพระพุทธเจ้า เรามีพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ดูว่าท่านอยู่อย่างไร ท่านปฏิบัติอย่างไร ท่านอยู่แบบนั่งรถเบนซ์ กินหูปลาฉลาม สั่งอาหารกิน หรือว่าท่านอยู่แบบมักน้อยสันโดษ บิณฑบาต ใช้ผ้าบังสกุลหรือว่าใช้ผ้าไหม ใช้ผ้าแพรผ้าสั่งมาจากเมืองนอกเมืองนา ของอย่างนี้วัดได้ดูได้ ดูพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างท่านแบบฉบับ เป็นของแท้ของจริง แล้ววัดดูตรงนั้น

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ธรรมะบนเขา วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๗





จะถามว่าขันธ์คืออะไรอยู่ที่ไหน ขันธ์ก็แปลว่ากองนั่งอยู่นี่ล่ะ คือกองรูป นี่ขันธ์หนึ่ง ขันธ์ที่สอง คือเวทนา คำว่าเวทนานี้คือความเสวยนี้ให้เข้าใจ สุขก็สุขเวทนา ทุกข์ก็ทุกข์เวทนา ทีนี้เมื่อมันเฉยๆอยู่ มันไม่ปรุงไม่แต่ง มันไม่มีคิดไม่นึก มันอื่อทื่ออยู่นี้ นี่ท่านให้เรียกว่า อุเบกขาเวทนาอีกเด้นี ไม่เจ็บไม่ร้อน ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาปไม่เป็นอะไร มันเฉยๆ นี่ก็เป็นเวทนาเหมือนกัน ขันธ์ที่สาม คือสัญญา ท่านแยกออกไป สัญญาความจำได้หมายรู้ จำทุกสิ่งทุกอย่างล่ะ ทั้งจำทั้งระลึกรู้ ทีนี้เรื่องระลึกรู้นี้ เรื่องดีมันก็ระลึก เรื่องชั่วมันก็ระลึก ไม่ดีไม่ชั่วมันก็ระลึกเหมือนกัน เขาด่าเขาว่า เขาทำผิดอกผิดใจตั้งแต่ยังไม่มี พ.ศ.พุ้น ระลึกขึ้นมามันก็แดงขึ้นมาเผาจิตใจตัวเองพิษของมัน นี่สัญญา ขันธ์สี่ คือ สังขาร สังขารนี้ก็สังขารร่างกายและสังขารจิตใจ ความคิดก็เป็นสังขาร ความนึกก็เป็นสังขาร ความปรุงก็เป็นสังขาร ความแต่งก็เป็นสังขาร กิริยาการเกิดๆดับๆ นี้ก็เรียกว่าสังขาร ขันธ์ที่ห้า คือ วิญญาณ ความรับรู้ รู้ทางตาเรียกว่าจักขุวิญญาณ รู้ทางหูเรียกว่าโสตวิญญาณ รู้ทางจมูกเรียกว่าฆานวิญญาณ รู้ทางลิ้นเรียกว่าชิวหาวิญญาณ รู้ทางกายเรียกว่ากายวิญญาณ รู้ทางใจเรียกว่ามโนวิญญาณ นี่มีเท่านี้ ธาตุทั้งสี่ ขันธ์ทั้งห้า อายตนะทั้งหก รวมย่นเข้ามารวมอยู่ในดวงจิตดวงใจนี้ จิตใจมาแบกมาหาม มายึดมาถือว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์เป็นบุคคล ว่าเป็นของกูของมึง "..ถ้ามีสติ ถ้ามีปัญญา กายก็คือกาย จิตก็คือจิต เวทนาก็คือเวทนา จิตก็คือจิต สัญญาก็คือสัญญา จิตก็คือจิต สังขารก็คือสังขาร จิตก็คือจิต วิญญาณก็คือวิญญาณ จิตก็คือจิต.." นั้นนะ ถ้ามันรู้ มันไม่เข้าไปยึด แต่ถ้ามันไม่รู้มันก็เข้าไปยึด...


ธรรมเทศนาหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม





"บุญกุศลนี้สำคัญมากนะ ให้พากันทำมากๆ อย่าพากันประมาทในวัยในชีวิต เพราะร่างกายสังขารนี้อยู่กับเราไม่นานนัก ก็จะละสังขารไป ถ้าคนใดไม่มีบุญ ไม่เคยทำบุญให้ทาน รักษาศีล เมตตาภาวนา ตายไปก็จะไปตกทุกขติ คือนรก เปตร อสูรกายสัตว์เดรัจฉาน ของคนบาป ของคนบุญก็จะได้ไป สวรรค์ 6 ชั้น สูงขึ้นไปก็พรหมโลก ถ้าจิตหลุดพ้นอาสาวะแล้ว ก็ไปพระนิพพาน นั้นแหละ เมื่อพวกเรารู้อย่างนี้แล้วก็ให้พากันทำเอา อย่างหลวงปู่บวชเข้ามานี้ ก็ภาวนา พุธโธๆๆ เอาคุณพระพุทธเจ้ามาไว้ในใจ "พุทโธ เมนาโถ" พุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของใจ "ธัมโม เมนาโถ" พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไว้ที่ใจ "สังโฆ เมนาโถ" เอาพระอริยะสงฆ์เจ้าที่ปฏิบัติดี ปฎิบัติชอบ สิ้นอาสวะกิเลสตามพระพุทธเจ้าเอามาไว้ที่ใจ คนไหนไม่มี พุทธโธ ธัมโม สังโฆ เรียกว่าไม่มีสรณะ ไม่มีที่พึ่งของใจ ไปไหนมาไหน ไปเหนือมาใต้ ของให้ภาวนา พุธโธๆๆ ถ้าคนไหนภาวนาพุธโธ ไม่ได้ไปทุกขติหรอก อย่างต่ำก็ได้ไปสวรรค์ ถ้าภาวนาไปจิตเป็นสมาธิ ก็จะได้ไปพรหมโลกพากันทำเอานะ พากันภาวนาทุกวันนะ แต่ต้องให้พุทโธนั้นถึงใจจิงๆนะ ใจมันจะรื่นเริง ใจมันจะสว่างไสว ให้พากันทำให้มันเต็มเปี่ยมทุกคนนะ"

โอวาทธรรม :องค์หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ





"อยู่อย่างโง่เง่า อยู่ทำไม
เปลืองข้าวที่เป็นสมบัติของโลก"

-หลวงปู่แบน ธนากโร-





ครั้งหนึ่งองค์หลวงปู่กำลังแสดงธรรมอยู่
ญาติโยมคุยกันเสียงดังจนทำให้หลวงปู่
หยุดชงักทันที ท่านจึงได้พูดถึงกรรมที่คน
หูหนวกกราบเรียนถามหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ธรรมของพระพุทธเจ้านี้ มันไม่ใช่ของเล่นเด้อ
มีตาผ้าขาวแก่คนหนึ่งอยู่กับหลวงปู่ชอบ แก
หูหนวกประมาน ๗๐-๘๐ เปอร์เซนต์ ยังไม่ถึง
ร้อยเปอร์เซนต์ แก่เข้าไปศึกษา ไปถามหลวง
ปู่ชอบว่า "หลวงปู่ๆๆนิมนต์หลวงปู่พิจารณา
กรรมที่หูกระผมหนวกมันเป็นเพราะอะไร"
หลวงปู่ชอบท่านก็กำหนดดู พอหลวงปู่ชอบ
กำหนดดูท่านก็ว่า "สาเหตุที่หูเธอหนวกเพราะ
เวลาพระท่านกำลังแสดงธรรม เธอไปทำให้
พระที่ท่านแสดงธรรมเสียสมาธิในการแสดง
ธรรมสองครั้ง หนวกก็ดี บอดก็ดี อยู่ๆถ้าไม่มี
กรรมอย่างใดอย่างหนึ่งมันเป็นไปไม่ได้"

เพราะฉะนั้นให้พวกเราสังวรระวังเวลาพระ
ท่านแสดงธรรม มันไม่ใช่ของเล่นจะกลาย
เป็นบาปเป็นกรรม เวลาฟังให้ตั้งใจฟัง กำหนด
อยู่กับลมหายใจ หูก็ฟัง นำมาประพฤติปฏิบัติ
ตาม

คติธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม





" ให้มีแต่...
การ...ภาวนาอย่างเดียว
อยู่ที่ไหนให้ดูแต่จิต ของเจ้าของ
มันเคลื่อนย้ายไปไหน ปรุงแต่งเรื่องอะไร

สติ...ให้ติดตามตลอด
มันก็ไม่ดื้อด้านเอาหนักหนา
ถ้าลงสติดีแล้วคิดอะไร ก็ดับ ๆ
ไม่ได้เกิดเรื่อง เกิดราวไปเหมือนแต่ก่อน
ที่ไม่มีสติ ให้พากันจดจำเอาอย่างนี้

การ...ภาวนาเป็นของลำบาก
แต่ เวลาถึงขั้นที่ดูดดื่มแล้ว มันไม่ได้คิดนะ
เวล่ำเวลา มันดูดดื่มทางอรรถ ทางธรรม
เพื่อความพ้นทุกข์ แล้วดูดดื่มไปเรื่อย

เดินจงกรมสักเท่าไร จนจะก้าวขาไม่ออก
มันถึงจะออกจากทางจงกรม
คือ มันเพลินในการพิจารณาธรรมะ
ธรรมะนี้ เป็นธรรมะอัตโนมัติ

มันหากหมุนเงื่อนนี้ ต่อเงื่อนนั้น
เงื่อนนั้น ต่อเงื่อนนั้น อยู่อย่างนั้นละ
เพื่อ...แก้กิเลส
หมุนไป หมุนมา แก้ไป แก้มากิเลสมันจะมี
อำนาจมาจากไหน มากยิ่งกว่าสติปัญญา
ไม่ลดละ

มันก็ค่อยหดตัว เข้ามา ๆ
ครั้นหดเข้ามาจริง ๆ แล้วก็มาอยู่ที่
อวิชฺชาปจฺจยา ตีข้างหลัง
อวิชชาแตกด้วยแล้วนั่นละ ท่านว่า...
บรรลุธรรม
ตรัสรู้ที่ตรงนั้นแหละ."

(องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)




กิเลสในอดีตให้ปล่อยไปในอดีต
กิเลสในอนาคตให้ปล่อยไปในอนาคต กิเลสในปัจจุบันให้ปล่อยไปในปัจจุบัน จงละมั่นถือขันธ์

โอวาทธรรม:องค์หลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร