วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.พ. 2020, 07:39  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 28 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2019, 21:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:



พระพุทธเจ้าให้ไปอ่านแล้วเดาสภาวะว่าต้องทำแบบนั้นจะได้แบบนี้หรือคะ
ตอบว่าไม่ใช่นะ/พระองค์ตรัสรู้ความจริงว่าไม่มีใครคิดเองได้นอกจากฟังคำสอนให้เข้าใจก่อนทำ

คือพึ่งคิดตามคำสอนจนกว่าจะเข้าใจจะได้ไม่หลงเชื่อใครและไปทำตามใครโดยเชื่อถือในชุดที่สวมใส่งัยคะ
:b12:
โรสออกจะเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุดแล้วแค่คิดตรงไปตรงมาตามปกติให้เข้าใจความปกติ
ไม่ใช่อยากจะไปทำตัวให้ดีโดยไม่ฟังคำตักเตือนของพระพุทธเจ้า
คุณกรัชกายไม่เข้าใจคำว่ามีพระพุทธเจ้าได้แค่คนเดียวหรือคะ
จะไปทำอะไรจนตายก็รู้แบบพระพุทธเจ้าไม่ได้งัยคะ
:b32:
นอกจากฟังให้เข้าใจแล้วยังต้องรู้จักตนเองด้วยว่าอยู่ในฐานะไหน
ถ้าตถาคตตรัส(พูด)ว่ามีกิเลสอวิชชาก็คือเดี๋ยวนี้มีแล้วในจิตตนเอง
สุตมยปัญญาคือปัญญาเริ่มต้นเกิดเมื่อเริ่มต้นฟังก็ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้
จะไปทำตามสัญญาที่ไปอ่านมาก็แปลว่าลืมคิดตามคำสอนแล้ว
ปัจจุบันนี้รู้แล้วไม่ใช่หรือคะว่าพระพุทธเจ้าชื่ออะไรเออน่ะ
ยังจำได้อีกด้วยว่าพระพุทธเจ้าในภัทรกัปป์นี้ชื่ออะไร
ที่ยังเกิดมาพบเจอกันแสดงว่าเป็นสาวกบารมีและ
คำว่าสาวกแปลว่าผู้ฟังคำสอนมีปัญญาเข้าใจ
ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดหรือว่า
ไปอ่านไปท่องแล้วเลือกเอาที่ชอบมาทำ
แปลว่าไม่มีปัญญาที่เกิดตามลำดับเลย
ทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปตามปกติ
แต่ความไม่ปกติของคนคืออยากทำ
มากกว่าฟังเพื่อให้เกิดปัญญาไงคะ
https://youtu.be/fU0hlum25OY
:b32:
:b4: :b4:


สภาวะที่คุณโรสพูดถึงนี่อะไรขอรับ เอาชัดๆ ตรงๆคำถาม อะไรสภาวะที่คิดที่พูดนั่น


เข้าใจประโยคนี้ไหมคะ
คนที่จะทำจนรู้จนสามารถกล่าวทุกคำในพระไตรปิฎกจนมีคนบันทึกไว้ว่า
เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าพระองค์หน้าซึ่งกำหนดไว้แล้ว
ที่่ไปอ่านไปท่องจำปัญญาของตถาคตไว้มากๆเป็นเพียงสัญญาขันธ์เท่านั้น
ไม่เคยเข้าใจความจริงที่ตนเองกำลังมีที่ต้องเริ่มฟังเพื่อสะสมปัญญาแท้จริง
ไม่ว่าใครจะใช้ตัวตนที่มีไปทรมาณตัวตนยังไงก็ทำจนรู้แบบตถาคตไม่ได้งัย
มีแต่ต้องเพียรสะสมปัญญาให้ถูกตรงตามคำของตถาคตตามลำดับตามเป็นจริง
ฟังตามปกติที่ลืมตาดูตื่นรู้ดูสิ่งที่เห็นตรงตามการฟังเพื่อคิดเห็นที่กำลังเห็นถูกตามได้
https://youtu.be/w8WvcT5w-9M
:b12:
:b12: :b12:



เขาถามว่า สภาวะที่ว่าทีพูดนั่นน่ะมันอะไร ตอบตรงๆคำถาม ข้อไหน

1. ?

2. ไม่รู้เหมือนกัน พูดไปงั้นแหละ


:b12:
ธัมมะทั้งหลายเป็นอนัตตา
ธัมมะทำไม่ได้เพราะธัมมะ
เกิดได้ตามเหตุตามปัจจัย
บอกว่าฟังเพื่อเกิดปัญญา
รู้ ตรง ตาม คำสอน ได้
ไม่เข้าใจหรือคะ
ว่าโรสบอกให้ฟัง
พึ่งการฟังคำสอน
ด้วยหูของตนเองคือ
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ
https://youtu.be/m7tu5_e1u0M
:b32: :b32:

:b12:
มีคำตอบเพิ่มให้อีกข้อค่ะคุณกรัชกาย

3.รู้จักพระพุทธเจ้าได้เท่าที่คิดได้ตรง1คำสัจจะตรงปัจจุบันที่กายใจตัวเองกำลังมีกำลังเป็นตรงคำนั้นเท่านั้น

รู้จักตถาคตได้เท่าที่รู้ตรง1คำสัจจะอย่างอื่นแปลว่าไม่มีเหลือตัวตนอะไรแล้วไม่ตรงเลยคือไม่รู้ทั้งหมดที่มี

จำอะไรเอาไว้มากๆแปลว่าคิดมากเกินจริงบอกให้เริ่มต้นฟังจะได้เริ่มต้นคิดตามตรงทีละคำเป็นผู้ตามรู้ตรงๆ
:b32: :b32:


เลอะเทอะ :b32:

:b12:
คิดอะไร
หวังอะไร
อยากได้อะไร
เพราะต้องรู้ตัวว่าที่ไปทำน่ะคืออยากได้
แต่นิพพานถึงได้ด้วยการหมดอยากถึงหมดอยากทำนิพพาน
เพราะฟังจนเกิดปัญญาเข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนรู้สึกตัวรู้ตรงความจริงที่กายใจกำลังมีนะคะ
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

คิดอะไร
หวังอะไร
อยากได้อะไร
เพราะต้องรู้ตัวว่าที่ไปทำน่ะคืออยากได้
แต่นิพพานถึงได้ด้วยการหมดอยากถึงหมดอยากทำนิพพาน
เพราะฟังจนเกิดปัญญาเข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนรู้สึกตัวรู้ตรงความจริงที่กายใจกำลังมีนะคะ


หมดอยากแล้วเอาอะไรไปทำล่ะ :b10:

เสียเวลาเปล่าสำนักบ้านธัมมะนี่ :b32: พูดจริงๆนะไม่ใช่แกล้งพูด :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 20:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

คิดอะไร
หวังอะไร
อยากได้อะไร
เพราะต้องรู้ตัวว่าที่ไปทำน่ะคืออยากได้
แต่นิพพานถึงได้ด้วยการหมดอยากถึงหมดอยากทำนิพพาน
เพราะฟังจนเกิดปัญญาเข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนรู้สึกตัวรู้ตรงความจริงที่กายใจกำลังมีนะคะ


หมดอยากแล้วเอาอะไรไปทำล่ะ :b10:

เสียเวลาเปล่าสำนักบ้านธัมมะนี่ :b32: พูดจริงๆนะไม่ใช่แกล้งพูด :b13:

:b32:
เหตุปัจจัยที่ทำให้ยังเกิดมาอยู่เดี๋ยวนี้คือมีอวิชชา
บอกยังไงก็ไม่เข้าใจบอกว่าจะทำปัญญาตรง
ต้องตามทีละ1ลำดับจนกว่าจะรู้ตรงทาง
แต่ละทางไม่เกิดพร้อมกันไม่ปนกัน
ตอนเห็นยังไม่คิดตอนคิดไม่มีเห็น
แต่เดี๋ยวนี้คิดกับเห็นปนเปกัน
แยกไม่ออกว่าอะไรที่มีจริง
ไม่ฟังแปลว่าไม่พึ่งตถาคต
คำสอนคือตัวอักษรต้อง
ฟังจากคนอื่นบอกกล่าว
ไปอ่านแล้วคิดเองไม่ได้
เพราะคิดไม่มีเห็นเอ้าล่ะสิ
แยกไม่ออกเลยว่าคิดกะเห็น
ไม่เกิดปนกันไม่เกิดพร้อมกันเป็นอย่างไร
ดูให้ชัดๆตาก็เห็นแล้วคิดก็คิดแล้วกำลังคิดเห็นผิดอยู่...บอกไม่ฟังจริงๆ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 21:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

คิดอะไร
หวังอะไร
อยากได้อะไร
เพราะต้องรู้ตัวว่าที่ไปทำน่ะคืออยากได้
แต่นิพพานถึงได้ด้วยการหมดอยากถึงหมดอยากทำนิพพาน
เพราะฟังจนเกิดปัญญาเข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนรู้สึกตัวรู้ตรงความจริงที่กายใจกำลังมีนะคะ


หมดอยากแล้วเอาอะไรไปทำล่ะ :b10:

เสียเวลาเปล่าสำนักบ้านธัมมะนี่ :b32: พูดจริงๆนะไม่ใช่แกล้งพูด :b13:

:b32:
เหตุปัจจัยที่ทำให้ยังเกิดมาอยู่เดี๋ยวนี้คือมีอวิชชา
บอกยังไงก็ไม่เข้าใจบอกว่าจะทำปัญญาตรง
ต้องตามทีละ1ลำดับจนกว่าจะรู้ตรงทาง
แต่ละทางไม่เกิดพร้อมกันไม่ปนกัน
ตอนเห็นยังไม่คิดตอนคิดไม่มีเห็น
แต่เดี๋ยวนี้คิดกับเห็นปนเปกัน
แยกไม่ออกว่าอะไรที่มีจริง
ไม่ฟังแปลว่าไม่พึ่งตถาคต
คำสอนคือตัวอักษรต้อง
ฟังจากคนอื่นบอกกล่าว
ไปอ่านแล้วคิดเองไม่ได้
เพราะคิดไม่มีเห็นเอ้าล่ะสิ
แยกไม่ออกเลยว่าคิดกะเห็น
ไม่เกิดปนกันไม่เกิดพร้อมกันเป็นอย่างไร
ดูให้ชัดๆตาก็เห็นแล้วคิดก็คิดแล้วกำลังคิดเห็นผิดอยู่...บอกไม่ฟังจริงๆ
:b32: :b32: :b32:

ใครก็ตามที่มีความเห็นผิดดิ่งลงไปแล้ว
เขาจะไม่สนใจฟังเพื่อไตร่ตรองตามเหตุผล
บอกว่านิพพานทำโดยไม่มีเหตุปัจจัยของปัญญาตรงทางไม่ได้
:b32:
เข้าใจคำว่าตรงทางไหมคะ
คิดแล้วรู้ตามได้ตรงทางทีละ1ทาง
จะตรงทางตาก็มีเรื่องของตาอย่างเดียว
ไม่มีทางหูปนเพราะจิตเกิดดับตรงทีละ1ทาง
คำว่าไม่ปนกันไม่มีจิตขณะเดิมที่ดับแล้วเอากลับมารู้ได้อีกมันดับแล้ว
:b32:
ดับไปแล้วเป็นอดีตไปแล้วเอากลับมาแก้ไขไม่ได้เดี๋ยวนี้มีปัจจุบันให้คิดตรงตามได้
แต่ไม่ใช่คิดพร้อมกันครบทั้ง6ทางเพราะตัวจริงธัมมะแต่ละ1ขณะจิตคือ1ใน89ประเภทที่ทุกคนกำลังมี
แต่ละ1ประเภทของตัวเราคนเดียวเนี่ยมันยังไม่เป็นประเภทเดิมเลยบอกไม่ฟังจะคิดตามต้องตรงทางเดียว
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 22:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
คุณลองนึกถึงตัวเองสิ
ถ้าคุณรู้ว่าบวชรับเงินไม่ได้
ลองคุณเดินเข้าหาพระที่รับเงิน
บอกท่านว่ารับเงินไม่ได้เขาจะหยุดรับเงินไหม
เพราะเขาคิดเองว่ารับได้เขาไม่คิดตามคำสอนงัยคะ
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2020, 23:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

คิดอะไร
หวังอะไร
อยากได้อะไร
เพราะต้องรู้ตัวว่าที่ไปทำน่ะคืออยากได้
แต่นิพพานถึงได้ด้วยการหมดอยากถึงหมดอยากทำนิพพาน
เพราะฟังจนเกิดปัญญาเข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนรู้สึกตัวรู้ตรงความจริงที่กายใจกำลังมีนะคะ


หมดอยากแล้วเอาอะไรไปทำล่ะ :b10:

เสียเวลาเปล่าสำนักบ้านธัมมะนี่ :b32: พูดจริงๆนะไม่ใช่แกล้งพูด :b13:

มีข้อคิดให้คิดตาม
คิดว่าพระอานนท์
พยายามทำอะไร
เพื่อจะถึงนิพพาน
จนกระทั่งเหนื่อยไม่อยากทำแล้ว
กำลังจะล้มตัวลงนอนล้มตัวหัวยังไม่ถึงพื้น
บรรลุในท่าทุกอิริยบทปนกันน่ะได้นั่งขัดสมาธิมั๊ย
:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2020, 03:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
คุณลองนึกถึงตัวเองสิ
ถ้าคุณรู้ว่าบวชรับเงินไม่ได้
ลองคุณเดินเข้าหาพระที่รับเงิน
บอกท่านว่ารับเงินไม่ได้เขาจะหยุดรับเงินไหม
เพราะเขาคิดเองว่ารับได้เขาไม่คิดตามคำสอนงัยคะ
:b12:
:b32: :b32:

หมายเหตุ
การรับเงินแบบถูกต้องมีได้ถูกต้องเมื่อมีไวยาวัจกรรับและถือเงินแทน
แต่ก็ให้ทราบว่าความละเอียดของการรับเงินคือความจงใจรับเพื่ออะไร
การมีบัญชีธนาคารที่ระบุชื่ออยู่ที่รอลาสิกขาแล้วออกไปใช้นั่นไม่ใช่สละ
การสละคือสละโดยไม่อาลัยคือไม่มีห่วงกังวลว่าจะต้องคิดวิธีใช้เงินทุกแบบ
:b16:
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ม.ค. 2020, 11:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คุณลองนึกถึงตัวเองสิ
ถ้าคุณรู้ว่าบวชรับเงินไม่ได้
ลองคุณเดินเข้าหาพระที่รับเงิน
บอกท่านว่ารับเงินไม่ได้เขาจะหยุดรับเงินไหม
เพราะเขาคิดเองว่ารับได้เขาไม่คิดตามคำสอนงัยคะ
:b12:
:b32: :b32:

หมายเหตุ
การรับเงินแบบถูกต้องมีได้ถูกต้องเมื่อมีไวยาวัจกรรับและถือเงินแทน
แต่ก็ให้ทราบว่าความละเอียดของการรับเงินคือความจงใจรับเพื่ออะไร
การมีบัญชีธนาคารที่ระบุชื่ออยู่ที่รอลาสิกขาแล้วออกไปใช้นั่นไม่ใช่สละ
การสละคือสละโดยไม่อาลัยคือไม่มีห่วงกังวลว่าจะต้องคิดวิธีใช้เงินทุกแบบ
:b16:
:b12: :b12:

ต้องมีปัญญารู้จักอัธยาศัยตนเองว่า
เหมาะที่จะใช้เงินทองทำมาหากินอยู่
หรือว่าต้องการสละเงินทองญาติพี่น้อง
คือไม่ติดข้องกังวลห่วงใยบ้านทรัพย์สินแล้วจึงออกบวช
แต่ถ้าบวชแล้วยังมายึดติดในการสร้างวัตถุแปลว่าบวชไม่ได้
จะมาสร้างภาระเพิ่มให้เดือดร้อนเที่ยวเรี่ยไรขอเงินชาวบ้านไม่มีหิริโอตัปปะ
การบวชทุกอย่างที่เป็นปัจจัย4สำหรับตัวคนเดียวได้ฟรีไม่มีใครต้องหาเลี้ยงแล้วมีปัญญาเข้าใจมั๊ยคะ
https://youtu.be/Y_vXtDFCqsI
:b12:
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ม.ค. 2020, 16:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
ตรรกะง่ายๆในการคิดคือ
ลืมตาตื่นรู้ความจริงตามปกติ
เป็นปกติของคนที่สามารถเข้าใจตามได้
ความจริงที่ตถาคตแสดงคือจิตเกิดดับนับไม่ถ้วน
ผู้ที่ดับกิเลสอวิชขาได้หมดแล้วคือตถาคตและพระอรหันต์ทั้งหลาย
ถ้าไม่ฟังคำสอนจากปรโตโฆสะมัวแต่คิดเองต่อไปตายแล้วหมดทางแก้ตัวนะคะ
และจะไม่มีทางรู้จักว่าใครคือตถาคตและจะไม่เข้าใจสัจจะที่กำลังมีด้วยเข้าใจไหมคะ
https://youtu.be/N4W8k0D0CFY
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2020, 14:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
จะรู้จักจิตตอนที่ค่อยๆเงี่ยหูฟังไม่ต้องรีบ
เพราะฟังต้องมีเสียงที่ถูกต้องให้กำลังได้ยิน
และต้องกำลังคิดทบทวนตามเสียงอย่างเข้าใจอยู่
ไม่ใช่ฟังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาฟังผ่านๆเร็วรัวๆไม่ได้นะคะ
เพราะถ้าคุณไม่เริ่มต้นฟังคุณก็จะทำตามที่เคยชินแบบคิดเอาตัวตนไปทำตามปกติแบบไม่รู้ต่องัยคะ
:b32: :b32:
https://youtu.be/QuugTMjrl88


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2020, 22:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่สาธารณะกับปุถุชนผู้ที่ยังไม่รู้ความจริง
อ่านน่ะอ่านได้ใครก็อ่านได้แต่ความเข้าใจคือปัญญาจากปริยัติเริ่มที่ฟัง
ใครจะคิดอะไรจะพูดอะไรจะทำอะไรก็ไม่เหมือนความจริงที่ตถาคตตรัสรู้
ไม่ใช่อยากบวชก็บวชได้คิดเอาเองไม่ได้บวชแล้วยังติดทำแบบก่อนบวช...บาป
https://youtu.be/OtHXslz9BhA
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2020, 05:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32427

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่สาธารณะกับปุถุชนผู้ที่ยังไม่รู้ความจริง
อ่านน่ะอ่านได้ใครก็อ่านได้แต่ความเข้าใจคือปัญญาจากปริยัติเริ่มที่ฟัง
ใครจะคิดอะไรจะพูดอะไรจะทำอะไรก็ไม่เหมือนความจริงที่ตถาคตตรัสรู้
ไม่ใช่อยากบวชก็บวชได้คิดเอาเองไม่ได้บวชแล้วยังติดทำแบบก่อนบวช...บาป
https://youtu.be/OtHXslz9BhA
onion onion onion


ปรโตโฆสะ คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น ตัวอย่างคุณโรสถูกแม่สุจินปั้นนี่แหละ :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2020, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่สาธารณะกับปุถุชนผู้ที่ยังไม่รู้ความจริง
อ่านน่ะอ่านได้ใครก็อ่านได้แต่ความเข้าใจคือปัญญาจากปริยัติเริ่มที่ฟัง
ใครจะคิดอะไรจะพูดอะไรจะทำอะไรก็ไม่เหมือนความจริงที่ตถาคตตรัสรู้
ไม่ใช่อยากบวชก็บวชได้คิดเอาเองไม่ได้บวชแล้วยังติดทำแบบก่อนบวช...บาป
https://youtu.be/OtHXslz9BhA
onion onion onion


ปรโตโฆสะ คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น ตัวอย่างคุณโรสถูกแม่สุจินปั้นนี่แหละ :b13:

:b12:
ยังไม่รู้สึกตัวยังไม่เข้าใจและยังไม่รู้ความจริงว่าไม่มีใครเลยสักคน
มีแต่คิดเห็นไม่ตรงตามตามตามเข้าใจไหมว่าเข้าใจตรงตามได้เท่านั้น
อันที่กำลังคิดว่ามีคนนั้นปั้นคนนี้น่ะตัวเองนั่นแหละปรุงแต่งกิเลสเป็นสตอรี่ :b32:
:b11:
เมื่อไหร่จะเริ่มฟังเพื่อให้จิตปรุงแต่งถูกตามเกิดสัมมาตามได้
มัวแต่ปรุงแต่งจิตเองตามกิเลสตัวเองจะพาไปทำลืมพึ่งตถาคต
ไม่มีตัวเราและปรโตโฆสะก็ไม่มีตัวตนจะรู้ว่าอะไรจริงเกิดจากฟังเสียง
และต้องเป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกตัวว่ากำลังมีกิเลสไม่ใช่คิดว่าตัวเองรู้มากแค่สัญญา...ก็ไม่รู้
:b4:
เตือนให้เริ่มต้นฟัง...นั่นน่ะคือปัญญาจริงๆที่รู้จักคิดตามคำสอนได้...จะปรุงแต่งตัวตนเองไปอีกนานไหมคะ
https://youtu.be/OtHXslz9BhA
:b32:
:b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 28 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร