วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2024, 01:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 911 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 61  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2015, 05:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว




ปาติโมกข์ 45.3 kb.jpg
ปาติโมกข์ 45.3 kb.jpg [ 45.34 KiB | เปิดดู 2380 ครั้ง ]
asoka เขียน:
onion
ยาก ๕ อย่าง
๑.การเกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นมาในโลก
๒.การได้เกิดมาเป็นมนุษย์
๓.การได้พบพุทธศาสนา
๔.การได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๕.การได้นำธรรมะอันถูกต้องนั้นสู่การปฏิบัติดัดกายใจตนเองจนบรรลุธรรม เสวยมรรคผลนิพพาน

:b27:

:b45:
ความรู้พื้นฐานอย่างที่ ๒ ที่ชาวพุทธทั้งหลายควรได้รู้ไว้คือ
"ยาก ๕ อย่าง"เพื่อจะได้รู้ตัวเองว่าเราได้ผ่านความยากนี้มาแล้วกี่อย่าง คงค้างอะไรจะได้เป็นกำลังใจและรู้ตัวว่าเรายังมีงานอะไรคงค้างที่จะต้องทำให้เสร็จเพื่อให้ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ชาวพุทธทุกคนควรจะไปถึง

จากยาก ๕ อย่างที่อ้างอิงมามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ได้ผ่านความยากกันมาแล้ว ๒ ข้อแรก ส่วนข้อที่ ๓ การได้พบพุทธศาสนานั้นจะมีผู้ได้ผ่านความยากข้อนี้กันเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองหรือประเทศที่มีศาสนาพุทธกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างประเทศไทย ลาว เขมร พม่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดียบางส่วนเป็นต้น บางประเทศก็มีชุมนุมชาวพุทธเป็นกลุ่มเล็กๆก็จะมีผู้ผ่านความยากในข้อที่ ๓ นี้เล็กน้อยตามไปด้วย แต่โลกปัจจุบันนี้มีอินเตอร์เนท และปรมาจารย์กูเกิ้ล คนฉลาด สติปัญญาดีทั่วโลกก็สามารถจะได้พบพุทธศาสนาในโลกหรือประเทศไซเบอร์กันได้ทุกคน

ความยากข้อที่ ๔ และ ๕ นี้สิสำคัญเพราะแม้จะอยู่ในเมืองพุทธ เข้าวัดเข้าวาเป็นประจำก็อาจจะยังไม่สามารถผ่านความยาก ๒ ข้อที่เหลือนี้ไปได้

ข้อ ๔ .การได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ตัวอย่างในเมืองไทยซึ่งถือว่าเป็นเมืองพุทธมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่โอกาสที่จะได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ยังเป็นของยากยิ่งนักสำหรับชาวไทยทุกคน เพราะทุกวันนี้เปลือกของพุทธศาสนาอันเป็นเรื่องของทาน ประเพณี พิธีกรรมต่างๆได้มาพอก ครอบ ปิดบังแก่นแท้คำสอนของพระพุทธเจ้าไว้เสียเกือบมิดหมด เคยถามคนไทยพุทธที่เข้าวัดเข้าวาใส่บาตรทำบุญมาตั้งแต่เด็กจนแก่ จำนวนมากว่า

"พระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไรแล้วเอาอะไรมาสอน"
"สาระสำคัญหรือแก่นแท้ของพุทธศาสนาคืออะไร"
"งานและหน้าที่ของชาวพุทธที่แท้จริงคืออะไร"


ปรากฏว่ามีคนตอบไม่ได้เสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆไกลๆถึงจะหาคนตอบคำถามเหล่านี้ได้สักคนหนึ่ง แม้แต่ในวงพระเณรที่บวชอยู่ในวัด มากแห่งที่ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ หรือตอบได้ก็ไม่ถูกต้องตรงประเด็นทันทีได้

ดังนั้นมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านก็พึงจะลองถามตัวเองตาม ๓ คำถามที่ยกตัวอย่างมาแล้วตอบให้ถูกต้องแม่นยำดูซิ ถ้าตอบได้ถูกต้องก็จึงจะถือได้ว่าผ่านความยากข้อที่ ๔ ไปได้ คงเหลือความยากข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียว
s006 Kiss
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2015, 06:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


ทั้ง 3 คำถาม...มีคำตอบเดียว...คือ...ความจริง

ตรัสรู้..พระองค์ก็ตรัสรู้ความจริง
สอน..พระองค์ก็ทรงสอนความจริง
หน้าที่ชาวพุทธ...มีอย่างเดียวคือ...ตรัสรู้ความจริงตามที่พระองค์ตรัสรู้..ตามที่พระองค์สอน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2015, 06:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ทั้ง 3 คำถาม...มีคำตอบเดียว...คือ...ความจริง

ตรัสรู้..พระองค์ก็ตรัสรู้ความจริง
สอน..พระองค์ก็ทรงสอนความจริง
หน้าที่ชาวพุทธ...มีอย่างเดียวคือ...ตรัสรู้ความจริงตามที่พระองค์ตรัสรู้..ตามที่พระองค์สอน

:b11:
อนุโมทนาในคำตอบที่พยายามจะให้สั้นครับ

แต่ความจริงนั้น จริงอย่างไร ที่บาลีเขาว่า สัจธรรม นั้น มันมีตั้งเยอะแยะมากมาย เราจะเอาความจริงในเรื่องไหนข้อไหนกันล่ะครับจึงจะรู้ง่าย เข้าใจง่าย ใครๆก็อาจสามารถรู้เรื่องใด้อย่างสบายๆและเอาไปยึดถือปฏิบัติได้ในชีวิตจริงประจำวัน

โลกกลม นี่ก็จริง

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกแล้วตกทางทิศตะวันตก นี่ก็จริง

คนเราเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บ ตาย นี่ก็จริง

ทำบาป ไปนรก ทำบุญไปสวรรค์ ทำสมาธิไปเป็นพรหม ทำวิปัสสนา ไปนิพพาน นี่ก็จริงแต่ต้องพิสูจน์รู้ด้วยตนเอง
s006

ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงคนพบแล้วนำมาสอนคืออะไร
นี่จะต้องชี้ชัดลงไปให้แจ่มแจ้งจึงจะเข้าใจได้จนเห็นถูกต้องและเกิดศรัทธาลงมือปฏิบัติจริงๆ

s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2015, 09:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 19:25
โพสต์: 579

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระพุทธเจ้าค้นพบ อริยสัจจ์4 ทุกคำสอนตลอดพระชนชีพ ล้วนอยู่ในข่ายของอริยสัจจ์ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะย่อ จะอ้อม จะตรง จะพิศดาร จะตื้น หรือลึก ล้วนแตกออกจากอริยสัจจ์


สาระสำคัญของพุทธศาสนา คือ ดับทุกข์ได้ และมุ่งเน้นเพื่อนำไปสู่ความดับทุกข์ หรือสิ้นสุดทุกข์
และพระพุทธองค์ กล่าวว่า สำนักของท่าน มีเจโตวิมุตติที่ไม่กลับกำเริบเป็นแก่นสาร หมายถึงว่า
เมื่อใดบุคคลปฏิบัติมาจนถึงจุดที่ทำให้จิตหลุดพ้นอย่างแท้จริงได้เมื่อไรเมื่อนั้นคนผู้นั้นจึงชื่อว่า ได้ลุถึง
แก่นสารที่แท้จริงได้แล้ว สิ้นสุดการแสวงหาได้แล้ว และจบกิจการศึกษากันได้ซึ่งก็คือพระอเสขะบุคคล


งานหน้าที่ที่แท้จริงของชาวพุทธ คืออะไร ถ้าเป็นชาวพุทธที่รู้สึกว่าตนคือลูกศิษพระสมณะโคดม
มีพระสมณะโคดมเป็นครู คนนั้นก็ควรมีงานคือความตั้งใจที่จะศึกษาปฏิบัตธรรม ให้ดีที่สุด และปฏิบัตตน
อยู่กรอบศีลธรรมดีงาม หากมีความสามารถมากจนรู้จักอนุเคราะห์ผู้อื่นได้ด้วย ก็ช่วยส่งเสริมอนุเคราะห์
ตามฐาน ตามฐานะของตนเท่าที่ทำได้ หรือช่วยในกิจด้านศาสนา ในกิจที่ตรองดูแล้วว่า จะเป็นส่วนช่วย
ในการรักษาให้ศาสนา มั่นคง และดูงาม ก็เลือกช่วยเหลือกระทำได้ตามแต่จะเห็นควร

:b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2015, 16:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
สาธุอนุโมทนากับคุณบัวศกลที่ตอบออกมาได้อย่างฉะฉานว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอนคืออริยสัจ 4
ถูกต้องแล้วเพราะพระไตรปิฎกทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ก็ล้วนงอกเงยขึ้นไปจากอริยสัจ 4

[size=150]แต่ที่บอกว่าเพื่อดับทุกข์นั้น น่าจะปรับปรุงพูดเสียใหม่ว่า "ดับเหตุทุกข์"จึงจะสอดคล้องกับอริสัจ 4[/size]

เพราะทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้นพระพุทธองค์ทรงสอนให้เพียงกำหนดรู้ และสมุหทัย เหตุทุกข์ควรละหรือควรดับมัน
ต้องหมายดับที่เหตุทุกข์นะครับจึงจะตรงประเด็น

ในส่วนของงานและหน้าที่ของชาวพุทธนั้น ตามที่ว่ามาก็ดูครอบคลุมดีแต่เบาๆไปไม่เน้นประเด็นสำคัญทีชาวพุทธทั้งหลายควรมุ่งหมายและไปให้ถึง

งานและหน้าที่ของชาวพุทธควรหมายและชี้ไปที่การทำลายสมุทัยหรือเหตุทุกข์อันเป็นต้นเหง้าต้นเรื่องของกิเลสตัณหา วัฏฏะความทุกข์ยุ่งยากทั้งปวง

เหตุทุกข์คือ ตัณหา อันเกิดมาจากอัตตาหรือสักกายทิฎฐิความเห็นผิดว่าเป็นตัวกูของกู

ลองพิจารณากลอนบทต่อไปนี้ดูสิครับว่าใช่และสมควรเป็นอย่างนี้ไหม

[size=150]งานและหน้าที่ของชาวพุทธ

สำรวมกายใจมานิ่งรู้นิ่งสังเกตปัจจุบันอารมณ์ จนละความเห็นผิดว่า กายใจนี้เป็นอัตตา ตัวกู ของกู
พอกพูนความเห็นถูกต้องว่ากายใจนี้เป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่ตัวกูของกู ทุกวัน เวลา นาที วินาที ที่ระลึกได้และมีโอกาส

ใจปัญญา อย่ายอมใจเป็นกู นิ่งดู นิ่งสังเกต พิจารณา ด้วยวิริยะ อุตสาหะ ตบะ ขันติมิยอมถอย ถ้าสู้ได้ ทนได้ไม่ตะบอย กู จะถอยหรือตายดับไปจากใจ[/size]
s004 :b39:
[size=150]กู สักกายทิฏฐิดับขาดลงไปได้ เรื่องทาน ศีล ภาวนา สติ สมาธิ ปัญญาทั้งหลายจะเป็นเรื่องง่ายและอัตโนมัติไปหมด
จงหมายฆ่ากูให้ตายหรือทำลายสักกายทิฏฐิให้ดับขาดแล้วจะค้นพบวิธีการปฏิบัติธรรมที่เหมาะสมกับตัวเองได้ด้วยตัวเอง[/size]
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2015, 17:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
asoka เขียน:
onion
ยาก ๕ อย่าง
๑.การเกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นมาในโลก
๒.การได้เกิดมาเป็นมนุษย์
๓.การได้พบพุทธศาสนา
๔.การได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๕.การได้นำธรรมะอันถูกต้องนั้นสู่การปฏิบัติดัดกายใจตนเองจนบรรลุธรรม เสวยมรรคผลนิพพาน

:b27:

:b45:
ความรู้พื้นฐานอย่างที่ ๒ ที่ชาวพุทธทั้งหลายควรได้รู้ไว้คือ
"ยาก ๕ อย่าง"เพื่อจะได้รู้ตัวเองว่าเราได้ผ่านความยากนี้มาแล้วกี่อย่าง คงค้างอะไรจะได้เป็นกำลังใจและรู้ตัวว่าเรายังมีงานอะไรคงค้างที่จะต้องทำให้เสร็จเพื่อให้ถึงเป้าหมายสูงสุดที่ชาวพุทธทุกคนควรจะไปถึง

จากยาก ๕ อย่างที่อ้างอิงมามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ได้ผ่านความยากกันมาแล้ว ๒ ข้อแรก ส่วนข้อที่ ๓ การได้พบพุทธศาสนานั้นจะมีผู้ได้ผ่านความยากข้อนี้กันเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองหรือประเทศที่มีศาสนาพุทธกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างประเทศไทย ลาว เขมร พม่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดียบางส่วนเป็นต้น บางประเทศก็มีชุมนุมชาวพุทธเป็นกลุ่มเล็กๆก็จะมีผู้ผ่านความยากในข้อที่ ๓ นี้เล็กน้อยตามไปด้วย แต่โลกปัจจุบันนี้มีอินเตอร์เนท และปรมาจารย์กูเกิ้ล คนฉลาด สติปัญญาดีทั่วโลกก็สามารถจะได้พบพุทธศาสนาในโลกหรือประเทศไซเบอร์กันได้ทุกคน

ความยากข้อที่ ๔ และ ๕ นี้สิสำคัญเพราะแม้จะอยู่ในเมืองพุทธ เข้าวัดเข้าวาเป็นประจำก็อาจจะยังไม่สามารถผ่านความยาก ๒ ข้อที่เหลือนี้ไปได้

ข้อ ๔ .การได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ตัวอย่างในเมืองไทยซึ่งถือว่าเป็นเมืองพุทธมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่โอกาสที่จะได้ฟังข้อธรรมคำสอนอันถูกต้องของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ยังเป็นของยากยิ่งนักสำหรับชาวไทยทุกคน เพราะทุกวันนี้เปลือกของพุทธศาสนาอันเป็นเรื่องของทาน ประเพณี พิธีกรรมต่างๆได้มาพอก ครอบ ปิดบังแก่นแท้คำสอนของพระพุทธเจ้าไว้เสียเกือบมิดหมด เคยถามคนไทยพุทธที่เข้าวัดเข้าวาใส่บาตรทำบุญมาตั้งแต่เด็กจนแก่ จำนวนมากว่า

"พระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไรแล้วเอาอะไรมาสอน"
"สาระสำคัญหรือแก่นแท้ของพุทธศาสนาคืออะไร"
"งานและหน้าที่ของชาวพุทธที่แท้จริงคืออะไร"


ปรากฏว่ามีคนตอบไม่ได้เสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆไกลๆถึงจะหาคนตอบคำถามเหล่านี้ได้สักคนหนึ่ง แม้แต่ในวงพระเณรที่บวชอยู่ในวัด มากแห่งที่ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ หรือตอบได้ก็ไม่ถูกต้องตรงประเด็นทันทีได้

ดังนั้นมาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านก็พึงจะลองถามตัวเองตาม ๓ คำถามที่ยกตัวอย่างมาแล้วตอบให้ถูกต้องแม่นยำดูซิ ถ้าตอบได้ถูกต้องก็จึงจะถือได้ว่าผ่านความยากข้อที่ ๔ ไปได้ คงเหลือความยากข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียว
s006 Kiss

1.พระองค์ทรงค้นพบสัจธรรมและก็สอนสัจธรรม
2.แก่นศาสนาคือนิพพาน
3.หน้าที่ชาวพุทธคือทำนิพพานให้แจ้ง

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2015, 21:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ทั้ง 3 คำถาม...มีคำตอบเดียว...คือ...ความจริง

ตรัสรู้..พระองค์ก็ตรัสรู้ความจริง
สอน..พระองค์ก็ทรงสอนความจริง
หน้าที่ชาวพุทธ...มีอย่างเดียวคือ...ตรัสรู้ความจริงตามที่พระองค์ตรัสรู้..ตามที่พระองค์สอน

:b11:
อนุโมทนาในคำตอบที่พยายามจะให้สั้นครับ

แต่ความจริงนั้น จริงอย่างไร ที่บาลีเขาว่า สัจธรรม นั้น มันมีตั้งเยอะแยะมากมาย เราจะเอาความจริงในเรื่องไหนข้อไหนกันล่ะครับจึงจะรู้ง่าย เข้าใจง่าย ใครๆก็อาจสามารถรู้เรื่องใด้อย่างสบายๆและเอาไปยึดถือปฏิบัติได้ในชีวิตจริงประจำวัน

โลกกลม นี่ก็จริง

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกแล้วตกทางทิศตะวันตก นี่ก็จริง

คนเราเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บ ตาย นี่ก็จริง

ทำบาป ไปนรก ทำบุญไปสวรรค์ ทำสมาธิไปเป็นพรหม ทำวิปัสสนา ไปนิพพาน นี่ก็จริงแต่ต้องพิสูจน์รู้ด้วยตนเอง
s006

ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงคนพบแล้วนำมาสอนคืออะไร
นี่จะต้องชี้ชัดลงไปให้แจ่มแจ้งจึงจะเข้าใจได้จนเห็นถูกต้องและเกิดศรัทธาลงมือปฏิบัติจริงๆ

s006


โลกกลม...ก็จริง..แต่ก็ไม่ตลอดไป...โลกก็มีวันแตกสลาย...ตอนที่โลกแตกสลาย..ก็ไม่อาจจะกล่าวว่า..โลกกลม..แล้วละ..

พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก...นี้ก็จริง...แต่ก็จริงอย่างสมมุติ..สมมุติว่าโลกเป็นศูนย์กลาง..สมมุติว่าโลกอยู่เฉย ๆ ...แต่จริงๆ..พระอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นหรือลงแต่อย่างใด....ยิ่งทิศตะวันออกก็ยิ่งเป็นสมมุติกันไปใหญ่....

เป็นต้น...

ความจริง....ก็ต้องเป็นจริงตลอดไป...ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น...นี้แหละที่เรียกว่า..ความจริง

แต่ความไม่จริง...นี้แหละ...ที่เกิดขึ้นแล้วต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไป....

เพราะความไม่เข้าใจ..หลงยึดสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง...เป็นเรา..เป็นของเรา...จึงทุกข์...เพราะไม่ประสพกับความสมหวัง...ทุกข์เพราะเสื่อมลาภ..เสื่อมยศ...เสื่อมสรรเสริญ..เสื่อมจากฌาน...ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากการไปหลงว่า..นี้เป็นเรา..นี้เป็นของเรา...อีกทอดหนึ่ง

อริยะสัจ....ทุกข์..สมุทัย....ก็เริ่มที่ตรงนี้....ตรงที่เป็นส่วนขยายผลมาจากความไม่จริง

ถ้าอยู่กับความจริงแท้ได้....ก็ย่อมไม่ทุกข์

ก็ถ้ารู้ว่า..นี้คือทุกข์...นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์..แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ทุกข์ดับได้...แสดงว่าเป็นการรู้ยังไม่จริง...ถ้ารู้จริง..ทุกข์ต้องดับ...กระบวนการเข้าถึงการรู้จริงจึงเริ่มที่ตรงนี้...ปริยัติ..ปฏิบัติ..ปฏิเวธ..ก็ตรงนี้...โพธิปักขิยธรรม 37 สรุปย่อ มรรคมีองค์ 8 ก็ตรงนี้...ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ใจได้เข้าถึงความจริงแท้เพียงอย่างเดียว...

ความจริงที่มีเพียง 1 เดียว...ไม่เปลี่ยนแปลง...ฯลฯ...คือที่ชาวโลกสมมุติเรียกว่า..พระนิพพาน

:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ค. 2015, 06:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


s004
ความจริง หรือ สัจธรรม ของกบสรุปได้เพียง นิพพาน อย่างเดียวหรือครับ

แสดงว่า เรื่องของ จิต เจตสิก รูป ขันธ์ 5 อายตนะ 12
ธาตุ 4 ปฏิจจสมุปบาท สัตว์โลกทั้งหลายเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บและตายไป ฯลฯ ล้วนไม่จริงละสิครับท่านกบ

เมาวิชา ปริยัติมากจนท่วมท้นหรือเปล่าครับจึงเห็นผิดไปจากคนธรรมดามาก
s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2015, 07:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


onion
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอนคือ อริยสัจ๔

งานและหน้าที่ของชาวพุทธคือ เจริญ อริยสัจ ๔

มรรค ๘ คือทางของการเจริญอริยสัจ ๔

ทำลายสมุทัย คือเป้าหมายของอริยสัจ ๔

สมุทัย คือ กู เรา อัตตา สักกายทิฎฐิ และมานะทิฏฐิ ที่ตั้งที่เกิดแห่งตัณหา

เป้าหมายแรกของชาวพุทธทุกคนคือ "โสดาปัตติมรรค"

นิโรธ เป็นเพียงผลพลอยได้จากการเจริญมรรค ๘


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2015, 16:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3925

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
onion
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอนคือ อริยสัจ๔

งานและหน้าที่ของชาวพุทธคือ เจริญ อริยสัจ ๔

มรรค ๘ คือทางของการเจริญอริยสัจ ๔

ทำลายสมุทัย คือเป้าหมายของอริยสัจ ๔

สมุทัย คือ กู เรา อัตตา สักกายทิฎฐิ และมานะทิฏฐิ ที่ตั้งที่เกิดแห่งตัณหา

เป้าหมายแรกของชาวพุทธทุกคนคือ "โสดาปัตติมรรค"

นิโรธ เป็นเพียงผลพลอยได้จากการเจริญมรรค ๘


รู้ได้อย่างไร ว่า เป็น "มรรค"

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2015, 21:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
asoka เขียน:
onion
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอนคือ อริยสัจ๔

งานและหน้าที่ของชาวพุทธคือ เจริญ อริยสัจ ๔

มรรค ๘ คือทางของการเจริญอริยสัจ ๔

ทำลายสมุทัย คือเป้าหมายของอริยสัจ ๔

สมุทัย คือ กู เรา อัตตา สักกายทิฎฐิ และมานะทิฏฐิ ที่ตั้งที่เกิดแห่งตัณหา

เป้าหมายแรกของชาวพุทธทุกคนคือ "โสดาปัตติมรรค"

นิโรธ เป็นเพียงผลพลอยได้จากการเจริญมรรค ๘


รู้ได้อย่างไร ว่า เป็น "มรรค"

s004

เป็นคำถามที่ดี

มรรค มรรคา ทางเดิน ตัด

รู้จากคำสอนของพระพุทธเจ้า

รู้จากการปฏิบัติตามทางแห่งมรรค 8

รู้จากการเห็นผลของการเดินทางตามมรรค 8
s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.ค. 2015, 06:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
s004
ความจริง หรือ สัจธรรม ของกบสรุปได้เพียง นิพพาน อย่างเดียวหรือครับ

แสดงว่า เรื่องของ จิต เจตสิก รูป ขันธ์ 5 อายตนะ 12
ธาตุ 4 ปฏิจจสมุปบาท สัตว์โลกทั้งหลายเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บและตายไป ฯลฯ ล้วนไม่จริงละสิครับท่านกบ

เมาวิชา ปริยัติมากจนท่วมท้นหรือเปล่าครับจึงเห็นผิดไปจากคนธรรมดามาก
s006


:b32: :b32: :b32:
..................................
ความจริง....ก็ต้องเป็นจริงตลอดไป...ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น...นี้แหละที่เรียกว่า..ความจริง

แต่ความไม่จริง...นี้แหละ...ที่เกิดขึ้นแล้วต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไป.
...
...................................

asoka ....ลองให้เหตุผลมาซิว่า...ที่พูดมาข้างบนนี้..มันผิดตรงไหน....และมีเหตุผลอะไรที่ดีกว่านี้มั้ย?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.ค. 2015, 06:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
s004
ความจริง หรือ สัจธรรม ของกบสรุปได้เพียง นิพพาน อย่างเดียวหรือครับ

แสดงว่า เรื่องของ จิต เจตสิก รูป ขันธ์ 5 อายตนะ 12
ธาตุ 4 ปฏิจจสมุปบาท สัตว์โลกทั้งหลายเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บและตายไป ฯลฯ ล้วนไม่จริงละสิครับท่านกบ

เมาวิชา ปริยัติมากจนท่วมท้นหรือเปล่าครับจึงเห็นผิดไปจากคนธรรมดามาก
s006


:b32: :b32: :b32:
..................................
ความจริง....ก็ต้องเป็นจริงตลอดไป...ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น...นี้แหละที่เรียกว่า..ความจริง

แต่ความไม่จริง...นี้แหละ...ที่เกิดขึ้นแล้วต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไป.
...
...................................

asoka ....ลองให้เหตุผลมาซิว่า...ที่พูดมาข้างบนนี้..มันผิดตรงไหน....และมีเหตุผลอะไรที่ดีกว่านี้มั้ย?
เอาอีกแล้วกบ ในโลกนี้มีแต่ความจริงนะกบ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2015, 21:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
เอาอีกแล้วกบ ในโลกนี้มีแต่ความจริงนะกบ


จริงหร่า... :b32: :b32:

bigtoo..ส่องกระจกดูซิ....ที่เห็น...เป็นตัวเองมั้ยละนั้น?


แก้ไขล่าสุดโดย กบนอกกะลา เมื่อ 26 ก.ค. 2015, 06:17, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2015, 04:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7503

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ทั้ง 3 คำถาม...มีคำตอบเดียว...คือ...ความจริง

ตรัสรู้..พระองค์ก็ตรัสรู้ความจริง
สอน..พระองค์ก็ทรงสอนความจริง
หน้าที่ชาวพุทธ...มีอย่างเดียวคือ...ตรัสรู้ความจริงตามที่พระองค์ตรัสรู้..ตามที่พระองค์สอน

:b11:
อนุโมทนาในคำตอบที่พยายามจะให้สั้นครับ

แต่ความจริงนั้น จริงอย่างไร ที่บาลีเขาว่า สัจธรรม นั้น มันมีตั้งเยอะแยะมากมาย เราจะเอาความจริงในเรื่องไหนข้อไหนกันล่ะครับจึงจะรู้ง่าย เข้าใจง่าย ใครๆก็อาจสามารถรู้เรื่องใด้อย่างสบายๆและเอาไปยึดถือปฏิบัติได้ในชีวิตจริงประจำวัน

โลกกลม นี่ก็จริง

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกแล้วตกทางทิศตะวันตก นี่ก็จริง

คนเราเกิดมาแล้วต้องแก่ เจ็บ ตาย นี่ก็จริง

ทำบาป ไปนรก ทำบุญไปสวรรค์ ทำสมาธิไปเป็นพรหม ทำวิปัสสนา ไปนิพพาน นี่ก็จริงแต่ต้องพิสูจน์รู้ด้วยตนเอง
s006

ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงคนพบแล้วนำมาสอนคืออะไร
นี่จะต้องชี้ชัดลงไปให้แจ่มแจ้งจึงจะเข้าใจได้จนเห็นถูกต้องและเกิดศรัทธาลงมือปฏิบัติจริงๆ

s006


โลกกลม...ก็จริง..แต่ก็ไม่ตลอดไป...โลกก็มีวันแตกสลาย...ตอนที่โลกแตกสลาย..ก็ไม่อาจจะกล่าวว่า..โลกกลม..แล้วละ..

พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก...นี้ก็จริง...แต่ก็จริงอย่างสมมุติ..สมมุติว่าโลกเป็นศูนย์กลาง..สมมุติว่าโลกอยู่เฉย ๆ ...แต่จริงๆ..พระอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นหรือลงแต่อย่างใด....ยิ่งทิศตะวันออกก็ยิ่งเป็นสมมุติกันไปใหญ่....

เป็นต้น...

ความจริง....ก็ต้องเป็นจริงตลอดไป...ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่น...นี้แหละที่เรียกว่า..ความจริง

แต่ความไม่จริง...นี้แหละ...ที่เกิดขึ้นแล้วต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไป....

เพราะความไม่เข้าใจ..หลงยึดสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง...เป็นเรา..เป็นของเรา...จึงทุกข์...เพราะไม่ประสพกับความสมหวัง...ทุกข์เพราะเสื่อมลาภ..เสื่อมยศ...เสื่อมสรรเสริญ..เสื่อมจากฌาน...ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากการไปหลงว่า..นี้เป็นเรา..นี้เป็นของเรา...อีกทอดหนึ่ง

อริยะสัจ....ทุกข์..สมุทัย....ก็เริ่มที่ตรงนี้....ตรงที่เป็นส่วนขยายผลมาจากความไม่จริง

ถ้าอยู่กับความจริงแท้ได้....ก็ย่อมไม่ทุกข์

ก็ถ้ารู้ว่า..นี้คือทุกข์...นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์..แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ทุกข์ดับได้...แสดงว่าเป็นการรู้ยังไม่จริง...ถ้ารู้จริง..ทุกข์ต้องดับ...กระบวนการเข้าถึงการรู้จริงจึงเริ่มที่ตรงนี้...ปริยัติ..ปฏิบัติ..ปฏิเวธ..ก็ตรงนี้...โพธิปักขิยธรรม 37 สรุปย่อ มรรคมีองค์ 8 ก็ตรงนี้...ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ใจได้เข้าถึงความจริงแท้เพียงอย่างเดียว...

ความจริงที่มีเพียง 1 เดียว...ไม่เปลี่ยนแปลง...ฯลฯ...คือที่ชาวโลกสมมุติเรียกว่า..พระนิพพาน

:b16: :b16:

:b8:
พระพุทธเจ้าสอนให้รู้2อย่างคือ
1สอนให้รู้ทุกข์ในไตรภพ
2สอนแนวทางดับทุกข์
:b1:
แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคือ
การพ้นทุกข์ด้วยจิตผู้รู้ที่เหนือโลก
ทรงแสดงพระธรรมเพื่อให้รู้แจ้งโลก
ทั้ง3ภพคือกามภพ รูปภพ อรูปภพ
และการบรรลุพระนิพพานด้วยจิต
คือรู้ทั้งโลกในและโลกนอก
โลกในคือโลกียธรรมและ
โลกนอกคือโลกุตตรธรรม
:b12:
หน้าที่ของพุทธศาสนิกชนคือ
ดำเนินแนวทางอริยสัจจ์4อริยมรรค8
เพื่อละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธ์
:b44: :b44:
:b39:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 911 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 61  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 30 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร