วันเวลาปัจจุบัน 15 ธ.ค. 2019, 03:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2019, 09:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3619


 ข้อมูลส่วนตัว


ศาสนาเป็นเหมือนเสื้อผ้าอาภรณ์ ที่สวยงามไว้สวมใส่ ผู้ที่ไม่มีศาสนา เป็นเหมือนคนที่ไม่มี เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงามไว้สวมใส่
ความสวยงามของคนที่แท้จริง อยู่ที่ความประพฤติที่มีศีลธรรม ถ้ามีศีลธรรมแล้ว ย่อมสวยงาม น่าดูน่าชม น่าคบค้าสมาคมด้วยน่าชื่นชมยินดี น่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต




ถ้าเรามีสติเฝ้าดูจิตใจของเรานั้นอยู่เสมอๆ
เราก็จะเห็นอารมณ์ เห็นกิเลส
เมื่อเราเห็นอารมณ์ เห็นกิเลสภายในใจของเรา
เราก็หาอุบายปัญญา มาพิจารณาละวางอารมณ์ที่ไม่ดีออกไป
แต่ถ้ากำลังของสติไม่ตั้งมั่นพอ
จิตของเรานั้นหลงไปกับอารมณ์ทั้งหลาย
ก็ให้กำหนดสมาธิภาวนา ตัดอารมณ์ที่ไม่ดีออกไปอยู่เสมอๆ
กำหนดสติ กำหนดสมาธิให้ต่อเนื่อง
เมื่อจิตของเรามีกำลัง มีสติตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันธรรมแล้ว
คือเห็นจิตอยู่เสมอ ก็เห็นอารมณ์ซึ่งเกิดขึ้น
เมื่อเห็นอารมณ์เกิดขึ้น
ก็มีปัญญาในการที่จะพิจารณาทำลายทุกๆ ขณะจิต
ถ้าเราทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
จิตใจของเรานั้นก็จะค่อยๆ ว่างจากอารมณ์ทั้งหลาย
ถึงแม้มีอารมณ์ทั้งหลายเกิดขึ้น
ก็รู้จักปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นออกไปได้
มีสติ มีปัญญา รู้เท่าทันสภาวธรรมทั้งหลายทั้งปวง
ว่าอารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น
มีความเกิดขึ้น และมีความดับไปเป็นธรรมดาอยู่เช่นนั้น
หาใช่บุคคล ตัวตน เรา เขา ไม่

พระอาจารย์อัครเดช ( ตั๋น ) ถิรจิตโต






" เราเป็นลูกเราเกิดมาได้อย่างไร เราเกิดมาจากพ่อจากแม่ใช่ไหม การที่เราเป็นตัวเป็นตนมาได้ ก็เพราะเราเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อแม่ใช่ไหม เรามีแต่วิญญาณ ร่างกายเป็นของพ่อของแม่ ดังนั้นเวลาที่เราไปไหนมาไหน ก็ให้คิดเสมอว่า เราไม่ได้ไปเพียงลำพังคนเดียว เราไปกันสามคน เราเอาพ่อเอาแม่ไปด้วย เอาเงาไปด้วย เงาก็คือบุญบาปนั่นเอง จะทำอะไรต้องคิด ว่าเราทำไปแล้วเป็นเรื่องผิดเรื่องไม่ดี เป็นเรื่องที่ต้องได้รับความเดือดร้อนไหม ถ้าเป็นเรื่องผิด เรื่องไม่ดี เรื่องเดือดร้อน พ่อแม่ของเราก็จะได้รับไปด้วย นั่นเท่ากับเราทำบาปให้กับพ่อแม่ แต่ถ้าเราหมั่นแต่ทำสิ่งที่ดีงาม พ่อแม่ก็จะได้รับสิ่งที่ดีงามไปกับเราด้วย นั่นเรียกว่าเราทำบุญให้กับพ่อแม่ ก็ขอให้ลูก ๆ ทุกคนรู้จักคิดให้ดี "

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่ก้าน ฐิตธัมโม
วัดราชายตนบรรพต (เขาต้นเกด) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์




สิ่งทั้งหลายมันลงไปรวมอยู่ที่ใจดวงนี้
เรื่อง "อย่าหมายมั่นสำคัญในตน ถอนอัตตานุทิฏฐิ"
อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "ไตรลักษณ์"
อย่าสำคัญ "ไตรลักษณ์" เป็น "ตน" ก็ดี
อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "จิต"
อย่าสำคัญ "จิต" เป็น "ตน" ก็ดี
อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "ขันธ์ ๕"
อย่าสำคัญ "ขันธ์ ๕" เป็น "ตน" ก็ดี
สิ่งทั้งหลายมันลงไปรวมอยู่ที่ใจ และผู้รู้เป็นต้นไม่สำคัญผู้รู้ และใจมีตนก็สะดวกดี เพราะสิ่งทั้งหลายมันลงไปรวมอยู่ที่นั้น ถอนรากถอนโคนอันนั้นก็ใช้ได้

(คติธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)






พุทโธซักฟอก...
.มีครั้งหนึ่งได้มีคณะแม่ชีและชีพราหมณ์จำนวนหนึ่ง พากันมากราบนมัสการหลวงปู่ที่กุฎีของหลวงปู่อ่อนศรี ฐานวโร วัดถ้ำประทุน ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี (เวลาหลวงปู่มีกิจนิมนต์แถวชลบุรี, ระยองหรือเขต กทม.หลวงปู่จะมีเมตตาแวะมาพักให้ลูกศิษย์ลูกหาได้มีโอกาสเข้ากราบนมัสการกับองค์ท่านเสมอ) พอคณะแม่ชีและชีพราหมณ์ทั้งหลาย เข้ามากราบนมัสการท่านที่ด้านในกุฎีแล้ว หลวงปู่จึงเมตตาทักทายไปว่า....
หลวงปู่ : โฮ้ พากันมาแต่ไส่น้อ ? คือพากันใส่ชุดขาวงามคักแท้ ข้างในสิงามจังซี่บ่น้อ ?(ท่านชี้ไปที่คณะแม่ชี)

คณะแม่ชี : ซุ่มลูกหลานบวชอยู่วัด.....
(ผู้เล่าจำชื่อวัดไม่ได้) พอดีมื้อนี้ฮู้ว่าปู่มาพักอยู่นี้ กะเลยชวนกันมากราบคาราวะปู่ข้าน้อย

หลวงปู่ : บวชมาดนล่ะบ่ ชุดคือยังขาวงามยุ ?

คณะแม่ชี : บ่กี่พรรษาดอกข้าน้อย

หลวงปู่ : อืม.....สาธุนำเด้อ

คณะแม่ชีและญาติธรรมที่มากราบหลวงปู่ก็ได้สนทนากันกับหลวงปู่ไปสักพัก แล้วท่านก็นิ่งเงียบสักครู่ ดูญาติโยมสนทนากัน แล้วท่านก็เอ่ยขึ้นมาว่า...

หลวงปู่ : เสื้อผ้าภายนอกคนเฮานี่ เวลามันเปื้อนมันสกปรกมา กะยังฮู้จักพากันเอาไปซักยุเด้เนาะ ผงซักฟอกยี่ห้อหยังดีๆ น้ำยาซักอิหยังคักๆ ก็ยังพากันไปหาซื้อมาใช้อยู่ ก็เพราะว่าอยากให้เสื้อผ้ามันขาว มันงาม บ่อยากให้ไผมองว่าเฮาสกปรกนี่แหล่วเนาะ

คณะแม่ชี :แม่นอยู่ข้าน้อย

หลวงปู่ : ซักฟอกข้างนอกให้มันสะอาดแล้ว ก็อย่าลืมพากันซักฟอกข้างในเจ้าของนำแน้เด้อ หมั่นซักฟอกแน้ อย่าพากันเก็บหมักหมมไว้ดนคักหลาย บ่พากันเหม็นแน้บ่ ? (หมักหมมมากี่ภพกี่ชาติแล้ว)

คณะแม่ชี : กราบสาธุๆ ลูกหลานสิจำไว้ข้าน้อย

หลวงปู่ : แล้วฮู้บ่ล่ะ ตัวซักตัวฟอกจิตใจเจ้าของนะ คืออิหยัง ? (แม่ชี+คณะญาติธรรมที่มากราบทำหน้าสงสัย)

หลวงปู่ : กะตัวพุทโธนั้นเด้ พากันหาให้เห็นเด้อ ตัวพุทโธนะ...ว่ามันเป็นตัวแบบได่ ต้องหาตัวพุทโธให้มันเห็นก่อน มันจังสิเอาไปซักฟอกกิเลสเจ้าของได้

คณะแม่ชี : สาธุ ลูกหลานสิจำไว้ข้าน้อย

หลวงปู่ : พุทโธๆ แต่ปากซื่อๆกะบ่ได้เด้ 555
(หลวงปู่ขำเบาๆ) พากันไปหาให้เห็นเด้อ หาเห็นแล้วกะมาบอกกันแน้เด้อ ว่าเป็นตัวแบบไหน 555
(หลวงปู่ขำเบาๆอีกรอบ)
น้อมกราบในอุบายคำสอนหลวงปู่สมภาร ปัญญาวโร วัดป่าวิเวกพัฒนาราม อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ (พรรษาสูงสุดใน จ.บึงกาฬ ฝ่าย ธ.)







"จะประพฤติปฏิบัติดีวิเศษขนาดไหน
คนที่ไม่ชอบใจเขาก็ตำหนิ
จะชั่วเสียขนาดไหน คนที่ชอบใจเขาก็สรรเสริญ
เรื่องของโลก เอาแน่นอนจริงจังไม่ได้
มันเป็นอย่างนั้น แต่ไหนแต่ไรมา

แต่จิตของเรามันหวั่นไหวหรือไม่ ถูกเขาสรรเสริญเยินยอ
เราลุ่มหลงเพลิดเพลินไปตามลมปากของเขาไหม
ถูกเขาตำหนินินทา เราเสียใจเหี่ยวแห้งเศร้าหมองไหม

เราตรวจตราพิจารณาภายในเรื่องของเรา
ถ้ารู้เท่า เรื่องสรรเสริญและเรื่องนินทา มันมีมาแต่ไหนแต่ไร
จิตของเราไม่ลุ่มหลงเสียอย่าง มันก็สุขสบาย"

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร




ยากนักที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์
เพราะต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์
คือ ศีล5 และกุศลกรรมบท 10
จึงจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
ชีวิตที่เป็นมานี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก
เพราะอันตรายชีวิตทั้งภายในภายนอกมีมากต่าง ๆ
การที่ได้ฟังธรรมของสัตตบุรุษ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้
ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก เพราะกาลที่เปล่าว่างอยู่
ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกยืดยาวนานนัก
บางคาบบางสมัยจึงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้น
ในโลกสักครั้งสักคราวหนึ่ง
เหตุนั้นเราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
อย่าให้เสียทีได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานี้เลย
.
หลวงปู่เสาร์ กันฺตสีโล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร