วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.ย. 2020, 14:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2012, 21:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2012, 22:09
โพสต์: 3


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ :b12:

ตอนนี้พึ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมค่ะ
พยายามรักษาศีล 5 ให้ได้ทุกวัน ทั้งสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยค่ะ

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่่มาทดสอบจิตใจเสมอเลยค่ะ
เมื่อเข้ามาจิตจังเรื่องธรรมะ มากขึ้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยค่ะ
ว่าโลกใบนี้ สุดแสนวุ่ลวาย

และวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ ไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร
ทำไม ถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ
ได้นั่งทบทวนตนเอง สำรวจจิตใจแล้ว ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ????

ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม อยู่ๆถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

รบกวนแนะนำวิธีการปฏิบัติให้จิตใจเข้มแข็ง เท่าทันอารมณ์ตนเองให้หน่อยเถอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

:b16: :b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2012, 22:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b2: การรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆเป็นธรรมดาของจิต ที่ยังไม่มีสติคุ้มครองเพียงพอ มักมีการตรึก การปรุงไปในอารมณ์ต่างๆที่คุ้นเคย เมื่อจิตปรุงในอารมณ์เศร้าแล้วเวทนาคือความหม่นหมองใจหดหู่ใจย่อมเกิดตามมาเป็นธรรมดา

:b1: ผมใช้วิธีปฎิบัติเริ่มการเจริญสติที่กายก่อน การเดินจงกรม การขยับกายเป็นอริยาบทที่เด่นชัด เมื่อมีความคิดอารมณ์ต่างเกิดขึ้นมาการเปลี่ยนอริยาบท การพิจารณากาย จะบรรเทาเวทนาแห่งจิต แล้วจะเห็นอารมณ์ค่อยๆจางหายไป เมื่อจิตมีสติหรือมีธรรมนั่งอยู่อารมณ์อื่นๆจะแทรกได้ยาก หรือถ้าเผลอถูกอารมณ์ครอบงำการเจริญสติจะแทรกธรรมเข้าไปแทน นี่เป็นวิธีที่ใช้เบื้องต้นและเพียรทำให้ต่อเนื่องยิ่งๆขึ้นไป :b16:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2012, 22:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


อืมม....เป็นธรรมดา...ตอนใหม่ ๆ ...มันเศร้ายังกะเราจะปลงโลกนี้ได้..ยังงันแหละ

มันเป็นอารมณ์หนึ่งเท่านั้น...

ถามว่า..มันดีมั้ย?

ก็ขอบอกว่า...มันจะดีหรือไม่ดี...ก็อยู่ที่ว่า...หลังจากนี้เราจะคิดเดินทางไหน...ทางโลกหรือทางธรรม?

หากคิดว่า..
โลกมันก็เป็นอย่างนี้...เศร้าแล้วก็ไม่ได้อะไร...กลับมาทำใจให้ร่าเริง...สนุกไปกับมันเรื่อย ๆ จะดีกว่า...

อันนี้ก็ถือว่า..ไม่ดี..เพราะกลับไปเดินทางโลกเหมือนเดิม

แต่หากรู้สึกว่า...
โลกมันก็เป็นอย่างนี้...ไม่มีอะไรที่สมหวังโดยไม่มีผิดหวัง...เราจึงมีแต่ทางทุกข์อยู่ถ่ายเดียว...หากเรายังทำอย่างเดิม ๆ...เราก็คงไม่แคล้ว...ต้องจมอยู่ในกองทุกข์ต่อไป....เราไม่เอาดีกว่า...ขอเอาตามพระพุทธเจ้า...อรหันตเจ้าดีกว่า....เราโชคดีที่พบพระพุทธ..พระธรรม...พระสงฆ์...ขอยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง...เพื่อความพ้นจากโลก...พ้นจากทุกข์

อันนี้...ก็ถือว่าดี..เพราะมีกำลังใจเดินตามมรรคา

แล้วหลังจากนี้...เราก็จะเจอปัญหาใหม่...แล้วอารมณ์เศร้า ๆ มันก็จากเราไป :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 05:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


กล่าวได้ดีนักแล ท่านทั้ง 2 :b8:

เห็นทุกข์ ให้เยอะๆ มันจะเป็นแรงพลักดัน ให้เราไม่เลิกปฏิบัติ แต่ขอให้คิด ปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์นะครับๆไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อเป็นนู้เป็นนี้
เริ่ม
เพียร--->เจริญสติ--->ทำสมาธิตามแบบแผน สติปัฏฐาน 4 แบบไม่เคร่งเครียด แล้วเพิ่ม โวลุ่ม ความเพียร ขึ้นเรื่อยๆ ครับ

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 06:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:
เศร้า.....ก็ให้รู้ว่า เศร้า.....แล้วลองอดทนนิ่งรู้นิ่งสังเกตอารมณ์เศร้านั้นไปให้นานๆหน่อย (หลายๆนาที)เดี๋ยวน้องจะได้เห็นความจริงของความเศร้า...........
:b36:
ทุกๆอารมณ์ปัจจุบัน ก็ไม่ต่างกันกับความเศร้า จงทำแบบเดียวกันตามวิธีที่บอกข้างต้นกับทุกอารมณ์ แล้วน้องจะได้เห็นความจริงของชีวิต
:b16:
ถึงตอนนั้น น้องจะได้คำตอบด้วยตนเองที่ซึ้งและจำแม่น แถมทุกข์ทั้งหลายก็จะเบาคลาย สุขจะเพิ่มมาใหม่โดยอัตโนมัติครับ เอาไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดชีวิตเลยครับ
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 08:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2012, 22:09
โพสต์: 3


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากๆเลยค่ะ สำหรับทุกๆคำชี้แนะ

ต้องขอยอมรับเลยค่ะว่า ยังเป็นผู้เขลานักในทางธรรม
ส่วนนึ่งก็รู้อยู่แก่ใจว่าตนเองนั้น มีจิตใจที่อ่อนแอ
ที่อารมต่างๆมากระทบกระเทือนง่ายเหลือเกิน
บางครั้งก็แพ้กับกิเลสของตน
แล้วก็กลับมาเป็นทุกข์ หลังจากทำตามคำเรียกร้องของกิเลส นั้นๆ เฮ้อออ....น่าอาย

หลังจากนี้ดิฉันจะเพียร พยายาม เอาชนะมันให้ได้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 10:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2011, 15:12
โพสต์: 191


 ข้อมูลส่วนตัว


อารมณ์เศร้าที่เกิดขึ้นมาแบบไม่เห็นไม่รู้เหตุปัจจัย ก็เนื่องด้วยเป็นอารมณ์โทมนัส เป็นเวทนาทางใจอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ วิธีระงับก็คือ ตั้งสติให้ระลึกรู้ลงไปถึงเวทนานั้น ให้มีความรู้ตัวว่าเป็นอารมณ์โทมนัส อย่าได้คล้อยจนหลงลืมไปกับอารมณ์ ไม่ให้ใจฟุ้งซ่านไปตาม ให้สติตั้งอยู่กับคำบริกรรม หรือลมหายใจเข้าออกไปพร้อมๆกับการระลึกรู้ ธรรมารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ครั้นเกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นธรรมสัญญา ในที่นี้ เป็นเวทนาสัญญา คือความจำหมายรุ้ได้ในเวทนา เวทนาสัญญาก็แปรไปเป็นอดีตบ้าง เป็นอนาคตบ้าง เมื่อรู้ในปัจจุบันธรรมเวทนาก็จะดับหายไป ฉะนั้น บริกรรมพร้อมๆกับตั้งสติให้ระลึกให้มีความรู้ตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 10:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2010, 19:57
โพสต์: 1014

โฮมเพจ: http://www.vitwong.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ถ้าอยากให้หายเศร้า ก็จะเกิดโทสะ

คนเราถ้ามีโทสะ ก็จะเกิด โทมนัสเวทนา ................ คือความทุกข์ใจ

ทุกข์ใจ เคืองใจ ขุ่นใจ ............. พวกนี้เป็นเพราะใจมีโทสะ โทสะ + มนัส เป็น โทมนัส

ใจมีโทสะ ก็รู้ ก็ดีแล้ว

ใจมันจะเป็นอย่างไร ควรคิดว่า เป็นเรื่องของใจ ที่บังคับบัญชาไม่ได้(อนัตตา)

ใจ ไม่ใช่เรา
ใจ ไม่ใช่ของเรา

เรา จึงไม่ฝืนไปบังคับ ให้ใจเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้

เพราะเราเชื่อ กฏของ อนัตตา (ไม่บังคับบัญชาได้)

.....................................................
ยังงมงาย...
เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูก มีส่วนจริงแค่ 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น

เลิกงมงาย..
เมื่อเห็นว่า พระไตรปิฏก มีส่วนถูก ส่วนจริง เกินกว่า 80 ถึง กว่า 90 เปอร์เซนต์

http://www.youtube.com/user/govit2554#g/u


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 11:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b12:
เศร้า.....ก็ให้รู้ว่า เศร้า.....แล้วลองอดทนนิ่งรู้นิ่งสังเกตอารมณ์เศร้านั้นไปให้นานๆหน่อย (หลายๆนาที)เดี๋ยวน้องจะได้เห็นความจริงของความเศร้า...........
:b36:
ทุกๆอารมณ์ปัจจุบัน ก็ไม่ต่างกันกับความเศร้า จงทำแบบเดียวกันตามวิธีที่บอกข้างต้นกับทุกอารมณ์ แล้วน้องจะได้เห็นความจริงของชีวิต
:b16:
ถึงตอนนั้น น้องจะได้คำตอบด้วยตนเองที่ซึ้งและจำแม่น แถมทุกข์ทั้งหลายก็จะเบาคลาย สุขจะเพิ่มมาใหม่โดยอัตโนมัติครับ เอาไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดชีวิตเลยครับ
:b8:

จขกทเขาพึ่งจะหันหน้าเข้าหาธรรม ยังไม่เคยปฏิบัติธรรม
ดันไปสอนให้สังเกตุอารมณ์เศร้า น้องเขายังไม่รู้จักเรื่องทุกข์ เหตุแห่งทุกข์
ปะเดียวเขาหลงไปกับอารมณ์เศร้า ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเขา คุณโสกะรับผิดชอบไหวมั้ย :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 11:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


chutiya เขียน:
สวัสดีค่ะ :b12:

ตอนนี้พึ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมค่ะ
พยายามรักษาศีล 5 ให้ได้ทุกวัน ทั้งสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยค่ะ

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่่มาทดสอบจิตใจเสมอเลยค่ะ
เมื่อเข้ามาจิตจังเรื่องธรรมะ มากขึ้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยค่ะ
ว่าโลกใบนี้ สุดแสนวุ่ลวาย

และวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ ไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร
ทำไม ถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ
ได้นั่งทบทวนตนเอง สำรวจจิตใจแล้ว ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ????

ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม อยู่ๆถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

รบกวนแนะนำวิธีการปฏิบัติให้จิตใจเข้มแข็ง เท่าทันอารมณ์ตนเองให้หน่อยเถอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

:b16: :b16: :b16:

จขกทรู้จัก สติมั้ยครับ สติคือการไประลึกรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นกุศล
เริ่มแรกคุณจะต้องหาธรรมหรือสิ่งที่แก้เป็นคู่ปรับกับความทุกข์ความเศร้า

ลองสำรวจดูซิว่าคุณเศร้าเรื่องอะไร สมมุติเศร้าเรื่องแฟนทิ้ง
ก็คิดว่า อยู่คนเดียวไม่วุ่นวาย หรือเดี๋ยวก็มีคนใหม่ที่ดีกว่า

เศร้าเพราะทำเงินหายก็คิดว่า เงินทองของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ครับ

เริ่มก็ต้องมีสติแบบนี้ครับ เอาธรรมกุศลอันใดอันหนึ่งมาเป็นสติ เพื่อแก้อกุศลครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 19:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


chutiya เขียน:
สวัสดีค่ะ :b12:

ตอนนี้พึ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมค่ะ
พยายามรักษาศีล 5 ให้ได้ทุกวัน ทั้งสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยค่ะ

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่่มาทดสอบจิตใจเสมอเลยค่ะ
เมื่อเข้ามาจิตจังเรื่องธรรมะ มากขึ้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยค่ะ
ว่าโลกใบนี้ สุดแสนวุ่ลวาย

และวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ ไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร
ทำไม ถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ
ได้นั่งทบทวนตนเอง สำรวจจิตใจแล้ว ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ????

ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม อยู่ๆถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

รบกวนแนะนำวิธีการปฏิบัติให้จิตใจเข้มแข็ง เท่าทันอารมณ์ตนเองให้หน่อยเถอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

:b16: :b16: :b16:


คุณขอรับ อาการที่คุณเล่ามา เป็นอาการของกิเลส ที่มีในส่วนลึกของสมองของคุณขอรับ จึงทำให้เกิดความเศร้าหมองในจิตใจ คำว่า กิเลสในส่วนลึกของสมอง หมายถึง ความอยากมี ความอยากได้ ความไม่อยากมี ความไม่อยากได้ ความพลัดพราก ความไม่อยากพลัดพราก ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น แต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวไป เป็นผลของการสัมผัสที่คุณได้ประสบมา ถ้าคุณมีอาการเศร้าหมอง นั่นหมายถึงคุณมีกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง อันใดอันหนึ่ง
ถ้าคุณเห็นว่า โลกวุ่นวาย เป็นเรื่องธรรมดา ของการดำรงชีวิตของมนุษย์ (ในที่นี้หมายเอาเฉพาะมนุษย์) ความเศร้าหมองในจิตใจของคุณจะหมดสิ้นไป เพราะไม่ว่าคุณจะกระทำหรือประพฤติ หรือประสบการการกระทำหรือประพฤติของบุคคลรอบข้าง ว่าเป็นเรื่องธรรมดา (อันที่ไม่ผิดกฎหมายนะขอรับ) ของการดิ้นรนในการดำรงชีวิตของมนุษย์ คุณก็จะเกิดความสบายใจ นั่นหมายถึง คุณคือ ผู้ตื่นแล้ว
การที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงพี้นฐานบันไดขั้นแรก ของการทำให้จิตใจสงบได้ตามสมควร ซึ่งคุณต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น แล้วคุณก็จะเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ขอรับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 20:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




q238a14.jpg
q238a14.jpg [ 127.49 KiB | เปิดดู 1551 ครั้ง ]
chutiya เขียน:
สวัสดีค่ะ :b12:

ตอนนี้พึ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมค่ะ
พยายามรักษาศีล 5 ให้ได้ทุกวัน ทั้งสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยค่ะ

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่่มาทดสอบจิตใจเสมอเลยค่ะ
เมื่อเข้ามาจิตจังเรื่องธรรมะ มากขึ้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยค่ะ
ว่าโลกใบนี้ สุดแสนวุ่ลวาย


และวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ ไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร
ทำไม ถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

ได้นั่งทบทวนตนเอง สำรวจจิตใจแล้ว ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ????

ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม อยู่ๆถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

รบกวนแนะนำวิธีการปฏิบัติให้จิตใจเข้มแข็ง เท่าทันอารมณ์ตนเองให้หน่อยเถอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ




สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย


จขกท. คงเคยได้ยิน คิดบวกคิดปรุงแต่งความคิดให้เป็นกุศลสิครับ :b1:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 23:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2012, 22:09
โพสต์: 3


 ข้อมูลส่วนตัว


sriariya เขียน:
chutiya เขียน:
สวัสดีค่ะ :b12:

ตอนนี้พึ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมค่ะ
พยายามรักษาศีล 5 ให้ได้ทุกวัน ทั้งสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยค่ะ

แต่ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่่มาทดสอบจิตใจเสมอเลยค่ะ
เมื่อเข้ามาจิตจังเรื่องธรรมะ มากขึ้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยค่ะ
ว่าโลกใบนี้ สุดแสนวุ่ลวาย

และวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ ไม่รู้ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร
ทำไม ถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ
ได้นั่งทบทวนตนเอง สำรวจจิตใจแล้ว ว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ????

ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม อยู่ๆถึงรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ

รบกวนแนะนำวิธีการปฏิบัติให้จิตใจเข้มแข็ง เท่าทันอารมณ์ตนเองให้หน่อยเถอะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

:b16: :b16: :b16:


คุณขอรับ อาการที่คุณเล่ามา เป็นอาการของกิเลส ที่มีในส่วนลึกของสมองของคุณขอรับ จึงทำให้เกิดความเศร้าหมองในจิตใจ คำว่า กิเลสในส่วนลึกของสมอง หมายถึง ความอยากมี ความอยากได้ ความไม่อยากมี ความไม่อยากได้ ความพลัดพราก ความไม่อยากพลัดพราก ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น แต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวไป เป็นผลของการสัมผัสที่คุณได้ประสบมา ถ้าคุณมีอาการเศร้าหมอง นั่นหมายถึงคุณมีกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง อันใดอันหนึ่ง
ถ้าคุณเห็นว่า โลกวุ่นวาย เป็นเรื่องธรรมดา ของการดำรงชีวิตของมนุษย์ (ในที่นี้หมายเอาเฉพาะมนุษย์) ความเศร้าหมองในจิตใจของคุณจะหมดสิ้นไป เพราะไม่ว่าคุณจะกระทำหรือประพฤติ หรือประสบการการกระทำหรือประพฤติของบุคคลรอบข้าง ว่าเป็นเรื่องธรรมดา (อันที่ไม่ผิดกฎหมายนะขอรับ) ของการดิ้นรนในการดำรงชีวิตของมนุษย์ คุณก็จะเกิดความสบายใจ นั่นหมายถึง คุณคือ ผู้ตื่นแล้ว
การที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงพี้นฐานบันไดขั้นแรก ของการทำให้จิตใจสงบได้ตามสมควร ซึ่งคุณต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น แล้วคุณก็จะเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ขอรับ



ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะสำหรับคำชี้แนะเพื่อเต็ม
หลังจากที่ดิฉันได้ทบทวนตัวเองจนแน่ใจแล้ว ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเป็นอย่างที่ได้บอกกล่าวข้างต้น
มันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับดิฉันมากจริงๆ ที่จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้เอาชนะกิเลสส่วนนี้ได้
ในตอนแรกดิฉันนึกว่าตนเองเข้มแข็งแล้ว เพราะยอมรับความจริงได้แล้วนั้น แต่บางช่วงเวลาความรู้สึกดังกล่าวก็กลับมาแลลไม่รู้ตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร