วันเวลาปัจจุบัน 24 มิ.ย. 2019, 16:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2019, 04:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3446


 ข้อมูลส่วนตัว


พระอาจารย์มั่น ท่านสอนเราว่า

ยิ่งพวกเราเป็นบรรพชิต ด้วยแล้ว
มีโรค ๔ อย่าง แทรกซ้อนชอนไช
เข้าไปสู่หัวใจ พระเถระโดยไม่รู้ตัว

๑. โรคมักมาก
เป็นพระมูมมาม
อยู่ที่ใหนก็มีแต่ ความเดือดร้อน
กระวนกระวายใจ ไม่รู้จักพอ
ด้วยผ้านุ่งผ้าห่ม อาหารการกิน
ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
เทียวแสวงหา แต่สิ่งเหล่านี้
ไม่รู้จักลดละปล่อยวาง
ไปที่ใหนก็แบกหาม เอาสิ่งเหล่านี้
ไปด้วย ไม่เป็นสมณะ ที่เบาสบาย
เบากาย เบาใจ

๒. เมื่อเกิด
โรคมักมากแล้ว
โรคลามก
จกเปรต
ก็ตามๆกันมา เหมือนนัดกันไว้
ที่จุดหมาย คือ ความเลวทรามต่ำช้า
ทำได้ทุกอย่าง ที่จะให้คนมานับถือ
เพื่อที่จะได้ลาภสักการะ มาปรนเปรอ
ความหิวโหยของใจ ที่ไร้ศีลธรรม

๓. เมื่อใจมันสกปก เข้าไปเต็มที่แล้ว
ย่อมวิ่งเต้นขวนขวาย เพื่อที่จะได้มา
ซึ่งความนับถือ และลาภสักการะ
และการสรรเสริญ อย่างไร้ยางอาย
หน้าด้านต่อศีล ต่อธรรม

๔. พระประเภทที่ จิตใจเป็นอย่างนี้
มักจะเข้าไปสู่สกุล ที่ร่ำรวย
ทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง ที่จะให้
เขามานับถือ มักจะกล่าวธรรมปลอมๆ
อันไพเราะ เพราะพริ้ง เป็นฉากหน้า
ซ้อนเร้นความละโมบโลภมาก
ไว้เบื่องหลัง
แสดงตนเป็นประดุจ ไม่มีความโลภ
ทั้งๆที่ มีความโลภจัด มีขันติ อดทน
อดกลั้น เพื่อให้เขามานับถือ
โรคทั้ง ๔ อย่าง ที่ผมกล่าวมานี่แหละ
อย่าป่วยไข้เฉยๆ โดยไม่เห็นคุณ
เห็นโทษ
ไม่งั้นจะแก้ไม่ได้ ใช้การไม่ทัน
เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน...

...โอวาทธรรม พระอาจารย์มั่น ต่อ
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท






__พระอาจารย์เปลี่ยน​ ปัญญาปทีโป

คิดไปภายนอกก็วุ่นวาย จิตใจของพวกเราต้องค่อยประคับประคอง ค่อยควบคุม เดี๋ยวก็จะสงบได้ จิตใจมันดิ้นรนเพราะมันเคยคิดมานานแล้ว ท่องเที่ยววิ่งไปโน่นมานี่ ต้องมาเริ่มการฝึก ก็เป็นการทำกรรมฐาน มันอยู่แล้วก็ค่อย​ ๆ​ ประคับประคองเอาไว้ ดูลมหายใจเข้าออก ให้เขาสงบอยู่นาน​ ๆ ก็จะเห็นความสุขได้ชัดเจน เพราะเขาได้พักผ่อนนั่นเอง

ทุกคนมีเรื่องคิด ต้องฉลาดในการคิดในสิ่งที่ถูกที่ควร คนไม่ฉลาดก็มักคิดในเรื่องไม่ดี ก็ยิ่งทุกข์ ไม่ฉลาดดูแลจิตใจของตัวเอง คือรักษาตนไม่เป็น ต้องรีบรักษาตน รักษาจิตใจของตน ก็ต้องรักษาสติสัมปชัญญะของตน ต้องระลึกเร็วรู้เร็ว จิตตามจิตให้ได้ตลอด หาวิธีการควบคุมดูแล เหมือนกับตำรวจจับขโมย ติดตามสะกดรอยจนตามได้ นำมาเข้าคุก มาขังไว้ มันก็จะดิ้นรนใหม่​ ๆ เมื่อคุ้นเคยก็เห็นความสงบ จะพักผ่อนเอง

ดังนั้นเมื่อจิตใจไม่สงบ จึงต้องขวนขวายผูกจิตของเราไว้ให้มีที่พึ่งพาอาศัย คือข้อธรรมกัมมัฏฐาน


โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน









เรื่อง "อย่านิ่งนอนใจ จากนี้ไปโลกจะไม่น่าอยู่เเล้ว"

(คติธรรม หลวงปู่อว้าน เขมโก)
(วัดป่านาคนิมิตต์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร)​

ให้พากันรีบเร่งปฏิบัติ ถือศีลภาวนาเพื่อให้พ้นทุกข์ จะได้ไม่ต้องกลับมาเวียนตาย เวียนเกิดอีก อย่าพากันนิ่งนอนใจ #จากนี้ไปโลกมนุษย์จะไม่น่าอยู่เเล้ว จะมีแต่คนพาล คนเกเร จิตใจโหดเหี้ยม คนบาปหยาบหนามาเกิด เราๆ จะอยู่ร่วมกับเขาไม่ได้หรอก ให้พากันรีบเร่งปฏิบัติ หากเเม้นชาตินี้เรายังไม่พ้นทุกข์ ก็ให้ได้ไปบำเพ็ญภาวนารออยู่ชั้นพรหมโน่น เพื่อรอลงมาเกิดในโลกมนุษย์ยุคของพระศรีอริยเมตไตย ในยุคนั้นจะมีแต่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้มาเกิด ทุกคนจะมีอายุยืนเป็นหมื่นปี มีความสุข หน้าตาสวยงาม ไม่มีโรคภัย ไม่มีความยากจน และทุกคนได้บำเพ็ญภาวนา ปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นจะได้เข้าสู่นิพพานถ้วนหน้าทุกคน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร