วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ค. 2019, 00:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 257 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 14, 15, 16, 17, 18  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2015, 12:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12204


 ข้อมูลส่วนตัว


อยากจะหาเรื่องคุย..ละซิ

:b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2015, 19:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2736


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
อยากจะหาเรื่องคุย..ละซิ

:b9:
เห็นใจบุญชอบช่วยเหลือสัตว์ตกยาก ตอนนี้ผมตกยากกบพอส่งเสียเลี้ยงดูได้ป่าว

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2015, 23:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12204


 ข้อมูลส่วนตัว


ก็ช่วยไปแล้ว....นี้

ให้ธรรมะเป็นทาน..

s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2015, 06:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2736


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ก็ช่วยไปแล้ว....นี้

ให้ธรรมะเป็นทาน..

s004

เอาอีก เอาแบบวัตถุๆพวกแบบส่งเสริมเด็กยากจนแบบนี้

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มิ.ย. 2015, 22:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2006, 09:43
โพสต์: 180

ที่อยู่: กทม

 ข้อมูลส่วนตัว


กระทู้นี้คุยกันไปถึงไหนๆกันเลยนี่

กบนอก.. ถามว่า "กินเนื้อสัตว์แล้วบาป....ตายไปตกนรกขุมไหนบ้างครับคัณ wakeup ??"
ผมไ่ม่ทราบ พระพุทธเจ้าไม่มีบอกว่ากินเนื้อสัตว์แล้วจะลงนรกขุมไหน กินเนื้อสัตว์บาปไม่บาปมันขึ้นกับปัจจัยต่างๆดังที่ผมกล่าวไปแล้ว

แต่จะยกคำสอนของพระพุทธเจ้าล่างนี้มาอีกรอบ
“ถ้าบุรุษพึงทำบาปไซร้ ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะว่า ความสั่งสมบาปเป็นเหตุให้เกิดทุกข์.”

นรกขุมไหน ไม่รู้ แต่มันก็จะทำให้ให้คนๆนั้นเป็นทุกข์ได้
หรือเกิดเป็นเปรตก็ได้มั๊ง!

.....................................................
โคตมะพุทธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ผู้รู้แจ้งโลก อัจฉริยมนุษย์ ยอดครูของครูทั้งหลาย
ศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ผู้ก่อตั้ง ผู้ค้นพบ คำสอนถูกบรรจุอยู่ในพระไตรปิฏก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.ค. 2015, 07:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2736


 ข้อมูลส่วนตัว


wakeup เขียน:
กระทู้นี้คุยกันไปถึงไหนๆกันเลยนี่

กบนอก.. ถามว่า "กินเนื้อสัตว์แล้วบาป....ตายไปตกนรกขุมไหนบ้างครับคัณ wakeup ??"
ผมไ่ม่ทราบ พระพุทธเจ้าไม่มีบอกว่ากินเนื้อสัตว์แล้วจะลงนรกขุมไหน กินเนื้อสัตว์บาปไม่บาปมันขึ้นกับปัจจัยต่างๆดังที่ผมกล่าวไปแล้ว

แต่จะยกคำสอนของพระพุทธเจ้าล่างนี้มาอีกรอบ
“ถ้าบุรุษพึงทำบาปไซร้ ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะว่า ความสั่งสมบาปเป็นเหตุให้เกิดทุกข์.”

นรกขุมไหน ไม่รู้ แต่มันก็จะทำให้ให้คนๆนั้นเป็นทุกข์ได้
หรือเกิดเป็นเปรตก็ได้มั๊ง!
น่าจะลองถามคุณ วไลพรดูนะแก่เคยกินเจอยู่หลายปีว่า บาปหรือไม่บาปอาจจะมีแง่มุมดีๆ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ม.ค. 2016, 11:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6071

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
พระพุทธเจ้ามิได้ห้ามกินเนื้อสัตว์
ที่ทรงห้ามคือห้ามปาณาคือฆ่าสัตว์
ตอนกินไม่ได้ฆ่าก็ไม่ได้มีบาปอะไรแต่
เหตุแห่งที่มาของเนื้อที่กินก็ต่างๆกันไป
แม้ไม่ได้ฆ่าเองแต่เป็นเหตุให้เกิดการฆ่า
เช่นไปหาเพื่อนแล้วเพื่อนฆ่าไก่ที่เลี้ยงไว้
มาทำเป็นอาหารเลี้ยงหมู่คณะเพื่อนที่ไปนั้น
เป็นกรรมวิบากที่จะได้รับในอนาคตคือตายหมู่
การถวายอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ฆ่าเอง
โทษจึงไม่มีทั้งแก่ผู้ถวายและแก่พระภิกษุทุกประการ
:b1: :b16:
:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ม.ค. 2016, 11:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6071

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ใช้..คำว่า..พุทธพจน...ซิ

อย่าไปใช่เครื่องหมายของเขาซิ....รึชอบโหนกระแส..เขาไปเรื่อย...
นี่ก็อีกแยกแยะอะไรไม่เป็น ธรรมะก็ส่วนธรรมะ. บัญญัติก็ส่วนบัญญัติ ผมสนับสนุนสถาบันพุทธวจนด้วยครับ ถึงแม้จะไม่ได้สมบูรณไปซะทุกิอย่างแต่ก็เกิดประโยชน์แก่ชาวโลก

Kiss
...พระพุทธพจน์เป็นการกล่าวของพระพุทธเจ้าเป็นคำตรงคำจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้...
...ไม่ว่าจะกล่าวในภาษาใดเป็นใครเอามากล่าวบอกต่อๆกันมาก็ตรง...แต่ปัญญาที่รู้...
...ของผู้กล่าวและผู้จำคำเหล่านั้น...ที่เอามากล่าวบอกต่อผู้อื่นนั้น...รู้ความจริงไหม...
...ในครั้งที่มีการสังคายนาพระไตรปิฏกโดยพระอรหันต์ขีณาสพและมีพระอานนท์นั้น...
...พระอานนท์เป็นผู้มีความจำเป็นเลิศจำพระพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงได้ทุกครั้ง...
...พระไตรปิฎกที่ล้วนมีแต่พระอรหันต์พิจารณาในการสังคายนาในครั้งนั้นย่อมตรงความจริง...
...เพราะล้วนแต่พระอรหันต์ผู้รู้มีปัญญารู้ตรงความจริงในพระพุทธพจน์เหล่านั้นทั้งหมดทั้งมวล...
...เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมาแล้วนั้นล้วนแต่เป็นธัมมะที่เป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนตามกาล...
...ผู้มีปัญญาเข้าใจคำตรงคำจริงเหล่านั้น...ย่อมสามารถเข้าถึงความจริงที่พระองค์ทรงแสดงด้วยปัญญา...
:b12: :b16:
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2016, 19:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
พระพุทธเจ้ามิได้ห้ามกินเนื้อสัตว์
ที่ทรงห้ามคือห้ามปาณาคือฆ่าสัตว์
ตอนกินไม่ได้ฆ่าก็ไม่ได้มีบาปอะไรแต่
เหตุแห่งที่มาของเนื้อที่กินก็ต่างๆกันไป
แม้ไม่ได้ฆ่าเองแต่เป็นเหตุให้เกิดการฆ่า
เช่นไปหาเพื่อนแล้วเพื่อนฆ่าไก่ที่เลี้ยงไว้
มาทำเป็นอาหารเลี้ยงหมู่คณะเพื่อนที่ไปนั้น
เป็นกรรมวิบากที่จะได้รับในอนาคตคือตายหมู่
การถวายอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ฆ่าเอง
โทษจึงไม่มีทั้งแก่ผู้ถวายและแก่พระภิกษุทุกประการ
:b1: :b16:
:b12:

แบบนี้ถ้าไปร้านอาหารที่นำสัตว์มีชีวิตมาปรุงสดๆ เช่น กุ้งเผาปลาเป็น ที่เค้าเลี้ยงไว้ พอลูกค้าสั่งค่อยนำมาฆ่า...แบบนี้ก็มีวิบากร่วมกัน..คือคนนำมาปรุงอาหาร และผู้สั่งอาหาร..จริงๆคุนน้องก็กะไว้แล้วว่าต้องมีวิบากกรรมร่วมกัน...แต่ไม่กล้าพูดอะไร..เพราะบางทีการพูดเรื่องกรรม วิบาก มันละเอียดอ่อน ยิ่งพูดให้คนไม่เชื่อฟัง เราเองจะเป็นทุกข์แทน
ปล. บางทีก็แอบคิดในใจคือสงสัย กรรมวิบากใด ทำให้คนโดนไฟคลอกตายหมู่..รึจะเป็นเพราะชอบสั่งกุ้งเผาปลาเผา กินกัน5555 แล้วจังหวะกรรมให้ผลในคราวเดียวกัน เลยรับวิบากพร้อมกันทีเดียวมันก็น่าคิดนะ :b14:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2016, 19:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


แบบนี้คุนน้องจะไม่กิน กุ้งเผาปลาเผา ตามร้านอาหารอีกแล้ว....เมื่อก่อนคุนน้องไปทำบุญที่วัด พอทำบุญเสร็จ เราจะแวะร้านอาหาร และแถวนั่นจะดังเรื่อง กุ้งแม่น้ำ สั่งกินประจำ s007 และน้าพาแวะกินประจำ แม่เจ้า อโหสิกรรมให้เราด้วย เราไม่รู้จริงๆ
ตายๆ...ปล่อยกุ้ง ปล่อยหอย ปลอยปู ปล่อยปลา ขออโหสิกรรมด่วนๆๆๆๆ cry
บางครั้งการอยู่แบบคนรากหญ้าก็ดีอย่าง ไม่ค่อยได้กินของตามร้านอาหารหรูๆ มีส่วนหลีกเลี่ยงวิบากกรรม ฆ่าสัตว์โดยไม่เจตนา..ถึงแม้ไม่ใช่ผู้ฆ่า
แต่เราไปสั่งอาหารที่มีชีวิต เราก็มีวิบากกรรมอยู่ดี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2016, 23:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6071

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
มีตัวอย่างอดีตชาติของพระนางมัลลิกากับนางกำนัล500ถูกเผาไฟทั้งเป็น
เป็นผลจากอดีตชาติที่จุดไฟเผาฟางโดยไม่รู้ว่ามีพระปัจเจกนั่งเข้าฌานอยู่
:b5: :b2:
:b44: :b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2017, 07:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5694


 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นหัวข้อกระทู้ก็ไม่อ่านแล้ว
ก็ลองถามตัวเองก่อนว่าถ้ากินเนื้อสัตว์แล้วบาป

มันผิดศีลข้อไหนอ่ะ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 เม.ย. 2018, 17:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1382

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


กินด้วยสติปัญญา และปฏิบัติเพื่อความสิ้นไปแห่งตัณหา กินสภาวะความเป็นสัตว์ของตนเอง

ไม่กินด้วยความมูมมามตะกละในรสชาด ไม่บาปหรอกค่ะ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรราธะ เพราะเหตุที่มี ความพอใจ ความกำหนัด
ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูปแล เป็นผู้ข้องในรูป เป็นผู้เกี่ยวข้องในรูปนั้น ฉะนั้น
จึงเรียกว่า สัตว์.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 06:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12204


 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
มีตัวอย่างอดีตชาติของพระนางมัลลิกากับนางกำนัล500ถูกเผาไฟทั้งเป็น
เป็นผลจากอดีตชาติที่จุดไฟเผาฟางโดยไม่รู้ว่ามีพระปัจเจกนั่งเข้าฌานอยู่
:b5: :b2:
:b44: :b44: :b44:


เข้าใจผิดแล้วละ..คุณโรส :b9: :b9:

เผาครั้งแรก...ต้องการไฟให้ไออุ่น...ไม่รู้เลยว่า..มีใครอยู่ในป่านั้น...อันนี้ไม่บาป

พอไฟม้อด...ก็เห็นพระเถระนั่งดำเป็นตอตะโก..คิดว่าตายแล้ว...กลัวอาญา...

เลย...จัดการ..เผาครั้งที่สอง...หวังทำลายซากศพ

กรรม..มันอยู่ที่การเผาครั้งที่ สอง...นี้แหละ..ยายโรส

จำใว้.. :b12: :b12: :b12:

ตำราว่า..เพราะเข้าฌาณสมาบัติ...จึงไม่ได้รับอันตรายใดใด...แต่นางนาง...ไม่รู้..คิดว่าตายไปแล้ว..
เผาครั่งที่ สอง...ก็ไม่ได้เจตนาฆ่าซะด้วยนะ..เพราะคิดว่าตายไปแล้ว...แค่ต้องการทำลายหลักฐาน..นี้ยังบาปหนัก..บาปหนา..เพราะพระเถระเป็นผู้มีคุณธรรมสูง...นี้เอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 06:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12204


 ข้อมูลส่วนตัว


กินเนื้อสัตว์ไม่บาปจริงๆ หรือ?

คำว่าบาป..นี้..มีได้หลายแง่...หากเอาเฉพาะเรื่อง..ศีล..แม้ 227..ยังไม่บาปได้เลยหากทำตามพุทธานุญาติ

ดังนั้น..ไม่บาปในแง่ผิดศีล...

หากว่า..บาปในเรื่องกินเนื้อสัตว์..พูดในแง่..กุศล..หรืออกุศล...
นี้เป็นเรื่องอาการของจิตแล้ว...ไม่ได้ดูแค่วัตถุอาการภายนอก..การที่ผู้พูดว่า..กินเนื้อสัตว์แล้วเป็นบาปเป็นอกุศลเลย..นี้..เป็นความไม่รู้ของผู้พูด..คือ..สักแต่ว่าจำว่าพูดตามๆเขามา..ตัวเองไม่กินแต่มองคนที่กิน..ดูถูกเหยียดหย่ามไปทั่ว...นี้..บาปอกุศลเกิดกับจิตใจตนแล้วก็ยังไม่รู้อีก...

เห็นมั้ย..ไม่กินเนื้อก็บาป..เห็นๆ :b32: :b32:

ส่วน...การไม่กินเนื้อสัตว์..เพราะตนเจตนาเพื่อไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น..เห็นการแก่งแย่งทึ้งกินซากศพสัตว์อื่นเป็นเรื่องน่าสลดสังเวช...อันนี้..เป็นการเจริญพรหมวิหาร...แต่จะเป็นพรหมวิหารหรือไม่..ก็ให้ดูที่..มีอาการไปตำนิติเตียนคนอื่นๆที่กินหรือไม่...ถ้ามีก็แสดงว่า...ไม่มีปัญญาเป็นพรหมวิหาร..ไม่เป็นกุศลด้วย...

ในผู้ปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์...ย่อมพิจารณาอาหารก่อนเป็นปกติอยู่แล้ว...ย่อมมีปัญญาญาณเห็นวัฏฏะสงสารตามความเป็นจริง..เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร...ย่อมไม่ประมาทในการกิน...ไม่ประมาทในการเกิด...รักเพื่อนร่วมวัฏฏะสงสารเป็นปกติ...การจะเจตนาเบียดเบียนเพื่อนจึงไม่มี...บาปจากการกินจึงเกิดไม่ได้..

เป็นต้น..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 257 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 14, 15, 16, 17, 18  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร